ลงทุนหุ้นพื้นฐาน : 10 วิธีที่มือใหม่ต้องรู้

ลงทุนหุ้นพื้นฐาน
ลงทุนหุ้นพื้นฐาน

สวัสดีครับทุกคน วันนี้คุณอาขอมาเล่า 10 วิธี ที่นักลงทุนมือใหม่ ควรรู้ในการลงทุนหุ้นนะครับ

ขั้นแรกเลย เราควรศึกษารายละเอียดของหุ้นแต่ละตัวที่เราจะซื้อ ด้วยการเริ่มลงทุนซื้อหุ้นด้วยวงเงินที่เราสามารถยอมรับความเสี่ยงได้ เมื่อรวบรวมหุ้นไว้ได้มากขึ้น เราก็จะรู้สไตล์การลงทุนของตัวเอง จัดการพอร์ตของตัวเองได้เก่งขึ้นนั่นเอง

การเริ่มลงทุนหุ้น มีขั้นตอนอะไรบ้าง

1. สำรวจอายุของตัวเอง

ก่อนที่เราจะเปิดบัญชีซื้อขายหุ้น ทางธนาคารจะขอดูเอกสารบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อตรวจสอบอายุของนักลงทุน ตามกฎหมายว่าด้วยบุคคลที่บรรลุนิติภาวะ ในอายุ 20 ปีบริบูรณ์ จะทำการซื้อขายหรือทำสัญญาต่างๆ ได้โดยไม่เป็น “โมฆียะ” (หมายถึง การลงทุนของเราอาจเป็นโมฆะได้เมื่อมีการบอกล้าง หรือมีผลสมบูรณ์เมื่อมีการให้สัตยาบัน นั่นเองครับ)

2. เตรียมเอกสารที่ใช้ในการเปิดบัญชีหุ้น

เอกสารที่เราต้องใช้เปิดบัญชีซื้อขายหุ้น คือ สำเนาบัตรประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้าน, ใบเปลี่ยนชื่อสกุล (ถ้ามี), สำเนาบัญชีออมทรัพย์ย้อนหลัง 6 เดือน (อาจมีความแตกต่างเล็กน้อยตามแต่ละโบรกเกอร์)

3. มีเงินเท่าไรถึงจะเล่นหุ้นได้

โดยหุ้นบางตัว จะมีราคาขั้นต่ำการซื้อขายแค่หลักพันบาท แต่อาจมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น หากเลือกเปิดบัญชีเงินสด (Cash Account) ก็ต้องวางหลักประกัน 15% ของวงเงิน เพื่อใช้ซื้อขายหุ้น ถ้าได้รับวงเงิน 100,000 บาท ก็ต้องวางหลักประกัน 15,000 บาท ใช้หลักประกันเป็นเงินสดครับ เพราะฉะนั้นก่อนจะซื้อขายหุ้นต้องประเมินการลงทุนของตนเองก่อนนะ เพื่อเตรียมเงินสดและหลักทรัพย์มาลงทุน

4. เลือกเปิดบัญชีเงินสด (Cash Account) หรือแคชบาลานซ์ (Cash Balance/ Cash Deposit)

ทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแนะนำมือใหม่ ให้เราเปิดบัญชีเงินสด (Cash Account) หรือ บัญชีแคชบาลานซ์ (Cash Balance/ Cash Deposit) ซึ่งเป็นการใช้หลักทรัพย์ หรือเงินทุนส่วนตัวของนักลงทุน มาใช้ซื้อขายหุ้นนั่นเอง

ส่วนบัญชีมาร์จิ้น (Margin Account/ Credit Balance) เหมาะสำหรับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญแล้วระดับหนึ่ง เพราะใช้เงินซื้อหุ้นส่วนหนึ่งเป็นเงินกู้ โดยนักลงทุนต้องจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มด้วย (ดูรายละเอียดเพิ่มติมที่นี่นะครับ)

5. ทำแบบประเมินความเสี่ยง ก่อนซื้อหุ้น

เนื่องจากหุ้นแต่ละตัวมีความเสี่ยงที่แตกต่างกัน ก่อนเปิดบัญชีซื้อขายกับทางบริษัทหลักทรัพย์ต่าง ๆ เขาจะให้นักลงทุนทำแบบประเมินความเสี่ยงก่อน ซึ่งจะทำให้เราเข้าใจความเสี่ยงการลงทุนของตัวเองมากขึ้น และใช้เป็นส่วนหนึ่งในเอกสารเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์เพื่อสร้างพอร์ตหุ้นด้วยครับ

ลงทุนหุ้นพื้นฐาน

6. เลือกโบรกเกอร์

เราต้องเลือกเปิดพอร์ตหุ้นกับโบรกเกอร์ ที่สะดวกต่อการจัดการพอร์ตของเรา โดยพิจารณาจากค่าธรรมเนียม และคำแนะนำต่างๆ ที่ได้จากโบรกเกอร์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุน โดยคุณอานำเว็ปตรวจสอบรายชื่อโบรกเกอร์ จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (คลิกที่นี่ได้เลยครับ)

7. ศึกษารายละเอียดของหุ้นที่จะซื้อ ดูข้อมูลงบการเงินต่างๆ

ก่อนที่เราจะเข้าซื้อหุ้นสักตัว ผู้ลงทุนควรศึกษารายละเอียดของหุ้นที่จะซื้อก่อน เช่น หุ้นที่จะซื้อนั้นจัดอยู่ในธุรกิจประเภทใด ใครเป็นเจ้าของกิจการ มีปันผลหรือไม่ และรายละเอียดอื่นๆ ที่ควรรู้ ยิ่งเรารู้เยอะ ยิ่งทำให้เรามั่นใจในการลงทุนกับบริษัทนี้มากขึ้นครับ

8. ติดตามข้อมูลข่าวสารหุ้นอยู่เสมอ

นักลงทุนควรศึกษาข่าวสารที่น่าสนใจของหุ้น ทั้งจากหนังสือพิมพ์ เว็บไซต์ และช่องทางของโบรกเกอร์ ซึ่งประกอบด้วยบทวิเคราะห์ตามช่วงเวลาต่าง ๆ ให้เราคิดเหมือนกับว่าเราเป็นเจ้าของกิจการนั้นจริง ๆ เลยนะครับ

9. ติดตั้งโปรแกรมซื้อขายหลักทรัพย์

การศึกษาราคาของหุ้นรายวัน หากเราไม่ได้ติดตามตลอด ก็สามารถลงโปรแกรมสำหรับซื้อขายหลักทรัพย์ ที่เข้ามาดูค่าต่างๆ ย้อนหลังได้ เราสามารถกดซื้อขายผ่านแอปพลิเคชันได้เลย และมีบางบริษัทสร้างโปรแกรมทดลองสร้างพอร์ตของตัวเองด้วย หากเราจะติดตั้งโปรแกรมซื้อขายหลักทรัพย์ จากตลาดหลักทรัพย์ คุณอานำลิงก์ สำหรับไปดาวน์โหลดมาให้ครับ (สามารถคลิกที่นี่ได้เลยครับ)

10. สร้างพอร์ตหุ้น

มาถึงขั้นต้อนการลงทุนจริงกันแล้วครับ เมื่อเราศึกษาข้อมูลมาสักระยะแล้ว ให้เริ่มซื้อขายหุ้นได้สัก 1-2 ตัว จนเริ่มชำนาญแล้วก็สร้างเป็นพอร์ตหุ้นของตัวเอง ซึ่งพอร์ตหุ้นนี้ ที่เราติดตามมาจะค่อยๆ เติบโตให้ผลกำไรขึ้นในอนาคตครับ


การลงทุนมีความเสี่ยง แต่ความรู้สามารถลดความเสี่ยงนั้นได้ครับ

คุณอาเป็นกำลังใจให้นักลงทุนที่พึ่งเข้ามานะครับ และจะนำความรู้ในการลงทุน มาแชร์ให้เราได้อ่านกันอีก

ไว้พบกันใหม่ สวัสดีครับ^^


บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : คลิกที่นี่

คลังความรู้จากคุณน้า : คลิกที่นี่

คุณอา

คุณอา

Recent Post

Hyperinflation

Hyperinflation เงินเฟ้อขั้นรุนแรง ทำไมถึงน่ากลัวสำหรับนักลงทุน ?

หลายคนอาจจะพอรู้อยู่แล้วว่า ประเทศของเรานั้นกำลังอยู่ในภาวะเงินเฟ้อ และในอนาคตก็อาจจะมีการพัฒนาไปเป็น Hyperinflation หรือเงินเฟ้อขั้นรุนแรงอีกด้วย

คุณน้าพาเทรด

5 เหตุผลว่า ทำไมถึงควรเปิดใจให้ คุณน้าพาเทรด

ใครที่กำลังมองหาเคล็ดลับ หาเทคนิคในการเทรดดี ๆ หรือจะเป็นเนื้อหาเบื้องต้นสำหรับคนเพิ่งหัดลงทุน หาคำตอบที่คุณต้องการได้ที่ คุณน้าพาเทรด