เมื่อพูดถึงการวางแผนการเงินระยะยาว กองทุน RMF ลดหย่อนภาษี ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากจะช่วยลดหย่อนภาษีได้อย่างถูกกฎหมายแล้ว ยังเป็นการออมเงินและลงทุนเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับชีวิตหลังเกษียณได้อีกด้วย บทความนี้คุณน้าจะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานว่า กองทุน RMF คืออะไร? มีเงื่อนไขอะไรบ้าง? เหมาะกับใคร? และควรเริ่มลงทุนอย่างไร? เพื่อให้คุณนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ประกอบการตัดสินใจวางแผนการเงินได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้นค่ะ
*หมายเหตุ : บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
กองทุน RMF คืออะไร?

RMF (Retirement Mutual Fund) คือ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพที่จัดตั้งขึ้นภายใต้หลักเกณฑ์ที่ภาครัฐกำหนด เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนออมเงินระยะยาวสำหรับใช้หลังเกษียณอายุ
ผู้ลงทุนต้องถือหน่วยลงทุนจนถึงอายุ 55 ปีบริบูรณ์ และต้องลงทุนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถเลือกนโยบายการลงทุนได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นหุ้น, ตราสารหนี้, ทองคำ หรือสินทรัพย์อื่น ๆ ตามระดับความเสี่ยงที่รับได้
นอกจากนี้ เงินลงทุนในกองทุน RMF ยังสามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งถือเป็นสิทธิประโยชน์สำคัญที่ช่วยให้การออมเงินเพื่อเกษียณมีความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้นค่ะ
กองทุน RMF ลดหย่อนภาษีได้อย่างไร?
หนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้กองทุน RMF ได้รับความนิยม คือ สิทธิประโยชน์ด้านการลดหย่อนภาษี โดยผู้ลงทุนสามารถนำเงินที่ลงทุนจริงไปใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ดังนี้
- ลดหย่อนได้ตามจำนวนเงินที่ลงทุนจริง
- ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน
- ไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี
- เมื่อคำนวณรวมกับเงินออมเพื่อการเกษียณอื่น ๆ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD), กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และประกันบำนาญแล้ว จะต้องไม่เกินวงเงินที่กฎหมายกำหนด
เงื่อนไขการลงทุน RMF
ก่อนตัดสินใจลงทุนในกองทุน RMF ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจเงื่อนไขให้ชัดเจน เพื่อหลีกเลี่ยงการผิดเงื่อนไข ซึ่งอาจทำให้ต้องคืนภาษีย้อนหลัง โดยมีเงื่อนไงดังนี้ค่ะ
- ต้องลงทุนอย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง แต่ไม่จำเป็นต้องลงทุนด้วยจำนวนเงินเท่ากันทุกปี
- ต้องลงทุนต่อเนื่องจนมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์
- ต้องถือหน่วยลงทุน ไม่น้อยกว่า 5 ปี นับจากปีแรกที่เริ่มลงทุน
หากผู้ลงทุนไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด ผู้ลงทุนจะต้องคืนสิทธิ์การลดหย่อนภาษีที่เคยใช้ และอาจมีภาระเงินเพิ่มตามที่กรมสรรพากรกำหนดค่ะ

ประเภทของกองทุน RMF

กองทุน RMF มีให้เลือกหลากหลายประเภท โดยแต่ละกองทุนมีระดับความเสี่ยงและนโยบายการลงทุนที่แตกต่างกัน ผู้ลงทุนจึงควรเลือกให้เหมาะสมกับเป้าหมายทางการเงิน และระดับความเสี่ยงที่ตนเองสามารถยอมรับได้ ซึ่งประเภทของกองทุน RMF ที่พบได้ทั่วไป มีดังนี้
- RMF ตราสารหนี้: ความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ เหมาะสำหรับผู้ที่ใกล้เกษียณ หรือผู้ที่ต้องการเน้นรักษาเงินต้น
- RMF ผสม: ลงทุนทั้งในหุ้นและตราสารหนี้ ช่วยกระจายความเสี่ยง โดยสัดส่วนการลงทุนขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละกองทุน
- RMF หุ้นไทย: มีโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาว แต่มีความผันผวนตามภาวะตลาดหุ้นไทย
- RMF หุ้นต่างประเทศ: ช่วยเพิ่มโอกาสเติบโตจากตลาดโลก และกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ในต่างประเทศ
- RMF ทองคำหรือสินค้าโภคภัณฑ์: เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการกระจายความเสี่ยง และช่วยลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุนโดยรวม
เคล็ดลับจากคุณน้า
ในการเลือกกองทุน RMF ควรพิจารณาจากอายุ, เป้าหมายการลงทุน และระดับความเสี่ยงที่สามารถยอมรับได้ เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการออมเงินเพื่อเกษียณในระยะยาว

กองทุน RMF เหมาะกับใครบ้าง?
กองทุน RMF เป็นเครื่องมือออมเงินเพื่อการเกษียณที่มาพร้อมสิทธิประโยชน์ทางภาษี จึงเหมาะสำหรับผู้ลงทุนในกลุ่มต่อไปนี้ค่ะ
- คนทำงานประจำที่มีรายได้แน่นอน และต้องการวางแผนภาษีในระยะยาว
- ฟรีแลนซ์หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ ที่ต้องบริหารจัดการภาษีด้วยตนเอง
- ผู้ที่มีรายได้ระดับปานกลางถึงสูง และต้องการลดภาระภาษีอย่างถูกต้อง
- ผู้ที่ยังไม่มีแผนเกษียณที่ชัดเจน และต้องการเริ่มต้นออมเงินอย่างเป็นระบบ
- ผู้ที่ต้องการออมเงินอย่างมีวินัยในระยะยาว เพื่อเตรียมความพร้อมหลังเกษียณ
หากคุณเป็นผู้ที่ต้องยื่นภาษีทุกปี กองทุน RMF ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเปลี่ยนภาษีให้กลายเป็นเงินออม พร้อมต่อยอดความมั่นคงทางการเงินในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ
กองทุน RMF แตกต่างจากกองทุน Thai ESG และกองทุนรวมอื่น ๆ อย่างไร?
หลังจากทำความรู้จักกองทุน RMF ไปแล้ว จะเห็นได้ว่ากองทุนประเภทนี้มุ่งเน้นการลงทุนระยะยาวเพื่อการเกษียณ พร้อมได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้เห็นภาพรวมได้ชัดเจนยิ่งขึ้น คุณน้าจึงขอสรุปความแตกต่างระหว่าง กองทุน RMF, กองทุน Thai ESG และกองทุนรวมทั่วไป ในประเด็นสำคัญ ผ่านตารางเปรียบเทียบด้านล่างนี้ค่ะ
ตารางเปรียบเทียบกองทุน RMF, กองทุน ESG ไทย และกองทุนรวมทั่วไป
| 47990_7b48eb-01> | กองทุน RMF 47990_e7621f-31> | กองทุน Thai ESG 47990_cc431f-7a> | กองทุนรวมทั่วไป 47990_53886b-f3> |
วัตถุประสงค์ของการลงทุน 47990_141e0d-26> | เพื่อออมยาวและใช้เป็นเงินหลังเกษียณอายุ 47990_bb7da9-2f> | เพื่อสนับสนุนการลงทุนในบริษัทที่มีความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม, สังคม และธรรมาภิบาล 47990_9efe4b-6e> | เพื่อสร้างผลตอบแทนตามนโยบายของกองทุน 47990_855f04-c4> |
ลดหย่อยภาษี 47990_caa9df-18> | ✅ 47990_10b6b4-be> | ✅ 47990_cdad3f-0f> | ❌ 47990_efd8bf-9c> |
เงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อน 47990_4b50d0-e4> |
|
| ❌ 47990_906ec8-02> |
ระยะเวลาการถือครอง 47990_7376df-c5> | ต้องถือไม่น้อยกว่า 5 ปีปฏิทิน 47990_5b5d5f-5d> | ต้องถือไม่น้อยกว่า 5 ปี (สำหรับช่วง 2024–2026) 47990_fad54e-35> | ไม่มีเงื่อนไข 47990_5f8332-93> |
ความสะดวกในการขายคืน 47990_7f022c-3c> | หากขายก่อนครบเงื่อนไข จะเสียสิทธิลดหย่อน 47990_ae1d19-11> | ขายได้ตามปกติ แต่ขายก่อนครบ 5 ปี จะเสียสิทธิลดหย่อน 47990_0ade81-d2> | ขายคืนได้ค่อนข้างสะดวก 47990_deac45-62> |
ระดับความเสี่ยง 47990_d4f83b-02> | ต่ำ–สูง (ขึ้นกับนโยบายกองทุน) 47990_3a8318-6c> | ปานกลาง–สูง (หากเน้นหุ้น) 47990_55cff4-0c> | ต่ำ–สูง (ขึ้นกับประเภทกองทุน) 47990_0f3d31-ca> |
สินทรัพย์ที่ลงทุนได้ 47990_2b7901-17> | หุ้น, ตราสารหนี้, กองทุนผสม, ตลาดเงิน ฯลฯ 47990_fb401c-41> | หุ้นหรือกองทุนผสมที่ผ่านเกณฑ์ ESG 47990_34a757-9c> | หุ้น, ตราสารหนี้, ตลาดเงิน, REITs, ทรัพย์สินทางเลือก 47990_4c64de-28> |
นักลงทุนที่เหมาะสม 47990_86d2c7-9e> | ผู้วางแผนเกษียณและต้องการสิทธิลดหย่อนภาษี 47990_bef549-ad> | นักลงทุนที่ต้องการลงทุนควบคู่กับหลักความยั่งยืน 47990_9096ff-24> | นักลงทุนทั่วไป ทุกระดับ 47990_698623-e3> |
สรุปง่าย ๆ ก็คือ กองทุน RMF เหมาะกับผู้ที่ต้องการออมเงินเพื่อการเกษียณในระยะยาวควบคู่กับการลดหย่อนภาษี ขณะที่กองทุน Thai ESG เหมาะกับผู้ที่ต้องการลงทุนอย่างยั่งยืนพร้อมสิทธิประโยชน์ทางภาษีในช่วงเวลาที่กำหนด ส่วนกองทุนรวมทั่วไปเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการลงทุนและการขายคืน โดยไม่ผูกเงื่อนไขด้านภาษีนั่นเองค่ะ
คำแนะนำจากคุณน้า
จากที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่า กองทุน RMF, กองทุน Thai ESG และกองทุนรวมทั่วไป มีวัตถุประสงค์และเงื่อนไขการลงทุนที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนั้น การเลือกกองทุนที่เหมาะสมจึงควรพิจารณาจากเป้าหมายการใช้เงิน ระยะเวลาการลงทุน และระดับความเสี่ยงที่แต่ละบุคคลสามารถยอมรับได้เป็นหลัก
หากผู้ลงทุนต้องการลงทุนในระยะกลางถึงยาว โดยไม่ต้องการผูกมัดเงินลงทุนไว้ตามเงื่อนไขด้านอายุหรือระยะเวลาการถือครอง กองทุน Thai ESG หรือกองทุนรวมทั่วไป ถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสม เนื่องจากสามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้ตามเงื่อนไขของกองทุน และมีความยืดหยุ่นในการบริหารสภาพคล่องมากกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนควบคู่กับการคำนึงถึงความยั่งยืน หรือมีเป้าหมายทางการเงินอื่นนอกเหนือจากการเตรียมเงินเพื่อเกษียณอายุ
ในขณะที่ผู้ที่มีเป้าหมายชัดเจนในการเตรียมเงินไว้ใช้หลังเกษียณอายุ กองทุน RMF จะเหมาะสมมากกว่า เนื่องจากเป็นกองทุนที่ออกแบบมาเพื่อการออมและการลงทุนระยะยาวโดยเฉพาะ อีกทั้งยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามที่กฎหมายกำหนด ผู้ลงทุนสามารถทยอยลงทุนอย่างต่อเนื่อง หรือเลือกลงทุนแบบปีเว้นปีได้ และสามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้เมื่อมีอายุครบ 55 ปี และถือครองครบตามเงื่อนไขที่กำหนด
ทั้งนี้ การตัดสินใจลงทุนไม่มีกองทุนใดที่ดีที่สุด สำหรับทุกคน การเลือกกองทุนที่เหมาะสมควรพิจารณาจากเป้าหมายชีวิต ระยะเวลาการลงทุน ความสามารถในการรับความเสี่ยง และสภาพคล่องทางการเงินของแต่ละบุคคล เพื่อให้การลงทุนสอดคล้องกับแผนการเงินในระยะยาวอย่างแท้จริง
วิธีเริ่มลงทุนกองทุน RMF สำหรับมือใหม่
สำหรับผู้ที่สนวจวางแผนการเงินระยะยาว ด้วยการซื้อกองทุน RMF (Retirement Mutual Fund) สามารถเริ่มต้นได้ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. ประเมินรายได้และฐานภาษีของตัวเอง
ก่อนลงทุน ควรตรวจสอบรายได้ต่อปีและฐานภาษีที่ตนเองอยู่ เพื่อคำนวณวงเงินสูงสุดที่สามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ การรู้ขีดจำกัดที่ชัดเจนจะช่วยให้วางแผนลงทุน RMF ได้อย่างเหมาะสม ไม่ลงทุนเกินความจำเป็น และไม่กระทบสภาพคล่องทางการเงิน
2. เลือกประเภทกองทุน RMF ให้เหมาะกับระดับความเสี่ยง
กองทุน RMF มีให้เลือกหลายประเภท เช่น
- RMF ตราสารหนี้ (ความเสี่ยงต่ำ)
- RMF ผสม (ความเสี่ยงปานกลาง)
- RMF หุ้น (ความเสี่ยงสูง แต่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาว)
ผู้ลงทุนควรเลือกกองทุนที่สอดคล้องกับความเสี่ยงที่รับได้ ระยะเวลาการลงทุน และเป้าหมายทางการเงินของตนเอง
3. เปิดบัญชีกองทุน RMF
สามารถเปิดบัญชีลงทุน RMF ได้ผ่านหลายช่องทาง ได้แก่
- บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)
- ธนาคารพาณิชย์
- แอปลงทุนหรือแพลตฟอร์มออนไลน์
ควรเปรียบเทียบค่าธรรมเนียม ความสะดวกในการใช้งาน และบริการหลังการขายก่อนตัดสินใจ
4. วางแผนลงทุนระยะยาวอย่างสม่ำเสมอ
RMF เหมาะกับการลงทุนระยะยาว การทยอยลงทุนแบบ DCA (Dollar-Cost Averaging) จะช่วยลดความผันผวนของตลาด และสร้างวินัยการออมในระยะยาว โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินก้อนใหญ่ตั้งแต่แรก
5. เก็บเอกสารการลงทุนไว้ใช้ยื่นภาษี
ทุกครั้งที่ลงทุน RMF ควรเก็บใบรับรองการซื้อกองทุนไว้ให้ครบถ้วน เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานในการยื่นลดหย่อนภาษีประจำปี และป้องกันปัญหาด้านเอกสารในอนาคต
ข้อดีและข้อควรระวังของกองทุน RMF
ข้อดีของกองทุน RMF
- ลดหย่อนภาษีได้
สามารถนำเงินลงทุนไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามที่กฎหมายกำหนด ช่วยวางแผนภาษีระยะยาวได้ดี - ช่วยสร้างวินัยการออมเพื่อเกษียณ
เงื่อนไขการถือครองยาว ทำให้ผู้ลงทุนออมเงินอย่างต่อเนื่อง เหมาะกับการเตรียมเงินใช้หลังเกษียณ - มีทางเลือกการลงทุนหลากหลาย
เลือกลงทุนได้ทั้ง RMF หุ้น, ตราสารหนี้, กองทุนผสม, ทองคำ หรือกองทุนต่างประเทศ ตามระดับความเสี่ยงที่รับได้ - ทยอยลงทุนได้ (DCA)
สามารถลงทุนเป็นงวด ๆ ทุกเดือนหรือทุกปี ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด - เหมาะกับการวางแผนการเงินระยะยาว
หากลงทุนต่อเนื่องตั้งแต่อายุยังน้อย มีโอกาสสร้างผลตอบแทนทบต้นในระยะยาวได้ดี
ข้อควรระวังของกองทุน RMF
- ต้องถือครองยาวจนถึงอายุ 55 ปี
และต้องลงทุนตามเงื่อนไขขั้นต่ำ หากขายคืนก่อนกำหนด อาจต้องคืนภาษีและเสียค่าปรับ - สภาพคล่องต่ำ
เงินที่ลงทุนไปไม่เหมาะกับการนำมาใช้ในระยะสั้น หรือกรณีฉุกเฉิน - มีความเสี่ยงจากการลงทุน
โดยเฉพาะ RMF ที่ลงทุนในหุ้นหรือสินทรัพย์เสี่ยง มูลค่าเงินลงทุนอาจผันผวนได้ - ต้องลงทุนอย่างสม่ำเสมอ
หากเว้นช่วงการลงทุนโดยไม่เป็นไปตามเงื่อนไข อาจทำให้เสียสิทธิ์ทางภาษี - ไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะกับ RMF
ผู้ที่ต้องการใช้เงินในระยะใกล้ หรือยังไม่มีรายได้แน่นอน อาจต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อนลงทุน
10 กองทุน RMF ตัวท็อป ที่สร้างผลตอบแทนสูงที่สุด
ในปัจจุบัน กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) มีให้เลือกลงทุนหลากหลายกองทุนมากขึ้น ช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถเลือกกองทุนที่สอดคล้องกับเป้าหมายการเกษียณและระดับความเสี่ยงที่ตนเองรับได้อย่างเหมาะสม
บทความนี้ คุณน้าขอเปิดโพย 10 กองทุน RMF ที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่นที่สุดย้อนหลัง 1 ปี เพื่อเป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหากองทุน RMF ไว้ลงทุนระยะยาว ทั้งเพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน และใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างมีประสิทธิภาพ จะมีกองทุน RMF กองไหนน่าสนใจบ้าง? ไปดูกันเลยค่ะ
⚠️ หมายเหตุ: ผลตอบแทนในอดีตไม่สามารถยืนยันผลตอบแทนในอนาคตได้ ผู้ลงทุนควรพิจารณาความเสี่ยงและระยะเวลาการลงทุนให้เหมาะสม
กองทุน ASP-DIGIBLOCRMF

กองทุนเปิด แอสเซทพลัส ดิจิทัล บล็อกเชน เพื่อการเลี้ยงชีพ (ASP-DIGIBLOCRMF)
- ประเภทกอง: Technology Equity
- ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี: 37.46%
- ค่าความเสี่ยง: 6 – กองทุนรวมตราสารทุน
- ลงทุนครั้งแรกขั้นต่ำ: 1,000 บาท
- นโยบายการจ่ายปันผล: ไม่จ่าย
นโยบายและกลยุทธ์การลงทุน
กองทุน ASP-DIGIBLOCRMF มุ่งเน้นการลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Assets) และเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) รวมถึงบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาเพิ่มประสิทธิภาพหรือลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในหน่วย CIS หรือ ETF ที่มีนโยบายลงทุนในธุรกิจตามธีมเดียวกัน เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาว
กองทุน DAOL-GOLDRMF

กองทุนเปิด ดาโอ โกลด์ แอนด์ ซิลเวอร์ อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ (DAOL-GOLDRMF)
- ประเภทกอง: Other Global Sector Equity
- ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี: 109.12%
- ค่าความเสี่ยง: 7 – กองทุนรวมหมวดอุตสาหกรรม
- ลงทุนครั้งแรกขั้นต่ำ: 1 บาท
- นโยบายการจ่ายปันผล: ไม่จ่าย
นโยบายและกลยุทธ์การลงทุน
กองทุน DAOL-GOLDRMF ลงทุนในหน่วยลงทุนของ Jupiter Gold & Silver Fund (กองทุนหลัก) Class I (USD) เพียงกองทุนเดียว โดยมีสัดส่วนเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ กองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการสำรวจ พัฒนา และผลิตทองคำและเงิน พร้อมทั้งสามารถใช้ตราสารอนุพันธ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารพอร์ต และป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
กองทุน ES-GINNORMF

กองทุนเปิดอีสท์สปริง Global Innovation เพื่อการเลี้ยงชีพ (ES-GINNORMF)
- ประเภทกอง: Global Equity
- ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี: 15.42%
- ค่าความเสี่ยง: 6 – กองทุนรวมตราสารทุน
- ลงทุนครั้งแรกขั้นต่ำ: 1 บาท
- นโยบายการจ่ายปันผล: ไม่จ่าย
นโยบายและกลยุทธ์การลงทุน
กองทุนลงทุนใน Amova ARK Disruptive Innovation Fund ซึ่งเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัททั่วโลกที่ได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมเชิงพลิกโฉม (Disruptive Innovation) โดยมีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนให้เคลื่อนไหวสอดคล้องกับกองทุนหลัก และมุ่งหวังให้มีผลการดำเนินงานสูงกว่าดัชนีชี้วัดในระยะยาว
กองทุน TNEXTGENRMF-P

กองทุนเปิด ทิสโก้ Next Generation Internet เพื่อการเลี้ยงชีพ ชนิดรองรับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (TNEXTGENRMF-P)
- ประเภทกอง: Technology Equity
- ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี: 9.00%
- ค่าความเสี่ยง: 6 – กองทุนรวมตราสารทุน
- ลงทุนครั้งแรกขั้นต่ำ: 0 บาท
- นโยบายการจ่ายปันผล: ไม่จ่าย
นโยบายและกลยุทธ์การลงทุน
กองทุนลงทุนในกองทุนรวมและ ETF ต่างประเทศที่เน้นธุรกิจด้าน Next Generation Internet เช่น Cloud, E-commerce, AI และแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยอาจลงทุนในคริปโทแอสเซ็ทได้ไม่เกิน 5% ของ NAV และสามารถใช้ตราสารอนุพันธ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารพอร์ต รวมถึงป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
กองทุน TNEXTGENRMF-A

กองทุนเปิด ทิสโก้ Next Generation Internet เพื่อการเลี้ยงชีพ ชนิดผู้ลงทุนทั่วไป (TNEXTGENRMF-A)
- ประเภทกอง: Technology Equity
- ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี: 9.01%
- ค่าความเสี่ยง: 6 – กองทุนรวมตราสารทุน
- ลงทุนครั้งแรกขั้นต่ำ: 1,000 บาท
- นโยบายการจ่ายปันผล: ไม่จ่าย
นโยบายและกลยุทธ์การลงทุน
มีนโยบายการลงทุนคล้ายกับ TNEXTGENRMF-P โดยเน้นหุ้นเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตรุ่นใหม่ทั่วโลก และสามารถลงทุนในคริปโทแอสเซ็ทได้ไม่เกิน 5% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
กองทุน SCBRMCLEAN(A)

กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Global Clean Energy เพื่อการเลี้ยงชีพ ชนิดสะสมมูลค่า (SCBRMCLEAN(A))
- ประเภทกอง: Global Equity – Alternative Energy
- ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี: 63.69%
- ค่าความเสี่ยง: 6 – กองทุนรวมตราสารทุน
- ลงทุนครั้งแรกขั้นต่ำ: 1,000 บาท
- นโยบายการจ่ายปันผล: ไม่จ่าย
นโยบายและกลยุทธ์การลงทุน
กองทุนเป็นลักษณะ Feeder Fund ลงทุนใน BNP Paribas Funds Clean Energy Solutions ซึ่งเน้นหุ้นของบริษัททั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาด การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานเพื่อความยั่งยืน โดยสามารถลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์หรือกองทุนโครงสร้างพื้นฐานได้ไม่เกิน 20% ของ NAV
กองทุน ES-STARTECHRMF

กองทุนเปิดอีสท์สปริง Star50 Chinese Technology เพื่อการเลี้ยงชีพ (ES-STARTECHRMF)
- ประเภทกอง: Technology Equity
- ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี: 57.53%
- ค่าความเสี่ยง: 6 – กองทุนรวมตราสารทุน
- ลงทุนครั้งแรกขั้นต่ำ: 1 บาท
- นโยบายการจ่ายปันผล: ไม่จ่าย
นโยบายและกลยุทธ์การลงทุน
กองทุนมุ่งลงทุนใน KraneShares SSE STAR Market 50 Index ETF ซึ่งสะท้อนการเติบโตของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำในตลาด STAR Market ของจีน โดยมีสัดส่วนการลงทุนในกองทุนต่างประเทศรวมกันไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV
กองทุน SCBRMUSA(A)

กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นยูเอส แอคทีฟ เพื่อการเลี้ยงชีพ ชนิดสะสมมูลค่า (SCBRMUSA(A))
- ประเภทกอง: US Equity
- ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี: 2.33%
- ค่าความเสี่ยง: 6 – กองทุนรวมตราสารทุน
- ลงทุนครั้งแรกขั้นต่ำ: 1,000 บาท
- นโยบายการจ่ายปันผล: ไม่จ่าย
นโยบายและกลยุทธ์การลงทุน
ลงทุนใน Morgan Stanley Investment Funds – US Growth Fund ซึ่งเน้นหุ้นเติบโตคุณภาพในสหรัฐอเมริกา พร้อมเปิดโอกาสลงทุนเสริมในตลาดอื่น รวมถึงหุ้นจีน A-Shares ได้ไม่เกิน 10% ของ NAV และสามารถลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์หรือโครงสร้างพื้นฐานได้ไม่เกิน 20%
กองทุน K-GTECHRMF

กองทุนเปิดเค โกลบอล เทคโนโลยี หุ้นทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (K-GTECHRMF)
- ประเภทกอง: Technology Equity
- ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี: 37.86%
- ค่าความเสี่ยง: 7 – กองทุนรวมหมวดอุตสาหกรรม
- ลงทุนครั้งแรกขั้นต่ำ: 500 บาท
- นโยบายการจ่ายปันผล: ไม่จ่าย
นโยบายและกลยุทธ์การลงทุน
กองทุนลงทุนใน CT (Lux) Global Technology Fund ซึ่งเน้นหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก โดยมีการจัดสรรน้ำหนักลงทุนตามระดับความเชื่อมั่นของผู้จัดการกองทุน และอาจใช้ตราสารอนุพันธ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน รวมถึงป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
กองทุน TGOLDRMF-A

กองทุนเปิด ทิสโก้ โกลด์ เพื่อการเลี้ยงชีพ (TGOLDRMF-A)
- ประเภทกอง: Commodities Precious Metals
- ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี: 91.65%
- ค่าความเสี่ยง: 8 – กองทุนรวมที่ลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก
- ลงทุนครั้งแรกขั้นต่ำ: 1,000 บาท
- นโยบายการจ่ายปันผล: ไม่จ่าย
นโยบายและกลยุทธ์การลงทุน
กองทุนลงทุนใน SPDR Gold Trust ซึ่งเน้นการลงทุนในทองคำแท่ง เพื่อให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับราคาทองคำโลกหลังหักค่าใช้จ่าย โดยอาจพิจารณาป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
ขอบคุณข้อมูลจาก MoneyExpo และ Settrade
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกองทุน RMF
RMF ย่อมาจากอะไร?
RMF ย่อมาจาก Retirement Mutual Fund หมายถึง กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ เน้นการออมเงินระยะยาวเพื่อวัยเกษียณ พร้อมสิทธิลดหย่อนภาษีตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
RMF ลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่?
สามารถนำเงินลงทุน RMF ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของรายได้พึงประเมิน และไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี (เมื่อรวมกับกองทุนเกษียณประเภทอื่น)
RMF ต้องลงทุนทุกปีไหม?
ไม่จำเป็นต้องลงทุนทุกปี แต่ต้องลงทุนอย่างสม่ำเสมออย่างน้อย ปีเว้นปี และลงทุนต่อเนื่องจนถึงอายุ 55 ปีบริบูรณ์
RMF ขายคืนได้เมื่อไหร่?
สามารถขายคืน RMF ได้เมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และถือหน่วยลงทุนมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 5 ปีหากขายก่อนเงื่อนไข อาจต้องคืนภาษีพร้อมเบี้ยปรับ
RMF แบบไหนเหมาะกับมือใหม่?
มือใหม่ควรเริ่มจาก RMF กองทุนผสม หรือ RMF ตราสารหนี้ / หุ้นใหญ่ (Large Cap) เพราะมีความผันผวนต่ำกว่ากองทุนหุ้นธีมเฉพาะทาง
สรุปกองทุน RMF ลดหย่อนภาษี
หากคุณกำลังมองหาวิธีลดภาษีอย่างถูกต้อง ควบคู่ไปกับการสร้างเงินออมเพื่อวัยเกษียณ และการลงทุนระยะยาวอย่างมีเป้าหมาย กองทุน RMF ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีรายได้สม่ำเสมอและต้องการวางแผนการเงินอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ RMF ไม่ได้เป็นเพียงแค่ “เครื่องมือในการลดหย่อนภาษี” เท่านั้น แต่ยังเป็น “แผนเกษียณ” ที่สามารถเริ่มต้นวางรากฐานได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อความมั่นคงทางการเงินในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลกองทุน, เงื่อนไขการลงทุน และความเสี่ยงให้เข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุน เนื่องจากผลตอบแทนในอดีตไม่สามารถยืนยันผลตอบแทนในอนาคตได้ และกองทุน RMF เป็นการลงทุนระยะยาวที่มีเงื่อนไขการถือครองตามที่กฎหมายกำหนด
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge







