ROE คืออะไร? เช็กให้เป็นก่อนเลือกซื้อหุ้นเติบโต

ROE คืออะไร อัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น
Table of Contents

ROE คืออะไร? Return on Equity หรือ อัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น คือ ตัวเลขสำคัญทางการเงินที่บอกว่า บริษัทสามารถนำเงินทุนของเจ้าของ หรือผู้ถือหุ้นไปบริหารให้เกิดผลกำไรกลับคืนมาได้ดีมากน้อยเพียงใด 

ถือเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญที่นักลงทุนใช้สแกนหา หุ้นเติบโต และวัดความสามารถในการทำกำไรของบริษัทค่ะ ในบทความนี้ คุณน้าจะมาเล่าให้ฟังกันอย่างเข้าใจง่ายแบบฉบับจับมืออ่านค่ะ

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือการชักชวนให้ลงทุนแต่อย่างใด การลงทุนในหลักทรัพย์มีความเสี่ยงและมีความผันผวนสูง ราคาหุ้นอาจเปลี่ยนแปลงขึ้นลงได้ตลอดเวลาตามสภาวะตลาดและปัจจัยพื้นฐานของบริษัท ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นทั้งหมดหรือบางส่วนได้ ผลการดำเนินงานหรือค่า ROE ในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันผลตอบแทนหรือผลการดำเนินงานในอนาคต โปรดศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการเงินหากไม่แน่ใจ และใช้วิจารณญาณก่อนการตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง 

ROE คืออะไร?

ROE ย่อมาจากอะไร? ROE ย่อมาจากคำว่า Return on Equity หรือแปลเป็นไทยอย่างเป็นทางการว่า “อัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น”

หากจะอธิบาย ROE คืออะไรให้เข้าใจง่าย ๆ ที่สุด ให้ลองนึกภาพตามคุณน้านะคะ ว่าเงินทุนของผู้ถือหุ้นทั้งหมดในบริษัทมีอยู่ 100 บาท แล้วบริษัทนี้สามารถนำเงิน 100 บาทนั้นไปทำมาหากินจนสร้างกำไรสุทธิออกมาได้ 15 บาท นั่นหมายความว่าบริษัทนี้จะมีค่า ROE เท่ากับ 15% นั่นเองค่ะ

องค์ประกอบสำคัญของ ROE และ Net Profit Margin คืออะไร?

การวิเคราะห์ค่า ROE ของ ROE หุ้น ตัวใดตัวหนึ่งเพียงลำดับเดียวอาจทำให้เรามองเห็นภาพได้ไม่รอบด้าน ในทางวิเคราะห์งบการเงินขั้นสูง (ที่เรียกว่า DuPont Analysis) ค่า ROE สามารถแยกออกมาได้เป็น 3 องค์ประกอบหลัก เพื่อให้เราเข้าใจที่มาที่ไปของกำไร ได้แก่:

  1. Net Profit Margin คืออะไร? (อัตรากำไรสุทธิ): อัตราส่วนที่บอกว่าขายสินค้าหรือบริการได้ 100 บาท บริษัทเหลือเป็นกำไรสุทธิเข้ากระเป๋าเท่าไหร่ หากบริษัทมี Net Profit Margin สูง ก็มักส่งผลให้ ROE สูงตามไปด้วย
  2. Asset Turnover (อัตราการหมุนเวียนของสินทรัพย์): บอกถึงประสิทธิภาพในการใช้สินทรัพย์ของบริษัทว่าหมุนมาสร้างยอดขายได้มากน้อยเพียงใด
  3. Equity Multiplier (โครงสร้างทางการเงิน / หนี้สิน): อัตราส่วนที่สะท้อนว่าบริษัทใช้เงินจากการกู้ยืม (หนี้สิน) มาช่วยเร่งการทำกำไรมากน้อยแค่ไหน


ROE เท่าไหร่ดี และ ROE สูงแปลว่าอะไร?

คำถามที่นักลงทุนมือใหม่มักจะถามคุณน้ากันเข้ามาบ่อย ๆ ก็คือ “แล้วค่า ROE เท่าไหร่ดี ถึงจะน่าสนใจ?”

โดยทั่วไปในตลาดหุ้น นักลงทุนที่มองหาหุ้นเติบโต (Growth Stock) ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มักใช้แนวทางคร่าว ๆ ที่เป็นที่นิยมกันทั่วไปในอุตสาหกรรมการลงทุน ว่าบริษัทควรมีค่า ROE ไม่ต่ำกว่า 15% สม่ำเสมอติดต่อกันอย่างน้อย 3-5 ปีขึ้นไป ทั้งนี้เกณฑ์ดังกล่าวเป็นเพียงแนวทางประกอบการพิจารณาโดยทั่วไป ไม่ใช่ตัวเลขที่ตายตัวหรือรับประกันผลการลงทุนค่ะ  

ROE สูงแปลว่าอะไร?

คำตอบคือ ROE สูงสะท้อนถึงศักยภาพการบริหารจัดการเงินทุนที่ยอดเยี่ยม บริษัทมีความสามารถในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ส่งผลให้เงินทุนทุกบาทที่ลงไปเบ่งบานเป็นกำไรได้อย่างคุ้มค่า

ROE ที่สูงผิดปกติเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมเดียวกัน หรือพุ่งขึ้นมาอย่างผิดหูผิดตาเพียงปีเดียว อาจไม่ได้แปลว่าเป็นบริษัทที่ดีเสมอไป!  เเพราะถ้าบริษัทไปกู้เงินมาทำธุรกิจเยอะ ๆ (หนี้สินสูง)  จะทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเล็กลง ส่งผลให้ตัวหารน้อยลง จนค่า ROE พุ่งสูงขึ้นหลอกตาได้ ดังนั้นต้องตรวจสอบอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ควบคู่ไปด้วยเสมอค่ะ


ROE กับ ROA ต่างกันอย่างไร?

อีกหนึ่งสับสนยอดฮิตของนักลงทุนมือใหม่ก็คือการสับสนระหว่าง ROE และ ROA ซึ่งทั้งสองตัวนี้ใช้วัดประสิทธิภาพความสามารถในการทำกำไรเหมือนกัน แต่มีจุดเน้นที่ตัวหารต่างกันค่ะ

  • ROA คืออะไร? ROA (Return on Assets) คือ อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวม โดยนำกำไรสุทธิไปหารด้วย “สินทรัพย์ทั้งหมด” (ซึ่งรวมทั้งส่วนของเจ้าของ + หนี้สิน)
  • ROE: นำกำไรสุทธิไปหารด้วย “ส่วนของผู้ถือหุ้น” เท่านั้น (ไม่รวมหนี้สิน)

หากต้องการศึกษาความคุ้มค่าของการใช้สินทรัพย์ทั้งหมดของบริษัท สามารถอ่านรายละเอียดต่อได้ที่ 

ตารางเปรียบเทียบ ROE vs ROA

หัวข้อการเปรียบเทียบROE (Return on Equity)ROA (Return on Assets)
ตัวหารที่ใช้คำนวณส่วนของผู้ถือหุ้น (Equity)สินทรัพย์รวมทั้งหมด (Total Assets)
คำนวณหนี้สินมารวมไหม?ไม่รวมหนี้สินรวมหนี้สินไว้ด้วย
สิ่งที่บอกแก่นักลงทุนประสิทธิภาพการบริหารเงินทุนของเจ้าของประสิทธิภาพการนำสินทรัพย์ทั้งหมดไปใช้ออกดอกออกผล
กลุ่มที่เหมาะกับการใช้วิเคราะห์หุ้นทั่วไป, หุ้นเติบโตหุ้นที่มีสินทรัพย์หนัก เช่น โรงพยาบาล, ธนาคาร, นิคมฯ

ROE กับการเลือกหุ้น: หุ้นเติบโต VS หุ้นปันผล

การดูค่า ROE ยังสามารถบอกสไตล์ของหุ้นและนโยบายของบริษัทได้อีกด้วยค่ะ

  • หุ้นเติบโต (Growth Stock): บริษัทกลุ่มนี้มักจะมีค่า ROE สูงสม่ำเสมอ แต่จะจ่ายปันผลออกมาน้อยหรือไม่จ่ายเลย เพราะบริษัทเลือกที่จะนำกำไรสุทธิไปลงทุนต่อ (Reinvest) เพื่อขยายกิจการให้เติบโตอย่างรวดเร็ว
  • หุ้นปันผล: บริษัทกลุ่มนี้อาจจะมี ROE อยู่ในระดับปานกลางถึงสูง แต่เนื่องจากเป็นธุรกิจที่อิ่มตัวแล้ว บริษัทจึงจ่ายกำไรออกมาในรูปแบบของเงินปันผลให้นักลงทุน  ซึ่งเราจะวัดความคุ้มค่าของปันผลด้วยอัตราส่วนที่เรียกว่า Dividend Yield (อัตราส่วนเงินปันผลตอบแทนต่อราคาหุ้น) 

การเข้าใจความเชื่อมโยงของทั้งสองส่วน จะช่วยให้คุณเลือกวางพอร์ตได้เหมาะสมกับเป้าหมาย สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Dividend Yield เพื่อใช้วิเคราะห์หุ้นปันผลคู่กับ ROE ได้เช่นกันค่ะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ROE ติดลบ หมายความว่าอย่างไร?

ROE ติดลบเกิดได้จาก 2 กรณีหลัก ๆ คือ บริษัทมีผลการดำเนินงานขาดทุนสุทธิ ในปีนั้น ๆ หรือเกิดจากส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนภัยอันตรายว่าบริษัทมีผลขาดทุนสะสมมากกว่าทุนที่มีอยู่ค่ะ

ROE สูงอย่างเดียว เลือกซื้อหุ้นได้เลยไหม?

ไม่ควรดู ROE เพียงตัวเดียวค่ะ ควรดูปัจจัยอื่นประกอบด้วย เช่น ระดับหนี้สิน (D/E Ratio), การเติบโตของรายได้และกำไรสุทธิย้อนหลัง รวมไปถึงมูลค่าหุ้นว่าแพงเกินไปหรือไม่ (เช่น ค่า P/E หรืออัตราส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น) 

สามารถหาดูค่า ROE ของหุ้นไทยได้จากที่ไหน?

สามารถเข้าไปเช็กค่า ROE ย้อนหลังได้ง่าย ๆ ที่เว็บไซต์ของ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในหน้าข้อมูลสรุปงบการเงินของหุ้นรายตัว หรือดูผ่านแอปพลิเคชัน Streaming ในเมนู Factsheet ได้เลยค่ะ

สรุป ROE คืออะไร

สรุปแล้ว ROE คืออะไร? ROE หรือ Return on Equity เป็นเข็มทิศชิ้นสำคัญที่ใช้วัดประสิทธิภาพในการทำกำไรจากเงินทุนของผู้ถือหุ้น การพิจารณาลงทุนในบริษัทที่มีค่า ROE สูงอย่างสม่ำเสมอติดต่อกันหลายปี ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยในการคัดเลือกหุ้นเติบโต เข้าพอร์ตลงทุน แต่ควรพิจารณาร่วมกับปัจจัยพื้นฐานอื่น ๆ เสมอ  อย่างไรก็ตาม อย่าลืมเช็กระดับหนี้สิน และปัจจัยพื้นฐานด้านอื่นควบคู่ไปด้วยเสมอ เพื่อให้การลงทุนของคุณน้าและทุกคนเป็นไปอย่างปลอดภัยและยั่งยืนค่ะ

การลงทุนมีความเสี่ยงและมีความผันผวนสูง นักลงทุนควรศึกษารายละเอียดให้รอบคอบทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิคก่อนการตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลในอนาคต ผู้ลงทุนควรพิจารณาระดับความเสี่ยงที่ตนเองยอมรับได้ และศึกษาข้อมูลจากหลายแหล่งเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานคุณน้าพาเทรด  

บทความนี้จัดทำโดยทีมงานคุณน้าพาเทรด โดยมีการใช้เครื่องมือ AI ช่วยร่างเนื้อหาบางส่วน และผ่านการตรวจสอบความถูกต้องโดยผู้เชี่ยวชาญก่อนเผยแพร่ 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: The Stock Exchange of Thailand (SET) และ Investopedia: Return on Equity (ROE) 


สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers

บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing

คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge

Picture of khunnaphatrade
khunnaphatrade
Table of Contents
Recent Post
Recent Post
ROE คืออะไร อัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น
ROE คืออะไร? เช็กให้เป็นก่อนเลือกซื้อหุ้นเติบโต

ROE คืออะไร อัตราส่วนทางการเงินที่บอกว่าบริษัทนำเงินทุนของผู้ถือหุ้นไปสร้างกำไรได้ดีแค่ไหน คุณน้าสรุปมาให้แบบเข้าใจง่าย สำหรับใช้สแกนหาหุ้นเติบโตเข้าพอร์ตค่ะ

งบดุล คืออะไร โครงสร้างและองค์ประกอบงบแสดงฐานะทางการเงิน
งบดุล คืออะไร? จุดเริ่มต้นวางแผนการเงินยั่งยืน

งบดุล คือเครื่องมือสำคัญที่บอกความมั่งคั่งสุทธิที่แท้จริงผ่านสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ คุณน้าสรุปองค์ประกอบและวิธีอ่านง่ายๆ เพื่อการวางแผนการเงินที่ยั่งยืนค่ะ

ดัชนี CSI 300 เจาะลึกดัชนีหุ้นจีน A-Share 300 ตัวแรก
ดัชนี CSI 300 คืออะไร? เจาะลึกดัชนีหุ้นจีนที่มือใหม่ต้องรู้

ดัชนี CSI 300 คือดัชนีชี้วัดสำคัญของตลาดหุ้นจีน A-Share ที่รวบรวม 300 บริษัทชั้นนำ เจาะลึกโครงสร้างดัชนี ผลตอบแทนย้อนหลัง พร้อมวิธีเลือกลงทุนผ่านกองทุนไทยและ DR/DRx อย่างปลอดภัยค่ะ

Purchasing Power อธิบายความหมายของอำนาจซื้อและเงินเฟ้อ
Purchasing Power คืออะไร? รู้ก่อนเงินในกระเป๋าด้อยค่า!

Purchasing Power คือ อำนาจซื้อหรือมูลค่าเงินที่แท้จริง เรียนรู้ผลกระทบจากเงินเฟ้อ และวิธีปกป้องเงินเก็บสำหรับมนุษย์เงินเดือนให้อยู่รอดในระยะยาวค่ะ

ทางเว็บไซต์ คุณน้าพาเทรด
ได้มีการใช้คุกกี้เพื่อช่วยปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพให้เว็บไซต์ของเราดียิ่งขึ้น


Privacy Policy