Tris Rating คือ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินให้กับบริษัทและหุ้นกู้ในประเทศไทยค่ะ ในช่วงที่หลายคนมองหาทางเลือกสร้างผลตอบแทนที่มั่นคง การลงทุนในตราสารหนี้กลายเป็นทางเลือกลำดับต้น ๆ แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าบริษัทที่เรานำเงินไปลงทุนซื้อหุ้นกู้นั้นจะไม่เบี้ยวหนี้?
ในบทความนี้ คุณน้าจะมาเล่าให้ฟังแบบย่อยง่ายว่าสถาบันจัดอันดับเครดิตนี้คืออะไร มีกี่ระดับ และช่วยปกป้องเงินก้อนใหญ่ของคุณได้อย่างไรบ้างค่ะ
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
Tris Rating คืออะไร?
Tris Rating คือ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating Agency) แห่งแรกของประเทศไทย ทำหน้าที่เหมือน “ครูผู้ตรวจประวัติความประพฤติทางการเงิน” ของบริษัทที่ต้องการกู้เงินจากประชาชนหรือออกหุ้นกู้
โดยสรุปสั้น ๆ Tris Rating ทำหน้าที่ประเมินความสามารถในการชำระหนี้คืนของบริษัท เพื่อให้นักลงทุนทราบว่าบริษัทนั้นมีความเสี่ยงจะผิดนัดชำระหนี้หรือเบี้ยวหนี้มากน้อยเพียงใด ช่วยย่อยข้อมูลทางการเงินที่ซับซ้อนให้กลายเป็นเกรดที่เข้าใจได้ง่ายในทันทีค่ะ
อย่างไรก็ตาม เรทติ้งเป็นความเห็นของสถาบันจัดอันดับ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ใช่การรับประกันว่าบริษัทจะไม่ผิดนัดชำระหนี้ และเรทติ้งสามารถถูกปรับขึ้นหรือลงได้ตลอดเวลา จึงควรติดตามเรทติ้งล่าสุดควบคู่กับงบการเงินของบริษัทเสมอค่ะ
ระดับของ Tris Rating มีอะไรบ้าง?
เกรดเรทติ้งหุ้นกู้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ รวมทั้งสิ้น 8 ระดับหลัก เพื่อให้นักลงทุนประเมินความเสี่ยงได้ง่ายขึ้น ดังนี้ค่ะ
| กลุ่มเรทติ้ง | ระดับเกรด | ความหมายและความน่าเชื่อถือ |
|---|---|---|
| กลุ่มน่าลงทุน (Investment Grade) | AAA | ความน่าเชื่อถือสูงสุด ความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ต่ำที่สุดอย่างมีนัยสำคัญ |
| AA | ความน่าเชื่อถือสูงมาก ความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ต่ำมาก | |
| A | ความน่าเชื่อถือสูง ความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ต่ำ | |
| BBB | ความน่าเชื่อถือปานกลาง เป็นเกรดต่ำสุดของกลุ่มที่ลงทุนได้ แต่มีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจมากกว่า | |
| กลุ่มระมัดระวัง / เก็งกำไร (Speculative Grade / High Yield) | BB | ความน่าเชื่อถือต่ำกว่าระดับลงทุน มีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้เพิ่มขึ้น |
| B | ความเสี่ยงสูง มีปัจจัยไม่แน่นอนที่อาจกระทบความสามารถในการชำระหนี้ | |
| C | ความเสี่ยงสูงมากที่สุด อยู่ในสภาวะใกล้ผิดนัดชำระหนี้ | |
| D (Default) | บริษัทผิดนัดชำระหนี้เรียบร้อยแล้ว ไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ยหรือคืนเงินต้นได้ตามกำหนด |
นอกจาก 8 ระดับหลักแล้ว เกรดตั้งแต่ AA ถึง B อาจมีเครื่องหมาย + หรือ – ต่อท้าย (เช่น A+ หรือ BBB-) เพื่อบอกว่าอยู่ค่อนไปทางบนหรือทางล่างของเกรดนั้นค่ะ

Tris Rating สำคัญยังไงกับนักลงทุน?
เรทติ้งหุ้นกู้มีความสำคัญอย่างมากต่อการวางแผนการเงินของคุณน้าและหลาน ๆ ทุกคน โดยเฉพาะในการปกป้องเงินก้อนสำคัญของครอบครัว ซึ่งประโยชน์หลัก ๆ มีดังนี้ค่ะ
- ใช้เป็นเครื่องมือคัดกรองความเสี่ยงเบื้องต้น: ช่วยให้เห็นความสามารถในการชำระหนี้ของบริษัท ทำให้เราไม่สุ่มเสี่ยงนำเงินก้อนไปลงทุนในหุ้นกู้ของบริษัทที่มีฐานะการเงินตึงตัว และอย่าลืมว่าหุ้นกู้ไม่ใช่เงินฝาก จึงไม่ได้รับความคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝากค่ะ
- ช่วยประเมินผลตอบแทนอย่างสมเหตุสมผล: หุ้นกู้ที่เรทติ้งต่ำมักจะจูงใจด้วยดอกเบี้ยที่สูงมาก หากเราเห็นดอกเบี้ยสูงผิดปกติ จะได้ฉุกคิดและเช็กเรทติ้งก่อนเสมอ เพราะดอกเบี้ยที่สูงเกินไปมักแลกมาด้วยความเสี่ยงในการสูญเสียเงินต้นค่ะ
- ช่วยในการจัดพอร์ตและเลือกกองทุน: นักลงทุนสามารถนำเรทติ้งไปใช้พิจารณาเลือกลงทุนผ่าน กองทุนตราสารหนี้ หรือใช้ประเมินความเสี่ยงของหุ้นกู้ที่กองทุนรวมถือไว้ ก่อนตัดสินใจทยอยลงทุนแบบสม่ำเสมอ (DCA: Dollar-Cost Averaging) ได้อย่างสบายใจยิ่งขึ้นค่ะ
- บริหารความเสี่ยงในภาพรวม: ช่วยให้เรามองเห็นระดับความเสี่ยงของตราสารหนี้ในประเทศได้ชัดขึ้นเมื่อต้องการกระจายเงินลงทุน แต่อย่าลืมว่าเรทติ้งนี้เป็นอันดับเครดิตระดับประเทศไทย (National Scale) จึงไม่ควรนำไปเทียบตรง ๆ กับเรทติ้งสากลของตราสารหนี้ต่างประเทศ เช่น ตราสารหนี้อเมริกาค่ะ
ตัวอย่างสมมติจากคุณน้า: สมมติมีเงิน 100,000 บาท และกำลังเลือกหุ้นกู้ 2 รุ่น (ตัวเลขสมมติเพื่ออธิบายเท่านั้น) หุ้นกู้ A เรทติ้ง A- ดอกเบี้ย 3.5% ต่อปี จะได้ดอกเบี้ยก่อนหักภาษีปีละ 3,500 บาท ส่วนหุ้นกู้ B เรทติ้ง BB ดอกเบี้ย 7% ต่อปี จะได้ดอกเบี้ยก่อนหักภาษีปีละ 7,000 บาท ส่วนต่าง 3,500 บาทต่อปีนี้คือค่าตอบแทนที่แลกมากับความเสี่ยงที่สูงขึ้น หากบริษัท B ผิดนัดชำระหนี้ เงินต้น 100,000 บาทอาจได้คืนไม่ครบหรือไม่ได้คืนเลยค่ะ
คำแนะนำจากคุณน้า
1. สำหรับคนวัยสร้างความมั่นคงที่เน้นความปลอดภัยของเงินต้น คุณน้าแนะนำให้เน้นลงทุนในกลุ่ม Investment Grade (เกรด BBB ขึ้นไป) เป็นหลักค่ะ
2. อย่าหลงกลตัวเลขดอกเบี้ยสูง ๆ เพียงอย่างเดียว เพราะในโลกการลงทุน ความเสี่ยงและผลตอบแทนมักจะวิ่งคู่กันเสมอ
3. นอกจากตราสารหนี้แล้ว การกระจายเงินลงทุนบางส่วนไปยังสินทรัพย์ประเภทอื่น เช่น การลงทุนทองคำ หรือศึกษาผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นอย่าง Options ก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยกระจายพอร์ตได้ แต่ควรศึกษาความเสี่ยงของแต่ละผลิตภัณฑ์ให้เข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
หุ้นกู้เกรด BBB- ถือว่าลงทุนได้ไหม?
BBB- ยังจัดอยู่ในกลุ่ม Investment Grade (ระดับน่าลงทุน) ค่ะ โดยเป็นเกรดสุดท้ายของกลุ่มนี้ จึงถือเป็นจุดที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หากเศรษฐกิจชะลอตัวลง อาจมีความเสี่ยงถูกปรับลดเกรดลงไปสู่กลุ่มเกรดเก็งกำไรได้ค่ะ
หากบริษัทถูกปรับลด Tris Rating ระหว่างที่เราถือหุ้นกู้ จะเกิดอะไรขึ้น?
การถูกปรับลดเรทติ้งส่งผลให้ความน่าเชื่อถือของบริษัทลดลง ราคาขายต่อหุ้นกู้ในตลาดรองอาจปรับตัวลดลงตามไปด้วย แต่นักลงทุนยังคงมีสิทธิ์ได้รับดอกเบี้ยและเงินต้นตามสัญญาเดิม ตราบใดที่บริษัทยังไม่เกิดการผิดนัดชำระหนี้ (เกรด D) ค่ะ
Tris Rating กับ Credit Rating ต่างกันอย่างไร?
Tris Rating เป็นชื่อของสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือแห่งหนึ่งในประเทศไทย ส่วน Credit Rating คือคำเรียกกลางของ “อันดับความน่าเชื่อถือ” ทางการเงินค่ะ ดังนั้น ทริสเรทติ้งจึงเป็นผู้ให้บริการทำหน้าที่ประเมิน Credit Rating นั่นเองค่ะ
สรุปเกี่ยวกับ Tris Rating
นี่เครื่องมือสำคัญที่ช่วยย่อยข้อมูลทางการเงินอันซับซ้อนของบริษัทต่าง ๆ ให้กลายเป็นเกรดที่เข้าใจง่าย ช่วยให้นักลงทุนสามารถสแกนความปลอดภัย ประเมินความเสี่ยง และตัดสินใจเรื่องเงินก้อนใหญ่ของครอบครัวได้รอบคอบขึ้น ก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งอย่าลืมเช็กเกรด Tris Rating เสมอนะคะ
การลงทุนมีความเสี่ยงและมีความผันผวนสูง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ นักลงทุนควรศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ ทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค ก่อนการตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลในอนาคต บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน
บทความนี้จัดทำขึ้นโดยทีมงานร่วมกับเครื่องมือ AI เพื่อช่วยรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูล และผ่านการตรวจทานโดยทีมบรรณาธิการก่อนเผยแพร่ ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานคุณน้าพาเทรด
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด และ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge







