อัตรากำไรขั้นต้น คืออะไร? ตัวเลขสำคัญที่นักลงทุนต้องรู้

อัตรากำไรขั้นต้น คู่มือวิเคราะห์ความสามารถทำกำไรของบริษัทสำหรับมือใหม่
Table of Contents

อัตรากำไรขั้นต้น คือ อัตราส่วนทางการเงินที่แสดงถึงสัดส่วนกำไรขั้นต้นเทียบกับรายได้จากการขายทั้งหมดค่ะ ในช่วงที่คุณต้องบริหารทั้งงานและดูแลครอบครัวอย่างหนัก การเลือกหุ้นที่มีความสามารถในการทำกำไรตั้งแต่ต้นน้ำ จะช่วยให้เรามั่นใจและสบายใจกับเงินลงทุนระยะยาวมากขึ้น

ในบทความนี้ คุณน้าจะมาสรุปเรื่องนี้ให้เข้าใจง่าย ๆ เพื่อให้ทุกท่านนำไปปรับใช้เลือกหุ้นได้อย่างมั่นใจค่ะ

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

อัตรากำไรขั้นต้น คืออะไร?

ตัวเลขนี้ หรือ Gross Profit Margin คือ อัตราส่วนทางการเงินที่บอกให้เรารู้ว่า เมื่อบริษัทขายสินค้าหรือบริการได้ 100 บาท จะเหลือเป็นกำไรขั้นต้นกี่บาท หลังจากหักต้นทุนสินค้าโดยตรงออกไปแล้ว ซึ่งข้อมูลตัวเลขนี้จะถูกบันทึกไว้ใน งบกำไรขาดทุน ของบริษัทค่ะ

ลองนึกภาพตามคุณน้าง่าย ๆ นะคะ สมมติว่าครอบครัวเราเปิดร้านขายกาแฟ แล้วเราตั้งราคากาแฟไว้ที่แก้วละ 100 บาท โดยมีต้นทุนเมล็ดกาแฟ นมสด และแก้วพลาสติกรวมกัน 40 บาท เงิน 60 บาทที่เหลืออยู่ นั่นแหละค่ะคือ “กำไรขั้นต้น” และเมื่อนำมาคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ก็จะเท่ากับ 60% นั่นเอง

การเข้าใจตัวเลขนี้จะช่วยให้เราเห็นภาพชัดขึ้นว่า บริษัทมีความเก่งในการบริหารจัดการสินค้ามากแค่ไหน ก่อนที่จะนำเงินส่วนนี้ไปหมุนเวียนใช้จ่ายกับ สินทรัพย์หมุนเวียน หรือนำไปบริหารจัดการในส่วนอื่น ๆ ถัดไปค่ะ

อัตรากำไรขั้นต้น มีอะไรบ้างในการคำนวณ?

การคำนวณตัวเลขนี้ ประกอบด้วยตัวเลขสำคัญ 3 ส่วนหลัก ๆ ดังนี้ค่ะ

รายได้จากการขาย (Sales Revenue)

คือ จำนวนเงินทั้งหมดที่ธุรกิจได้รับจากการขายสินค้าหรือให้บริการแก่ลูกค้าก่อนหักค่าใช้จ่ายใด ๆ

ต้นทุนขาย (Cost of Goods Sold – COGS)

คือ ต้นทุนทางตรงที่ใช้ในการผลิตสินค้านั้น ๆ เช่น ค่าวัตถุดิบ ค่าแรงพนักงานฝ่ายผลิต หรือค่าขนส่งวัตถุดิบเข้าโรงงาน โดยไม่รวมค่าใช้จ่ายส่วนกลางอย่างค่าโฆษณาหรือเงินเดือนผู้บริหารนะคะ

คุณน้าขอยกตัวอย่างการคำนวณ

สูตรคำนวณมีดังนี้ค่ะ

ตัวอย่างเปรียบเทียบ:

คุณน้าขอยกตัวอย่างบริษัทผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้ 2 แห่ง เพื่อให้เห็นภาพสัดส่วนกำไรที่ชัดเจนค่ะ

  • บริษัท A: ขายโต๊ะราคา 1,000 บาท มีต้นทุนไม้และค่าแรงช่าง 600 บาท
    • กำไรขั้นต้น = 1,000 – 600 = 400 บาท
    • ผลลัพธ์ = (400 / 1,000) X 100 = 40%
  • บริษัท B: ขายโต๊ะราคา 1,000 บาทเท่ากัน แต่สั่งซื้อไม้จำนวนมากได้ส่วนลด ต้นทุนจึงอยู่ที่ 400 บาท
    • กำไรขั้นต้น = 1,000 – 400 = 600 บาท
    • ผลลัพธ์ = (600 / 1,000) X 100 = 60%

จากตัวอย่างจะเห็นว่า บริษัท B มีความแข็งแกร่งในการบริหารต้นทุนสินค้าดีกว่าอย่างชัดเจนค่ะ

อัตรากำไรขั้นต้น แผนภาพแสดงสูตรการคำนวณและส่วนประกอบต้นทุนขาย


อัตรากำไรขั้นต้น สำคัญยังไงกับนักลงทุน?

สำหรับนักลงทุน ตัวเลขนี้เป็นเครื่องมือสะท้อนความได้เปรียบทางการแข่งขันของธุรกิจที่น่าสนใจมากค่ะ โดยบอกสิ่งสำคัญต่อไปนี้

  • ความสามารถในการกำหนดราคาและตั้งราคาขาย: บริษัทที่มีค่านี้สูง มักเป็นบริษัทที่มีสินค้าโดดเด่น ลูกค้าเต็มใจจ่าย หรือมีอำนาจในการต่อรองราคาวัตถุดิบ
  • เกราะป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อ: ในช่วงที่วัตถุดิบแพงขึ้น บริษัทที่มีค่านี้สูง จะมีพื้นที่ยืดหยุ่น (Buffer) ในการรับมือต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ดีกว่า โดยไม่ต้องรีบปรับขึ้นราคาสินค้าจนเสียลูกค้าไป
  • ความสามารถในการคุมต้นทุน: ช่วยให้เราเห็นว่าบริษัทควบคุมกระบวนการผลิตและวัตถุดิบได้มีประสิทธิภาพเพียงใด

เมื่อนำไปวิเคราะห์ร่วมกับอัตราส่วนทางการเงินที่นักลงทุนต้องดูอื่น ๆ รวมถึงการเช็กความแข็งแกร่งของฐานะการเงินใน งบดุล และประเมินความคุ้มค่าของราคาหุ้นด้วย PE Ratio ก็จะช่วยให้เราเห็นภาพรวมของธุรกิจได้แม่นยำยิ่งขึ้น ตามหลักการในคัมภีร์อ่านงบการเงินและเครื่องมือวิเคราะห์อัตราส่วนค่ะ


ตัวเลขนี้ควรเป็นเท่าไหร่ถึงจะดี?

คำตอบของคำถามนี้ขึ้นอยู่กับประเภทอุตสาหกรรมเป็นหลักค่ะ ไม่มีตัวเลขเดี่ยวที่ใช้ตัดสินได้กับทุกธุรกิจ

  • ธุรกิจบริการหรือซอฟต์แวร์: มักจะมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 60% – 80% เพราะมีต้นทุนทางตรงต่อหน่วยต่ำมากธุรกิจบริการหรือซอฟต์แวร์:ธุรกิจบริการหรือซอฟต์แวร์: มักจะมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 60% – 80% เพราะมีต้นทุนทางตรงต่อหน่วยต่ำมาก
  • ธุรกิจผลิตสินค้าอุตสาหกรรม: 20% – 40% มักจะมีอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยอยู่ที่ 20% – 40%
  • ธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง: มักจะมีอัตรากำไรขั้นต้นค่อนข้างต่ำ อยู่ที่ประมาณ 10% – 20% แต่เน้นขายในปริมาณมากแทน

ตัวเลขข้างต้นเป็นกรอบค่าเฉลี่ยโดยประมาณที่นักวิเคราะห์ใช้อ้างอิงกันทั่วไปในการอ่านงบการเงิน ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละบริษัทและช่วงเวลาค่ะ

สิ่งสำคัญยิ่งกว่าตัวเลขเดี่ยว ๆ ในปีเดียว คือ “แนวโน้มและความสม่ำเสมอ” ย้อนหลัง 3–5 ปีค่ะ หากบริษัทสามารถรักษาระดับตัวเลขนี้ให้คงที่หรือเติบโตขึ้นได้เรื่อย ๆ แสดงว่าธุรกิจนั้นมีรากฐานที่แข็งแรงอย่างแท้จริง


คำถามที่พบบ่อย

อัตรากำไรขั้นต้น ต่างจากอัตรากำไรสุทธียังไง?

อัตรากำไรขั้นต้นจะคิดเฉพาะต้นทุนสินค้าทางตรงเท่านั้น ส่วนอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) จะนำกำไรขั้นต้นไปหักค่าใช้จ่ายในการขาย ค่าใช้จ่ายบริหาร ดอกเบี้ย และภาษีออกทั้งหมดแล้ว จึงเป็นตัวเลขกำไรสุดท้ายที่เหลือเข้าบริษัทจริง ๆ ค่ะ

อัตรากำไรขั้นต้น ติดลบ หมายความว่าอย่างไร?

หมายความว่าราคาขายสินค้าต่ำกว่าต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรงผลิตโดยตรง ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายมาก เพราะยิ่งขายมากก็ยิ่งขาดทุน แสดงถึงปัญหาการควบคุมต้นทุนขั้นรุนแรงหรือเกิดการสงครามราคาในอุตสาหกรรมค่ะ

อัตรากำไรขั้นต้น สูง แปลว่าหุ้นตัวนั้นน่าซื้อเสมอไปไหม?

ไม่เสมอไปค่ะ เพราะบริษัทอาจจะมีอัตรากำไรขั้นต้นสูง แต่มีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) สูงมาก จนทำให้สุดท้ายแล้วไม่เหลือเป็นกำไรสุทธิเลยก็เป็นได้ จึงต้องตรวจสอบงบการเงินส่วนอื่น ๆ ควบคู่กันด้วยเสมอค่ะ

สรุปสิ่งที่นักลงทุนต้องจำ

โดยรวมแล้ว ตัวเลขนี้คือเครื่องมือสำคัญในการวัดประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนขายและความสามารถในการทำกำไรเบื้องต้นของธุรกิจ การเลือกลงทุนในบริษัทที่มีค่านี้สูงและสม่ำเสมอ จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการสร้างพอร์ตลงทุนที่เติบโตและปลอดภัย 

การลงทุนมีความเสี่ยงและมีผันผวนสูง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ นักลงทุนควรศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ ทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค ก่อนการตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลในอนาคต บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน

บทความนี้จัดทำขึ้นโดยทีมงานร่วมกับเครื่องมือ AI เพื่อช่วยรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูล และผ่านการตรวจทานโดยทีมบรรณาธิการก่อนเผยแพร่ ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานคุณน้าพาเทรด

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย


สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers

บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing

คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge

Picture of khunnaphatrade
khunnaphatrade
Table of Contents
Recent Post
Recent Post
ICT Forex คืออะไร? เจาะลึกเทคนิคเทรดของนักลงทุนรายใหญ่
ICT Forex คืออะไร? เจาะลึกเทคนิคเทรดของนักลงทุนรายใหญ่!

ICT Forex คือ กลยุทธ์การเทรด Forex ที่จะช่วยให้คุณฝึกคิดเหมือนกับนักลงทุนรายใหญ่ (Smart Money Concept) เพื่อเข้าใจโครงสร้างของตลาดได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

SPDR คืออะไร? เจาะลึกกองทุน SPDR ตัวร้ายของสายเทรดทองคำ
กองทุน SPDR คืออะไร? เจาะลึกกองทุนทองคำทรงอิทธิพล

กองทุน SPDR คืออะไร? หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อราคาทองคำโลก เจาะลึกความเป็นมาและวิธีใช้ข้อมูลการถือครองของ SPDR เพื่อวางกลยุทธ์การลงทุนอย่างแม่นยำ

Volume Analysis คืออะไร คู่มือการอ่านปริมาณการซื้อขายสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่
Volume Analysis คืออะไร? ถอดรหัสปริมาณซื้อขายแบบเข้าใจง่าย

Volume Analysis คืออะไร? ปริมาณการซื้อขายถือเป็นเข็มทิศสำคัญที่ช่วยยืนยันแรงสนับสนุนของราคา คุณน้าสรุปกลไก Tick Volume ใน Forex เทียบกับตลาดหุ้น พร้อมวิธีอ่านสัญญาณบนกราฟร่วมกับ Volume Profile ให้มือใหม่เข้าใจง่ายค่ะ

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คู่มือทำความเข้าใจกลไกตลาดหุ้นสำหรับมือใหม่
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คืออะไร? เข้าใจกลไกก่อนลงทุนจริง

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คือ ศูนย์กลางการซื้อขายตราสารทางการเงินที่เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้ามาลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนในระยะยาว คุณน้าสรุปกลไกการทำงาน ตลาด mai และสิ่งที่นักเทรดต้องรู้ก่อนเริ่มลงสนามจริงมาให้แล้วค่ะ

ทางเว็บไซต์ คุณน้าพาเทรด
ได้มีการใช้คุกกี้เพื่อช่วยปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพให้เว็บไซต์ของเราดียิ่งขึ้น


Privacy Policy