ค่าลิขสิทธิ์เพลง คืออะไร? เรื่องพื้นฐานของคนทำธุรกิจ

ค่าลิขสิทธิ์เพลง คืออะไร
Table of Contents

ค่าลิขสิทธิ์เพลง คือ สิ่งแรกที่คนทำธุรกิจคาเฟ่ ร้านอาหาร หรือแม้แต่นักลงทุนยุคใหม่จำเป็นต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้องเด็ดขาดค่ะ เพราะในโลกธุรกิจปัจจุบัน ดนตรีไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อสร้างบรรยากาศเท่านั้น แต่ดนตรียังมีสถานะเป็น “สินทรัพย์ทางปัญญา” ที่มีกฎหมายคุ้มครองอย่างเข้มงวด

ในขณะเดียวกัน ดนตรีก็กำลังเติบโตในฐานะ “สินทรัพย์ทางเลือก” ที่สามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างน่าอัศจรรย์ ในบทความนี้ คุณน้าจะพาทุกคนไปเจาะลึกว่า ค่าลิขสิทธิ์เพลง คืออะไร มีกลไกการคิดราคาอย่างไร และสร้างโอกาสลงทุนได้อย่างไรบ้าง ไปหาคำตอบกันเลยค่ะ

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนหรือคำแนะนำให้ลงทุนแต่อย่างใด การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยงและอาจสูญเสียเงินต้น ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันผลลัพธ์ในอนาคต โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านและศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ

ค่าลิขสิทธิ์เพลง คืออะไร?

ค่าลิขสิทธิ์เพลง คือ ค่าตอบแทนตามกฎหมายที่ผู้ใช้งานจะต้องจ่ายให้แก่เจ้าของสิทธิ์หรือผู้ถือลิขสิทธิ์ในผลงานเพลงนั้น ๆ เพื่อขออนุญาตนำผลงานไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนค่ะ โดยกฎหมายลิขสิทธิ์จะให้ความคุ้มครองทันทีที่ศิลปินหรือผู้สร้างสรรค์ได้แสดงผลงานออกมาโดยไม่ต้องจดทะเบียน 

ซึ่งสิทธิ์ในเพลงหนึ่งเพลงนั้นมีความซับซ้อนและแปรเปลี่ยนเป็นมูลค่าทางธุรกิจได้หลายมิติ โดยทั่วไปลิขสิทธิ์ในโลกของเสียงดนตรีจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ ที่แยกออกจากกันอย่างชัดเจน ได้แก่ ลิขสิทธิ์ในสิ่งบันทึกเสียง (Master Rights) ซึ่งเป็นสิทธิ์ของค่ายเพลงหรือผู้ลงทุนจัดทำเสียงบันทึก และลิขสิทธิ์ในเนื้อร้องและทำนอง (Publishing Rights) ซึ่งเป็นสิทธิ์ของนักแต่งเพลงและนักประพันธ์ทำนองดนตรีค่ะ

ประเภทของลิขสิทธิ์เพลง และค่ารอยัลตี้ที่ต้องรู้จัก

ก่อนที่เราจะก้าวเข้าสู่เรื่องตัวเลขและการลงทุน คุณน้าอยากให้เข้าใจคำศัพท์พื้นฐานดนตรีที่เชื่อมโยงกับเม็ดเงินก่อนค่ะ เพื่อที่เราจะได้แยกแยะต้นทุนและผลตอบแทนได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

ลิขสิทธิ์ในสิ่งบันทึกเสียง (Master Rights)

สิทธิ์ในส่วนนี้ครอบคลุม “เสียงบันทึกเสียงที่สำเร็จรูปแล้ว” (Sound Recording) เช่น ไฟล์เพลงเวอร์ชันของศิลปินที่คุณได้ยินบนแอปพลิเคชัน Streaming ต่าง ๆ โดยผู้ที่ถือสิทธิ์นี้มักจะเป็นค่ายเพลง (Record Label) หรือตัวศิลปินเองที่เป็นผู้ลงทุนจ่ายค่าห้องอัด ค่ามิกซ์เสียง และค่าจ้างโปรดิวเซอร์ในขั้นตอนการผลิตค่ะ

ลิขสิทธิ์ในเนื้อร้องและทำนอง (Publishing Rights)

สิทธิ์ในส่วนนี้ครอบคลุม “องค์ประกอบทางดนตรีที่เป็นแกนหลัก” (Musical Composition) นั่นคือ ตัวเนื้อร้อง โน้ตดนตรี และทำนองเพลง ซึ่งผู้ที่ถือสิทธิ์นี้คือนักแต่งเพลง (Songwriter) นักประพันธ์ (Composer) หรือบริษัทบริหารสิทธิ์และสิ่งพิมพ์ดนตรี (Music Publisher)

ลองนึกภาพตามนะคะว่า หากมีคนนำเพลงฮิตระดับโลกไปร้อง Cover ใหม่ ตัวไฟล์เสียงใหม่นั้นจะเป็น Master Rights ของคนที่คว้าร้อง Cover แต่สิทธิ์ในส่วนคำร้องและทำนองดนตรียังคงเป็น Publishing Rights ของนักแต่งเพลงต้นฉบับรายเดิมเสมอค่ะ

ค่ารอยัลตี้ (Royalty Fee) คืออะไร?

ค่ารอยัลตี้ คือ เม็ดเงินหรือค่าตอบแทนที่ถูกจัดเก็บและแบ่งสรรปันส่วนกลับคืนมาให้แก่ผู้ถือสิทธิ์ทั้ง Master Rights และ Publishing Rights ทุกครั้งที่มีการเปิดใช้งานเพลงนั้น ๆ ในที่สาธารณะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดผ่านวิทยุ การสตรีมบนแพลตฟอร์มดิจิทัล หรือการนำไปใช้ในภาพยนตร์ โดยค่ารอยัลตี้ดนตรีนี้เองที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับเงินปันผลของหุ้น และทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสร้างรายได้แบบ Passive Income ให้กับผู้ถือครองสิทธิ์ค่ะ

โครงสร้างราคา ค่าลิขสิทธิ์เพลง คิดยังไง?

หลายคนมักตั้งคำถามว่า ค่าลิขสิทธิ์เพลง คิดยังไง และทำไมแต่ละสถานที่ถึงมีราคาจ่ายที่ไม่เท่ากัน คุณน้าขอบอกว่ากลไกการคิดราคานั้นจะขึ้นอยู่กับ “search intent” หรือวัตถุประสงค์และรูปแบบการนำไปใช้งานเป็นหลักค่ะ โดยองค์กรจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ดนตรี (Music Copyright CMOs) จะกำหนดอัตราค่าบริการ (Tariff) เป็นมาตรฐานสากล โดยแบ่งตามโครงสร้างดังนี้ค่ะ:

  • การเปิดเพลงในร้านค้าและสถานประกอบการ (Public Performance): คิดราคาตามประเภทธุรกิจ ขนาดพื้นที่ของร้าน (ตารางเมตร) หรือจำนวนที่นั่งของลูกค้า เช่น คาเฟ่ขนาดเล็กอาจจ่ายเป็นรายปีในอัตราเหมาจ่ายคงที่ ส่วนผับบาร์ที่มีการเล่นดนตรีสดอาจคิดคำนวณตามสัดส่วนรายได้หรือตารางการแสดงค่ะ
  • การนำเพลงไปใช้ในสื่อและภาพยนตร์ (Synchronization Rights): คิดราคาเป็น เหมาจ่ายต่อชิ้นงาน หรือครั้งตามตกลง โดยราคาจะแปรผันตามชื่อเสียงของเพลง ความยาวดนตรีที่ใช้ และขอบเขตการเผยแพร่สื่อ (เช่น ใช้เฉพาะในไทย หรือใช้ทั่วโลกบนอินเทอร์เน็ต)
  • การเปิดผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ (Digital Streaming): โครงสร้างนี้จะเป็นการคิดราคาแบบสัดส่วนรายได้ต่อการคลิกฟัง (Pay-per-stream) ซึ่งค่ายเพลงและแพลตฟอร์มจะเป็นผู้เจรจาส่วนแบ่งรอยัลตี้ร่วมกันตามจำนวนยอดรับชมรับฟังจริงค่ะ

วิธีตรวจสอบบริษัทจัดเก็บลิขสิทธิ์เพื่อไม่ให้โดนหลอก

เนื่องจากในปัจจุบันมีตัวแทนจัดเก็บลิขสิทธิ์ดนตรีเกิดขึ้นจำนวนมากในประเทศไทย สิ่งสำคัญที่สุดคือการตรวจสอบว่าบริษัทที่มาจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์นั้น เป็นผู้ได้รับสิทธิ์ชอบธรรมจากค่ายเพลงที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์จริงหรือไม่

โดยผู้ประกอบการสามารถเข้าไปตรวจสอบรายชื่อบริษัทจัดเก็บลิขสิทธิ์ที่ถูกต้องตามกฎหมายได้ที่เว็บไซต์ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อป้องกันมิจฉาชีพแอบอ้างค่ะ

คำเตือนความเสี่ยง: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยงและอาจสูญเสียเงินต้น ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันผลลัพธ์ในอนาคต โปรดศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน 

เปิดเพลงในร้านค้า เสียลิขสิทธิ์ไหม?

นี่คือประเด็นสุดฮิตที่ผู้ประกอบการถามคุณน้าเข้ามาบ่อยที่สุดค่ะว่า เปิดเพลงในร้านค้า เสียลิขสิทธิ์ไหม? คุณน้าขอตอบให้ชัดเจนตรงนี้เลยนะคะว่า “เสียลิขสิทธิ์และผิดกฎหมายค่ะ” หากคุณเปิดเพลงให้ลูกค้าฟังในร้านโดยไม่ได้ขออนุมัติใช้งานเชิงพาณิชย์ล่วงหน้า

เหตุผลดนตรีเป็นเพราะการเปิดเพลงในร้านค้า คาเฟ่ ร้านอาหาร หรือโรงแรม ถือเป็นการ “เผยแพร่ต่อสาธารณชนเพื่อประโยชน์ในทางการค้า” (แม้ว่าคุณจะเปิดจากแอปพลิเคชันส่วนตัวก็ตาม) ดนตรีช่วยให้ลูกค้านั่งในร้านนานขึ้น ช่วยเพิ่มบรรยากาศ และส่งผลทางอ้อมต่อยอดขายดนตรี จึงไม่สามารถอ้างสิทธิ์การใช้งานส่วนบุคคลได้ค่ะ

การเปิดเพลงในสถานประกอบการเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับสิทธิ์ มีความเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 โปรดตรวจสอบแนวทางปฏิบัติและบทลงโทษล่าสุดได้จากเว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญาโดยตรง

ลงทุนลิขสิทธิ์เพลง สินทรัพย์ทางเลือกใหม่สร้าง Passive Income

จากที่เราได้วิเคราะห์ Content Gap และเมกะเทรนด์การเงินทั่วโลกในปัจจุบัน คุณน้าพบว่าสิทธิ์ในผลงานดนตรีไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในแวดวงคนบันเทิงอีกต่อไปแล้วค่ะ 

แต่ลิขสิทธิ์เพลงได้กลายสภาพมาเป็น Music Royalty Investment หรือการถือครองสิทธิ์ในบทเพลงเพื่อรับส่วนแบ่งค่ารอยัลตี้ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ทางเลือกใหม่ (Alternative Asset) ที่น่าจับตามองอย่างยิ่งสำหรับมนุษย์เงินเดือนและนักลงทุนรุ่นใหม่ค่ะ

กลไกที่ทำให้ดนตรีกลายเป็นสินทรัพย์ลงทุนยอดนิยมเกิดจากการเติบโตของโลก Digital Streaming ยิ่งมีคนกดฟังเพลงมากเท่าไหร่ เงินค่ารอยัลตี้ก็ยิ่งไหลกลับเข้ากระเป๋าผู้ถือสิทธิ์สม่ำเสมอในลักษณะกระแสเงินสด (Cash Flow) ตลอด 24 ชั่วโมง

โดยมีความสัมพันธ์กับดัชนีตลาดหุ้นหรือภาวะดอกเบี้ยนโยบายในระดับที่ต่ำกว่าสินทรัพย์ทั่วไป แต่ยังคงมีความเสี่ยงและความผันผวนในรูปแบบของตนเองอยู่ค่ะ 

ปัจจัยการลงทุนหุ้น / สินทรัพย์ทั่วไปลิขสิทธิ์เพลง (Music Royalty)
รูปแบบผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend) / กำไรส่วนต่างค่ารอยัลตี้ (Music Royalty Fee)
ความผันผวนสูง แปรผันตามเศรษฐกิจและตลาดหุ้นต่ำ กระแสเงินสดขึ้นอยู่กับยอดการฟังเพลง
ความสัมพันธ์กับตลาดมีความสัมพันธ์สูงกับภาวะตลาดเงินต่ำมาก (Non-correlated Asset) ช่วยกระจายความเสี่ยง
อายุการสร้างรายได้ขึ้นอยู่กับผลประกอบการของบริษัทยาวนานตลอดอายุการคุ้มครองตามกฎหมาย
สภาพคล่อง (Liquidity) สูง ซื้อ-ขายเปลี่ยนมือได้ทันทีในตลาดหลักทรัพย์ ต่ำ ต้องหาผู้ซื้อผ่านแพลตฟอร์มเฉพาะทางหรือตลาดประมูล อาจใช้เวลานานกว่าจะขายสิทธิ์คืนได้ในราคาที่ต้องการ 

ข้อดีและข้อจำกัดของการลงทุนในลิขสิทธิ์เพลง

ข้อดีที่โดดเด่นที่สุดของการลงทุนในรูปแบบนี้คือ “ความสัมพันธ์กับตลาดทุนที่ค่อนข้างต่ำ (Non-correlated Asset)” ค่ะ หมายความว่า พฤติกรรมการฟังเพลงของผู้บริโภคมักไม่แปรผันตามภาวะตลาดหุ้นโดยตรง

อย่างไรก็ตาม การลงทุนรูปแบบนี้ก็มีข้อจำกัดสำคัญที่ต้องพิจารณา ได้แก่ สภาพคล่องต่ำที่ทำให้ขายสิทธิ์คืนได้ยากในภาวะฉุกเฉิน ความเสี่ยงด้านข้อพิพาททางกฎหมายเรื่องความเป็นเจ้าของสิทธิ์ และความเสี่ยงจากมูลค่าคลังเพลง (Music Catalogue) ที่อาจลดลงหากความนิยมของเพลงลดลงเร็วกว่าที่ประเมินไว้ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่นักลงทุนต้องศึกษาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจค่ะ

ค่าลิขสิทธิ์เพลง คืออะไร — ตารางเปรียบเทียบผลตอบแทน Music Royalty Investment


เทคนิคการวิเคราะห์มูลค่าลิขสิทธิ์เพลงก่อนลงทุนจริง

หากคุณต้องการก้าวเข้าสู่การเป็นนักลงทุนดนตรี คุณน้าขอยกตัวอย่างเทคนิคสำคัญที่นักลงทุนสถาบันระดับสากลใช้ในการประเมินมูลค่า Music Catalogue (กลุ่มผลงานเพลง) ก่อนตัดสินใจควักเงินซื้อจริงดังนี้ค่ะ:

คุณน้าขอยกตัวอย่างการประเมินรายได้จริงผ่านดัชนี NPS (Net Publisher’s Share) หรือรายได้สุทธิที่เหลือหลังจากหักส่วนแบ่งให้ตัวแสดงและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว จากนั้นให้นำมาคำนวณมูลค่าด้วยการใช้ Multiple (ตัวคูณ)

เช่น หากเพลงนั้นสร้างรายได้ NPS สม่ำเสมอปีละ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ (USD) และประเมินความคงทนของเพลงไว้ที่ 10 เท่า มูลค่าที่เหมาะสมของลิขสิทธิ์เพลงนี้จะอยู่ที่ประมาณ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ (USD) เป็นต้นค่ะ

อัตรา Multiple ที่ใช้ในตัวอย่างนี้เป็นเพียงตัวเลขประกอบเพื่อความเข้าใจเท่านั้น ในทางปฏิบัติควรอ้างอิงรายงานตลาด Music Royalty จากแหล่งข้อมูลอุตสาหกรรมเพลงที่น่าเชื่อถือ เช่น รายงานตลาดของ Royalty Exchange หรือสถาบันวิจัยอุตสาหกรรมเพลงโดยตรง


กฎหมายลิขสิทธิ์ และข้อควรระวังเพื่อป้องกันความเสี่ยง

สำหรับผู้ใช้งานดนตรีในทุกภาคส่วน คุณน้ามีความจำเป็นต้องย้ำเตือนเรื่องข้อระเบียบกฎหมายอย่างจริงจังค่ะ เพราะกฎหมายลิขสิทธิ์ดนตรีในไทยมีบทลงโทษที่ค่อนข้างรุนแรง การละเมิดลิขสิทธิ์ดนตรีเพื่อการค้ามีโทษปรับและจำคุกตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ทั้งนี้ผู้ประกอบการควรตรวจสอบอัตราโทษที่เป็นปัจจุบันได้จากเว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญาโดยตรง 

หลายคนมักเข้าใจผิดว่าตนเองจ่ายเงินสมัครบัญชี Premium แบบบุคคลธรรมดาบนแพลตฟอร์ม Streaming (เช่น Spotify, Apple Music, YouTube) แล้ว จะสามารถนำไปเปิดในร้านค้าของตนเองได้ฟรี คุณน้าขอย้ำว่า “ห้ามทำเด็ดขาดนะคะ” เพราะข้อตกลงการใช้งาน (Terms of Service) ของบัญชีเหล่านั้นระบุชัดเจนว่าให้ใช้เพื่อความบันเทิงส่วนบุคคลเท่านั้น การนำมาเปิดออกลำโพงให้ลูกค้าในร้านฟัง ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และผิดเงื่อนไขสัญญาอย่างรุนแรงค่ะ


คำถามที่พบบ่อย

ซื้อลิขสิทธิ์เพลง ราคาเท่าไหร่?

ราคาค่าลิขสิทธิ์เพลงสำหรับร้านค้าและธุรกิจไม่มีตัวเลขตายตัวค่ะ แต่จะขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่และประเภทธุรกิจ โดยปกติค่ายเพลงหรือบริษัทตัวแทนจัดเก็บจะคิดราคารายปีเริ่มต้นตั้งแต่ประมาณ 1,500 บาท ไปจนถึงหลักหมื่นบาทต่อปี ขึ้นอยู่กับจำนวนคลังเพลง (Music Catalogue) ที่คุณต้องการสิทธิ์ในการเปิดใช้งานค่ะ

มนุษย์เงินเดือนทั่วไปสามารถเริ่มลงทุนลิขสิทธิ์เพลงได้อย่างไร?

ปัจจุบันในตลาดโลกมีแพลตฟอร์มระดมทุนและซื้อขายลิขสิทธิ์เพลงในรูปแบบเศษส่วน (Fractional Ownership) หรือตลาดประมูลลิขสิทธิ์ดนตรี (เช่น แพลตฟอร์มชั้นนำอย่าง Royalty Exchange หรือตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลดนตรี)

ซึ่งช่วยให้นักลงทุนรายย่อยสามารถควักเงินหลักร้อยหรือหลักพันเข้าไปร่วมเป็นเจ้าของสิทธิ์ร่วมกับศิลปินระดับโลก เพื่อรอรับส่วนแบ่งค่ารอยัลตี้ได้โดยไม่ต้องใช้เงินมหาศาลค่ะ

เพลงที่หมดอายุลิขสิทธิ์ (Public Domain) สามารถนำมาใช้ทำกำไรได้ฟรีจริงไหม?

จริงค่ะ ตามกฎหมายลิขสิทธิ์ส่วนใหญ่ (รวมถึงประเทศไทย) ผลงานสร้างสรรค์จะตกเป็นสิทธิ์สาธารณะ (Public Domain) หลังจากผู้สร้างสรรค์เสียชีวิตไปแล้วครบ 50 ปี (หรือ 70 ปีในบางประเทศ) อย่างเช่น เพลงคลาสสิกของ Beethoven หรือ Mozart 

คุณสามารถนำท่วงทำนองบรรเลงมาใช้ทำกำไรหรือเปิดในร้านได้ฟรี แต่ต้องระวังนะคะว่า “สิ่งบันทึกเสียง” (Master Rights) ของวงออเคสตรายุคปัจจุบันที่บรรเลงเพลงคลาสสิกนั้น ๆ อาจจะยังคงมีลิขสิทธิ์คุ้มครองอยู่ ต้องแยกแยะสิทธิ์ให้ดีค่ะ

สรุปเกี่ยวกับค่าลิขสิทธิ์เพลง

ค่าลิขสิทธิ์เพลง คือ กลไกสำคัญทางกฎหมายและการเงินที่ถูกออกแบบมาเพื่อปกป้องและสร้างมูลค่าให้กับผลงานสร้างสรรค์ของศิลปินค่ะ ในฐานะผู้ประกอบการและคนทำธุรกิจ การเข้าใจและจ่ายค่าลิขสิทธิ์อย่างถูกต้องไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมายและป้องกันความเสียหายต่อชื่อเสียงธุรกิจเท่านั้น

แต่ดนตรียังเปิดประตูบานใหม่สู่โลกการเงินผ่าน Music Royalty Investment ซึ่งเป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอในระยะยาว เพื่อเพิ่มโอกาสในการบริหารกระแสเงินสดได้อย่างยั่งยืนค่ะ หากคุณเป็นคนรุ่นใหม่ที่กำลังจัดพอร์ตการลงทุน สินทรัพย์ลิขสิทธิ์เพลงดนตรีถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการกระจายความเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้ามเลยค่ะ

การลงทุนมีความเสี่ยงและมีความผันผวนสูง นักลงทุนควรศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ ทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค ก่อนการตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลในอนาคต บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานคุณน้าพาเทรดค่ะ

บทความนี้จัดทำโดยทีมงานร่วมกับเครื่องมือ AI เพื่อรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูล โดยผ่านการตรวจสอบและปรับปรุงโดยทีมบรรณาธิการก่อนเผยแพร่ 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์


สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers

บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing

คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge

Picture of khunnaphatrade
khunnaphatrade
Table of Contents
Recent Post
Recent Post
ค่าลิขสิทธิ์เพลง คืออะไร
ค่าลิขสิทธิ์เพลง คืออะไร? เรื่องพื้นฐานของคนทำธุรกิจ

ค่าลิขสิทธิ์เพลง คือส่วนต่างค่าตอบแทนที่คนทำธุรกิจต้องเข้าใจเพื่อป้องกันการละเมิดกฎหมาย คุณน้าสรุปรูปแบบค่ารอยัลตี้ดนตรีและเทรนด์การลงทุนสร้างกระแสเงินสดไว้ครบถ้วนค่ะ

Supply Chain คืออะไร ทำความรู้จักกับห่วงโซ่อุปทานและการจัดการห่วงโซ่ธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ
Supply Chain คืออะไร? เรื่องพื้นฐานที่คนทำงานควรรู้

Supply Chain คือ ห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อมโยงกระบวนการผลิตทั้งหมดตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ คุณน้าสรุปองค์ประกอบสำคัญและวิธีจัดการแบบเข้าใจง่ายไว้ที่นี่ค่ะ

Recession คืออะไร อธิบายภาวะเศรษฐกิจถดถอยสำหรับนักลงทุนมือใหม่
Recession คืออะไร? ความเสี่ยงที่มือใหม่ต้องรู้ก่อนลงทุน

Recession คือ ภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่ภาพรวมกิจกรรมทางเศรษฐกิจลดลงต่อเนื่อง เรียนรู้ชนวนเหตุและผลกระทบต่อตลาดการเงินเพื่อปรับพอร์ตลงทุนอย่างปลอดภัย

ประกันเดินทางไปดูคอนเสิร์ต ทริปติ่งต่างประเทศอย่างอุ่นใจ
ประกันเดินทางไปดูคอนเสิร์ต ทริปติ่งต่างประเทศแบบอุ่นใจที่คุณต้องเลือก

ประกันเดินทางไปดูคอนเสิร์ต เกราะคุ้มครองทริปเปย์สายติ่ง ครอบคลุมค่าตั๋วยกเลิกและเจ็บป่วยฉุกเฉินในทริปติ่งต่างประเทศ เลือกแผนคุ้มค่าได้ที่นี่ค่ะ

ทางเว็บไซต์ คุณน้าพาเทรด
ได้มีการใช้คุกกี้เพื่อช่วยปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพให้เว็บไซต์ของเราดียิ่งขึ้น


Privacy Policy