พบกับวิเคราะห์ USDCAD ที่สายเทรดสั้นห้ามพลาด การวิเคราะห์คู่เงิน Forex ดูแนวโน้มราคาล่าสุด สำหรับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค อีกทั้งแนวทางในการเข้าออกออเดอร์ ไปจนถึงคำแนะนำเกี่ยวกับการเทรดคู่เงินแบบละเอียด เรียกได้ว่าครบจบในบทความเดียว!
บทวิเคราะห์ Forex วันนี้: คู่เงิน USDCAD
บทวิเคราะห์ภาพรวมปัจจัยพื้นฐาน
เศรษฐกิจแคนาดายังคงส่งสัญญาณชะลอตัวอย่างชัดเจน ผ่านภาพรวมที่ผสมผสานทั้งด้านการเติบโต เงินเฟ้อ และตลาดแรงงาน กิจกรรมทางธุรกิจในเดือนมกราคมขยายตัวเพียงเล็กน้อย สะท้อนถึงโมเมนตัมที่ชะลอลงและภาวะการจ้างงานที่อ่อนแอ แม้แรงกดดันด้านราคาจะยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่ภาคบริการยังคงอยู่ในภาวะหดตัวอย่างเด่นชัด จากความไม่แน่นอนด้านการค้าและมาตรการภาษีจากสหรัฐฯ ในทางกลับกัน ภาคการผลิตเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะขยายตัวเล็กน้อยเป็นครั้งแรกในรอบหนึ่งปี อย่างไรก็ตาม โดยภาพรวม ข้อมูลยังคงสะท้อนถึงอุปสงค์ที่ซบเซาและความไม่แน่นอนที่ยังคงอยู่ โดยได้แรงพยุงเพียงบางส่วนจากแรงกดดันเงินเฟ้อฝั่งต้นทุนและราคาขายที่เริ่มทยอยผ่อนคลายลงค่ะ
ในด้านเงินเฟ้อ ภาพรวมยังคงมีความแตกต่างกัน โดยราคาสินค้าอุปโภคบริโภคหมวดอาหารยังคงเป็นแรงกดดันสำคัญต่อครัวเรือนค่ะ ราคาสินค้าอาหารปรับตัวขึ้นเร็วกว่าสินค้าอุปโภคบริโภคประเภทอื่นอย่างมีนัยสำคัญนับตั้งแต่ปี 2022 จากปัจจัยด้านสินค้านำเข้า ค่าเงินดอลลาร์แคนาดาที่อ่อนค่า ปัญหาห่วงโซ่อุปทานโลก และอุปสรรคทางการค้า ซึ่งแรงกดดันเหล่านี้มักส่งผ่านไปยังผู้บริโภคล่าช้า ส่งผลให้ครัวเรือนยังคงต้องแบกรับผลกระทบจากแรงกระแทกในอดีตอยู่ค่ะ โดยแม้แรงกดดันเงินเฟ้อจากฝั่งนำเข้าจะเริ่มผ่อนคลายลง แต่ปัจจัยภายในประเทศ เช่น ภาวะภัยแล้งและต้นทุนปศุสัตว์ที่อยู่ในระดับสูง ยังคงเป็นแรงผลักดันให้ราคาปรับตัวสูงขึ้น และส่งผลกระทบต่อครัวเรือนรายได้น้อยค่ะ
ตลาดแรงงานเป็นอีกด้านหนึ่งที่ส่งสัญญาณขัดแย้งกันอย่างชัดเจน แคนาดาสูญเสียตำแหน่งงานเกือบ 25,000 ตำแหน่งในเดือนมกราคมอย่างไม่คาดคิด โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงอย่างมากของงานพาร์ตไทม์ และการจ้างงานที่หดตัวในภาคการผลิต การศึกษา และภาครัฐ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งของงานประจำเต็มเวลา และการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของอัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงาน ได้กดให้อัตราการว่างงานลดลงมาอยู่ที่ 6.5% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่าหนึ่งปี ขณะเดียวกัน การเติบโตของค่าจ้างก็ชะลอลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเจ็ดเดือน ยิ่งตอกย้ำสัญญาณว่าความตึงตัวของตลาดแรงงานกำลังคลี่คลาย แม้ตัวเลขการว่างงานโดยรวมจะยังดูสูงก็ตามค่ะ
ท่ามกลางบริบทดังกล่าว ธนาคารกลางแคนาดายังคงอยู่ในท่าทีที่ระมัดระวัง โดยคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.25% ซึ่งผู้กำหนดนโยบายมองว่าสอดคล้องกับเป้าหมายโดยรวมในการตรึงเงินเฟ้อ ท่ามกลางแนวโน้มที่ไม่แน่นอนจากความตึงเครียดทางการค้า การเติบโตของประชากรที่ชะลอลง และการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง เช่น การนำ AI มาใช้อย่างแพร่หลาย ผู้ว่าการ ทิฟฟ์ แม็คเล็ม เน้นย้ำว่า แคนาดากำลังเผชิญกับการปรับตัวในระยะยาว มากกว่าการชะลอตัวเชิงวัฏจักรเพียงอย่างเดียว ด้วยเหตุนี้ ตลาดจึงคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยจะยังคงถูกตรึงไว้ ขณะที่ BoC ให้ความสำคัญกับเสถียรภาพ ท่ามกลางเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในระดับลึกมากขึ้นค่ะ
ทางฝั่งสหรัฐฯ ข้อมูลเศรษฐกิจและตลาดการเงินล่าสุดสะท้อนภาพที่อ่อนแรงลงและมีความซับซ้อนมากขึ้น แม้ยังไม่ถึงขั้นภาวะวิกฤต ขณะเดียวกัน ความกังวลเกี่ยวกับการด้อยค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐอย่างรวดเร็วได้กลับมาอีกครั้ง หลังจากช่วงความผันผวนและการอ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบหลายปี อย่างไรก็ตาม หลักฐานจากตลาดยังไม่บ่งชี้ถึงการไหลออกจากสินทรัพย์สหรัฐฯ อย่างกว้างขวางหรือไร้ระเบียบ ทั้งการจัดพอร์ตของนักลงทุน กระแสเงินทุน และส่วนชดเชยความเสี่ยง ล้วนยังไม่สะท้อนถึงการเคลื่อนไหวในลักษณะ ‘Sell America’ ตรงกันข้าม การป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉพาะจากนักลงทุนยุโรป มีแนวโน้มเป็นปัจจัยที่กดดันค่าเงินดอลลาร์ในระดับจำกัดในระยะยาวมากกว่า โดย Bank of America ยังคงประเมินว่าเงินดอลลาร์จะอ่อนค่าอย่างช้า ๆ ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงปี 2026–27 ซึ่งขับเคลื่อนจากความแข็งแกร่งเชิงเปรียบเทียบของภูมิภาคอื่น มากกว่าการเสื่อมถอยของความเชื่อมั่นต่อนโยบายหรือสถาบันของสหรัฐฯ ค่ะ
อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับความแตกต่างที่ผิดปกติระหว่างการเติบโตและการจ้างงาน นับตั้งแต่ช่วงหลังโควิด โดยการจ้างงานยังคงซบเซา แม้กิจกรรมทางเศรษฐกิจจะยังประคองตัวได้ดี ซึ่งจำนวนตำแหน่งงานว่างลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบห้าปี การจ้างงานใหม่ยังอยู่ในระดับต่ำ และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์เริ่มขยับสูงขึ้น แม้ว่าการเลิกจ้างโดยรวมจะยังอยู่ในระดับต่ำก็ตามค่ะ
ด้านความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับดีขึ้นเล็กน้อย แตะระดับสูงสุดในรอบหกเดือน ขณะที่การฟื้นตัวยังคงไม่ทั่วถึง และสะท้อนลักษณะเศรษฐกิจแบบ K-shaped อย่างชัดเจน โดยครัวเรือนรายได้สูงที่มีการลงทุนในตลาดหุ้นเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการฟื้นตัว ขณะที่ผู้บริโภครายได้น้อยยังคงเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพที่สูงและความไม่มั่นคงด้านการจ้างงาน ท่ามกลางความคาดหวังเงินเฟ้อระยะสั้นที่ปรับลดลง สะท้อนว่าผู้บริโภคเชื่อว่าแรงกดดันด้านราคาที่เกี่ยวข้องกับภาษีอาจผ่านจุดเลวร้ายที่สุดไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังเงินเฟ้อระยะยาวกลับขยับสูงขึ้น ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ซึ่งอุปสงค์แรงงานที่อ่อนแอยังคงถ่วงความเชื่อมั่น และตอกย้ำถึงความเปราะบางของมุมมองผู้บริโภค แม้การเติบโตจะเริ่มทรงตัวก็ตามค่ะ
ทั้งนี้ ปัจจัยเชิงโครงสร้างยังคงกำหนดทิศทางแนวโน้มระยะกลาง การชะลอตัวของการย้ายถิ่นฐานทำให้อัตราการเติบโตของประชากรลดลง และอาจดึงศักยภาพการเติบโตของสหรัฐฯ กลับไปใกล้ระดับก่อนโควิด หากไม่ได้รับการชดเชยจากการเพิ่มขึ้นของผลิตภาพค่ะ แม้การลงทุนด้าน AI และการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตในช่วงหลังโควิดจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของผลิตภาพในระยะที่ผ่านมา แต่ผู้กำหนดนโยบายยังไม่พร้อมสรุปว่าได้เกิดการเร่งตัวของผลิตภาพในลักษณะที่ยั่งยืน ในขณะเดียวกัน ภาคที่อยู่อาศัยยังคงเป็นแรงฉุดต่อการเติบโต จากปัญหาความสามารถในการซื้อที่ต่ำ โมเมนตัมการก่อสร้างที่อ่อนแอ และการผ่อนคลายที่จำกัดจากอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ลดลง ท่ามกลางความพยายามเชิงนโยบายในการพยุงภาคที่อยู่อาศัยที่ยังเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง และการย้ายถิ่นที่ลดลงอาจยิ่งจำกัดกำลังแรงงานก่อสร้างเพิ่มเติมค่ะ
ภายใต้บริบทนี้ เจ้าหน้าที่ Fed เน้นย้ำถึงความอดทนและการพึ่งพาข้อมูลเป็นหลัก โดยมองว่านโยบายปัจจุบันยังอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมในการสร้างสมดุลระหว่างเงินเฟ้อที่ยังสูงกว่าเป้าหมาย กับตลาดแรงงานที่ดูเหมือนจะมีเสถียรภาพ แต่เปราะบางมากขึ้น โดยเจ้าหน้าที่บางส่วนมองว่าอาจมีเหตุผลสำหรับการปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม หากสภาวะแรงงานอ่อนแอลงอีก ขณะที่อีกส่วนยังคงให้น้ำหนักกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ ซึ่งโดยภาพรวม ผู้กำหนดนโยบายคาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโตสูงกว่าแนวโน้มเล็กน้อยในปี 2026 อัตราการว่างงานจะทรงตัว และเงินเฟ้อจะค่อย ๆ กลับเข้าสู่ทิศทางขาลง ตราบใดที่ไม่มีความอ่อนแอของตลาดแรงงานเพิ่มเติมหรือแรงกดดันด้านราคาที่กลับมารุนแรงเกินคาดค่ะ
จากมุมมองเชิงปัจจัยพื้นฐาน คู่เงิน USDCAD กำลังถูกขับเคลื่อนด้วยแรงมหภาคที่แตกต่างแต่มีความละเอียดอ่อนค่ะ ฝั่งสหรัฐฯ ความกังวลต่อการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์อย่างรวดเร็วยังดูเกินจริง ซึ่งยังช่วยพยุงค่าเงินดอลลาร์ไว้ได้ในระยะกลาง แม้แรงกดดันระยะยาวจะชี้ไปสู่การอ่อนค่าอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วงปี 2026–27 อย่างไรก็ตาม ตลาดแรงงานสหรัฐฯ มีความเปราะบางมากขึ้น และอาจเปิดช่องให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคตหากภาวะแรงงานอ่อนตัวลง ซึ่งอาจจำกัดอัพไซด์ของเงินดอลลาร์ ขณะที่ฝั่งแคนาดา โมเมนตัมเศรษฐกิจกำลังชะลอลง สนับสนุนความคาดหวังว่า BoC จะยังคงดำเนินนโยบายอย่างระมัดระวังและผ่อนคลาย แม้ในขณะเดียวกัน เงินเฟ้อที่ยังเหนียวแน่นและแรงกดดันด้านต้นทุนจากการค้า จะจำกัดขอบเขตการผ่อนคลายนโยบายอย่างจริงจัง ส่งผลให้โดยรวม แนวโน้ม USDCAD ในระยะสั้นถึงระยะกลางอาจมีลักษณะเคลื่อนไหวในกรอบ โดยความเป็นไปได้ของการลดดอกเบี้ยฝั่งสหรัฐฯ สนับสนุนความเสี่ยงขาลงของคู่เงินในระยะถัดไป ขณะที่การเติบโตที่อ่อนแอและความไม่แน่นอนเชิงโครงสร้างของแคนาดา ยังคงขัดขวางไม่ให้ CAD แข็งค่าขึ้นอย่างยั่งยืน เว้นแต่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะอ่อนแอลงอย่างมีนัยสำคัญกว่าที่ตลาดคาดไว้ค่ะ
บทวิเคราะห์ภาพรวมทางเทคนิค

จากมุมมองด้านแนวโน้มและโครงสร้างราคา คุณน้ามองว่าคู่เงิน USDCAD ยังคงอยู่ในช่วงการพักฐานในระยะกลาง หลังจากไม่สามารถรักษาแรงส่งเหนือโซน 1.37–1.38 ได้ โดยราคาในปัจจุบันเคลื่อนไหวอยู่เหนือแนวรับสำคัญระยะสั้นบริเวณ 1.3550–1.3520 เล็กน้อย ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา ตราบใดที่ USDCAD ยังยืนเหนือโซนนี้ได้ โครงสร้างภาพรวมยังคงเอื้อให้เกิดการแกว่งตัวถึงเอนเอียงเชิงบวกเล็กน้อย แต่หากราคาปิดรายวันต่ำกว่า 1.3520 อาจเปิดทางให้เกิดแรงเร่งตัวลงสู่บริเวณ 1.3450 ตามด้วยโซน 1.3370–1.3400 ซึ่งคาดว่าจะมีแรงซื้อระยะกลางที่แข็งแกร่งรออยู่ค่ะ
ในด้านโมเมนตัม คุณน้าประเมินว่าโมเมนตัมอยู่ในลักษณะเป็นกลางถึงอ่อนตัว ราคาซื้อขายใกล้กับเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น สะท้อนถึงภาวะลังเลของตลาดมากกว่าความเชื่อมั่นในแนวโน้มที่ชัดเจน ตอกย้ำภาพของตลาดที่ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ ขณะที่ RSI ในกรอบรายวันเคลื่อนไหวอยู่แถวโซนกลางประมาณ 40 ปลายถึงต้น 50 ซึ่งสอดคล้องกับภาวะพักฐาน บ่งบอกถึงโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลงต่อเนื่องอาจยังค่อนข้างจำกัด เว้นแต่จะมีปัจจัยกระตุ้นที่ชัดเจนเข้ามาหนุนค่ะ
ทั้งนี้ หากราคาสามารถปรับตัวขึ้นและยืนเหนือโซน 1.3620–1.3650 ได้อย่างต่อเนื่อง จะเป็นสัญญาณของการกลับมาของโมเมนตัมฝั่งขาขึ้น และอาจกระตุ้นให้ราคาขยับขึ้นไปทดสอบ 1.3720 และถัดไปที่ 1.3800 ซึ่งเป็นบริเวณที่มีแนวโน้มดึงดูดแรงขาย เว้นแต่จะมาพร้อมกับการฟื้นตัวของโมเมนตัมเงินดอลลาร์สหรัฐอย่างแข็งแกร่ง โดยการไม่สามารถทะลุผ่านโซน 1.3650 จะยิ่งตอกย้ำสภาพตลาดแบบแกว่งตัวในกรอบค่ะ
สรุปโดยภาพรวม คุณน้ามองว่าในเชิงเทคนิค USDCAD ยังอยู่ในลักษณะเคลื่อนไหวในกรอบ โดยมีแนวโน้มไปทางขาลงเล็กน้อยตราบใดที่ยังต่ำกว่า 1.3650 ซึ่งการที่ราคายังสามารถยืนเหนือระดับ 1.3520 ได้ จะช่วยประคองราคาให้อยู่ในช่วงพักฐานต่อไป แต่หากราคาหลุดลงอย่างชัดเจน มุมมองทางเทคนิคจะเปลี่ยนเป็นลบ และมีโอกาสอ่อนตัวลงสู่โซนกลาง 1.34 ได้ ในทางกลับกัน จะต้องเห็นการทะลุและยืนเหนือระดับ 1.37 ได้อย่างชัดเจนเท่านั้น จึงจะเป็นการยืนยันการกลับมาของแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแรงอีกครั้งค่ะ
📍ข้อมูลประกอบการวิเคราะห์ทางเทคนิค
- แนวรับสำคัญ: 1.3550, 1.3523, 1.3479
- แนวต้านสำคัญ: 1.3638, 1.3665, 1.3709
ข่าวเศรษฐกิจสำคัญที่ส่งผลต่อคู่เงิน USDCAD

ที่มา : Forexfactory

⭐ คุณน้าแนะนำโบรกเกอร์คุณสมบัติเด่น!
การเลือกโบรกเกอร์ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ สำหรับการเทรด Forex ค่ะ เพราะโบรกเกอร์จะพัฒนาระบบและเครื่องมือต่าง ๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้การเทรดของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นให้ได้มากที่สุด
สำหรับเทรดเดอร์ที่ยังไม่มั่นใจว่า โบรกเกอร์ Forex แบบไหนดี? คุณน้าได้รวบรวมการจัดอันดับของโบรกเกอร์ในทุกคุณสมบัติ เช่น สเปรดต่ำ, เทรดทอง หรือโบนัสฟรีมาไว้ให้คุณแล้ว!

💡 คัมภีร์เริ่มต้น มือใหม่หัดเทรด
มือใหม่หัดเทรดที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี? คุณน้าได้รวบรวมเนื้อหาสำคัญที่ถือเป็นจุดเริ่มต้น สำหรับการเทรด Forex มาไว้ให้แล้วที่นี่!
🔍 ตัวอย่างเนื้อหา มือใหม่หัดเทรดต้องรู้!
สรุปวิเคราะห์ USDCAD
จุดน่าเข้า Buy
- Buy/Long 1: หากมีการแตะแนวรับที่ช่วงราคา 1.3490 – 1.3550 แต่ไม่สามารถทะลุแนวรับที่ 1.3550 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 1.3638 และ SL ที่ประมาณ 1.3460 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
- Buy/Long 2: หากสามารถทะลุแนวต้านที่ช่วงราคา 1.3638 – 1.3698 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 1.3750 และ SL ที่ประมาณ 1.3520 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
จุดน่าเข้า Sell
- Sell/Short 1: หากมีการแตะแนวต้านที่ช่วงราคา 1.3638 – 1.3698 แต่ไม่สามารถทะลุแนวต้านที่ 1.3638 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 1.3520 และ SL ที่ประมาณ 1.3728 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
- Sell/Short 2: หากสามารถทะลุแนวรับที่ช่วงราคา 1.3490 – 1.3550 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 1.3405 และ SL ที่ประมาณ 1.3668 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
คำเตือน
การให้ข้อมูลการวิเคราะห์คู่เงิน Forex ทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค เป็นเพียงการให้ความรู้เกี่ยวกับข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาชักชวนในการลงทุนแต่อย่างใด เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจการลงทุน
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge







