พบกับวิเคราะห์ USDCAD ที่สายเทรดสั้นห้ามพลาด การวิเคราะห์คู่เงิน Forex ดูแนวโน้มราคาล่าสุด สำหรับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค อีกทั้งแนวทางในการเข้าออกออเดอร์ ไปจนถึงคำแนะนำเกี่ยวกับการเทรดคู่เงินแบบละเอียด เรียกได้ว่าครบจบในบทความเดียว!
บทวิเคราะห์ Forex วันนี้ : คู่เงิน USDCAD
บทวิเคราะห์ภาพรวมปัจจัยพื้นฐาน
นายกรัฐมนตรีแคนาดา มาร์ก คาร์นีย์ ล่าสุดเดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง เพื่อพยายามรีเซ็ตความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างแคนาดากับจีน หลังจากมีการปูทางทางการทูตมาแล้วหลายเดือน การเยือนครั้งนี้ถือเป็นการเดินทางเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีแคนาดาครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2017 และสะท้อนถึงความตั้งใจของรัฐบาลในการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับคู่ค้ารายใหญ่อันดับสองของประเทศ รองจากสหรัฐอเมริกา โดยรัฐมนตรีต่างประเทศ อนิตา อานันด์ ระบุว่า การหารือเกี่ยวกับข้อจำกัดของจีนต่อการนำเข้าเมล็ดคาโนลาจากแคนาดาดำเนินไปในทิศทางที่ดี และจะมีการพูดคุยต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่าแคนาดาจะยังคงหยิบยกประเด็นอ่อนไหว เช่น สิทธิมนุษยชน ขึ้นหารือกับจีนต่อไปค่ะ
ระหว่างการเยือนครั้งนี้ แคนาดาและจีนสามารถบรรลุข้อตกลงการค้าเบื้องต้น เพื่อปรับลดภาษีอย่างมีนัยสำคัญต่อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และสินค้าเกษตรอย่างคาโนลา ซึ่งเป็นสัญญาณของความตั้งใจร่วมกันในการลดอุปสรรคทางการค้าและเสริมสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว แคนาดาจะอนุญาตให้นำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนได้สูงสุด 49,000 คัน ภายใต้อัตราภาษีตามหลัก most-favoured-nation ซึ่งเป็นอัตราภาษีมาตรฐานที่ใช้กับประเทศคู่ค้าโดยไม่เลือกปฏิบัติ ที่ 6.1% ซึ่งถือเป็นการกลับลำนโยบายอย่างชัดเจนจากอัตราภาษี 100% ที่รัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด กำหนดไว้ในปี 2024 โดยคาร์นีย์ระบุว่า โควตาดังกล่าวจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 70,000 คันภายในห้าปี โดยให้เหตุผลว่าการเปิดรับห่วงโซ่อุปทานโลกและพันธมิตรด้านนวัตกรรมเป็นสิ่งจำเป็นต่อการสร้างอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศให้สามารถแข่งขันได้ค่ะ
ข้อตกลงนี้ยังช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดในภาคการค้าเกษตรและอาหาร หลังจากที่จีนตอบโต้ภาษี EV ในยุคทรูโด ด้วยการเรียกเก็บภาษีต่อสินค้าเกษตรและอาหารจากแคนาดามูลค่ากว่า 2.6 พันล้านดอลลาร์ รวมถึงคาโนลา โดยภายใต้ข้อตกลงใหม่ แคนาดาคาดว่าจีนจะปรับลดภาษีนำเข้าเมล็ดคาโนลาจาก 84% เหลือราว 15% ภายในวันที่ 1 มีนาคม และจะยกเลิกภาษีที่มีลักษณะเลือกปฏิบัติต่อกากคาโนลา อาหารทะเล และถั่วลันเตา อย่างน้อยจนถึงสิ้นปี ซึ่งคาร์นีย์กล่าวว่ามาตรการเหล่านี้อาจช่วยปลดล็อกคำสั่งซื้อส่งออกมูลค่าเกือบ 3 พันล้านดอลลาร์ และส่งผลบวกต่อราคาฟิวเจอร์สคาโนลาของแคนาดาค่ะ
นอกเหนือจากประเด็นการค้า ทั้งสองฝ่ายยังให้คำมั่นว่าจะรื้อฟื้นการเจรจาระดับสูงด้านเศรษฐกิจและการเงิน ขยายความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน รวมถึงกระชับความร่วมมือในภาคเกษตร พลังงาน และเทคโนโลยีสีเขียว โดยคาร์นีย์เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ให้คำมั่นว่าจะเปิดให้ชาวแคนาดาเดินทางเข้าจีนโดยไม่ต้องขอวีซ่า พร้อมทั้งชี้ถึงโอกาสการลงทุนของจีนในโครงข่ายไฟฟ้าที่กำลังขยายตัวของแคนาดา โครงการพลังงานลมนอกชายฝั่ง และการส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว โดยแคนาดามีแผนจะผลิต LNG ให้ได้ 50 ล้านตันต่อปีภายในปี 2030 ซึ่งทั้งหมดจะส่งไปยังตลาดเอเชียค่ะ
ในอีกด้านหนึ่ง ข้อมูลเศรษฐกิจภายในประเทศของแคนาดาสะท้อนภาพที่หลากหลายในภาคที่อยู่อาศัย โดยการเริ่มก่อสร้างบ้านเพิ่มขึ้น 5.6% ในปี 2025 ซึ่งนับเป็นระดับสูงสุดอันดับห้าในประวัติการณ์ อย่างไรก็ดี โมเมนตัมการก่อสร้างเริ่มชะลอตัวลงตั้งแต่ช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วง ขณะที่ยอดขายบ้านตลอดทั้งปีลดลง 1.9% โดยในเดือนธันวาคม ยอดขายปรับลดลงทั้งในเชิงรายเดือนและรายปี สะท้อนผลกระทบจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายภาษีที่กดดันความเชื่อมั่นของผู้ซื้อ สมาคมอสังหาริมทรัพย์แคนาดาคาดว่ายอดขายจะกลับมาฟื้นตัวในปี 2026 จากต้นทุนการกู้ยืมที่ปรับลดลง หลังธนาคารกลางแคนาดาลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบสามปีที่ 2.25% ขณะที่ราคาบ้านมีแนวโน้มปรับขึ้นในกรอบจำกัดค่ะ
ในตลาดการเงินโลก ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลง หลังนักลงทุนเข้าสู่โหมดหลีกเลี่ยงความเสี่ยง จากการที่ประธานาธิบดีทรัมป์กลับมาขู่ใช้มาตรการภาษีกับหลายประเทศในยุโรป จากกรณีความตึงเครียดเกี่ยวกับกรีนแลนด์ ส่งผลให้นักลงทุนหันไปถือเงินเยนญี่ปุ่นและฟรังก์สวิสในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย โดยแม้ว่ามาตรการภาษีจะพุ่งเป้าไปที่ยุโรป แต่ดอลลาร์กลับเป็นฝ่ายรับแรงกดดันมากที่สุด สะท้อนถึงค่าเบี้ยความเสี่ยงทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายของสหรัฐฯ ค่ะ
ด้านข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ชี้ถึงภาวะทรงตัว จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลงอย่างไม่คาดคิด ขณะที่ภาคธุรกิจชะลอการขยายการจ้างงาน ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านการค้า ข้อจำกัดด้านการย้ายถิ่น และการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่เพิ่มขึ้น รายงาน Beige Book ของธนาคารกลางสหรัฐฯ สะท้อนมุมมองเดียวกัน โดยระบุว่าการจ้างงานโดยรวมแทบไม่เปลี่ยนแปลง และมีการพึ่งพาแรงงานชั่วคราวมากขึ้นค่ะ
ในภาคการผลิต ผลผลิตโรงงานของสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในเดือนธันวาคม โดยได้แรงหนุนจากอุตสาหกรรมโลหะขั้นต้นและสินค้าเงินทุนบางประเภท อย่างไรก็ตาม กิจกรรมการผลิตโดยรวมในไตรมาสสี่หดตัวลง เนื่องจากภาษียังคงถ่วงการลงทุนและการจ้างงาน นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่มองว่าการฟื้นตัวช่วงปลายปีเป็นเพียงชั่วคราว จากการเร่งผลิตล่วงหน้าก่อนการขึ้นภาษี ขณะที่ดัชนีภาคการผลิตยังอยู่ในระดับซบเซา และอัตราการใช้กำลังการผลิตต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตอย่างมากค่ะ
ขณะเดียวกัน ภาคที่อยู่อาศัยยังคงเป็นหนึ่งในจุดอ่อนหลักของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ความเชื่อมั่นของผู้สร้างบ้านปรับลดลงต่อเนื่องในเดือนมกราคม จากปัญหาความสามารถในการซื้อ ต้นทุนวัสดุที่สูง การขาดแคลนแรงงาน และแรงกดดันด้านราคาที่เกี่ยวข้องกับภาษี แม้อัตราดอกเบี้ยจำนองจะลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่าสามปี ขณะที่ผู้ประกอบการยังต้องพึ่งกลยุทธ์ด้านราคาและแรงจูงใจทางการขายเป็นหลักเพื่อกระตุ้นยอดขาย ท่ามกลางอุปทานคงค้างที่เพิ่มขึ้นค่ะ
อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงมีความยืดหยุ่น การใช้จ่ายของผู้บริโภคยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโต โดยได้รับแรงหนุนจากยอดค้าปลีกที่ออกมาดีกว่าคาด ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อเริ่มผ่อนคลาย โดยข้อมูลเงินเฟ้อเดือนธันวาคมที่ทรงตัว อาจเปิดโอกาสให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ให้น้ำหนักกับความเสี่ยงด้านตลาดแรงงานมากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปีค่ะ
ทั้งนี้ ธนาคารและสถาบันวิจัยรายใหญ่ยังคงมองเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในเชิงบวกแต่ยังคงความระมัดระวัง โดยมอร์แกน สแตนลีย์ปรับมุมมองระยะกลางไปสู่การเติบโตที่แข็งแกร่งขึ้นและอัตราว่างงานที่ลดลง ขณะที่ BCA Research เห็นว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ยังดำเนินอยู่จะช่วยรองรับผลกระทบจากความแตกแยกทางการเมืองที่รุนแรงขึ้น แม้นักลงทุนทั่วโลกอาจเริ่มป้องกันความเสี่ยงต่อสินทรัพย์สหรัฐฯ มากขึ้น แต่ยังไม่เห็นสัญญาณของการถดถอยเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจค่ะ
ในเชิงปัจจัยพื้นฐาน คุณน้ามองว่าคู่เงิน USDCAD มีแนวโน้มอ่อนค่าหรือเคลื่อนไหวในกรอบ โดยสะท้อนแรงกดดันจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งกดดันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเทียบกับภาพรวมของแคนาดาที่มีเสถียรภาพมากกว่า และได้รับแรงหนุนจากแนวโน้มการค้าต่างประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น ซึ่งสนับสนุนแนวโน้มการส่งออกและเงินทุนไหลเข้าในระยะกลาง ขณะที่อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำลงและภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่เริ่มทรงตัว ช่วยจำกัดความเสี่ยงด้านลบต่อค่าเงินดอลลาร์แคนาดา ส่งผลให้โดยภาพรวมแล้ว เว้นแต่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หรือบรรยากาศการลงทุนทั่วโลกจะกลับมาอ่อนแอลงอย่างรุนแรง ปัจจัยพื้นฐานยังเอื้อต่อการแข็งค่าของเงินดอลลาร์แคนาดาอย่างค่อยเป็นค่อยไป หรือมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบมากกว่าการปรับขึ้นแรงค่ะ
บทวิเคราะห์ภาพรวมทางเทคนิค

จากมุมมองด้านแนวโน้มและโครงสร้างราคา คุณน้ามองว่าคู่เงิน USDCAD ยังคงอยู่ในแนวโน้มขาลงที่กำลังปรับฐานในระยะกลาง หลังจากไม่สามารถยืนเหนือบริเวณ 1.3950–1.4000 ได้อย่างชัดเจนค่ะ โดยราคาถูกปฏิเสธหลายครั้งบริเวณโซนดังกล่าว ซึ่งบ่งบอกถึงแนวต้านที่แข็งแกร่ง โดยการที่ราคายังไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือโซนนี้ได้ สะท้อนให้เห็นว่าแรงซื้อเริ่มอ่อนกำลังลง ซึ่งสอดคล้องกับภาพของดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าลงในช่วงหลัง จากความไม่แน่นอนด้านนโยบาย ทั้งนี้ ตราบใดที่ราคายังเคลื่อนไหวต่ำกว่า 1.3950 ความพยายามในการปรับขึ้นมีแนวโน้มจะถูกขายทำกำไรมากกว่าการปรับตัวขึ้นต่อค่ะ
ในด้านแนวรับระยะสั้นอยู่ที่บริเวณ 1.3840–1.3815 ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีแรงซื้อระยะสั้นเข้ามาช่วยพยุงราคา หากราคาปิดรายวันต่ำกว่าโซนดังกล่าว จะเปิดทางให้ลงไปทดสอบระดับ 1.3750 และหากแรงกดดันฝั่งขาลงเร่งตัวขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่ดอลลาร์สหรัฐฯ ยังอ่อนค่าต่อเนื่อง หรือราคาน้ำมันปรับตัวแข็งแกร่งขึ้น เป้าหมายถัดไปในระยะกลางจะอยู่ที่โซน 1.3650–1.3700 ค่ะ
เมื่อพิจารณาจากโมเมนตัมและอินดิเคเตอร์ทางเทคนิค RSI เริ่มอ่อนตัวลงจากโซนกลาง และไม่สามารถกลับเข้าสู่ภาวะซื้อมากเกินไปได้ สะท้อนให้เห็นว่าแรงส่งฝั่งขาขึ้นเริ่มอ่อนตัวลง มากกว่าจะเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นขาขึ้นรอบใหม่ค่ะ
สำหรับในระยะข้างหน้า คุณน้าประเมินว่าเส้นทางที่มีความเป็นไปได้สูงในช่วงไม่กี่เซสชันถัดไป คือการแกว่งตัวในกรอบ 1.3800–1.3950 โดยมีความเสี่ยงเอนเอียงไปทางขาลง หากราคาหลุดต่ำกว่า 1.3815 อย่างชัดเจน มีโอกาสกระตุ้นแรงขายตามโมเมนตัมลงไปทดสอบบริเวณ 1.37 ขณะที่การกลับมาเป็นบวกอย่างแท้จริง จำเป็นต้องเห็นการปิดรายวันเหนือ 1.4000 อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นการลบโครงสร้างขาลงเดิม และเปิดทางให้ปรับขึ้นสู่โซน 1.4120–1.4200 ต่อไปค่ะ
📍ข้อมูลประกอบการวิเคราะห์ทางเทคนิค
- แนวรับสำคัญ : 1.3860, 1.3845, 1.3822
- แนวต้านสำคัญ : 1.3906, 1.3921, 1.3944
ข่าวเศรษฐกิจสำคัญที่ส่งผลต่อคู่เงิน USDCAD

ที่มา : Forexfactory

⭐ คุณน้าแนะนำโบรกเกอร์คุณสมบัติเด่น!
การเลือกโบรกเกอร์ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ สำหรับการเทรด Forex ค่ะ เพราะโบรกเกอร์จะพัฒนาระบบและเครื่องมือต่าง ๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้การเทรดของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นให้ได้มากที่สุด
สำหรับเทรดเดอร์ที่ยังไม่มั่นใจว่า โบรกเกอร์ Forex แบบไหนดี? คุณน้าได้รวบรวมการจัดอันดับของโบรกเกอร์ในทุกคุณสมบัติ เช่น สเปรดต่ำ, เทรดทอง หรือโบนัสฟรีมาไว้ให้คุณแล้ว!

💡 คัมภีร์เริ่มต้น มือใหม่หัดเทรด
มือใหม่หัดเทรดที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี? คุณน้าได้รวบรวมเนื้อหาสำคัญที่ถือเป็นจุดเริ่มต้น สำหรับการเทรด Forex มาไว้ให้แล้วที่นี่!
🔍 ตัวอย่างเนื้อหา มือใหม่หัดเทรดต้องรู้!
สรุปวิเคราะห์ USDCAD
จุดน่าเข้า Buy
- Buy/ Long 1 : หากมีการแตะแนวรับที่ช่วงราคา 1.3810 – 1.3860 แต่ไม่สามารถทะลุแนวรับที่ 1.3860 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 1.3907 และ SL ที่ประมาณ 1.3785 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
- Buy/ Long 2 : หากสามารถทะลุแนวต้านที่ช่วงราคา 1.3906 – 1.3956 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 1.3968 และ SL ที่ประมาณ 1.3835 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
จุดน่าเข้า Sell
- Sell/ Short 1 : หากมีการแตะแนวต้านที่ช่วงราคา 1.3906 – 1.3956 แต่ไม่สามารถทะลุแนวต้านที่ 1.3906 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 1.3846 และ SL ที่ประมาณ 1.3981 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
- Sell/ Short 2 : หากสามารถทะลุแนวรับที่ช่วงราคา 1.3810 – 1.3860 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 1.3785 และ SL ที่ประมาณ 1.3931 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
คำเตือน
การให้ข้อมูลการวิเคราะห์คู่เงิน Forex ทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค เป็นเพียงการให้ความรู้เกี่ยวกับข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาชักชวนในการลงทุนแต่อย่างใด เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจการลงทุน
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge







