พบกับวิเคราะห์ USDJPY ที่สายเทรดสั้นห้ามพลาด การวิเคราะห์คู่เงิน Forex ดูแนวโน้มราคาล่าสุด สำหรับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค อีกทั้งแนวทางในการเข้าออกออเดอร์ ไปจนถึงคำแนะนำเกี่ยวกับการเทรดคู่เงินแบบละเอียด เรียกได้ว่าครบจบในบทความเดียว!
บทวิเคราะห์ Forex วันนี้ : คู่เงิน USDJPY
บทวิเคราะห์ภาพรวมปัจจัยพื้นฐาน
ก่อนหน้านี้ ดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบสามเดือน จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้นักลงทุนแห่เข้าถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย และจุดชนวนความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อทั่วโลกอีกครั้ง โดยความตึงเครียดที่ขยายวงกว้างระหว่างสหรัฐฯ อิหร่าน อิสราเอล และกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากเตหะราน รวมถึงเหตุโจมตีด้วยขีปนาวุธและความไม่สงบใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ได้เพิ่มความวิตกว่าราคาพลังงานอาจเผชิญแรงกระแทกต่อเนื่องในระยะยาว ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นมากกว่า 13% นับตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ตลาดกังวลว่าแรงกดดันเงินเฟ้ออาจหวนกลับมาในลักษณะคล้ายวิกฤตราคาพลังงานช่วงปี 2022–2023 ค่ะ
ทั้งนี้ การแข็งค่าของดอลลาร์ในครั้งนี้ไม่ได้มาจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้รับแรงหนุนจากการเปลี่ยนแปลงมุมมองต่อนโยบายการเงิน ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและต้นทุนที่เพิ่มจากมาตรการภาษีนำเข้า ทำให้นักลงทุนประเมินใหม่เกี่ยวกับโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะลดดอกเบี้ยในระยะใกล้ ท่ามกลางกิจกรรมภาคการผลิตของสหรัฐฯ ที่ยังคงอยู่ในโซนขยายตัวในเดือนกุมภาพันธ์ อย่างไรก็ตาม รายละเอียดภายในสะท้อนแรงกดดันด้านราคาที่เพิ่มขึ้น โดยดัชนีราคาพุ่งขึ้นสู่ 70.5 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางปี 2022 สะท้อนผลกระทบจากภาษีเหล็ก อะลูมิเนียม และสินค้านำเข้าอื่น ๆ รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นในวงกว้าง แม้บางภาคส่วนรายงานคำสั่งซื้อและยอดค้างส่งดีขึ้น แต่การจ้างงานในภาคโรงงานยังซบเซา และการส่งมอบจากซัพพลายเออร์ล่าช้า สะท้อนแรงส่งเศรษฐกิจที่ยังไม่สม่ำเสมอค่ะ
นอกจากนี้ ธุรกิจขนาดเล็กรายงานภาระต้นทุนที่สูงขึ้นจากภาษี แม้จะมีการเพิ่มผลิตภาพจากการใช้ AI เข้ามาช่วยชดเชยบางส่วน ขณะเดียวกัน ตลาดที่อยู่อาศัยยังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้าง จากการก่อสร้างต่ำกว่าความต้องการมาหลายปี ข้อจำกัดด้านกฎระเบียบ และต้นทุนก่อสร้างที่สูง แม้อัตราดอกเบี้ยจำนองจะผ่อนคลายลง แต่ความสามารถในการซื้อยังคงตึงตัว อีกทั้งราคาน้ำมันที่สูงขึ้นยังดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลให้ปรับตัวขึ้น จำกัดโอกาสในการผ่อนคลายเพิ่มเติมค่ะ
ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว ตลาดจึงคาดว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมีนาคม และความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายนลดลงอย่างมาก โดยปัจจุบันนักลงทุนประเมินว่าอาจมีการลดดอกเบี้ยเพียงประมาณ 0.25% เพียงครั้งเดียวในปีนี้ เนื่องจากผู้กำหนดนโยบายอาจประเมินว่าราคาพลังงานและมาตรการภาษีจะทำให้แรงกดดันเงินเฟ้อยืดเยื้อได้ค่ะ
ในฝั่งเอเชีย ปัจจัยเหล่านี้ได้ส่งผลกดดันค่าเงินเยนญี่ปุ่นอย่างชัดเจน เนื่องจากญี่ปุ่นพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางมากกว่า 90% จึงบั่นทอนสถานะของค่าเงินเยนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยแบบดั้งเดิม ซึ่งต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นไม่เพียงกระทบดุลการค้า แต่ยังเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อนำเข้า พร้อมกับเสี่ยงชะลอการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งอาจก่อให้เกิดแรงกดดันแบบเศรษฐกิจชะงักงันที่มาพร้อมเงินเฟ้อ หรือ stagflation ได้ค่ะ
ทั้งนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจญี่ปุ่นสะท้อนภาพหลากหลายแต่ยังมีความยืดหยุ่น ภาคการผลิตขยายตัวเร็วที่สุดในรอบเกือบสี่ปี ภาคบริการเติบโตดีขึ้น การลงทุนภาคเอกชนเพิ่มขึ้น 6.5% เมื่อเทียบรายปีในไตรมาสสี่ แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และคำสั่งซื้อส่งออกฟื้นตัวตามอุปสงค์โลกที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลผลิตภาคโรงงานยังต่ำกว่าที่คาด และ GDP ขยายตัวเพียง 0.2% ต่อปี จากแรงกดดันการบริโภคที่ยังอ่อนแอท่ามกลางค่าครองชีพที่สูงค่ะ
ด้านเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นยังคงมีจุดยืนเชิงเข้มงวดแบบระมัดระวัง โดยย้ำว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะดำเนินต่อไป หากแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อเป็นไปตามคาด แม้จะยอมรับว่ายังมีความไม่แน่นอนด้านการเติบโตและทิศทางค่าจ้าง ขณะที่กรรมการนโยบายการเงินเตือนถึงความเสี่ยงที่เงินเฟ้ออาจเร่งตัวเกินคาด พร้อมสนับสนุนการปรับนโยบายสู่ภาวะปกติอย่างค่อยเป็นค่อยไป ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซัตสึกิ คาตายามะ เน้นย้ำว่าทางการพร้อมเฝ้าระวังการอ่อนค่าของเงินเยนอย่างใกล้ชิด และการแทรกแซงค่าเงินยังคงเป็นทางเลือก หากความผันผวนรุนแรงขึ้นค่ะ
อย่างไรก็ดี ท่ามกลางการถกเถียงว่าการขึ้นดอกเบี้ยครั้งถัดไปของ BOJ อาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดในเดือนเมษายน ผู้กำหนดนโยบายกำลังเผชิญความท้าทายในการรักษาสมดุล โดยความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และราคาพลังงานที่สูงต่อเนื่องอาจกดดันทั้งการเติบโตและเงินเฟ้อไปพร้อมกัน ซึ่งอาจทำให้กระบวนการปรับนโยบายมีความซับซ้อนมากขึ้น ขณะเดียวกัน ปัจจัยเสี่ยงระดับโลกและการเปลี่ยนแปลงความคาดหวังด้านดอกเบี้ยยังคงหนุนดอลลาร์ให้แข็งค่า และทำให้สภาพแวดล้อมนโยบายการเงินทั่วโลกมีความเปราะบางยิ่งขึ้นค่ะ
ด้วยเหตุนี้ ในเชิงปัจจัยพื้นฐานระยะสั้น คู่เงิน USDJPY ยังมีแนวโน้มไปในทางขาขึ้น จากความแตกต่างด้านนโยบายการเงินที่กว้างขึ้น และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยการที่ตลาดลดความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของ Fed ประกอบกับราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง และท่าทีที่ยังระมัดระวังของ BOJ ล้วนเป็นแรงหนุนต่อทิศทางขาขึ้นของคู่เงิน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังคือความเป็นไปได้ในการแทรกแซงจากทางการญี่ปุ่น หากราคาเข้าใกล้ระดับจิตวิทยาสำคัญบริเวณ 160 ค่ะ
บทวิเคราะห์ภาพรวมทางเทคนิค

ปัจจุบันโครงสร้างทางเทคนิคในกรอบเวลารายวันของคู่เงิน USDJPY ยังคงเป็นขาขึ้นอย่างชัดเจน นับตั้งแต่ดีดตัวขึ้นจากฐาน 150–151 ราคาเคลื่อนไหวอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน และ 100 วัน อย่างมั่นคง ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มที่ยังมีโอกาสไปต่อ
แนวต้านใกล้สุดอยู่ที่ 157.80–158.00 ถัดไปที่ 159.40 และระดับจิตวิทยาสำคัญที่ 160.00 ซึ่งเป็นระดับที่อาจมีความอ่อนไหวต่อการแทรกแซงค่ะ หากราคาปิดรายวันเหนือ 158.00 ได้อย่างชัดเจน จะเปิดทางให้โมเมนตัมขยายตัวขึ้นไปทดสอบ 160.00 ได้ โดยเฉพาะหากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ยังทรงตัวในระดับสูง และราคาน้ำมันยังแข็งแกร่งค่ะ
ในฝั่งขาลง แนวรับแรกอยู่ที่ 155.80 ถัดไปเป็นบริเวณ 154.50–154.80 หากมีการย่อตัวลงลึก อาจทดสอบบริเวณ 152.80–153.20 และตราบใดที่ราคายังยืนเหนือ 153.00 ได้ การอ่อนตัวมีแนวโน้มถูกมองเป็นเพียงการพักฐาน ไม่ใช่การกลับตัวของแนวโน้มค่ะ อย่างไรก็ตาม หากหลุดต่ำกว่า 152.80 อย่างชัดเจน จะเป็นการทำลายโมเมนตัมขาขึ้นระยะสั้น และอาจเปลี่ยนมุมมองไปสู่การปรับฐานกว้างขึ้นสู่โซน 150.00 ได้ค่ะ
ด้านอินดิเคเตอร์โมเมนตัมสะท้อนว่าราคายังอยู่ในระดับค่อนข้างสูง แต่ยังไม่เข้าสู่ภาวะกลับตัวรุนแรง RSI ในกราฟรายวันกำลังเข้าใกล้เขตซื้อมากเกินไป แต่ยังไม่เกิดสัญญาณของการทำจุดสูงใหม่ จึงบ่งชี้ว่าแรงซื้อยังมีโอกาสผลักดันราคาให้ปรับขึ้นต่อได้ ขณะที่กราฟระยะสั้นรายชั่วโมงมีลักษณะการแกว่งตัวสะสมในกรอบแคบ ๆ มากกว่าการทยอยขายทำกำไร จึงสะท้อนว่ายังมีโอกาสที่ราคาจะทะลุกรอบสำคัญและปรับตัวขึ้นได้อีกครั้งค่ะ
โดยภาพรวม มุมมองทางเทคนิคยังให้น้ำหนักฝั่งขาขึ้น เป้าหมายอยู่ที่ 158–160 เว้นแต่ราคาจะปรับตัวหลุดต่ำกว่า 153.00 อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ความผันผวนมีแนวโน้มสูงขึ้นใกล้ระดับ 160 เนื่องจากความอ่อนไหวต่อความเป็นไปได้ของการแทรกแซงจากทางการค่ะ
📍ข้อมูลประกอบการวิเคราะห์ทางเทคนิค
- แนวรับสำคัญ : 156.53, 156.43, 156.25
- แนวต้านสำคัญ : 156.89, 156.99, 157.17
ข่าวเศรษฐกิจสำคัญที่ส่งผลต่อคู่เงิน USDJPY

ที่มา: Forexfactory

⭐ คุณน้าแนะนำโบรกเกอร์คุณสมบัติเด่น!
การเลือกโบรกเกอร์ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ สำหรับการเทรด Forex ค่ะ เพราะโบรกเกอร์จะพัฒนาระบบและเครื่องมือต่าง ๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้การเทรดของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นให้ได้มากที่สุด
สำหรับเทรดเดอร์ที่ยังไม่มั่นใจว่า โบรกเกอร์ Forex แบบไหนดี? คุณน้าได้รวบรวมการจัดอันดับของโบรกเกอร์ในทุกคุณสมบัติ เช่น สเปรดต่ำ, เทรดทอง หรือโบนัสฟรีมาไว้ให้คุณแล้ว!

💡 คัมภีร์เริ่มต้น มือใหม่หัดเทรด
มือใหม่หัดเทรดที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี? คุณน้าได้รวบรวมเนื้อหาสำคัญที่ถือเป็นจุดเริ่มต้น สำหรับการเทรด Forex มาไว้ให้แล้วที่นี่!
🔍 ตัวอย่างเนื้อหา มือใหม่หัดเทรดต้องรู้!
สรุปวิเคราะห์ USDJPY
จุดน่าเข้า Buy
- Buy/ Long 1 : หากมีการแตะแนวรับที่ช่วงราคา 156.33 – 156.53 แต่ไม่สามารถทะลุแนวรับที่ 156.53 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 156.89 และ SL ที่ประมาณ 156.23 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
- Buy/ Long 2 : หากสามารถทะลุแนวต้านที่ช่วงราคา 156.89 – 157.09 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 157.33 และ SL ที่ประมาณ 156.43 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
จุดน่าเข้า Sell
- Sell/ Short 1 : หากมีการแตะแนวต้านที่ช่วงราคา 156.89 – 157.09 แต่ไม่สามารถทะลุแนวต้านที่ 156.89 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 156.41 และ SL ที่ประมาณ 157.19 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
- Sell/ Short 2 : หากสามารถทะลุแนวรับที่ช่วงราคา 156.33 – 156.53 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 155.95 และ SL ที่ประมาณ 156.99 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
คำเตือน
การให้ข้อมูลการวิเคราะห์คู่เงิน Forex ทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค เป็นเพียงการให้ความรู้เกี่ยวกับข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาชักชวนในการลงทุนแต่อย่างใด เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจการลงทุน
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge







