วิเคราะห์ USDJPY ดูแนวโน้มราคาล่าสุด วันที่ 6 พฤศจิกายน 2025

วิเคราะห์ USDJPY ดูแนวโน้มราคาล่าสุด วันที่ 6 พฤศจิกายน 2025
Table of Contents

พบกับวิเคราะห์ USDJPY ที่สายเทรดสั้นห้ามพลาด การวิเคราะห์คู่เงิน Forex ดูแนวโน้มราคาล่าสุด สำหรับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค อีกทั้งแนวทางในการเข้าออกออเดอร์ ไปจนถึงคำแนะนำเกี่ยวกับการเทรดคู่เงินแบบละเอียด เรียกได้ว่าครบจบในบทความเดียว!

บทวิเคราะห์ Forex วันนี้ : คู่เงิน USDJPY

บทวิเคราะห์ภาพรวมปัจจัยพื้นฐาน

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา การเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอย่างรุนแรงในตลาดวอลล์สตรีทได้ลุกลามมาถึงตลาดหุ้นเอเชีย ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนทั่วภูมิภาคเข้าสู่ภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงอย่างกว้างขวางค่ะ เหตุการณ์นี้ได้กระตุ้นให้นักลงทุนหันไปถือครองสกุลเงินปลอดภัยมากขึ้น โดยเฉพาะเงินเยนของญี่ปุ่น ซึ่งได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมหลังจากรายงานบันทึกการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น ที่บ่งชี้ว่าผู้กำหนดนโยบายเริ่มพิจารณาแนวทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่สกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชียเคลื่อนไหวในกรอบแคบหรืออ่อนค่าลง ภายใต้แรงกดดันจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ที่ยังคงแข็งแกร่ง และความคาดหวังที่ลดลงว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมนี้ค่ะ

นอกจากนี้ การฟื้นตัวเล็กน้อยของเงินเยนเกิดขึ้นหลังจาก BOJ ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามเดิมเมื่อสัปดาห์ก่อน ขณะที่ความอ่อนแออย่างต่อเนื่องของเยนทำให้เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นเริ่มแสดงความกังวล โดยรัฐมนตรีคลัง สัตสึกิ คาตายามะ เตือนว่าทางการพร้อมเข้าแทรกแซงค่าเงินได้ทุกเมื่อ โดยเฉพาะเมื่อค่าเงินเข้าใกล้ระดับที่เคยก่อให้เกิดการแทรกแซงในปี 2022 และ 2024 นักวิเคราะห์บางรายมองว่า ญี่ปุ่นอาจต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง หลังจากที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เพิ่งออกมาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายที่ทำให้เงินอ่อนค่าระหว่างการเยือนญี่ปุ่นเมื่อเร็ว ๆ นี้

ในขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ได้ย้ำว่าญี่ปุ่นยังไม่สามารถบรรลุภาวะเงินเฟ้อที่ยั่งยืน ซึ่งขับเคลื่อนด้วยการเติบโตของค่าจ้างได้อย่างแท้จริง แม้อัตราเงินเฟ้อผู้บริโภคจะอยู่ใกล้ระดับ 3% โดยทาคาอิจิยังปฏิเสธข้อเสนอให้ลดภาษีการบริโภค และให้เหตุผลว่าเป็นเรื่องที่ซับซ้อนทั้งในเชิงปฏิบัติและอาจกระทบต่อเสถียรภาพทางการคลังในระยะยาว ซึ่งท่าทีของทาคาอิจิในครั้งนี้ อาจมีอิทธิพลต่อการประชุมนโยบายการเงินรอบต่อไปของ BOJ ในวันที่ 18–19 ธันวาคม โดยนักลงทุนบางส่วนคาดว่าอาจมีการพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ค่ะ

อย่างไรก็ดี ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว รัฐบาลทาคาอิจิได้จัดตั้ง “ศูนย์ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ” เพื่อฟื้นฟูฐานอุตสาหกรรมของประเทศผ่านการลงทุนภาครัฐอย่างมีเป้าหมาย โดยมุ่งเน้น 17 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ เซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ การต่อเรือ อวกาศ และการป้องกันประเทศ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทาน เพิ่มรายได้ และปรับปรุงฐานะการคลังโดยไม่ต้องขึ้นภาษีค่ะ

ด้านคณะที่ปรึกษาประกอบด้วยนักเศรษฐศาสตร์สายกระตุ้นเงินเฟ้อชื่อดัง อาทิ ทาคุจิ ไอดะ และโกชิ คาตาโอกะ คาดว่ากลยุทธ์ใหม่นี้จะถือเป็นการเปลี่ยนผ่านจากแนวคิด “ทุนนิยมรูปแบบใหม่” ของอดีตนายกรัฐมนตรี ฟุมิโอะ คิชิดะ มาสู่แนวทางที่เน้นการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันทางอุตสาหกรรม และการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างภาครัฐและเอกชน ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นคาดว่าจะเปิดเผยแผนการเติบโตทางเศรษฐกิจระดับชาติฉบับใหม่ภายในช่วงฤดูร้อนปีหน้าค่ะ

ในทางตรงกันข้าม ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบสี่เดือน หลังจากเกิดความเห็นที่แตกต่างกันภายใน Fed ซึ่งทำให้นักลงทุนเริ่มสงสัยว่าปีนี้จะมีการปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมหรือไม่ ส่งผลให้นักลงทุนจำนวนมากหันกลับมาถือเงินดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่ระมัดระวังมากขึ้น

ในขณะนี้ ตลาดให้น้ำหนักเพียง 65–70% ต่อความเป็นไปได้ของการปรับลดดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนธันวาคม ซึ่งลดลงจากระดับ 94% เมื่อสัปดาห์ก่อนค่ะ ขณะที่การปิดหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งยืดเยื้อมาอย่างยาวนานเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้การเผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญหลายรายการต้องหยุดชะงัก ยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับตลาดมากขึ้น นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบต่อโครงการช่วยเหลือด้านอาหารสำหรับชาวอเมริกันรายได้น้อยหลายล้านคน แม้ว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มรายได้สูงที่ได้รับประโยชน์จากการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้น จะยังคงช่วยพยุงการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมไว้ได้ในระยะสั้น แต่ความไม่แน่นอนทางนโยบายและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับมาตรการภาษีนำเข้า อาจกลายเป็นแรงกดดันต่ออุปสงค์ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าได้ค่ะ

ด้านภาคการผลิตของสหรัฐฯ ยังคงเผชิญแรงกดดันจากภาษีศุลกากรและความไม่ราบรื่นของห่วงโซ่อุปทาน โดยข้อมูลจากสถาบันจัดการด้านอุปทาน (ISM) ระบุว่า ดัชนี PMI ภาคการผลิตปรับตัวลดลงในเดือนตุลาคม ซึ่งนับเป็นการหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่แปดติดต่อกัน โรงงานหลายแห่งรายงานถึงความต้องการที่อ่อนแอลง ระยะเวลาการส่งมอบสินค้าที่นานขึ้น และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นจากภาษีนำเข้าที่ทำให้ห่วงโซ่อุปทานซับซ้อนยิ่งขึ้น นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่า มาตรการภาษีของสหรัฐฯ กำลังบั่นทอนผลผลิตภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในภาวะที่จีนเริ่มจำกัดการส่งออกแร่หายากและเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อผู้ผลิตสหรัฐฯ มากขึ้นค่ะ

นอกจากนี้ การชะลอตัวในภาคการผลิตยังส่งผลต่อการส่งออกสินค้าเกษตร โดยเฉพาะถั่วเหลือง ซึ่งจีนได้ลดการนำเข้าจากสหรัฐฯ ลงอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ศาลสูงของสหรัฐฯ กำลังเตรียมพิจารณาความชอบด้วยกฎหมายของมาตรการภาษีนำเข้าที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ปกป้องว่าเป็นมาตรการจำเป็นเพื่อคุ้มครองอุตสาหกรรมภายในประเทศค่ะ

สำหรับคู่สกุลเงิน USDJPY ปัจจุบันสะท้อนถึงการเคลื่อนไหวที่ซับซ้อน ท่ามกลางบรรยากาศความเสี่ยงทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และตลาดการเงินยิ่งเพิ่มแรงซื้อดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แม้เงินเยนจะได้รับแรงหนุนเป็นระยะจากภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงและการคาดการณ์ว่า BOJ อาจขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม แต่แรงฟื้นตัวยังจำกัดจากนโยบายการเงินที่ยังผ่อนคลายอย่างมากและเศรษฐกิจภายในประเทศที่เปราะบาง โดยพื้นฐานแล้ว คุณน้าจึงมองว่าคู่เงิน USDJPY ยังมีแนวโน้มเอนขึ้นในระยะสั้น ตราบใดที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับสูง และเงินดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนจากกระแสการลงทุนที่ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม หากมีสัญญาณชัดเจนของการขึ้นดอกเบี้ยจาก BOJ หรือการแทรกแซงค่าเงินแบบประสานงาน อาจทำให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นในระยะสั้นได้ค่ะ

บทวิเคราะห์ภาพรวมทางเทคนิค

วิเคราะห์ USDJPY วันที่ 6 พฤศจิกายน 2025

ในปัจจุบัน คู่เงิน USDJPY กำลังทดสอบแนวต้านสำคัญ โดยแนวโน้มขาขึ้นล่าสุดของคู่เงินนี้ยังคงแข็งแกร่ง ได้รับแรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ทรงตัวในระดับสูง และความต้องการถือครองเงินดอลลาร์ที่ต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทั่วโลกค่ะ

อย่างไรก็ตาม ดัชนี RSI ได้เข้าสู่เขตซื้อมากเกินไป ซึ่งบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่แรงซื้ออาจจะกำลังเริ่มอ่อนแรง และมีความเสี่ยงต่อการปรับฐานระยะสั้นค่ะ

ทั้งนี้ แนวต้านแรกอยู่ที่บริเวณ 154.20–154.50 หากราคาสามารถทะลุผ่านได้อย่างมั่นคง อาจเปิดทางให้ไปสู่ระดับ 155.80 ได้ ส่วนแนวรับแรกอยู่ที่บริเวณ 153.10 ตามด้วย 152.40 หากหลุดลงไปต่ำกว่า 151.80 นั่นจะเป็นสัญญาณของการปรับฐานที่ลึกขึ้น โดยมีแนวรับถัดไปบริเวณ 150.50 อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่ราคายังคงอยู่เหนือระดับ 152 ทำให้โครงสร้างแนวโน้มขาขึ้นในภาพรวมยังคงไม่เสียหายค่ะ

นอกจากนี้ เครื่องชี้วัดโมเมนตัมยังบ่งชี้ว่า การเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงมาบริเวณ 152.50–153.00 อาจเป็นจังหวะที่ดีสำหรับนักลงทุนระยะสั้นที่มีเป้าหมายบริเวณ 154.50–155.00 โดยเฉพาะหากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ยังทรงตัวในระดับสูง และถ้อยแถลงของ BOJ ยังคงมีท่าทีระมัดระวังค่ะ

อย่างไรก็ตาม คุณน้าอยากให้นักลงทุนทางเทคนิคจับตดาดูความผันผวนที่อาจเพิ่มขึ้น เมื่อราคาเข้าใกล้โซนที่ BOJ อาจเข้าแทรกแซง เนื่องจากประเด็นความอ่อนไหวทางการเมืองเกี่ยวกับค่าเงินเยนที่อ่อนค่าเกินไปค่ะ

โดยสรุปแล้ว ถึงแม้แนวโน้มระยะกลางจะยังคงเป็นขาขึ้น แต่คุณน้าเห็นว่าโมเมนตัมของคู่เงินนี้อาจชะลอตัวลงได้ ก่อนการประกาศสัญญาณนโยบายจาก BOJ หรือ Fed ในเดือนธันวาคมนี้ค่ะ

📍ข้อมูลประกอบการวิเคราะห์ทางเทคนิค

  • แนวรับสำคัญ : 153.27, 152.93, 152.39
  • แนวต้านสำคัญ : 154.35, 154.69, 155.23

ข่าวเศรษฐกิจสำคัญที่ส่งผลต่อคู่เงิน USDJPY

ข่าวเศรษฐกิจสำคัญที่ส่งผลต่อคู่เงิน USDJPY 6 พฤศจิกายน 2025

ที่มา : Forexfactory

⭐ คุณน้าแนะนำโบรกเกอร์คุณสมบัติเด่น!

การเลือกโบรกเกอร์ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ สำหรับการเทรด Forex ค่ะ เพราะโบรกเกอร์จะพัฒนาระบบและเครื่องมือต่าง ๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้การเทรดของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นให้ได้มากที่สุด

สำหรับเทรดเดอร์ที่ยังไม่มั่นใจว่า โบรกเกอร์ Forex แบบไหนดี? คุณน้าได้รวบรวมการจัดอันดับของโบรกเกอร์ในทุกคุณสมบัติ เช่น สเปรดต่ำ, เทรดทอง หรือโบนัสฟรีมาไว้ให้คุณแล้ว!


มือใหม่หัดเทรดที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี? คุณน้าได้รวบรวมเนื้อหาสำคัญที่ถือเป็นจุดเริ่มต้น สำหรับการเทรด Forex มาไว้ให้แล้วที่นี่!


สรุปวิเคราะห์ USDJPY

จุดน่าเข้า Buy

  • Buy/ Long 1 : หากมีการแตะแนวรับที่ช่วงราคา 152.47 – 153.27 แต่ไม่สามารถทะลุแนวรับที่ 153.27 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 154.67 และ SL ที่ประมาณ 152.07 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
  • Buy/ Long 2 : หากสามารถทะลุแนวต้านที่ช่วงราคา 154.35 – 155.15 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 156.09 และ SL ที่ประมาณ 152.87 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้

จุดน่าเข้า Sell

  • Sell/ Short 1 : หากมีการแตะแนวต้านที่ช่วงราคา 154.35 – 155.15 แต่ไม่สามารถทะลุแนวต้านที่ 154.35 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 153.25 และ SL ที่ประมาณ 155.55 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
  • Sell/ Short 2 : หากสามารถทะลุแนวรับที่ช่วงราคา 152.47 – 153.27 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 151.83 และ SL ที่ประมาณ 154.75 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้

คำเตือน

การให้ข้อมูลการวิเคราะห์คู่เงิน Forex ทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค เป็นเพียงการให้ความรู้เกี่ยวกับข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาชักชวนในการลงทุนแต่อย่างใด เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจการลงทุน


สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers

บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing

คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge

Picture of คุณน้า
คุณน้า
Table of Contents
Recent Post
Recent Post
บทวิเคราะห์คู่เงิน EURUSD 29 ธันวาคม 2025
บทวิเคราะห์ EURUSD วันที่ 29 ธันวาคม 2025

พบกับวิเคราะห์ EURUSD ที่สายเทรดสั้นห้ามพลาด การวิเคราะห์คู่เงิน Forex ดูแนวโน้มราคาล่าสุด สำหรับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค

บทวิเคราะห์คู่เงิน USDRUB 29 ธันวาคม 2025
บทวิเคราะห์ USDRUB วันที่ 29 ธันวาคม 2025

พบกับวิเคราะห์ USDRUB ที่สายเทรดสั้นห้ามพลาด การวิเคราะห์คู่เงิน Forex ดูแนวโน้มราคาล่าสุด สำหรับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค

บทวิเคราะห์คู่เงิน EURUSD 27 ธันวาคม 2025
บทวิเคราะห์ EURUSD วันที่ 27 ธันวาคม 2025

พบกับวิเคราะห์ EURUSD ที่สายเทรดสั้นห้ามพลาด การวิเคราะห์คู่เงิน Forex ดูแนวโน้มราคาล่าสุด สำหรับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค

ทางเว็บไซต์ คุณน้าพาเทรด
ได้มีการใช้คุกกี้เพื่อช่วยปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพให้เว็บไซต์ของเราดียิ่งขึ้น


Privacy Policy