พบกับวิเคราะห์ USDJPY ที่สายเทรดสั้นห้ามพลาด การวิเคราะห์คู่เงิน Forex ดูแนวโน้มราคาล่าสุด สำหรับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค อีกทั้งแนวทางในการเข้าออกออเดอร์ ไปจนถึงคำแนะนำเกี่ยวกับการเทรดคู่เงินแบบละเอียด เรียกได้ว่าครบจบในบทความเดียว!
บทวิเคราะห์ Forex วันนี้ : คู่เงิน USDJPY
บทวิเคราะห์ภาพรวมปัจจัยพื้นฐาน
เศรษฐกิจของญี่ปุ่นขยายตัวแข็งแกร่งกว่าที่ประเมินไว้เบื้องต้นในไตรมาส 4 ปี 2025 โดยได้รับแรงหนุนจากการลงทุนของภาคธุรกิจที่แข็งแกร่งและอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังคงยืดหยุ่น โดย GDP แบบรายปีขยายตัวในอัตรา 1.3% สูงกว่าประมาณการเบื้องต้นที่ 0.2% และสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้เล็กน้อยที่ 1.2% จากการใช้จ่ายด้านการลงทุนซึ่งเพิ่มขึ้น 1.3% ถือเป็นการขยายตัวที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปลายปี 2023 ค่ะ
ทั้งนี้ ผลกำไรของภาคธุรกิจที่แข็งแกร่งและสภาพแวดล้อมทางการเงินที่ยังคงผ่อนคลายช่วยสนับสนุนให้บริษัทต่าง ๆ เพิ่มการลงทุนภายในประเทศ ขณะเดียวกัน การบริโภคภาคเอกชน ซึ่งคิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของเศรษฐกิจญี่ปุ่น ก็ปรับตัวดีขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับขึ้นค่าจ้างอย่างต่อเนื่องและการใช้จ่ายช่วงปลายปี ซึ่งช่วยชดเชยความอ่อนแอของอุปสงค์จากต่างประเทศ โดยภาคการส่งออกยังคงเผชิญแรงกดดันจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ความต้องการที่อ่อนตัวลงจากจีน และการหยุดชะงักในอุตสาหกรรมสำคัญอย่างยานยนต์ค่ะ
แม้ตัวเลขดังกล่าวจะสะท้อนความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่ดีขึ้น และอาจเปิดโอกาสให้ธนาคารกลางญี่ปุ่นมีพื้นที่ในการปรับนโยบายการเงินให้เข้มงวดได้มากขึ้น แต่ก็ยังมีความเสี่ยงบางประการ โดยการใช้จ่ายภาคครัวเรือนในเดือนมกราคมลดลง 1.0% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของความอ่อนแอของการบริโภคในระยะข้างหน้าค่ะ
ด้านแรงกดดันเงินเฟ้อต่อภาคธุรกิจเริ่มชะลอลงเล็กน้อย โดยราคาขายส่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นการชะลอตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่สาม อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการนำเข้ายังคงอยู่ในระดับสูงจากการอ่อนค่าของเงินเยน โดยดัชนีราคานำเข้าเพิ่มขึ้น 2.8% เมื่อเทียบรายปี สะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนที่ยังคงอยู่ค่ะ
ท่ามกลางบริบทดังกล่าว นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่า BOJ จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.75% ในระยะใกล้ ขณะที่นักวิเคราะห์จำนวนมากยังคงคาดว่าอัตราดอกเบี้ยอาจปรับขึ้นสู่ 1.0% ภายในกลางปี 2026 โดยเฉพาะหากเงินเยนที่อ่อนค่าและราคาพลังงานที่สูงขึ้นทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้กำหนดนโยบายยังคงมีแนวโน้มดำเนินการอย่างระมัดระวัง เนื่องจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับราคาน้ำมันและการเติบโตของเศรษฐกิจโลกค่ะ
นอกจากนี้ ความเป็นอิสระของธนาคารกลางญี่ปุ่นได้รับความสนใจ ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ว่านายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ อาจสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจภายใต้นโยบายการคลังแบบขยายตัวของรัฐบาล แม้เจ้าหน้าที่จะย้ำว่าการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินยังคงเป็นอำนาจของ BOJ ขณะที่การประสานงานกับนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลจะยังคงมีความสำคัญค่ะ
ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นยังเดินหน้าผลักดันนโยบายอุตสาหกรรมระยะยาว โดยเฉพาะแผนฟื้นฟูอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศ โดยรัฐบาลตั้งเป้าเพิ่มยอดขายชิปที่ผลิตในประเทศเป็น 40 ล้านล้านเยนต่อปีภายในปี 2040 จากระดับปัจจุบันประมาณ 8 ล้านล้านเยน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดเซมิคอนดักเตอร์โลก และใช้ประโยชน์จากความต้องการที่เติบโตอย่างรวดเร็วจากเทคโนโลยี AI ค่ะ
ด้านตลาดการเงินโลกกำลังได้รับอิทธิพลอย่างมากจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ความปั่นป่วนบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของการขนส่งน้ำมันโลก ได้เพิ่มความกังวลเกี่ยวกับการขาดแคลนอุปทาน โดยเจ้าหน้าที่อิหร่านเตือนว่าราคาน้ำมันดิบอาจพุ่งขึ้นถึง 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ แม้ว่าสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) จะประกาศปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาด แต่นักวิเคราะห์เตือนว่ามาตรการดังกล่าวอาจช่วยได้เพียงชั่วคราวค่ะ
ขณะเดียวกัน ในสหรัฐฯ ข้อมูลเงินเฟ้อเดือนกุมภาพันธ์แสดงให้เห็นว่าราคาสินค้าเพิ่มขึ้นในระดับปานกลาง ขณะที่ เงินเฟ้อพื้นฐานยังอยู่ที่ 2.5% ต่อปี อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวส่วนใหญ่สะท้อนสถานการณ์ก่อนที่ราคาน้ำมันจะพุ่งขึ้นล่าสุด ทำให้ตัวเลขเงินเฟ้อในอนาคตอาจเร่งตัวขึ้นได้ หากความขัดแย้งยังคงดำเนินต่อไปค่ะ
ล่าสุด แรงกระแทกจากราคาน้ำมันได้เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือนและสร้างความกังวลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่าหากราคาพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้เงินเฟ้อกลับขึ้นไปถึงมากกว่า 3% และอาจบังคับให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นระยะเวลานานขึ้น แม้ว่านักวิเคราะห์บางส่วนมองว่ามาตรการสนับสนุนทางการคลังและเงินคืนภาษีอาจช่วยพยุงการใช้จ่ายของผู้บริโภคได้บ้าง แต่บางฝ่ายก็เตือนว่าการพุ่งขึ้นของราคาพลังงานเป็นเวลานานอาจทำให้รายได้ที่แท้จริงลดลงและกดดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังถือว่ามีความยืดหยุ่นต่อแรงกระแทกจากพลังงานมากกว่าหลายทศวรรษก่อน เนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป อย่างการมีสัดส่วนภาคบริการที่ใหญ่ขึ้นค่ะ
นอกจากนี้ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าก็กำลังเพิ่มความผันผวนให้กับตลาด โดยรัฐบาลสหรัฐฯ ได้เริ่มการสอบสวนใหม่เกี่ยวกับกำลังการผลิตส่วนเกินในภาคอุตสาหกรรมของคู่ค้าหลักหลายราย รวมถึงจีนและสหภาพยุโรป ซึ่งอาจนำไปสู่การเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมและสร้างความปั่นป่วนต่อกระแสการค้าโลกค่ะ
ด้านตลาดพันธบัตรปรับตัวตามมุมมองเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากนักลงทุนประเมินความเสี่ยงเงินเฟ้อและจังหวะการผ่อนคลายนโยบายการเงินใหม่ แม้ว่าการคาดการณ์ส่วนใหญ่ยังคงมองว่า Fed อาจปรับลดดอกเบี้ยประมาณ 2 ครั้งในปีนี้ค่ะ
ในมุมมองปัจจัยพื้นฐาน คู่เงิน USDJPY จึงยังคงได้รับแรงหนุนจากความต้องการถือครองดอลลาร์สหรัฐฯ ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ราคาพลังงานโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น และความแตกต่างของนโยบายการเงินระหว่างสหรัฐฯ กับญี่ปุ่น นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นมักเป็นปัจจัยกดดันค่าเงินเยน เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นประเทศผู้นำเข้าพลังงานรายใหญ่ ทำให้ต้นทุนการนำเข้าเพิ่มขึ้นและส่งผลให้ดุลการค้าอ่อนแอลง ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อค่าเงินได้ ส่งผลให้ภาพรวมของปัจจัยพื้นฐานจึงยังคงเอื้อต่อแนวโน้มของคู่เงิน USDJPY ในฝั่งขาขึ้น โดยความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนของราคาน้ำมัน และทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของสหรัฐฯ จะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางของคู่เงินนี้ในระยะใกล้ค่ะ
บทวิเคราะห์ภาพรวมทางเทคนิค

คู่เงิน USDJPY แนวโน้มหลักยังคงเป็นขาขึ้น ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความแข็งแกร่งต่อเนื่องของดอลลาร์สหรัฐฯ รวมถึงส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ขยายตัวกว้างขึ้น โดยตอนนี้ราคากำลังทดสอบโซนแนวต้านเชิงจิตวิทยาที่ 159.50–160.00 ซึ่งเป็นระดับที่ในอดีตทางการญี่ปุ่นค่อนข้างอ่อนไหวและเคยเข้ามาแทรกแซงค่าเงิน หากราคาปิดรายวันเหนือระดับ 160.00 ได้ จะเป็นสัญญาณยืนยันของแนวโน้มขาขึ้นต่อเนื่อง และอาจกระตุ้นแรงซื้อเชิงโมเมนตัมให้ราคาปรับตัวขึ้นไปสู่โซน 161.50–162.00 โดยมีแนวต้านระยะกลางถัดไปอยู่แถว 163.50 นอกจากนี้ หากราคาน้ำมันยังคงปรับตัวสูงขึ้นจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ก็อาจยิ่งกดดันค่าเงินเยนให้อ่อนค่า ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สนับสนุนการปรับตัวขึ้นของคู่เงินนี้ได้ค่ะ
ในด้านแนวรับ ระดับแนวรับใกล้ที่สุดอยู่ที่ 158.30–158.50 หากเกิดการย่อตัวลึกขึ้น ราคามีโอกาสทดสอบบริเวณ 157.20–157.50 อย่างไรก็ตาม หากราคาหลุดต่ำกว่า 156.80 โมเมนตัมอาจเริ่มเปลี่ยนไปสู่การปรับฐานที่กว้างขึ้น โดยมีเป้าหมายบริเวณ 155.50–156.00 ซึ่งเป็นระดับที่แรงซื้ออาจกลับเข้ามาอีกครั้ง แต่ตราบใดที่ USDJPY ยังสามารถยืนเหนือโซนแนวรับ 157.00–157.50 ได้ โครงสร้างทางเทคนิคโดยรวมก็ยังคงเป็นขาขึ้น ดังนั้นการย่อตัวในระยะใกล้จึงมีแนวโน้มที่จะเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ โดยคุณน้าคาดว่าความผันผวนของตลาดมีแนวโน้มจะยังคงอยู่ในระดับสูงบริเวณใกล้ 160 เนื่องจากนักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตาสัญญาณด้านนโยบาย รวมถึงความเป็นไปได้ของการแทรกแซงค่าเงินจากทางการญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิดค่ะ
📍ข้อมูลประกอบการวิเคราะห์ทางเทคนิค
- แนวรับสำคัญ : 158.79, 158.58, 158.25
- แนวต้านสำคัญ : 159.45, 159.66, 159.99
ข่าวเศรษฐกิจสำคัญที่ส่งผลต่อคู่เงิน USDJPY

ที่มา: Forexfactory

⭐ คุณน้าแนะนำโบรกเกอร์คุณสมบัติเด่น!
การเลือกโบรกเกอร์ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ สำหรับการเทรด Forex ค่ะ เพราะโบรกเกอร์จะพัฒนาระบบและเครื่องมือต่าง ๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้การเทรดของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นให้ได้มากที่สุด
สำหรับเทรดเดอร์ที่ยังไม่มั่นใจว่า โบรกเกอร์ Forex แบบไหนดี? คุณน้าได้รวบรวมการจัดอันดับของโบรกเกอร์ในทุกคุณสมบัติ เช่น สเปรดต่ำ, เทรดทอง หรือโบนัสฟรีมาไว้ให้คุณแล้ว!

💡 คัมภีร์เริ่มต้น มือใหม่หัดเทรด
มือใหม่หัดเทรดที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี? คุณน้าได้รวบรวมเนื้อหาสำคัญที่ถือเป็นจุดเริ่มต้น สำหรับการเทรด Forex มาไว้ให้แล้วที่นี่!
🔍 ตัวอย่างเนื้อหา มือใหม่หัดเทรดต้องรู้!
สรุปวิเคราะห์ USDJPY
จุดน่าเข้า Buy
- Buy/ Long 1 : หากมีการแตะแนวรับที่ช่วงราคา 157.99 – 158.79 แต่ไม่สามารถทะลุแนวรับที่ 158.79 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 159.67 และ SL ที่ประมาณ 157.59 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
- Buy/ Long 2 : หากสามารถทะลุแนวต้านที่ช่วงราคา 159.45 – 160.25 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 160.54 และ SL ที่ประมาณ 158.39 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
จุดน่าเข้า Sell
- Sell/ Short 1 : หากมีการแตะแนวต้านที่ช่วงราคา 159.45 – 160.25 แต่ไม่สามารถทะลุแนวต้านที่ 159.45 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 158.79 และ SL ที่ประมาณ 160.65 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
- Sell/ Short 2 : หากสามารถทะลุแนวรับที่ช่วงราคา 157.99 – 158.79 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 157.93 และ SL ที่ประมาณ 159.85 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
คำเตือน
การให้ข้อมูลการวิเคราะห์คู่เงิน Forex ทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค เป็นเพียงการให้ความรู้เกี่ยวกับข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาชักชวนในการลงทุนแต่อย่างใด เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจการลงทุน
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge







