ในช่วงปลายปีไปจนถึงต้นปีใหม่ นอกจากบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองแล้ว อีกสิ่งสำคัญที่นักลงทุนหรือผู้มีรายได้ทุกคนต้องเตรียมตัวนั่นก็คือ ‘การยื่นภาษี’ หลายคนที่เคยยื่นมาก่อนอาจคุ้นเคยกับแบบฟอร์ม ภ.ง.ด.90 / ภ.ง.ด.91 / ภ.ง.ด.94 เป็นอย่างดี แต่สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยยื่นมาก่อนหรือกำลังเตรียมยื่นครั้งแรก บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจตั้งแต่ความหมายของแต่ละแบบฟอร์ม, ความแตกต่าง ไปจนถึงว่าเราควรยื่นแบบไหนให้ถูกต้อง หากพร้อมแล้ว…ไปเริ่มกันเลยค่ะ
ภ.ง.ด. คืออะไร?
ภ.ง.ด. คือ แบบฟอร์มที่กรมสรรพากรใช้สำหรับให้ผู้มีรายได้ทุกคนกรอกและยื่นภาษีประจำปี รวมถึงบางกรณีที่ต้องยื่นระหว่างปี เพื่อคำนวณว่าผู้เสียภาษีต้องชำระเพิ่มหรือมีสิทธิขอคืนภาษี
ภายในแบบฟอร์มมีรายละเอียดสำคัญ เช่น
- รายได้ที่ได้รับ
- ค่าลดหย่อน
- ค่าใช้จ่าย
- ภาษีที่หัก ณ ที่จ่าย
- ยอดภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่มหรือขอคืน

ภ.ง.ด. ย่อมาจากอะไร?
ภ.ง.ด. ย่อมาจาก ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (Personal Income Tax) พูดง่าย ๆ คือ ภ.ง.ด. คือ แบบฟอร์มสำหรับรายงานรายได้และคำนวณภาษีที่เราต้องจ่ายให้รัฐ นั่นเองค่ะ
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.) มีกี่ประเภท?
โดยทั่วไป ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่เราใช้ในการยื่นภาษีจะมีอยู่ 4 ประเภทหลัก ขึ้นอยู่กับลักษณะรายได้ที่ได้รับ ดังนี้ค่ะ
1. ภ.ง.ด.90: ใช้เมื่อมีรายได้หลายประเภท หรือมีรายได้ที่ ไม่ใช่เงินเดือนอย่างเดียว
2. ภ.ง.ด.91: ใช้สำหรับผู้ที่มีรายได้เฉพาะเงินเดือนจากงานประจำ
3. ภ.ง.ด.94: ใช้สำหรับการยื่นภาษีครึ่งปี (ม.ค.–มิ.ย.) ของผู้ที่มีรายได้ที่ไม่ใช่เงินเดือน
4. แบบฟอร์มอื่น ๆ (กรณีพิเศษ)
- ภ.ง.ด.93: ใช้กรณีขอชำระภาษีล่วงหน้า
- ภ.ง.ด.95: สำหรับคนต่างด้าวที่ได้รับรายได้จากสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค (ROH)
- ภ.ง.ด.2/3/53: แบบภาษีหัก ณ ที่จ่าย
- ภ.ง.ด.90ก/91ก: ใช้เฉพาะผู้มีรายได้จากต่างประเทศบางกรณี
นอกจากนี้ยังมี ภ.ง.ด.50/51 ซึ่งเป็นแบบยื่นสำหรับนิติบุคคล โดยฟอร์มอื่น ๆ เหล่านี้ไม่ได้พบบ่อยและคนทั่วไปแทบไม่ได้ใช้งานค่ะ
ในบทความนี้คุณน้าจึงจะพาไปทำความรู้จักกับ ภ.ง.ด.90, 91 และ 94 เท่านั้น เนื่องจากเป็นแบบฟอร์มสำหรับรายได้หลักของคนส่วนมากค่ะ
ใครต้องยื่น ภ.ง.ด.90 / ภ.ง.ด.91 / ภ.ง.ด. 94
ในการพิจารณาว่าเราต้องยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือไม่ เราจะพิจารณาจากจำนวนเงินที่ได้รับในรอบปีภาษีและประเภทของเงินได้ที่ได้รับ โดยผู้มีหน้าที่ยื่นจะต้องมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้
1. บุคคลธรรมดาที่ยังไม่สมรส หรือแยกยื่น
ผู้ที่มีเงินได้สุทธิเกิน 60,000 บาทต่อปี ต้องยื่นภาษี ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน รายได้เสริม หรือรายได้จากหลายแหล่งก็ตาม
2. คู่สมรส
หากสามี–ภรรยามีเงินได้รวมกัน เกิน 120,000 บาทต่อปี จะต้องยื่นแบบภาษี โดยจะเลือกยื่นรวม หรือแยกยื่นก็ได้ตามความเหมาะสม
3. กองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง (ถือเป็น ‘คณะบุคคล’)
หากกองมรดกยังไม่แบ่งผลประโยชน์มีเงินได้ เกิน 60,000 บาทต่อปี จะต้องยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเช่นเดียวกับคณะบุคคลทั่วไป
4. ห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่ใช่นิติบุคคล
ห้างหุ้นส่วนรูปแบบนี้ไม่ถือเป็นนิติบุคคล หากมีเงินได้ เกิน 60,000 บาทต่อปี จะต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
5. คณะบุคคลอื่นหรือกลุ่มบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล
กลุ่มประกอบอาชีพร่วมกัน แต่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล หากมีเงินได้ เกิน 60,000 บาทต่อปี ก็ต้องยื่นภาษีเช่นกันค่ะ
6. วิสาหกิจชุมชน
หากวิสาหกิจชุมชนจดทะเบียนในรูปแบบคณะบุคคลหรือห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่ใช่นิติบุคคล รายได้เกิน 60,000 บาทต่อปี จะต้องยื่นภาษีตามเกณฑ์เดียวกัน
สำหรับใครที่กำลังมองหาวิธีการวางแผนยื่นภาษีออนไลน์ คุณน้าได้รวบรวมข้อมูลครบถ้วนไว้ในบทความนี้ ไม่ว่าจะเป็นเกณฑ์รายได้ที่ต้องเสียภาษี, วิธีคำนวณภาษีเบื้องต้น รวมถึงขั้นตอนการยื่นแบบออนไลน์ที่ง่ายและสะดวก สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดเพื่อเตรียมตัวได้อย่างมั่นใจค่ะ
ประเภทเงินได้พึงประเมิน
ก่อนจะเลือกยื่นแบบ ภ.ง.ด.90, ภ.ง.ด.91 หรือ ภ.ง.ด.94 ผู้เสียภาษีต้องทราบก่อนว่า ‘รายได้ของตนเอง’ จัดอยู่ในประเภทเงินได้พึงประเมินประเภทใด และสามารถหักค่าใช้จ่ายได้เท่าใด เพราะส่งผลโดยตรงต่อภาษีที่ต้องชำระ ซึ่งเงินได้พึงประเมินแบ่งออกเป็น 8 ประเภท ดังนี้

ประเภทที่ 1: เงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส
เป็นรายได้จากการเป็นลูกจ้างประจำ เช่น เงินเดือน, โบนัส และค่าล่วงเวลา (OT) หักค่าใช้จ่ายแบบเหมารวม 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท เหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้ประจำจากนายจ้างคนเดียวหรือหลายคน
ประเภทที่ 2: ค่าจ้างทำงานให้ครั้งคราว/รายได้ไม่ประจำ
รายได้จากการทำงานแบบรายครั้ง เช่น ค่าคอมมิชชัน, หรือเบี้ยประชุม จะหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
ประเภทที่ 3: ค่าลิขสิทธิ์, สิทธิบัตร และสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา
รายได้จากลิขสิทธิ์เพลง, ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ หรือค่าสิทธิในการใช้ผลงาน จะหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 50% ไม่เกิน 100,000 บาท หรือเลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริงได้อย่างใดอย่างหนึ่ง
ประเภทที่ 4: รายได้จากเงินลงทุน
รายได้จากดอกเบี้ย, เงินปันผล, ส่วนแบ่งกำไร หรือกำไรจากการขายหน่วยลงทุนรวมถึงคริปโตฯ หักค่าใช้จ่ายไม่ได้ ต้องนำรายได้เต็มจำนวนมาคำนวณภาษี
ประเภทที่ 5: ค่าเช่าทรัพย์สิน
รายได้จากการให้เช่าบ้าน, ที่ดิน, อาคาร, รถ หรือทรัพย์สินอื่น ๆ สามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ 10–30% ขึ้นกับประเภทของทรัพย์สิน เช่น ค่าเช่าบ้านหักเหมา 30% ค่าเช่ารถหักเหมา 10% หรือเลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริงได้
ประเภทที่ 6: รายได้จากวิชาชีพอิสระ
รายได้จากอาชีพอิสระ เช่น การประกอบโรคศิลปะ, นักกฎหมาย, วิศวกร, สถาปนิก, นักบัญชี และช่างประณีตศิลป์ จะหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 30–60% ตามสาขาอาชีพ เช่น แพทย์หักได้ 60% ทนายหักได้ 30% หรือหักตามจริงได้
ประเภทที่ 7: รายได้จากค่ารับเหมา/ก่อสร้าง
รายได้จากการรับเหมาก่อสร้าง หรืองานบริการที่ใช้แรงงานและอุปกรณ์ หักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 60% หรือหักตามจริง
ประเภทที่ 8: รายได้จากการค้าขายหรือธุรกิจอื่น ๆ ที่ไม่เข้าประเภท 1–7
รายได้จากการขายสินค้า, ธุรกิจบริการ, อุตสาหกรรม, ประมง หรือเหมืองแร่ หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาตามอัตราที่กรมสรรพากรกำหนด 40-60% ขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจ หรือหักค่าใช้จ่ายตามจริง
นอกจากรู้ประเภทเงินได้แล้ว รายการลดหย่อนก็สำคัญไม่แพ้กันค่ะ คุณน้าได้รวบรวมทุกเทคนิค รวมถึงวิธีลดหย่อนภาษีที่หลายคนมองข้าม เคล็ดลับเลือกใช้สิทธิให้ได้ผลสูงสุด และแนวทางวางแผนแบบมือโปร ใครอยากจ่ายภาษีอย่างประหยัดและฉลาดขึ้น ห้ามพลาดค่ะ
ภ.ง.ด.90 คืออะไร?

ภ.ง.ด.90 คือ ฟอร์มสำหรับแสดงรายการภาษีเงินได้ของบุคคลธรรมดาสำหรับผู้ที่มีเงินได้จากหลายช่องทางหรือช่องทางเดียว ซึ่งเงินได้นั้นจะต้องอยู่ในประเภทที่ 1 – 8 ค่ะ เช่น
- คุณน้ามีเงินได้จากหลายช่องทาง ทั้งเงินเดือนและส่วนแบ่งกำไรจากการขายหน่วยลงทุน ซึ่งเป็นเงินได้ประเภทที่ 1 และ 4 ดังนั้น คุณน้าก็จะต้องยื่น ภ.ง.ด.90 ค่ะ
- คุณน้ามีเงินได้จากช่องทางเดียว คือ ค่าลิขสิทธิ์ ซึ่งเป็นเงินได้ประเภทที่ 3 ดังนั้น คุณน้าก็จะต้องยื่น ภ.ง.ด.90 เช่นกันค่ะ
เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนยื่น ภ.ง.ด.90
ก่อนยื่นแบบภ.ง.ด.90 ควรเตรียมเอกสารทั้งเอกสารเกี่ยวกับรายได้และเอกสารเกี่ยวกับค่าลดหย่อนให้ครบถ้วนเพื่อลดความผิดพลาดและประหยัดเวลา ดังนี้
1. เอกสารเกี่ยวกับรายได้
- หนังสือรับรองภาษีหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)
- หลักฐานรายได้ประเภทอื่น เช่น ค่าเช่า, ค่าลิขสิทธิ์ หรือค่ารับเหมา
- รายงานการซื้อ–ขายหน่วยลงทุน
- รายงานกำไรจากคริปโตหรือสินทรัพย์ดิจิทัล (ถ้ามี)
2. เอกสารเกี่ยวกับค่าลดหย่อน
- ใบเสร็จเบี้ยประกันชีวิต/สุขภาพ
- ใบรับรองการซื้อกองทุน SSF/RMF
- ใบเสร็จบริจาค
- ใบเสร็จดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้าน
- เอกสารรับรองคู่สมรส, บุตร หรือพ่อแม่ที่ขอลดหย่อน
- เอกสารค่าลดหย่อนเพื่อส่งเสริมการออมต่าง ๆ
- เมื่อมีเอกสารครบ การยื่นภาษีจะง่ายและแม่นยำขึ้นค่ะ
ใครต้องยื่น ภ.ง.ด.90?
ผู้มีเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 1 – 8 เกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดในปีภาษีนั้น ๆ ค่ะ
ภ.ง.ด.90 ยื่นเมื่อไหร่?
โดยปกติแล้ว ผู้ที่ต้องยื่น ภ.ง.ด.90 จะยื่นภาษีในช่วงวันที่ 1 มกราคม – 31 มีนาคมของปีถัดไปทุกปีค่ะ
ถ้าไม่ยื่น ภ.ง.ด.90 เสียค่าปรับเท่าไหร่?
หลายคนอาจมองว่า การเสียภาษีไม่สำคัญ ดังนั้น จึงเลี่ยงที่จะเสียภาษี แต่ทราบหรือไม่ว่า หากไม่ได้ยื่นภาษีจะถือว่า เราทำผิดกฎหมายและจะโดนค่าปรับ ดังนี้ค่ะ
- หากไม่ได้ยื่น ภ.ง.ด.90 หรือยื่นเกินกว่าเวลาที่กำหนด จะต้องเสียค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท แต่สามารถขอลดค่าปรับได้ค่ะ
- หากยื่น ภ.ง.ด.90 แล้ว แต่ไม่ได้ชำระเงินภาษี จะถือว่าไม่ได้ยื่น ดังนั้น จะต้องนำเงินส่วนดังกล่าวไปชำระ และเสียค่าปรับร้อยละ 1.5 ต่อเดือน รวมทั้งค่าปรับตามข้อ 1 ค่ะ
- หากยื่น ภ.ง.ด.90 เพิ่มเติมในภายหลังกำหนดเวลาการยื่นแบบ กรณีมีเงินภาษีต้องชำระจะต้องเสียค่าปรับตามข้อ 2 แต่หากไม่มีเงินภาษีที่ต้องชำระก็ไม่ต้องเสียเงินค่าปรับค่ะ
ภ.ง.ด.91 คืออะไร?

ภ.ง.ด.91 คือ ฟอร์มสำหรับแสดงรายการภาษีเงินได้ของบุคคลธรรมดาสำหรับผู้ที่มีเงินได้จากช่องทางเดียว ซึ่งเงินได้นั้นจะต้องอยู่ในประเภทที่ 1 (เงินเดือน, ค่าจ้าง และโบนัส เป็นต้น) เท่านั้นค่ะ
เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนยื่น ภ.ง.ด.91
ภ.ง.ด.91 เป็นแบบสำหรับผู้ที่มีเฉพาะเงินเดือน (มาตรา 40(1)) ดังนั้นเอกสารที่ต้องใช้จะไม่ซับซ้อนเท่า ภ.ง.ด.90 ค่ะ แต่ควรเตรียมให้ครบเพื่อให้ยื่นได้อย่างราบรื่น โดยมีเอกสาร ดังนี้
1. หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)
2. เอกสารลดหย่อนส่วนบุคคล
- เอกสารประกันชีวิตและประกันสุขภาพ
- ใบรับรองการซื้อกองทุน SSF / RMF
- ใบรับรองเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (ถ้ามี)
ใบรับรองกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) - เอกสารเกี่ยวกับดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้าน
- เอกสารลดหย่อนอื่น ๆ ตามมาตรการรัฐในแต่ละปี เช่น ลดหย่อนท่องเที่ยวไทย หรือลดหย่อนช้อปดีมีคืน
ใครต้องยื่น ภ.ง.ด.91?
ผู้มีเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 1 เกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดในปีภาษีนั้น ๆ ค่ะ
ภ.ง.ด.91 ยื่นเมื่อไหร่?
โดยปกติแล้ว ผู้ที่ต้องยื่น ภ.ง.ด.91 จะยื่นภาษีในช่วงวันที่ 1 มกราคม – 31 มีนาคมของปีถัดไปทุกปีค่ะ
ถ้าไม่ยื่น ภ.ง.ด.91 เสียค่าปรับเท่าไหร่?
หากไม่ยื่น ภ.ง.ด.91 จะเสียค่าปรับเหมือนกับ ภ.ง.ด.90 คือ
- หากไม่ได้ยื่น ภ.ง.ด.91 หรือยื่นเกินกว่าเวลาที่กำหนด จะต้องเสียค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท แต่สามารถขอลดค่าปรับได้ค่ะ
- หากยื่น ภ.ง.ด.91 แล้ว แต่ไม่ได้ชำระเงินภาษี จะถือว่าไม่ได้ยื่น ดังนั้น จะต้องนำเงินส่วนดังกล่าวไปชำระ และเสียค่าปรับร้อยละ 1.5 ต่อเดือน รวมทั้งค่าปรับตามข้อ 1 ค่ะ
- หากยื่น ภ.ง.ด.91 เพิ่มเติมในภายหลังกำหนดเวลาการยื่นแบบ กรณีมีเงินภาษีต้องชำระจะต้องเสียค่าปรับตามข้อ 2 แต่หากไม่มีเงินภาษีที่ต้องชำระก็ไม่ต้องเสียเงินค่าปรับค่ะ
ภ.ง.ด.94 คืออะไร?

ภ.ง.ด.94 คือ ฟอร์มสำหรับแสดงรายการภาษีเงินได้ของบุคคลธรรมดาสำหรับผู้ที่มีเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 5-8 คือ รายได้ไม่คงที่ ได้แก่ รายได้จากค่าเช่า, รายได้ค่านายหน้า, รายได้ค่ารับเหมา และรายได้จากการค้าขาย ซึ่งเป็นรายได้ที่ไม่ใช่เงินเดือนค่ะ ตัวอย่างเช่น
- ผู้ที่ทำงานเป็นฟรีแลนซ์
- ผู้ที่ค้าขายออนไลน์
เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนยื่น ภ.ง.ด.94
เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการยื่น ภ.ง.ด.94 จะต่างจากผู้มีเงินเดือนประจำค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในส่วนของหลักฐานรายได้และค่าใช้จ่าย ดังนี้
1. รายงานสรุปรายได้ตั้งแต่เดือน ม.ค.–มิ.ย. โดยควรมีสรุปยอดรายได้หรือ Statement ที่อ้างอิงได้
2. หลักฐานค่าใช้จ่ายระหว่าง ม.ค.–มิ.ย. สำหรับผู้ที่ต้องการ ‘หักค่าใช้จ่ายตามจริง’ ไม่ว่าจะเป็นค่าอุปกรณ์, ค่าเช่า, ค่าจ้างแรงงาน และค่าโฆษณา แต่ถ้าใช้ ‘ค่าใช้จ่ายเหมาจ่าย’ ไม่ต้องใช้เอกสาร แต่เก็บไว้เพื่อความมั่นใจได้ค่ะ
3. เอกสารค่าลดหย่อนส่วนบุคคล
- เอกสารประกันชีวิตและประกันสุขภาพ หากจ่ายช่วง ม.ค.–มิ.ย. แต่หากจ่ายทั้งปี จะนำไปรวมสิทธิในตอนยื่น ภ.ง.ด.90 สิ้นปี ด้วย
- เอกสารกองทุน SSF / RMF (ถ้ามีการซื้อในช่วงครึ่งปี)
- เอกสารดอกเบี้ยบ้าน (เฉพาะส่วนที่จ่ายช่วง ม.ค.–มิ.ย.) ส่วนที่เหลือจะนำไปรวมสิทธิในปลายปีตอนยื่น ภ.ง.ด.90 อีกครั้ง
- ใบเสร็จบริจาค (ถ้ามี)
ใครต้องยื่น ภ.ง.ด.94?
ผู้ที่มีเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 5, 6, 7 หรือ 8 ซึ่งเป็นรายได้ที่ไม่คงที่ และเกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดในปีภาษีนั้น ๆ ค่ะ
ภ.ง.ด.94 ยื่นเมื่อไหร่?
โดยปกติแล้ว ผู้ที่ต้องยื่น ภ.ง.ด.94 จะยื่นภาษีเงินได้ที่เกิดขึ้นใน 6 เดือนแรก ในช่วงวันที่ 1 กรกฎาคม – 30 กันยายนของปีภาษีเดียวกันทุกปีค่ะ ดังนั้น บางครั้งเราจึงเรียกภาษีชนิดนี้ว่า ‘ภาษีกลางปี’
ถ้าไม่ยื่น ภ.ง.ด.94 เสียค่าปรับเท่าไหร่?
หากไม่ยื่น ภ.ง.ด.94 จะเสียค่าปรับเหมือนกับ ภ.ง.ด.90 คือ
- หากไม่ได้ยื่น ภ.ง.ด.94 หรือยื่นเกินกว่าเวลาที่กำหนด จะต้องเสียค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท แต่สามารถขอลดค่าปรับได้ค่ะ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภ.ง.ด.90 / ภ.ง.ด.91/ ภ.ง.ด. 94
1. ภ.ง.ด.90 กับ ภ.ง.ด.91 ต่างกันอย่างไร?
ภ.ง.ด.90 ใช้เมื่อมีรายได้หลายประเภทหรือรายได้ที่ไม่ใช่เงินเดือน ส่วนภ.ง.ด.91 ใช้เฉพาะผู้ที่มี ‘เงินเดือน’ อย่างเดียวจากนายจ้าง
2. ถ้ามีเงินเดือนอย่างเดียว แต่รายได้ไม่ถึงเกณฑ์ ต้องยื่นไหม?
ถึงแม้รายได้จะไม่ถึงเกณฑ์ 120,000 บาทต่อปี แต่ควรยื่นภาษี เพราะการยื่นภาษียังมีประโยชน์อื่น ๆ เช่น
- ได้สิทธิ์ขอคืนภาษี หากมีการถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย
- ใช้เป็นเอกสารแสดงรายได้ สำหรับการขอสินเชื่อ หรือทำธุรกรรมทางการเงิน
- เป็นหลักฐานทางการเงิน ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือในอนาคต
- ลดความเสี่ยงต่อการถูกตรวจสอบย้อนหลัง และช่วยให้ประวัติภาษีมีความต่อเนื่อง
3. ยื่นภาษีแล้วต้องเก็บเอกสารไว้นานแค่ไหน?
ควรเก็บเอกสารประกอบการยื่นภาษี อย่างน้อย 5 ปี เช่น หนังสือรับรองภาษีหัก ณ ที่จ่าย ใบเสร็จลดหย่อน หรือใบรับรองการลงทุน
4. ยื่นภาษีช้าได้ไหม และมีค่าปรับหรือไม่?
- ภ.ง.ด. 90/91 ยื่นได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 มีนาคมของทุกปี หรือยื่นออนไลน์อาจขยายถึงต้นเดือนเมษายน
- ภ.ง.ด. 94 ยื่นในช่วง 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน ออนไลน์อาจขยายถึงต้นเดือนตุลาคม
สรุป ภ.ง.ด.90 / ภ.ง.ด.91/ ภ.ง.ด. 94 ต่างกันอย่างไร ?
หลังจากอ่านมาทั้งหมดแล้ว คุณน้าเชื่อว่าทุกคนน่าจะเห็นภาพของเงินได้แต่ละประเภทชัดเจนมากขึ้น แต่คุณน้าขอสรุปความแตกต่างของ ภ.ง.ด.90 / ภ.ง.ด.91/ ภ.ง.ด. 94 ให้อีกรอบนะคะ นั่นคือ ทั้งหมดล้วนเป็นแบบที่ใช้ยื่นแสดงรายได้ของบุคคลธรรมดา แตกต่างกันเพียงช่องทางรายได้เท่านั้น ดังนั้น หากทุกคนรู้ว่ารายได้ของตัวเองมาจากไหนและเป็นเงินได้ประเภทใด ก็อย่าลืมยื่นแบบที่ถูกต้องกันด้วยนะคะ
หากคำถามเกี่ยวกับการยื่นภาษี สามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมหรือสอบถามได้โดยตรงผ่านช่องทางของกรมสรรพากร เช่น เว็บไซต์ของกรมสรรพากร, สำนักงานสรรพากรพื้นที่ใกล้บ้าน หรือ RD Call Center 1161
ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมสรรพากร 1, กรมสรรพากร 2 และ กรมสรรพากร 3
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge








