กองทุนทองคำคืออะไร? คู่มือลงทุนทองคำสำหรับมือใหม่ ปี 2569

กองทุนทองคำคืออะไร? คู่มือลงทุนทองคำสำหรับมือใหม่ ปี 2569
Table of Contents

กองทุนทองคำคืออะไร? สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนในทองคำ แต่ไม่สะดวกถือครองทองคำจริง ในช่วงที่เศรษฐกิจผันผวน เงินเฟ้อสูง และทิศทางดอกเบี้ยเปลี่ยนแปลง ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง แล้วถ้าอยากลงทุนทองคำด้วยวิธีที่ง่าย ใช้เงินเริ่มต้นไม่มาก และไม่ต้องถือทองจริง กองทุนทองคำจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าหรือไม่?

บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานของกองทุนทองคำ วิธีเลือกกองทุนให้เหมาะกับตัวเอง ไปจนถึงรายละเอียดกองทุนทองคำยอดนิยม อัปเดตล่าสุดปี 2569

*หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน


กองทุนทองคำ (Gold Fund) คือ กองทุนรวมที่มีนโยบายนำเงินของผู้ลงทุนไปลงทุนในทองคำ ไม่ว่าจะเป็นทองคำแท่งโดยตรง สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงราคาทองคำ หรือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมทองคำในต่างประเทศ (Master Fund) โดยมีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพคอยบริหารจัดการให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนด

ผลตอบแทนจะอ้างอิงกับการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลก ผู้ลงทุนจึงได้รับความเสี่ยงและผลตอบแทนที่ใกล้เคียงกับการถือครองทองคำ โดยไม่ต้องซื้อทองคำแท่งมาเก็บไว้เอง


ซื้อกองทุนทองคำได้ผ่านช่องทางไหนบ้าง?

การซื้อกองทุนทองคำสามารถดำเนินการได้ผ่านหลากหลายช่องทาง โดยแต่ละช่องทางมีจุดเด่นและความเหมาะสมแตกต่างกัน ดังนี้

1. แอปพลิเคชันของธนาคาร

เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น ใช้งานง่าย และสามารถซื้อกองทุนทองคำได้ทันทีผ่านแอปที่คุ้นเคย โดยไม่ต้องเปิดบัญชีใหม่เพิ่มเติม

2. แอปสำหรับการลงทุน

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุนอย่างรอบคอบ มีตัวเลือกกองทุนหลากหลาย เช่น Streaming หรือ FINNOMENA พร้อมข้อมูลเปรียบเทียบ และเครื่องมือวิเคราะห์

3. เว็บไซต์ของ บลจ. (บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน)

เหมาะสำหรับผู้ที่มีบัญชีอยู่แล้ว และต้องการซื้อกองทุนได้โดยตรงกับบริษัทจัดการกองทุน รวมถึงผู้ที่ต้องการบริหารพอร์ตการลงทุนด้วยตนเองอย่างเป็นระบบ


การเริ่มต้นลงทุนในกองทุนทองคำสามารถทำตามเริ่มต้นง่าย ๆ ด้วย 5 ขั้นตอน ดังนี้

1. เปิดบัญชีลงทุน

สมัครผ่านแอปธนาคาร, แอปสำหรับลงทุน หรือบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เพื่อให้สามารถซื้อขายกองทุนทองคำได้อย่างสะดวก โดยปัจจุบันสามารถเปิดบัญชีออนไลน์ได้ทั้งหมด

2. เลือกกองทุนทองคำที่เหมาะสม

ศึกษานโยบายการลงทุนของกองทุน เช่น ลงทุนผ่านกองทุนต่างประเทศ (Feeder Fund) หรืออ้างอิงราคาทองคำโลกโดยตรง รวมถึงพิจารณาผลตอบแทนย้อนหลัง, ความเสี่ยง และค่าธรรมเนียม เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการลงทุนของคุณ

3. กำหนดจำนวนเงินลงทุน

ระบุจำนวนเงินที่ต้องการลงทุน โดยกองทุนทองคำส่วนใหญ่สามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่ 1 บาทหรือไม่กำหนดขั้นต่ำ เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่ต้องการทยอยสะสม

4. ยืนยันคำสั่งซื้อ

ตรวจสอบรายละเอียดให้ครบถ้วน เช่น ชื่อกองทุน, จำนวนเงิน และเงื่อนไขต่าง ๆ ก่อนกดยืนยันรายการผ่านแอปพลิเคชัน

5. ติดตามผลและปรับพอร์ตการลงทุน

หลังจากลงทุนแล้ว ควรติดตามผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ และปรับพอร์ตให้เหมาะสมกับสถานการณ์ตลาดทองคำ เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนในระยะยาว


5 เกณฑ์การพิจารณากองทุนทองคำที่ดี มีอะไรบ้าง?

ก่อนที่เราจะไปดู 6 กองทุนทองคำที่น่าสนใจ ในปี 2569 นี้ คุณน้าขอยก 5 เกณฑ์การพิจารณากองทุนทองคำที่ดี มีอะไรบ้าง? เพื่อช่วยให้นักลงทุนมือใหม่สามารถพิจารณาการเลือกกองทุนทองคำได้ดียิ่งขึ้น

1. ประเภทและระดับความเสี่ยงของกองทุน

ปัจจัยแรกที่นักลงทุนมือใหม่ควรให้ความสำคัญ คือ ประเภทและระดับความเสี่ยงของกองทุน เนื่องจากในแต่ละกองทุนจะมีกลยุทธ์ในการบริหารที่แตกต่างกัน ซึ่งนักลงทุนควรศึกษาเป้าหมายของตนเอง ก่อนตัดสินใจว่าประเภทการลงทุนแบบไหนเหมาะกับคุณ รวมทั้งความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้นั้นมากน้อยเพียงใด โดยปกติแล้ว กองทุนส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนแบบ Passive หรือกองทุนรวมที่เน้นการลงทุน เพื่อให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนีชี้วัด (Benchmark) ให้ได้มากที่สุดค่ะ 

ในขณะที่กองทุนแบบ Active จะเน้นกลยุทธ์ที่สร้างผลตอบแทนให้ชนะดัชนีชี้วัด (Benchmark) ทำให้ผู้จัดการกองทุนจะต้องปรับเปลี่ยนพอร์ตการลงทุนอยู่บ่อยครั้ง เพื่อให้สามารถเอาชนะตลาดได้ ด้วยเหตุนี้เอง กองทุนประเภทนี้จึงมีความเสี่ยงและอัตราค่าธรรมเนียมที่มากกว่ากองทุนแบบ Passive 

โดยคุณสามารถศึกษาประเภทและระดับความเสี่ยงของกองทุนได้ที่หนังสือชี้ชวน (Fund Fact Sheet) ของแต่ละกองทุนได้เลยค่ะ

2. นโยบายป้องกันความเสี่ยงของกองทุนรวม

ปัจจัยต่อมาที่นักลงทุนมือใหม่ควรให้ความสนใจไม่แพ้กันนั่นก็คือ นโยบายป้องกันความเสี่ยงของกองทุนรวม ซึ่งปกติแล้ว กองทุนรวมจะแบ่งออกเป็นนโยบายป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน (Hedge) และนโยบายไม่ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน (Unhedged) ซึ่งนโยบายทั้ง 2 ประเภทนี้มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะส่งผลกระทบโดยตรงต่อกองทุนเลยค่ะ 

โดยปกติแล้วทองคำจะมีการซื้อขายด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐใช่ไหมคะ และหากคุณต้องการแลกเงินจากดอลลาร์สหรัฐกลับมาเป็นเงินไทย คุณจะต้องดูอัตราการแลกเปลี่ยนระหว่างคู่เงิน ทำให้เห็นได้ว่า อัตราการแลกเปลี่ยนเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม

ดังนั้น นโยบายป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน (Hedge) และนโยบายไม่ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน (Unhedged) จะส่งผลกระทบต่ออัตราการแลกเปลี่ยนและการเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่แตกต่างกัน หากคุณคาดการณ์ว่า เงินบาทอ่อนค่าจะมีแนวโน้มอ่อนค่าในอนาคต การเลือกกองทุนที่มีนโยบายไม่ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน (Unhedged) จะให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าค่ะ แต่หากคุณไม่อยากรับความเสี่ยงใด ๆ จากค่าเงิน คุณควรเลือกกองทุนที่มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน (Hedge) ก็จะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากกว่านั่นเอง

3. การลงทุนขั้นต่ำ

มาต่อกันที่ปัจจัยที่ 3 ที่นักลงทุนมือใหม่ควรศึกษานั่นก็คือ การลงทุนขั้นต่ำ ซึ่งถือเป็นคุณสมบัติเด่นของกองทุนเลยก็ว่าได้ค่ะ เพราะส่วนใหญ่แล้ว กองทุนจะกำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำไว้ที่ 1-10,000 บาท ทำให้เหมาะกับนักลงทุนมือใหม่ที่ต้องการลงทุนโดยไม่ใช้เงินทุนมากนัก

สำหรับการเลือกว่าจะลงทุนขั้นต่ำในจำนวนเงินเท่าไหร่ดี คุณน้าขอแนะนำว่า คุณควรประเมินจำนวนเงินเย็นที่คุณสามารถนำมาลงทุนได้ โดยที่ไม่เดือดร้อนการดำเนินชีวิตของคุณ

4. ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายแฝง

แม้ว่ากองทุนทองคำจะกำหนดเงินลงทุนค่อนข้างต่ำ แต่สิ่งที่นักลงทุนมือใหม่ไม่ควรมองข้ามเลยก็คือ ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายแฝงของกองทุนค่ะ เนื่องจากกองทุนจะมีผู้จัดการกองทุนที่เข้ามาบริหารจัดการกองทุนให้กับเรา ทำให้ปฏิเสธไม่ได้ว่า คุณจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ซึ่งตรงนี้ถือเป็นส่วนที่สร้างความแตกต่างให้กับแต่ละกองทุน ดังนั้น คุณควรพิจารณาผลตอบแทนกับค่าใช้จ่ายของกองทุนว่า มีความคุ้มค่าและเหมาะสมหรือไม่?

ปกติแล้ว ค่าธรรมเนียมจะประกอบไปด้วย 4 ประเภท ได้แก่ ค่าธรรมเนียมการซื้อขาย, ค่าใช้จ่ายในการซื้อขายหลักทรัพย์ของกองทุน, ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ของเงินปันผล และค่าธรรมเนียม เมื่อคุณทำการย้าย, โอน หรือสับเปลี่ยนกองทุน


5. ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีขึ้นไป 

มาที่ปัจจัยสุดท้ายที่นักลงทุนมือใหม่ควรพิจารณา นั่นก็คือ ผลตอบแทนย้อนหลัง ซึ่งเป็นสิ่งที่จะสะท้อนได้ว่า ผู้จัดการกองทุนนั้นมีความสามารถในการสร้างผลตอบแทนที่ดีหรือไม่? ซึ่งการดูผลตอบแทนย้อนหลังควรดูตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไปค่ะ


แต่ละกองทุนมีนโยบายลงทุน ผลตอบแทน และเงื่อนไขที่แตกต่างกัน ตารางด้านล่างได้รวบรวมกองทุนทองคำผลตอบแทนเด่น ปี 2569 มาให้แล้ว ทั้งแบบลดหย่อนภาษีและไม่ลดหย่อน เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาในการเลือกกองทุนที่เหมาะกับเป้าหมายการลงทุนของตัวเองได้ง่ายขึ้นค่ะ

รายชื่อกองทุนทองคำ ผลตอบแทนดี ลดหย่อนภาษีได้

รายชื่อกองทุนทองคำ ผลตอบแทนดี ลดหย่อนภาษีได้

หมายเหตุ: กองทุน RMF เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนระยะยาว พร้อมสิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษี แต่มีเงื่อนไขการถือครองจนถึงอายุเกษียณ


กองทุนเปิด ทิสโก้ โกลด์ เพื่อการเลี้ยงชีพ: TGOLDRMF-A

  • นโยบายของกองทุน: เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน SPDR Gold Trust ซึ่งเป็นกองทุน ETF
  • ความเสี่ยงของกองทุน: ระดับ 8 
  • ขั้นต่ำลงทุนครั้งแรก: 1,000 บาท
  • ขั้นต่ำลงทุนครั้งต่อไป: 1,000 บาท
  • ค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุน: 1.07% ต่อปี
  • ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี: +38.78% (ข้อมูล ณ วันที่ 27 เม.ย.2569)


กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี อินเตอร์เนชั่นแนล โกลด์ เพื่อการเลี้ยงชีพ: I-GOLDRMF

  • นโยบายของกองทุน: กองทุนมีนโยบายที่จะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน SPDR Gold Trust (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
  • ความเสี่ยงของกองทุน: ระดับ 8 
  • ขั้นต่ำลงทุนครั้งแรก: 1,000 บาท
  • ขั้นต่ำลงทุนครั้งต่อไป: 500 บาท
  • ค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุน: 0.8% ต่อปี
  • ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี: +38.22% (ข้อมูล ณ วันที่ 27 เม.ย.2569)


กองทุนเปิดไทยพาณิชย์โกลด์ THB เฮดจ์ เพื่อการเลี้ยงชีพ: SCBGOLDHRMF

  • นโยบายของกองทุน: เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน SPDR Gold Trust
  • ความเสี่ยงของกองทุน: ระดับ 8 
  • ขั้นต่ำลงทุนครั้งแรก: 1,000 บาท
  • ขั้นต่ำลงทุนครั้งต่อไป: 1,000 บาท
  • ค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุน: 0.54% ต่อปี
  • ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี: +34.43% (ข้อมูล ณ วันที่ 27 เม.ย.2569)


กองทุนเปิดอีสท์สปริง ทองคำแท่งเพื่อการเลี้ยงชีพ-H: ES-GOLDRMF-H

  • นโยบายของกองทุน: เน้นลงทุนโดยตรงในทองคำแท่ง (Physical gold หรือ Gold bullion) ในต่างประเทศเป็นหลัก
  • ความเสี่ยงของกองทุน: ระดับ 8 
  • ขั้นต่ำลงทุนครั้งแรก: 1 บาท
  • ขั้นต่ำลงทุนครั้งต่อไป: 1 บาท
  • ค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุน: 1.17% ต่อปี
  • ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี: +34.43% (ข้อมูล ณ วันที่ 27 เม.ย.2569)


กองทุนเปิด ยูโอบี โกลด์ เพื่อการเลี้ยงชีพ – H: UOBGRMF-H

  • นโยบายของกองทุน: เน้นการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน SPDR Gold Trust
  • ความเสี่ยงของกองทุน: ระดับ 8 
  • ขั้นต่ำลงทุนครั้งแรก: ไม่มีขั้นต่ำ
  • ขั้นต่ำลงทุนครั้งต่อไป: ไม่มีขั้นต่ำ
  • ค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุน: 0.43% ต่อปี
  • ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี: +33.68% (ข้อมูล ณ วันที่ 27 เม.ย.2569)


รายชื่อกองทุนทองคำ ผลตอบแทนดี ไม่สามารถลดหย่อนภาษีได้

รายชื่อกองทุนทองคำ ผลตอบแทนดี ไม่สามารถลดหย่อนภาษีได้


กองทุนเปิด ทิสโก้ โกลด์ ฟันด์: TGOLD

  • นโยบายของกองทุน: เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน SPDR Gold Trust
  • ความเสี่ยงของกองทุน: ระดับ 8 
  • ขั้นต่ำลงทุนครั้งแรก: ไม่มีขั้นต่ำ
  • ขั้นต่ำลงทุนครั้งต่อไป: ไม่มีขั้นต่ำ
  • ค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุน: 1.07% ต่อปี
  • ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี: +38.10% (ข้อมูล ณ วันที่ 27 เม.ย.2569)


กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี อินเตอร์เนชั่นแนล โกลด์ ฟันด์ ชนิดผู้ลงทุนทั่วไป: IGOLD-G

  • นโยบายของกองทุน: เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน SPDR Gold Trust
  • ความเสี่ยงของกองทุน: ระดับ 8 
  • ขั้นต่ำลงทุนครั้งแรก: 1,000 บาท
  • ขั้นต่ำลงทุนครั้งต่อไป: 1,000 บาท
  • ค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุน: 0.8% ต่อปี
  • ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี: +37.79% (ข้อมูล ณ วันที่ 27 เม.ย.2569)


กองทุนเปิดไทยพาณิชย์โกลด์ THB เฮดจ์ (ชนิดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์): SCBGOLDHE

  • นโยบายของกองทุน: เน้นการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน SPDR Gold Trust
  • ความเสี่ยงของกองทุน: ระดับ 8 
  • ขั้นต่ำลงทุนครั้งแรก: 1 บาท
  • ขั้นต่ำลงทุนครั้งต่อไป: 1 บาท
  • ค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุน: 0% ต่อปี
  • ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี: +35.53% (ข้อมูล ณ วันที่ 27 เม.ย.2569)


กองทุนเปิดไทยพาณิชย์โกลด์ THB เฮดจ์: SCBGOLDH

  • นโยบายของกองทุน: ลงทุนผ่าน ETF ทองคำต่างประเทศเพื่อให้ผลตอบแทนเคลื่อนไหวตามราคาทองคำโลก โดยอิงกองทุน SPDR Gold Trust เป็นหลัก
  • ความเสี่ยงของกองทุน: ระดับ 8 
  • ขั้นต่ำลงทุนครั้งแรก: 1 บาท
  • ขั้นต่ำลงทุนครั้งต่อไป: 1 บาท
  • ค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุน: 0.44% ต่อปี
  • ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี: +34.94% (ข้อมูล ณ วันที่ 27 เม.ย.2569)


กองทุนเปิดอีสท์สปริง ทองคำแท่ง-H: ES-GOLDBULLION-H

  • นโยบายของกองทุน: เน้นลงทุนโดยตรงในทองคำแท่ง (Physical gold หรือ Gold bullion) ในต่างประเทศเป็นหลัก
  • ความเสี่ยงของกองทุน: ระดับ 8 
  • ขั้นต่ำลงทุนครั้งแรก: 1 บาท
  • ขั้นต่ำลงทุนครั้งต่อไป: 1 บาท
  • ค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุน: 1.17% ต่อปี
  • ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี: +34.67% (ข้อมูล ณ วันที่ 27 เม.ย.2569)


กองทุนเปิดกรุงศรีโกลด์เฮดจ์: KF-HGOLD

  • นโยบายของกองทุน: เน้นการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน SPDR Gold Trust
  • ความเสี่ยงของกองทุน: ระดับ 8 
  • ขั้นต่ำลงทุนครั้งแรก: 500 บาท
  • ขั้นต่ำลงทุนครั้งต่อไป: 500 บาท
  • ค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุน: 0.96% ต่อปี
  • ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี: +33.89% (ข้อมูล ณ วันที่ 27 เม.ย.2569)


กองทุนเปิดพรินซิเพิล โกลด์ อินคัม E: PRINCIPAL IGOLD-E

  • นโยบายของกองทุน: เน้นการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน SPDR Gold Trust
  • ความเสี่ยงของกองทุน: ระดับ 8 
  • ขั้นต่ำลงทุนครั้งแรก: 500 บาท
  • ขั้นต่ำลงทุนครั้งต่อไป: 500 บาท
  • ค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุน: 0% ต่อปี
  • ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี: +33.79% (ข้อมูล ณ วันที่ 27 เม.ย.2569)


กองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท โกลด์ ฟันด์ – H: UOBSG-H

  • นโยบายของกองทุน: ลงทุนใน SPDR Gold Trust ไม่น้อยกว่า 80% เพื่อให้ผลตอบแทนใกล้เคียงราคาทองคำโลก
  • ความเสี่ยงของกองทุน: ระดับ 8 
  • ขั้นต่ำลงทุนครั้งแรก: ไม่มีขั้นต่ำ
  • ขั้นต่ำลงทุนครั้งต่อไป: ไม่มีขั้นต่ำ
  • ค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุน: 0.43% ต่อปี
  • ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี: +33.52% (ข้อมูล ณ วันที่ 27 เม.ย.2569)


  • ลงทุนได้ง่าย ซื้อผ่านแอปธนาคารหรือแพลตฟอร์มออนไลน์ได้ทันที
  • ใช้เงินเริ่มต้นไม่สูง
  • ไม่ต้องถือทองคำจริง ลดภาระด้านการเก็บรักษา
  • ช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน
  • มีสภาพคล่อง ซื้อขายสะดวก
  • มีค่าธรรมเนียมในการบริหารกองทุน
  • ผู้ลงทุนไม่ได้ถือกรรมสิทธิ์ทองคำโดยตรง
  • ผลตอบแทนผันผวนตามราคาทองคำในตลาดโลก
  • อาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (ในกรณีลงทุนต่างประเทศ)


นอกจากการลงทุนผ่านกองทุนทองคำแล้ว ยังมีช่องทางการลงทุนทองคำอีกหลากหลายรูปแบบที่เหมาะกับเป้าหมายและสไตล์การลงทุนที่แตกต่างกัน

เทรดทองออนไลน์ (XAUUSD)

ข้อดี: ทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง, เปิดให้เทรด 24 ชั่วโมง และใช้ Leverage เพื่อเพิ่มผลตอบแทนได้

ข้อควรระวัง: มีความเสี่ยงสูงจากความผันผวน และถูกปิดสถานะโดยอัตโนมัติหากบริหารเงินทุนไม่ดี


ตัวอย่างโบรกเกอร์ยอดนิยม

IUX

1.4 pips

1:3000

ไม่มี

Eightcap

1.6 pips

1:500

มี

Pepperstone

2.5 pips

1:200

มี

*หมายเหตุ: เปรียบเทียบจากบัญชี Standard ซึ่งเป็นบัญชีที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่นิยมใช้งาน



การเลือกโบรกเกอร์ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญสำหรับการเทรด Forex ค่ะ เพราะโบรกเกอร์จะพัฒนาระบบและเครื่องมือต่าง ๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้การเทรดของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นให้ได้มากที่สุด

สำหรับเทรดเดอร์ที่ยังไม่มั่นใจว่า โบรกเกอร์ Forex แบบไหนดี? คุณน้าได้รวบรวมการจัดอันดับของโบรกเกอร์ในทุกคุณสมบัติ เช่น สเปรดต่ำ, เทรดทอง หรือโบนัสฟรีมาไว้ให้คุณแล้ว!


มือใหม่หัดเทรดที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี? คุณน้าได้รวบรวมเนื้อหาสำคัญที่ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการเทรด Forex มาไว้ให้แล้วที่นี่!



ออมทอง (Gold Saving)

ข้อดี: เหมาะกับผู้ที่มีเงินทุนน้อย สร้างวินัยการออมได้ดี และรองรับการลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน (DCA) ได้

ข้อควรระวัง: มีค่าธรรมเนียมในการแลกเป็นทองจริงหรือค่าจัดส่ง, ส่วนต่างราคาซื้อ-ขาย (Spread) ในแอป และควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์ม


แอปออมทองยอดนิยม

Gold Now

ฮั่วเซ่งเฮง

1,000 บาท

สะสมครบ 1 สลึง หรือ 3.811 กรัม

Get Gold

YLG

1,000 บาท

สะสมครบ 1 กรัม

GOLD INVEST 

GCAP

500 บาท

สะสมครบ 1 กรัม



ลงทุนในกองทุนทองคำต้องใช้เงินเท่าไหร่?

สำหรับกองทุนทองคำสามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่ 1 บาทหรือไม่มีขั้นต่ำ

กองทุนทองคำต่างจากทองแท่งยังไง?

กองทุนทองคำเป็นการลงทุนผ่านหน่วยลงทุนที่แสดงสิทธิในทองคำ ไม่ได้เป็นเจ้าของทองคำโดยตรง แต่ได้ผลตอบแทนตามการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ ส่วนทองแท่ง เราเป็นเจ้าของทองคำจริง

กองทุนทองคำมีความเสี่ยงอย่างไร?

กองทุนทองคำมีความเสี่ยงด้านความผันผวนของราคาทองคำ ซึ่งอาจขึ้นลงตามสภาวะเศรษฐกิจโลก, อัตราดอกเบี้ย และปัจจัยทางการเมือง


กองทุนทองคำถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงของพอร์ต เนื่องจากทองคำมักถูกใช้เป็นสินทรัพย์ป้องกันความผันผวนของตลาด อีกทั้งยังเริ่มต้นลงทุนได้ด้วยเงินจำนวนไม่สูง และสามารถซื้อขายได้สะดวกผ่านช่องทางออนไลน์ เหมาะทั้งสำหรับมือใหม่และนักลงทุนระยะยาว

อย่างไรก็ตาม การลงทุนในกองทุนทองคำยังคงมีความเสี่ยงที่ควรพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นความผันผวนของราคาทองคำ ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุน ดังนั้น ก่อนตัดสินใจลงทุน ควรศึกษาข้อมูล เปรียบเทียบผลตอบแทน และเลือกกองทุนให้เหมาะสมกับเป้าหมายทางการเงินของตนเอง


สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers

บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing

คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge

Picture of khunnaphatrade
khunnaphatrade
Table of Contents
Recent Post
Recent Post
เก็บเงินไม่อยู่ 5 วิธีประหยัดเงินฉบับมนุษย์เงินเดือน
เก็บเงินไม่อยู่ ทำยังไงดี? 5 วิธีประหยัดเงินที่เริ่มได้ทันที

เก็บเงินไม่อยู่ คือปัญหาหลักที่ทำให้เงินเก็บไม่เพิ่มขึ้นตามรายได้ คุณน้าสรุป 5 วิธีประหยัดเงินและเทคนิคจัดการเงินที่เริ่มทำได้ทันทีมาให้แล้วค่ะ

กองทุนน้ำมัน คืออะไร สินทรัพย์ผันผวนสูงที่มือใหม่ควรรู้
กองทุนน้ำมัน คืออะไร? สินทรัพย์ผันผวนสูงที่มือใหม่ควรรู้

กองทุนน้ำมัน คือ สินทรัพย์การลงทุนที่เคลื่อนไหวตามราคาน้ำมันดิบโลก แต่มีความผันผวนและกลไกเฉพาะตัว คุณน้าสรุปความเสี่ยงและข้อควรรู้มาให้แบบเข้าใจง่ายค่ะ

หุ้นกู้แปลงสภาพ คือ ตราสารหนี้ผสมตราสารทุนเพื่อโอกาสเติบโต
หุ้นกู้แปลงสภาพ คืออะไร? ทางเลือกลงทุนที่นักออมต้องรู้

หุ้นกู้แปลงสภาพ คือ ตราสารหนี้ผสมตราสารทุนที่ช่วยกระจายความเสี่ยง พร้อมเปิดโอกาสรับผลตอบแทนเพิ่มขึ้นเมื่อราคาหุ้นเติบโต คุณน้าพาเจาะลึกกลไกและข้อควรรู้ก่อนเริ่มลงทุนค่ะ

ข้อควรระวังการลงทุน สินทรัพย์เสี่ยงสูง แนะนำวิธีบริหารความเสี่ยงสำหรับมือใหม่
ข้อควรระวังการลงทุน สินทรัพย์เสี่ยงสูง พื้นฐานที่ห้ามมองข้าม

ข้อควรระวังการลงทุน สินทรัพย์เสี่ยงสูง เป็นเรื่องสำคัญที่นักลงทุนมือใหม่ต้องเข้าใจก่อนลงเงิน คุณน้าสรุปประเภทความเสี่ยง พร้อมวิธีจัดพอร์ต Core-Satellite เพื่อบริหารเงินทุนอย่างปลอดภัยค่ะ

ทางเว็บไซต์ คุณน้าพาเทรด
ได้มีการใช้คุกกี้เพื่อช่วยปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพให้เว็บไซต์ของเราดียิ่งขึ้น


Privacy Policy