กฎใหม่! ภาษีนำเข้าสินค้าออนไลน์ สั่งของต่างประเทศบ่อยต้องรู้

กฎใหม่! ภาษีนำเข้าสินค้าออนไลน์ สั่งของต่างประเทศบ่อยต้องรู้
Table of Contents

ตามกฎใหม่ของกรมศุลกากร สินค้าออนไลน์ที่นำเข้าจากต่างประเทศจะถูกพิจารณาเรียกเก็บภาษีนำเข้าตั้งแต่มูลค่า 1 บาทขึ้นไป จากเดิมที่เคยมีการยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้ผู้ที่สั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศเป็นประจำ จำเป็นต้องทำความเข้าใจกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ เพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด รวมถึงปัญหาสินค้าติดค้างในกระบวนการตรวจปล่อยของกรมศุลกากร

บทความนี้คุณน้าจะพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาษีนำเข้าสินค้าออนไลน์อย่างครบถ้วน ตั้งแต่ความรู้พื้นฐาน, ประเภทภาษีที่เกี่ยวข้อง, วิธีการคำนวณภาษี ไปจนถึงตัวอย่างกรณีศึกษา เพื่อช่วยให้คุณสามารถเตรียมตัวได้อย่างถูกต้อง วางแผนค่าใช้จ่ายได้อย่างเหมาะสม และลดความเสี่ยงจากปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในขั้นตอนการนำเข้าสินค้าค่ะ

คุณน้าพาเทรด

ภาษีนำเข้าคืออะไร?

ภาษีนำเข้า (Import Duty) คือ ภาษีที่รัฐเรียกเก็บจากสินค้าที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองผู้ผลิตภายในประเทศ และเป็นแหล่งรายได้ของภาครัฐค่ะ

การจัดเก็บภาษีนำเข้าครอบคลุมสินค้าทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็นการนำเข้าเพื่อใช้ส่วนตัว, การนำเข้าเพื่อจำหน่ายต่อ หรือการสั่งซื้อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น Shopee, Lazada, AliExpress และ Amazon ทั้งนี้ หากสินค้านั้นเข้าเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด ผู้นำเข้ามีหน้าที่ต้องชำระภาษีนำเข้า รวมถึงภาษีและค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามระเบียบของกรมศุลกากร


การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศต้องเสียภาษีอะไรบ้าง?

การนำเข้าสินค้าออนไลน์จากต่างประเทศ ไม่ได้มีเพียงภาษีรายการเดียวเท่านั้นค่ะ แต่โดยทั่วไปจะเกี่ยวข้องกับภาษีหลัก 3 ส่วนสำคัญ ดังนี้

ภาษีนำเข้า (ภาษีสินค้านำเข้า)

1. ภาษีนำเข้า (ภาษีสินค้านำเข้า)

ภาษีนำเข้าจะคำนวณตามประเภทของสินค้า โดยแต่ละชนิดมีอัตราภาษีแตกต่างกันไป เช่น 0%, 5%, 10% หรือในบางกรณีอาจสูงกว่า 30%

ทั้งนี้ อัตราภาษีอ้างอิงจากพิกัดศุลกากร (HS Code) ของสินค้าเป็นหลักค่ะ


ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%)

2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%)

ภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 7% มักถูกเรียกเก็บในเกือบทุกกรณี โดยคำนวณจาก

มูลค่าสินค้า + ค่าขนส่ง + ภาษีนำเข้า


ภาษีศุลกากร

3. ภาษีศุลกากร

ภาษีศุลกากรเป็นคำที่ใช้เรียกรวมภาษีและค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นในกระบวนการนำเข้าสินค้า เช่น

  • ภาษีนำเข้า
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้น เมื่อเจ้าหน้าที่แจ้งว่าจำเป็นต้องชำระภาษีศุลกากร หมายถึงการเรียกเก็บภาษีมากกว่าหนึ่งรายการพร้อมกัน ไม่ได้จำกัดเพียงภาษีประเภทใดประเภทหนึ่งเท่านั้น


ภาษีนำเข้าสินค้าออนไลน์คำนวณจากอะไรบ้าง?

การคำนวณภาษีนำเข้าสินค้าออนไลน์ ไม่ได้พิจารณาเฉพาะราคาสินค้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่พิจารณาจากองค์ประกอบหลายอย่าง ดังนี้ค่ะ

  • ราคาสินค้าตามใบแจ้งหนี้ (Invoice)
  • ค่าขนส่งจากต่างประเทศ
  • ค่าประกันสินค้า
  • ประเภทสินค้าตามพิกัดศุลกากร (HS Code)
  • ประเทศต้นทางของสินค้า


ปัจจัยทั้งหมดนี้จะถูกรวมเรียกว่ามูลค่า CIF (CIF Value) ซึ่งย่อมาจาก
Cost (ราคาสินค้า) + Insurance (ค่าประกัน) + Freight (ค่าขนส่ง)

โดยกรมศุลกากรจะใช้มูลค่า CIF เป็นฐานในการคำนวณภาษีนำเข้า รวมถึงภาษีและค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องนั่นเองค่ะ

คุณน้าพาเทรด


ทำไมต้องปรับเกณฑ์การเก็บภาษีนำเข้าสินค้าออนไลน์?

การปรับเกณฑ์การจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าออนไลน์ มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเป็นธรรมทางการค้า และคุ้มครองผู้บริโภคภายในประเทศ โดยมีเหตุผลสำคัญดังนี้

1. ปกป้องผู้ประกอบการไทย
สินค้าราคาถูกจากต่างประเทศนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศจำนวนมาก ทำให้ผู้ค้าไทยหลายราย โดยเฉพาะรายย่อยได้รับผลกระทบด้านการแข่งขันราคา โดยเฉพาะรายย่อย

2. สร้างความเป็นธรรมทางการค้า
ผู้ประกอบการในประเทศต้องปฏิบัติตามกฎหมายครบถ้วน ทั้งภาษีและมาตรฐานสินค้า แต่สินค้านำเข้าบางส่วนหลีกเลี่ยงภาษีหรือค่าธรรมเนียมได้ ทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมในตลาด

3. คุ้มครองผู้บริโภค
สินค้านำเข้าหลายรายการไม่ได้รับการตรวจสอบมาตรฐานที่กำหนด เช่น ไม่มีเครื่องหมาย มอก. หรือไม่ผ่านการรับรองคุณภาพ อาจเสี่ยงต่อความปลอดภัยและสุขภาพได้

จากเหตุผลข้างต้นทำให้ภาครัฐมีความจำเป็นต้องปรับเกณฑ์การจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าออนไลน์ให้มีความเหมาะสมและรัดกุมมากยิ่งขึ้นนั่นเองค่ะ


การคำนวณภาษีนำเข้าสินค้าออนไลน์

การคำนวณภาษีนำเข้าสินค้าออนไลน์


ขั้นตอนการคำนวณภาษีนำเข้าสินค้าออนไลน์ จะเริ่มจากการคำนวณหามูลค่า CIF จากนั้นจึงนำไปใช้เป็นฐานในการคำนวณ อากรนำเข้า และภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7%


สูตรคำนวณมูลค่า CIF

CIF = Cost (ราคาสินค้า) + Insurance (ค่าประกัน) + Freight (ค่าขนส่ง)

ขั้นตอนการคำนวณภาษีนำเข้า

  1. คำนวณมูลค่า CIF
  2. คำนวณอากรนำเข้า โดยอัตราขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า (ตัวอย่างนี้สมมติที่ 10%)
  3. คิด VAT 7% จาก (มูลค่า CIF + อากรนำเข้า)

ตัวอย่าง

สั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ มีรายละเอียด ดังนี้

  • มูลค่าสินค้า: 5,000 บาท
  • ค่าขนส่ง: 1,000 บาท

ขั้นตอนคำนวณ

  • มูลค่า CIF = 5,000 + 1,000 = 6,000 บาท
  • อากรนำเข้า 10% ของ 6,000 = 600 บาท
  • VAT 7% ของ (6,000 + 600) = 462 บาท

สรุป

  • ภาษีที่ต้องจ่ายทั้งหมด = 1,062 บาท
  • ราคาสุทธิรวมภาษี = 7,062 บาท

หมายเหตุ: อัตราอากรนำเข้าแตกต่างกันตามพิกัดสินค้าและประเทศต้นทาง


ผลกระทบของการเก็บภาษีออนไลน์ตั้งแต่บาทแรก

การจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าออนไลน์ตั้งแต่มูลค่า 1 บาทขึ้นไป ส่งผลกระทบต่อหลายภาคส่วน ทั้งผู้บริโภค, แพลตฟอร์มออนไลน์ และผู้ประกอบการภายในประเทศ โดยสรุปผลกระทบที่สำคัญได้ดังนี้

ผู้บริโภคทั่วไป

ราคาสินค้าที่สั่งจากต่างประเทศมีแนวโน้มสูงขึ้น เพราะไม่มีการยกเว้นมูลค่าขั้นต่ำ ทำให้ถูกเรียกเก็บทั้งภาษีนำเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แม้เป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพียง 1 บาท

นักช็อปออนไลน์

นักช็อปออนไลน์ที่สั่งสินค้าชิ้นเล็กบ่อย ๆ กลุ่มนี้ถือว่าได้รับผลกระทบโดยตรงมากที่สุด เพราะการสั่งซื้อสินค้าหลายชิ้นในราคาต่ำ ทำให้ต้นทุนรวมเพิ่มขึ้นจากภาษีและค่าธรรมเนียมที่ถูกเรียกเก็บในแต่ละครั้ง

แพลตฟอร์ม E-commerce

แพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น Shopee, Lazada และ Temu มีหน้าที่ต้องส่งข้อมูลสินค้าและมูลค่าให้กรมศุลกากร เพื่อนำไปใช้ในการตรวจสอบและคำนวณภาษีในระบบอัตโนมัติ ซึ่งเพิ่มภาระด้านระบบและการจัดการข้อมูล

ผู้ประกอบการและ SME ภายในประเทศ

กลุ่มผู้ประกอบการในประเทศมีแนวโน้มได้รับประโยชน์ด้านการแข่งขันมากขึ้น เนื่องจากสินค้านำเข้าไม่สามารถตั้งราคาต่ำผิดปกติโดยไม่เสียภาษีได้เหมือนในอดีต


คุณน้าพาเทรด

จะเห็นได้ว่ากลุ่มที่มีแนวโน้มได้รับประโยชน์ คือ ผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าในประเทศไทย
เมื่อสินค้านำเข้าถูกบวกภาษีเพิ่ม ช่องว่างด้านราคาจะเริ่มแคบลง ทำให้สินค้าที่ผลิตในประเทศมีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่คุณภาพใกล้เคียงกัน

นอกจากนี้ สินค้าที่ผลิตในไทยยังมีข้อได้เปรียบ ด้านระยะเวลาจัดส่งที่รวดเร็วกว่า ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยเลือกซื้อสินค้าจากร้านค้าไทย แทนการรอสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ


ข้อดี–ข้อเสียของการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าออนไลน์ตั้งแต่บาทแรก

ข้อดี

• สร้างความเป็นธรรมในการแข่งขัน
ผู้ประกอบการไทยและ SME ไม่เสียเปรียบสินค้านำเข้าราคาถูกจากต่างประเทศที่ไม่เคยต้องเสียภาษีมาก่อน

• เพิ่มรายได้ให้รัฐ
รัฐสามารถจัดเก็บภาษีได้ครบถ้วนมากขึ้น นำไปใช้พัฒนาประเทศและสวัสดิการสังคม

• ลดปัญหาสินค้าราคาต่ำผิดปกติ
ช่วยควบคุมการทุ่มตลาดจากผู้ขายต่างประเทศที่ตั้งราคาต่ำเกินจริง

• คุ้มครองผู้บริโภค
สินค้านำเข้าจะถูกตรวจสอบมากขึ้น ลดความเสี่ยงจากสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ผ่านการรับรอง มอก.


ข้อเสีย

• ผู้บริโภคต้องจ่ายแพงขึ้น
สินค้าที่สั่งจากต่างประเทศราคาเพิ่มขึ้นจากภาษีนำเข้าและ VAT

• กระทบผู้ที่สั่งของชิ้นเล็กหรือราคาถูก
แม้สินค้ามูลค่าไม่สูง ก็ต้องเสียภาษีตั้งแต่บาทแรก

• ขั้นตอนนำเข้าอาจซับซ้อนขึ้น
ผู้ซื้อบางรายต้องทำความเข้าใจเรื่องภาษีและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

• แพลตฟอร์ม e-commerce มีภาระเพิ่ม
ต้องเชื่อมต่อและส่งข้อมูลให้กรมศุลกากรเพื่อคำนวณภาษีอัตโนมัติ


ทำไมบางครั้งสั่งของราคาเท่ากัน แต่เสียภาษีไม่เท่ากัน?

หลายคนอาจสงสัยว่าทั้งที่สั่งสินค้าราคาใกล้เคียงกันจากต่างประเทศ แต่กลับถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าไม่เท่ากัน สาเหตุคือ ศุลกากรไม่ได้พิจารณาเฉพาะราคาสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังคำนึงถึงปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วยค่ะ โดยสาเหตุที่พบบ่อย มีดังนี้

1. พิกัดสินค้า (HS Code) แตกต่างกัน

แม้ราคาสินค้าจะใกล้เคียงกัน แต่หากเป็นสินค้าคนละประเภท ก็อาจถูกจัดอยู่ในพิกัดศุลกากร (HS Code) ที่ต่างกัน ส่งผลให้อัตราภาษีนำเข้าไม่เท่ากัน

2. ประเทศต้นทางไม่เหมือนกัน

บางประเทศมีข้อตกลงการค้าพิเศษที่ทำให้สินค้าเสียภาษีนำเข้าต่ำหรือได้รับยกเว้น แต่สินค้าจากประเทศอื่นยังคงต้องเสียภาษีตามอัตราปกติ

3. วิธีการขนส่งแตกต่างกัน

การนำเข้าสินค้าผ่านไปรษณีย์, บริษัทขนส่งด่วน (Courier) หรือ Shipping Agent อาจมีวิธีการประเมินภาษี, ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ไม่เหมือนกัน ทำให้ยอดภาษีสุดท้ายต่างกันได้


ดังนั้น แม้ราคาสินค้าหน้าร้านจะเท่ากัน แต่เมื่อรวมปัจจัยด้านพิกัดสินค้า, ประเทศต้นทาง และวิธีการขนส่งแล้ว ยอดภาษีที่ต้องชำระอาจแตกต่างกันได้ค่ะ


ภาษีนำเข้าสินค้าออนไลน์ ใครเป็นคนจ่าย?

เมื่อสั่งซื้อสินค้าออนไลน์จากต่างประเทศ หลายคนอาจสงสัยว่าภาษีนำเข้าและ VAT ใครเป็นผู้รับผิดชอบกันแน่ คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับรูปแบบการจัดส่งและเงื่อนไขการขนส่งที่เลือกใช้ค่ะ โดยสามารถแบ่งออกเป็นกรณีหลัก ๆ ดังนี้

1. ไปรษณีย์ไทย

ผู้รับสินค้าจะเป็นผู้ชำระภาษีนำเข้า, ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ในวันที่ไปรับพัสดุหรือเมื่อพัสดุถูกนำจ่าย

2. บริษัทขนส่งด่วน (Courier)

บริษัทขนส่งด่วน เช่น DHL, FedEx, UPS มักสำรองจ่ายภาษีนำเข้าให้ก่อน จากนั้นจะเรียกเก็บเงินจากผู้รับปลายทางภายหลัง พร้อมค่าบริการหรือค่าดำเนินพิธีการเพิ่มเติม

3. Shipping จากจีน หรือ Shipping Agent

ในบางกรณี ผู้ให้บริการอาจเสนอราคาภายใต้เงื่อนไข DDP (Delivered Duty Paid) หมายความว่า ราคาที่แจ้งไว้ ถูกรวมภาษีนำเข้าและ VAT แล้ว โดยผู้ขายหรือผู้ให้บริการเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทำให้ผู้รับปลายทางไม่ต้องจ่ายเพิ่ม


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาษีนำเข้าสินค้าออนไลน์

สั่งของจากต่างประเทศราคาไม่ถึง 1,500 บาท ต้องเสียภาษีหรือไม่?

ต้องเสียภาษี เนื่องจากศุลกากรมีการเรียกเก็บภาษีตั้งแต่สินค้า 1 บาทขึ้นไป

ภาษีนำเข้ากับภาษีศุลกากร ต่างกันอย่างไร?

ภาษีนำเข้า คือ ภาษีที่เรียกเก็บจากตัวสินค้าโดยตรงตามประเภทสินค้า ส่วนภาษีศุลกากรเป็นคำเรียกรวม อาจหมายถึง ภาษีนำเข้า, ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ในกระบวนการนำเข้าสินค้า ดังนั้นยอดที่ต้องจ่ายจริงมักมากกว่าภาษีเพียงรายการเดียว

สามารถหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้าได้หรือไม่?

ไม่สามารถหลีกเลี่ยงภาษีได้โดยผิดกฎหมาย แต่สามารถวางแผนเพื่อลดภาษีนำเข้าอย่างถูกต้อง เช่น เลือกสินค้าที่มีอัตราภาษีต่ำ ใช้สิทธิ์ยกเว้นตามข้อตกลงการค้า (FTA) หรือเลือกผู้ให้บริการที่รวมภาษีไว้แล้ว


สรุปเกี่ยวกับภาษีนำเข้าสินค้าออนไลน์

ภาษีนำเข้าสินค้าออนไลน์ เป็นเรื่องที่ผู้สั่งของจากต่างประเทศและพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ไม่ควรมองข้าม เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับต้นทุน, ค่าใช้จ่าย และความถูกต้องตามกฎหมาย โดยภาษีที่มักเกี่ยวข้อง ได้แก่ ภาษีนำเข้า, ภาษีศุลกากร และภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ซึ่งแต่ละรายการมีหลักเกณฑ์การคำนวณที่แตกต่างกัน

การทำความเข้าใจอัตราภาษี ประเภทสินค้า และวิธีคำนวณอย่างถูกต้อง พร้อมตรวจสอบข้อมูลจาก เว็บไซต์ทางการของกรมศุลกากรและกรมสรรพากร จะช่วยลดความเสี่ยงในการเสียภาษีเกินจริง ป้องกันปัญหาสินค้าติดด่าน และช่วยให้วางแผนการสั่งซื้อหรือทำธุรกิจนำเข้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น


สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers

บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing

คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge

Picture of khunnaphatrade
khunnaphatrade
Table of Contents
Recent Post
Recent Post
วิเคราะห์ USDJPY ดูแนวโน้มราคาล่าสุด วันที่ 13 มีนาคม 2026
วิเคราะห์ USDJPY ดูแนวโน้มราคาล่าสุด วันที่ 13 มีนาคม 2026

พบกับวิเคราะห์ USDJPY ที่สายเทรดสั้นห้ามพลาด การวิเคราะห์คู่เงิน Forex ดูแนวโน้มราคาล่าสุด สำหรับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค

บทวิเคราะห์คู่เงิน EURUSD 13 มีนาคม 2026
บทวิเคราะห์ EURUSD วันที่ 13 มีนาคม 2026

พบกับวิเคราะห์ EURUSD ที่สายเทรดสั้นห้ามพลาด การวิเคราะห์คู่เงิน Forex ดูแนวโน้มราคาล่าสุด สำหรับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค

แนะนำ! 5 โบรกเกอร์ที่มีบัญชี Forex ให้เลือกตามสไตล์ของคุณ
5 โบรกเกอร์ที่มีประเภทบัญชี Forex ให้เลือกตามสไตล์ของคุณ

การเลือกโบรกเกอร์ Forex ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของเทรดเดอร์ทุกคนเลยนะคะ นอกเหนือจากความนิยม หรือความน่าเชื่อถือแล้ว ในส่วนของประเภทบัญชี Forex ที่โบรกเกอร์มีให้บริการก็มีความสำคัญไม่แพ้กันเลยค่ะ สำหรับประเภทบัญชีต่าง ๆ นั้นจะมีโบรกเกอร์ไหนน่าสนใจบ้าง ไปติดตามในบทความนี้กันเลยค่ะ

บทวิเคราะห์คู่เงิน AUDUSD 12 มีนาคม 2026
บทวิเคราะห์ AUDUSD วันที่ 12 มีนาคม 2026

พบกับวิเคราะห์ AUDUSD ที่สายเทรดสั้นห้ามพลาด การวิเคราะห์คู่เงิน Forex ดูแนวโน้มราคาล่าสุด สำหรับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค

ทางเว็บไซต์ คุณน้าพาเทรด
ได้มีการใช้คุกกี้เพื่อช่วยปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพให้เว็บไซต์ของเราดียิ่งขึ้น


Privacy Policy