Asset Allocation คืออะไร? กลยุทธ์จัดพอร์ตให้รอดทุกสภาวะตลาด

Asset Allocation คืออะไร? กลยุทธ์จัดพอร์ตให้รอดทุกสภาวะตลาด
Table of Contents

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมนักลงทุนบางคนถึงผ่านวิกฤตตลาดมาได้โดยไม่เจ็บตัว คำตอบไม่ได้อยู่ที่การเลือกสินทรัพย์เก่งเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การจัดพอร์ตการลงทุนที่ดีค่ะ ในบทความนี้ คุณน้าจะพามารู้จักกับการจัดพอร์ตการลงทุน Asset Allocation คืออะไร กลยุทธ์ขั้นพื้นฐานที่จะช่วยให้คุณเอาตัวรอดได้ทุกสภาวะตลาด ห้ามพลาดบทความนี้ค่ะ

*หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

Asset Allocation คือ การกระจายการลงทุนไปในหลายสินทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นหุ้น, ตราสารหนี้, เงินสด หรือสินทรัพย์ทางเลือกอื่น ๆ เช่น ทองคำ หรือ CFD ตามสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสม โดยจะพิจารณาเป้าหมาย, ระยะเวลาในการลงทุน ไปจนถึงระดับความเสี่ยงที่แต่ละคนรับได้นั่นเอง

ทั้งนี้ การได้รับผลตอบแทนจะขึ้นอยู่กับประเภทสินทรัพย์, เป้าหมาย และระยะเวลาการลงทุนของแต่ละคนนะคะ


Warren Buffet เคยกล่าวไว้ว่า “Don’t put all your eggs in one basket- Diversification.” อย่าใส่ไข่ทุกฟองไว้ในตะกร้าใบเดียว เพราะถ้าตะกร้าใบนี้หล่น ไข่ทุกฟองมีสิทธิแตกทั้งหมด ซึ่งก็เหมือนกับการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทเดียวที่มีความเสี่ยงที่มากเกินไปค่ะ 

ดังนั้น การจัดสัดส่วนการลงทุนในหลายสินทรัพย์ นอกจากจะช่วยกระจายความเสี่ยงแล้ว ยังเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวอีกด้วยค่ะ


และเพื่อให้ทุกคนสามารถจัดพอร์ตการลงทุนได้เหมาะสมกับเป้าหมายการใช้ชีวิตของตนเอง คุณน้าขอแนะนำ 4 ขั้นตอนในการจัดพอร์ตของคุณกันค่ะ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1 กำหนดเป้าหมายพอร์ตลงทุน

คุณต้องกำหนดเป้าหมายของพอร์ตก่อนค่ะ เพราะถ้ารู้เป้าหมายที่แน่ชัดแล้ว จะทำให้คุณสามารถกำหนดทิศทางของพอร์ตการลงทุนได้ และแยกประเภทสินทรัพย์ รวมไปถึงความเสี่ยงและผลตอบแทนที่คาดหวังไว้ได้ค่ะ

ยกตัวอย่างเช่น คุณน้าเปิดพอร์ต A เพื่อการลงทุนในระยะยาว สำหรับเกษียณ โดยสินทรัพย์ที่คุณน้าลงทุนนั้น จะมีความเสี่ยงไม่สูงมากนัก ผลตอบแทนอาจไม่หวือหวาแต่มั่นคง ในขณะที่พอร์ต B คุณน้าลงทุน เพื่อต้องการซื้อบ้านใหม่ ซึ่งต้องเก็บเงินให้ได้ภายใน 3-5 ปี คุณน้าจึงเลือกสินทรัพย์เสี่ยงที่ทำผลตอบแทนได้ค่อนข้างสูงค่ะ


2 สำรวจตนเองให้ชัดเจน

การสำรวจตนเองให้ชัดเจนถือว่ามีความสำคัญไม่แพ้กันค่ะ เพราะแต่ละคนมีทัศนคติ, กลยุทธ์, การยอมรับความเสี่ยง ตลอดจนอายุ, ฐานะการเงิน และภาระที่แตกต่างกันออกไปนั่นเองค่ะ

แล้วอย่างนี้ ในแต่ละช่วงวัยควรจัดพอร์ตการลงทุนอย่างไรให้เหมาะสม คุณน้าขอนำเสนอตัวอย่างพอร์ตการลงทุนของ 4 ช่วงวัย โดยมีรายละเอียด ดังนี้

วัยทำงาน First Jobber ช่วงอายุ 20-30 ปี

ช่วงวัยที่พร้อมรับความเสี่ยงมากที่สุด เพราะยังไม่ค่อยมีภาระมากนัก อีกทั้ง ระยะเวลาที่สามารถลงทุนได้ก็ยังอีกยาวไกล ทำให้เปรียบเรื่องการออมและการลงทุนมากที่สุดค่ะ 

ดังนั้น วัยนี้จึงสามารถลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงได้ เช่น หุ้น กองทุนรวมหุ้น, คริปโทเคอร์เรนซี, อสังหาริมทรัพย์ และ CFD

พอร์ตที่เหมาะกับวัยทำงาน/ First Jobber คือ สายลุย (Aggressive) เน้นลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงสูงมากกว่าสินทรัพย์อื่น ตามสัดส่วน 80:10 หรือ 90:10

*หมายเหตุ:  อัตราการแบ่งสัดส่วนสินทรัพย์จะขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละคน และถึงแม้วัยนี้จะสามารถรับความเสี่ยงได้สูง แต่อย่าลืมแบ่งเงินเย็นไว้ใช้ในยามฉุกเฉินกันด้วยนะคะ


วัยสร้างครอบครัว ช่วงอายุ 31-40 ปี

เมื่ออยู่ในช่วงที่กำลังสร้างครอบครัว ภาระค่าใช้จ่ายย่อมมีมากขึ้นไปด้วย อีกทั้งยังต้องมานั่งปวดหัวคำนวณการจ่ายภาษีและการลดหย่อนภาษีต่าง ๆ ซึ่งนับว่าเป็นช่วงที่เหนื่อยที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ค่ะ

ดังนั้น วัยนี้จะรับความเสี่ยงได้ปานกลางถึงความเสี่ยงสูง โดยเน้นกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์หลาย ๆ ประเภท รวมถึงสินทรัพย์ที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างกองทุน RMF, กองทุน Thai ESG หรือแผนการประกันชีวิต และประกันสุขภาพ  โดยมีเป้าหมายการลงทุน คือ การสร้างผลตอบแทนอย่างต่อเนื่อง ในระยะกลางถึงระยะยาว

พอร์ตที่เหมาะกับวัยสร้างครอบครัว คือ สายสมดุล (Moderate) เน้นลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงปาน กลางหรือเสี่ยงสูงมากกว่าสินทรัพย์อื่น ตามสัดส่วน 60:40 หรือ 50:50


วัยชีวิตที่มั่นคง ช่วงอายุ 41-50 ปี 

เมื่อเติบโตขึ้นไปอีกขั้น ในวัยที่ชีวิตเริ่มมั่นคง มีทุกอย่างพร้อมแล้ว แต่ความเสี่ยงที่รับได้กลับไม่ได้เพิ่มขึ้น เพราะภาระค่าใช้จ่ายด้านการเงินยังคงมีมากขึ้นตามไปด้วย อีกทั้ง ปัญหาสุขภาพที่เริ่มพบมากขึ้น ย่อมใช้เงินที่สูงขึ้นตามไปด้วย

ดังนั้น วัยนี้จึงรับความเสี่ยงได้ลดลง โดยเน้นลงทุนที่ปลอดภัยและมั่นคง เพื่อสร้างผลตอบแทนอย่างต่อเนื่องในระยะยาว เช่น กองทุนรวม, กองทุน RMF, ตราสารหนี้ หรือแม้แต่ประกันสุขภาพต่าง

พอร์ตที่เหมาะกับวัยชีวิตที่มั่นคง คือ สายชิลล์ (Conservative) เน้นลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงต่ำมากกว่าสินทรัพย์อื่น ตามสัดส่วน 70:30


วัยเกษียณอายุ ช่วงอายุ 51 ขึ้นไป

เมื่อชีวิตเข้าสู่บั้นปลายของการทำงาน ชีวิตใกล้เกษียณ การวางแผนทางการเงินจำเป็นต้องรัดกุมเป็นอย่างมากค่ะ เพราะอีกไม่กี่ปีก็จะไม่สามารถทำงานได้แล้ว 

ดังนั้น วัยนี้จะรับความเสี่ยงได้ต่ำมาก โดยเน้นลงทุนที่ปลอดภัยและมั่นคงไว้ก่อน โดยเน้นให้ผลตอบแทนปานกลาง เพราะจำเป็นต้องรักษาเงินต้นนั่นเองค่ะ

พอร์ตที่เหมาะกับวัยเกษียณอายุ คือ สายชิลล์ (Conservative) เน้นลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ:สินทรัพย์อื่น สัดส่วน 90:10


3 จัดพอร์ตการลงทุนแบบ Asset Allocation

เมื่อทราบเป้าหมายและสไตล์การลงทุนของตัวเองแล้ว มาเริ่มจัดพอร์ตกันค่ะ โดยการจัดพอร์ตแบบ Asset Allocation ไม่มีสูตรตายตัว ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงที่แต่ละคนยอมรับได้ค่ะ  สมมติว่าในตอนนี้ คุณน้าอายุ 35 ปี ซึ่งเป็นวัยที่กำลังสร้างครอบครัว ทำให้คุณน้าสามารถรับความเสี่ยงได้ปานกลางไปค่อนข้างสูง

ดังนั้น คุณน้าจะแบ่งโปรแกรมจัดพอร์ตการลงทุนออกเป็นพอร์ตหลักและพอร์ตรอง (Core & Satellite ) ในสัดส่วน 60:40 ตามตารางด้านล่าง ดังนี้

หุ้นต่างประเทศ

45%

หุ้นไทยปันผลสูง

5%

กองทุนรวมผสม
(มีกอง REIT)

10%

ทองคำ

10%

ตราสารหนี้ภาคเอกชน

18%

เงินสด

2%

หุ้นในตลาดเกิดใหม่

10%

รวม

60%

40%

คุณน้าศึกษาข้อมูลการจัดพอร์ตลงทุน โดยดูผลตอบแทนย้อนหลังของแต่ละสินทรัพย์ (Asset Class Return) จาก J.P. Morgan ณ วันที่ 17 เมษายน 2026

  • พอร์ตหลัก (Core) เน้นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนในระยะยาว และมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้จำเป็นต้องเน้นลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ-ปานกลาง  (60-70%)
  • พอร์ตรอง (Satellite) เน้นสินทรัพย์ที่เพิ่มโอกาสในการทำกำไรในระยะสั้น-กลาง เน้นสินทรัพย์ที่มีโอกาสเติบโตเร็ว มีความเสี่ยงสูง เพราะสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกได้ค่ะ (30-40%)


4) ติดตามและปรับพอร์ตให้สมดุล

หลังจากที่คุณจัดพอร์ตไปแล้ว ก็ไม่ใช่ว่าจบและไม่ต้องติดตามแล้วนะคะ เพราะทุกสินทรัพย์มีวัฏจักรเป็นของตนเอง ซึ่งช่วงขาขึ้นและขาลงก็จะแตกต่างกันออกไป ทำให้คุณจำเป็นปรับสมดุลพอร์ตการลงทุนให้กลับมาสมดุล (Rebalancing) เพื่อควบคุมความเสี่ยง และปรับให้สัดส่วนของสินทรัพย์กลับมาตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

วิธีการของ Rebalancing คือ การขายสินทรัพย์ที่มีสัดส่วนเกินสัดส่วนเดิมออกไป (Overweight) หรือการนำเงินมาเติมในพอร์ต โดยการซื้อสินทรัพย์ที่มีสัดส่วนต่ำกว่าให้กลับมาเท่าเดิม (Underweight)

หัวใจหลักของการปรับพอร์ตให้สมดุล ทำยังไง?

  • ปรับพอร์ตทุก ๆ 6 เดือน หรือทุกปี
  • ปรับพอร์ตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เช่น หากพอร์ทำกำไร 5%, 10% หรือ 15% ให้ปรับ 1 ครั้ง
  • กำหนดระยะเวลาและเป้าหมายให้ควบคู่กันไป เช่น หากพอร์ตใน 6 เดือนนั้น ไม่ได้ทำกำไร 10% อาจจะยังไม่ต้องปรับในช่วงนั้น ให้รอ 6 เดือนถัดไป


Basic Asset Allocation คืออะไร?

Basic Asset Allocation คือ การกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์หลายประเภท เพื่อลดความเสี่ยงจากการลงทุนในสินทรัพย์เดียว โดยการจัดสรรสินทรัพย์จะขึ้นอยู่กับเป้าหมาย, ระยะเวลา และความเสี่ยงของแต่ละคน

Strategic Asset Allocation คืออะไร?

Strategic Asset Allocation หรือ SAA คือ หนึ่งในรูปแบบของการจัดสรรสินทรัพย์ เพื่อเป้าหมายการลงทุนในระยะยาว

Tactical Asset Allocation คืออะไร?

Tactical Asset Allocation หรือ TAA คือ หนึ่งในรูปแบบของการจัดสรรสินทรัพย์ เพื่อเป้าหมายการลงทุนในระยะสั้น ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามเศรษฐกิจโลก


การจัดสรรสินทรัพย์จะช่วยให้คุณปรับพอร์ตการลงทุนให้มีระเบียบและแบบแผน อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงโดยรวม แทนที่จะลงทุนในสินทรัพย์เดียว นอกจากนี้ ยังช่วยให้คุณสามารถจัดพอร์ตให้ตรงกับเป้าหมาย, ระยะเวลา และความเสี่ยงที่ยอมรับ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่น่าพึงพอใจ 

อย่างไรก็ดี อย่าลืมศึกษาหาความรู้และติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้พลาดจังหวะในการลงทุนที่สำคัญ ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานคุณน้าพาเทรด

ขอบคุณข้อมูลจาก: Insight กองทุนรวม, SET, KAASET และ SET Investnow 


สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers

บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing

คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge

Picture of khunnaphatrade
khunnaphatrade
Table of Contents
Recent Post
Recent Post
Asset Allocation คืออะไร? กลยุทธ์จัดพอร์ตให้รอดทุกสภาวะตลาด
Asset Allocation คืออะไร? กลยุทธ์จัดพอร์ตให้รอดทุกสภาวะตลาด

เริ่มต้นปีใหม่แล้ว หลาย ๆ คนอาจกำลังวางแผนการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลอะไร คุณน้าจะมาแนะนำ 4 พอร์ตการลงทุนที่เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัยกันค่ะ

บทวิเคราะห์คู่เงิน AUDUSD 29 เมษายน 2026
บทวิเคราะห์ AUDUSD วันที่ 29 เมษายน 2026

พบกับวิเคราะห์ AUDUSD ที่สายเทรดสั้นห้ามพลาด การวิเคราะห์คู่เงิน Forex ดูแนวโน้มราคาล่าสุด สำหรับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค

รีวิว Pepperstone ดีไหม? เจาะลึกทุกเรื่องที่สำคัญ ปี 2026
รีวิว Pepperstone ดีไหม? เจาะลึกทุกเรื่องที่สำคัญ ปี 2026

ถ้าได้ยินชื่อ Pepperstone คุณน้าเชื่อเลยว่าหลายคนอาจจะคุ้นหูกัน เพราะนับว่าเป็นโบรกเกอร์ที่ติดอันดับต้น ๆ เลยทีเดียวสำหรับหมวดหมู่โบรกเกอร์ยอดนิยม

กองทุนทองคำคืออะไร? คู่มือลงทุนทองคำสำหรับมือใหม่ ปี 2569
กองทุนทองคำคืออะไร? คู่มือลงทุนทองคำสำหรับมือใหม่ ปี 2569

กองทุนทองคำคืออะไร? เริ่มลงทุนทองคำง่าย ๆ ไม่ต้องถือทองจริง เหมาะช่วงเศรษฐกิจผันผวน พร้อมวิธีเลือกกองทุนและแนะนำกองทุนเด่น อัปเดตปี 2569

ทางเว็บไซต์ คุณน้าพาเทรด
ได้มีการใช้คุกกี้เพื่อช่วยปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพให้เว็บไซต์ของเราดียิ่งขึ้น


Privacy Policy