เช่า VS ซื้อคอนโดดีไหม? 10 ปีผ่านไป แบบไหนคุ้มกว่ากัน!

เช่า VS ซื้อคอนโดดีไหม? 10 ปีผ่านไป แบบไหนคุ้มกว่ากัน!
Table of Contents

ปัญหาโลกแตกที่ยังคงมีข้อถกเถียงอยู่ตลอดเวลาระหว่าง ‘เช่า VS ซื้อคอนโดดีไหม’ แบบไหนดีกว่ากันแน่! ในบทความนี้ คุณน้าจะมาเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของการเช่ากับซื้อที่อยู่อาศัย โดยเทียบให้เห็นภาพชัด ๆ ว่า หาก 10 ปีผ่านไป เลือกแบบไหนคุ้มค่ากว่ากัน และสไตล์การใช้ชีวิตของคุณเหมาะกับแบบไหน ห้ามพลาดบทความนี้กันนะคะ!

*หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน


หากคุณเริ่มรู้สึกอยากได้บ้านหรือคอนโดสักหลัง แล้วเกิดลังเลว่าจะเช่าหรือซื้อบ้านดีไหม เพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณ คุณน้าขอทำ 3 เช็กลิสต์เพื่อให้คุณกลับไปตั้งคำถามตนเองว่า คุณมีความพร้อมหรือยัง โดยมีรายละเอียด ดังนี้

เช็กลิสต์ที่หนึ่ง: เป้าหมายในการใช้ชีวิต

สิ่งแรกที่คุณควรตั้งคำถามกับตนเอง ก็คือ เป้าหมายในการใช้ชีวิตค่ะ เพราะจะเป็นตัวกำหนดแบบแผนในชีวิตของคุณว่าจะไปในทิศทางไหน

หากคุณอยู่ในช่วงสร้างเนื้อสร้างตัว และยังไม่แน่ใจว่าจะทำงานนี้ตลอดไปไหม การเช่าบ้านหรือคอนโดก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ ในขณะที่หากคุณเริ่มเข้ามาทำงานในกรุงเทพ แล้วอยากลงหลักปักฐานในระยะยาว 10 ปีข้างหน้า การซื้อบ้านหรือคอนโดก็อาจจะตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคุณได้ดีกว่า

เช็กลิสต์ที่สอง: สภาพคล่องทางการเงิน

คุณควรประเมินสภาพคล่องทางการเงินว่า มีความพร้อมมากแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นรายรับ-รายจ่าย, ภาระหนี้สิน หรือแม้แต่เงินออมสำรอง ถ้าหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้นในอนาคต คุณจะสามารถจัดการสภาพคล่องทางการเงินได้ค่ะ

เช็กลิสต์ที่สาม: ความสามารถในการโปะบ้าน

หลายคนอาจไม่อยากเป็นหนี้ในระยะยาว ฉะนั้นสิ่งที่ต้องคำนึงในการซื้อบ้านหรือคอนโด ก็คือ ดอกเบี้ยบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะนิยมโปะบ้านด้วยดอกเบี้ยแบบลอยตัว เพราะเป็นดอกเบี้ยที่จะเปลี่ยนแปลงไปตามต้นทุนทางการเงินของธนาคารผู้ออกสินเชื่อค่ะ ทำให้เมื่ออัตราดอกเบี้ยมีการปรับตัวลง ดอกเบี้ยบ้านก็จะปรับลดลงและค่างวดก็จะถูกลดลงตามไปด้วย

เรียกได้ว่า ความสามารถในการโปะหนี้ไม่ใช่ทุกคนจะทำได้ และใครที่มองว่าการซื้อบ้านหรือคอนโดเป็นหนี้ก้อนใหญ่เกินไป การเลือกเช่าบ้านหรือคอนโดเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า แต่หากใครมีความพร้อมและมีวินัยทางการเงิน การเลือกซื้อบ้านอาจจะอำนวยความสะดวกในระยะยาวได้มากกว่าค่ะ


คุณน้าขอเปรียบเทียบระหว่าง ‘การเช่า’ และ ‘การซื้อ’ คอนโดในราคา 3,000,000 บาท 32 ตารางเมตร ในระยะเวลา 10 ปี เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าแต่ละทางเลือกมีต้นทุนและผลลัพธ์ต่างกันอย่างไร

*หมายเหตุ: การคำนวณการเช่าและซื้อคอนโดอาจจะมีการปรับเปลี่ยนตัวเลขและรายการค่าใช้จ่าย ซึ่งจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละบุคคล

ตัวอย่างคำนวณการเช่าคอนโด 10 ปี

คุณน้าขอสมมติรายการเช่าคอนโด โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  • ค่าเช่าคอนโด: 12,000 บาท ต่อเดือน
  • เงินก้อนลงทุน (เงินดาวน์, ค่าโอน และค่าตกแต่ง): 560,000 บาท
  • ผลตอบแทน: 4% ต่อปี
  • ค่าใช้จ่ายแฝง 10 ปี: ประมาณ 144,000 บาท (เช่น ค่าประกัน, ค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือน และอื่น ๆ)

*ข้อสังเกตเพิ่มเติม: อัตราผลตอบแทน 4% ต่อปี เป็นเพียงสมมติฐานที่คุณน้าตั้งขึ้นมา เพื่อใช้ในการยกตัวอย่างเท่านั้น เพราะผลตอบแทนจริงจะแตกต่างกันตามประเภทสินทรัพย์และระดับความเสี่ยงของแต่ละคน

คำแนะนำจากคุณน้า: การคำนวณเช่าคอนโดจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1. ค่าใช้จ่ายรวม 10 ปี และ 2. ผลตอบแทนจากการลงทุน


ส่วนที่ 1: ค่าใช้จ่ายรวม 10 ปี

1. ค่าเช่าสะสม 10 ปี: 12,000 x 120 = 1,440,000 บาท

2. ค่าเช่าสะสมรวมกับค่าใช้จ่ายแฝง: 1,440,000 + 144,000 บาท = 1,584,000 บาท


ส่วนที่ 2: ตอบแทนจากการลงทุน

หากคุณน้านำเงินก้อนมาลงทุนและได้ผลตอบแทน 4% ต่อปี เป็นเวลา 10 ปี โดยใช้สูตรดอกเบี้ยทบต้น ดังนี้

สูตรคำนวณผลตอบแทน

FV = PV x (1+i)^n

  • FV คือ มูลค่าในอนาคต (Future Value)
  • PV คือ มูลค่าปัจจุบัน (Present Value)
  • i คือ อัตราผลตอบแทน
  • n คือ ระยะเวลา

ดังนั้น แทนสูตรเท่ากับ: 560,000 x (1+0.04)^10 = 828,937 บาท

ตัวอย่างคำนวณการซื้อคอนโด 10 ปี

คุณน้าขอสมมติรายการซื้อคอนโดในราคา 3,000,000 บาท โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  • เงินดาวน์ 10%: 300,000 บาท
  • ดอกเบี้ยคงที่ต่อปี: 3.2% ต่อปี
  • ระยะเวลากู้: 30 ปี
  • ค่าใช้จ่ายแฝง 10 ปี: 422,000 บาท

*ค่าใช้จ่ายแฝงรวม มีรายละเอียด ดังนี้

  • ค่าธรรมเนียมวันโอนและค่าจดจำนอง: 60,000 บาท
  • ค่าส่วนกลาง 10 ปี: 162,000 บาท
  • ค่าตกแต่งเฟอร์นิเจอร์และค่าซ่อมแซม 10 ปี: 200,000 บาท

*ข้อสังเกตเพิ่มเติม: เพื่อให้ง่ายต่อการคำนวณ คุณน้าขอกำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.2% ต่อปี แต่ในความเป็นจริง ธนาคารส่วนใหญ่จะให้ดอกเบี้ยคงที่เฉพาะช่วง 1-3 ปีแรก หลังจากนั้นจะปรับเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว ซึ่งอาจทำให้ค่างวดและดอกเบี้ยสะสมรวมสูงกว่าตัวอย่างที่แสดงได้ค่ะ

คำแนะนำจากคุณน้า: การคำนวณซื้อคอนโดจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1. ค่าใช้จ่ายรวม 10 ปี และ 2. สถานะหนี้คงเหลือหลังจาก 10 ปีผ่านไป เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้นค่ะ


ส่วนที่ 1: ค่าใช้จ่ายรวม 10 ปี

1. เงินดาวน์ 10% : 300,000 บาท

2. ยอดกู้ธนาคาร: 3,000,000 – 300,000 บาท = 2,700,000 บาท

3. ค่างวดต่อเดือน: 13,300 บาท โดยคุณน้าคำนวณจากเครื่องมือคำนวณสินเชื่อของธนาคารธอส.

4. ยอดผ่อนสะสมในระยะเวลา 10 ปี: 13,300 x (12 x 10) = 1,596,000 บาท

5. ดังนั้น ยอดสะสมรวมเงินดาวน์และค่าใช้จ่ายแฝงในระยะเวลา 10 ปี: 1,596,000 + 300,000 + 422,000 บาท = 2,318,000 บาท


ส่วนที่ 2 : สถานะหนี้คงเหลือหลังจาก 10 ปีผ่านไป

1. ยอดผ่อนสะสมหักออกจากดอกเบี้ยสะสมที่จ่ายให้ธนาคาร 10 ปี (ประมาณ 734,542.97 บาท):

1,596,000 – 734,542.97 บาท = 861,457.03 บาท

2. ดังนั้น ยอดหนี้คงเหลือ: 2,700,000 – 861,457 บาท = 1,838,543 บาท


*ข้อสังเกต: อัตราดอกเบี้ยสะสมจะถูกคำนวณตามสูตรธนาคาร โดยคำนวณเป็นรายเดือนไปเรื่อย ๆ ให้ครบ 10 ปีค่ะ ดังนั้น คุณน้าขอยกตัวอย่างสูตรการคำนวณดอกเบี้ยสะสม สำหรับ 2 เดือนแรก เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน โดยมีรายละเอียด ดังนี้

(เงินต้นคงเหลือ x อัตราดอกเบี้ยต่อปี x จำนวนวันในงวดนั้น) ÷ จำนวนวันใน 1 ปี


เดือนมกราคม

1. (เงินต้นคงเหลือ x อัตราดอกเบี้ยต่อปี x จำนวนวันในงวดนั้น) ÷ จำนวนวันใน 1 ปี:

(2,700,000 x 3.2% x 31) ÷ 365 = ประมาณ 7,338 บาท

2. ยอดเงินต้นคงเหลือรวมกับดอกเบี้ย:

2,700,000 + 7,338 บาท = 2,707,338 บาท

3. ยอดเงินหักออกจากค่างวดที่จ่ายต่อเดือน 13,300 บาท:

2,707,338 – 13,300 บาท = 2,694,038 บาท


เดือนกุมภาพันธ์

1. (เงินต้นคงเหลือ x อัตราดอกเบี้ยต่อปี x จำนวนวันในงวดนั้น) ÷ จำนวนวันใน 1 ปี:

(2,694,038 x 3.2% x 28) ÷ 365 = ประมาณ 6,613 บาท 

2. ยอดเงินต้นคงเหลือรวมกับดอกเบี้ย:

2,694,038 + 6,613 บาท = 2,700,651 บาท

3. ยอดเงินหักออกจากค่างวดที่จ่ายต่อเดือน 13,300 บาท:

2,700,651 – 13,300 บาท = 2,687,351 บาท


หลังจากนั้น คำนวณไปเรื่อย ๆ ให้ครบ 10 ปี และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา คุณน้าขอใช้ Prompt บน Gemini เพื่อช่วยคำนวณดอกเบี้ยสะสม ซึ่งช่วยประหยัดเวลาในการคำนวณได้ค่ะ

คุณน้าแจกข้อความ Prompt อัตราดอกเบี้ยสะสม:

ช่วยคุณน้าทำสูตรคำนวณอัตราดอกเบี้ยสะสมของการซื้อคอนโด โดยใช้สูตรคำนวณ (เงินต้นคงเหลือ x อัตราดอกเบี้ยต่อปี x จำนวนวันในงวดนั้น) ÷ จำนวนวันใน 1 ปี จะเสียดอกเบี้ยสะสมเท่าไหร่ และคุณน้าต้องการ Export ข้อมูลออกมาเป็น Google sheet โดยกำหนดตัวแปร ดังนี้

  • อัตราดอกเบี้ยต่อปี: 3.2% ต่อปี
  • จำนวนเงินกู้ หรือเงินต้นคงเหลือ: 2,700,000 บาท
  • ยอดผ่อนต่อเดือน: 13,300 บาท
  • ระยะเวลา: 10 ปีแรก คือ ปี 2026-2035


ตารางเปรียบเทียบสรุป: เช่าและซื้อคอนโด 10 ปีผ่านไป แบบไหนคุ้มกว่ากัน?

เงินก้อนแรกที่ใช้

560,000 บาท
(ดาวน์ + โอน + ตกแต่ง)

560,000 บาท
(ไม่ต้องหักค่าดาวน์ + โอน + ตกแต่ง และนำไปลงทุนแทนได้)

ยอดจ่ายสะสม 10 ปี

2,318,000 บาท

1,584,000 บาท
(ค่าเช่า + ค่าใช้จ่ายแฝง)

เงินเสียทิ้ง 10 ปี

1,156,543 บาท
(ดอกเบี้ยสะสม + ค่าใช้จ่ายแฝง)

1,584,000 บาท

หนี้สินที่เหลือ

1,838,543 บาท

ไม่มี

รูปแบบลงทุน

อสังหาริมทรัพย์

เงินสด/กองทุน

สภาพคล่อง

ต่ำ
(รอขายและรอให้มูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้นถึงจะดี)

สูง
(ถอนเงินสดได้ทันที)

มูลค่าสุทธิ

1,161,457 บาท
(ราคาคอนโดเต็ม – หนี้ที่เหลือ)

828,937 บาท
(ผลตอบแทนลงทุน)


ข้อดี

  • ความยืดหยุ่นในการย้ายที่อยู่สูง
  • ไม่ต้องแบกรับภาระหนี้สินในระยะยาว
  • สามารถเก็บเงินไปลงทุนในสินทรัพย์อื่น ๆ ได้
  • ไม่มีค่าใช้จ่ายที่บานปลาย

  • ความมั่นคงในระยะยาวต่ำ
  • ไม่สามารถตกแต่งที่อยู่ได้ตามใจชอบ ต้องขออนุญาตจากเจ้าของบ้านก่อนเท่านั้น
  • ค่าเช่าอาจปรับตัวขึ้นในระยะยาว


ข้อดี

  • นำดอกเบี้ยจากการผ่อนคอนโด/บ้านไปลดหย่อนภาษีได้ 
  • ลงทุนซื้อคอนโดครั้งเดียวแต่เป็นเจ้าของตลอดชีวิต
  • มูลค่าอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระยะยาว
  • สามารถตกแต่งได้ตามใจชอบ
  • สามารถปล่อยเช่าหรือขายได้

  • ความยืดหยุ่นในการย้ายที่อยู่ต่ำ
  • มีค่าใช้จ่ายแฝงค่อนข้างเยอะกว่าการเช่า
  • เป็นหนี้ในระยะยาว
  • อัตราดอกเบี้ยค่อนข้างสูง


ดอกเบี้ยบ้านหรือคอนโดลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่?

ผู้ขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยสามารถนำดอกเบี้ยกู้ซื้อมาใช้ลดหย่อนภาษีได้ สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี โดยลักษณะที่อยู่อาศัยที่เข้าเกณฑ์ลดหย่อน ได้แก่ บ้านเดี่ยว, บ้านแฝด, คอนโด, ห้องชุด, ทาวน์เฮาส์, ทาวน์โฮม หรืออาคารพาณิชย์

สำหรับกรณีกู้ร่วมจะต้องแบ่งสิทธิลดหย่อนคนละเท่า ๆ กัน ตามจำนวนผู้กู้ โดยสิทธิลดหย่อนรวมกันไม่เกิน 100,000 บาท ต่อปี นอกจากนี้ กรณีมีบ้านหลายหลัง สามารถนำดอกเบี้ยกู้ซื้อจากทุกหลังมาใช้สิทธิลดหย่อนได้ แต่ต้องรวมกันไม่เกิน 100,000 บาท ต่อปีเช่นกันค่ะ

ขั้นตอนการแจ้งขอลดหย่อนภาษีดอกเบี้ยบ้าน มีอะไรบ้าง?

  1. แจ้งเรื่องให้ธนาคารที่ขอสินเชื่อส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร โดยสามารถแจ้งความประสงค์บนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของธนาคาร
  2. เตรียมเอกสารในการยื่นภาษีให้เรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นหนังสือรับรองการจ่ายดอกเบี้ยกู้ยืม (ล.ย. 02), สำเนาสัญญากู้ยืมเงิน และเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์อื่น ๆ 
  3. ยื่นแบบแสดงรายการภาษีภ.ง.ด. 90/91 ในช่วงระยะเวลาที่กำหนด

*หมายเหตุ: หากคุณยื่นภาษีเรียบร้อยแล้วมียอดที่จ่ายเกิน อย่าลืมขอคืนภาษีกันด้วยนะคะ เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ของคุณค่ะ

เช่าบ้านหรือคอนโดแพงกว่าซื้อจริงไหม?

จริงอยู่ที่การเช่าบ้านหรือคอนโดมีค่าใช้จ่ายต่อเดือน และค่าใช้จ่ายแฝงถูกกว่าการซื้อบ้าน แต่ในระยะยาวนั้น ค่าใช้จ่ายทั้งหมดอาจสูงกว่าเงินผ่อนบ้านได้เช่นกันค่ะ ดังนั้นอย่าลืมประเมินเป้าหมายการใช้ชีวิต ควบคู่ไปกับสภาพคล่องทางการเงินของตนเองประกอบกันก่อนตัดสินใจนะคะ


คุณน้าไม่ได้ตัดสินว่าการเช่าและซื้อบ้านหรือคอนโดแบบไหนดีกว่ากัน เพราะการเช่าหรือซื้อล้วนมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน อีกทั้งไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันอีกด้วย ดังนั้น อย่าลืมกลับไปตั้งคำถามกับตนเองว่า คุณเหมาะกับการใช้ชีวิตแบบไหน วันนี้อาจยังเช่าอยู่ แต่ในอนาคตข้างหน้า คุณอาจจะตัดสินใจมีบ้านหรือคอนโดหลังแรกก็ได้ค่ะ เพราะชีวิตล้วนปรับเปลี่ยนได้เสมอ


สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers

บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing

คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge

Picture of khunnaphatrade
khunnaphatrade
Table of Contents
Recent Post
Recent Post
ซื้อเงินแท่งได้ที่ไหน? รู้จัก Silver สินทรัพย์มาแรงแซงทองคำ
ซื้อเงินแท่งได้ที่ไหน? รู้จัก Silver สินทรัพย์มาแรงแซงทองคำ

รวมวิธีลงทุน Silver สำหรับมือใหม่ ซื้อเงินแท่งได้ที่ไหน ต่างจากทองคำยังไง ลงทุนแบบไหนดี พร้อมข้อดี ความเสี่ยง และช่องทางลงทุนปี 2026

XAGUSD คืออะไร? วิธีลงทุนและเทรดแร่เงิน Silver สำหรับมือใหม่
XAGUSD คืออะไร? วิธีลงทุนและเทรดแร่เงิน Silver สำหรับมือใหม่

XAGUSD คือ คู่เงินแร่เงินในตลาด Forex และ CFD บทความนี้จะพาไปรู้จักวิธีเทรดแร่เงิน Silver, ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคา และแนวทางลงทุนสำหรับมือใหม่แบบเข้าใจง่าย

ทางเว็บไซต์ คุณน้าพาเทรด
ได้มีการใช้คุกกี้เพื่อช่วยปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพให้เว็บไซต์ของเราดียิ่งขึ้น


Privacy Policy