วิเคราะห์ USDCAD ดูแนวโน้มราคาล่าสุด วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2026

วิเคราะห์ USDCAD ดูแนวโน้มราคาล่าสุด วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2026
Table of Contents

พบกับวิเคราะห์ USDCAD ที่สายเทรดสั้นห้ามพลาด การวิเคราะห์คู่เงิน Forex ดูแนวโน้มราคาล่าสุด สำหรับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค อีกทั้งแนวทางในการเข้าออกออเดอร์ ไปจนถึงคำแนะนำเกี่ยวกับการเทรดคู่เงินแบบละเอียด เรียกได้ว่าครบจบในบทความเดียว!

บทวิเคราะห์ Forex วันนี้: คู่เงิน USDCAD

บทวิเคราะห์ภาพรวมปัจจัยพื้นฐาน

เศรษฐกิจแคนาดายังคงส่งสัญญาณชะลอตัวอย่างชัดเจน ผ่านภาพรวมที่ผสมผสานทั้งด้านการเติบโต เงินเฟ้อ และตลาดแรงงาน กิจกรรมทางธุรกิจในเดือนมกราคมขยายตัวเพียงเล็กน้อย สะท้อนถึงโมเมนตัมที่ชะลอลงและภาวะการจ้างงานที่อ่อนแอ แม้แรงกดดันด้านราคาจะยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่ภาคบริการยังคงอยู่ในภาวะหดตัวอย่างเด่นชัด จากความไม่แน่นอนด้านการค้าและมาตรการภาษีจากสหรัฐฯ ในทางกลับกัน ภาคการผลิตเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะขยายตัวเล็กน้อยเป็นครั้งแรกในรอบหนึ่งปี อย่างไรก็ตาม โดยภาพรวม ข้อมูลยังคงสะท้อนถึงอุปสงค์ที่ซบเซาและความไม่แน่นอนที่ยังคงอยู่ โดยได้แรงพยุงเพียงบางส่วนจากแรงกดดันเงินเฟ้อฝั่งต้นทุนและราคาขายที่เริ่มทยอยผ่อนคลายลงค่ะ

ในด้านเงินเฟ้อ ภาพรวมยังคงมีความแตกต่างกัน โดยราคาสินค้าอุปโภคบริโภคหมวดอาหารยังคงเป็นแรงกดดันสำคัญต่อครัวเรือนค่ะ ราคาสินค้าอาหารปรับตัวขึ้นเร็วกว่าสินค้าอุปโภคบริโภคประเภทอื่นอย่างมีนัยสำคัญนับตั้งแต่ปี 2022 จากปัจจัยด้านสินค้านำเข้า ค่าเงินดอลลาร์แคนาดาที่อ่อนค่า ปัญหาห่วงโซ่อุปทานโลก และอุปสรรคทางการค้า ซึ่งแรงกดดันเหล่านี้มักส่งผ่านไปยังผู้บริโภคล่าช้า ส่งผลให้ครัวเรือนยังคงต้องแบกรับผลกระทบจากแรงกระแทกในอดีตอยู่ค่ะ โดยแม้แรงกดดันเงินเฟ้อจากฝั่งนำเข้าจะเริ่มผ่อนคลายลง แต่ปัจจัยภายในประเทศ เช่น ภาวะภัยแล้งและต้นทุนปศุสัตว์ที่อยู่ในระดับสูง ยังคงเป็นแรงผลักดันให้ราคาปรับตัวสูงขึ้น และส่งผลกระทบต่อครัวเรือนรายได้น้อยค่ะ

ตลาดแรงงานเป็นอีกด้านหนึ่งที่ส่งสัญญาณขัดแย้งกันอย่างชัดเจน แคนาดาสูญเสียตำแหน่งงานเกือบ 25,000 ตำแหน่งในเดือนมกราคมอย่างไม่คาดคิด โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงอย่างมากของงานพาร์ตไทม์ และการจ้างงานที่หดตัวในภาคการผลิต การศึกษา และภาครัฐ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งของงานประจำเต็มเวลา และการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของอัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงาน ได้กดให้อัตราการว่างงานลดลงมาอยู่ที่ 6.5% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่าหนึ่งปี ขณะเดียวกัน การเติบโตของค่าจ้างก็ชะลอลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเจ็ดเดือน ยิ่งตอกย้ำสัญญาณว่าความตึงตัวของตลาดแรงงานกำลังคลี่คลาย แม้ตัวเลขการว่างงานโดยรวมจะยังดูสูงก็ตามค่ะ

ท่ามกลางบริบทดังกล่าว ธนาคารกลางแคนาดายังคงอยู่ในท่าทีที่ระมัดระวัง โดยคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.25% ซึ่งผู้กำหนดนโยบายมองว่าสอดคล้องกับเป้าหมายโดยรวมในการตรึงเงินเฟ้อ ท่ามกลางแนวโน้มที่ไม่แน่นอนจากความตึงเครียดทางการค้า การเติบโตของประชากรที่ชะลอลง และการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง เช่น การนำ AI มาใช้อย่างแพร่หลาย ผู้ว่าการ ทิฟฟ์ แม็คเล็ม เน้นย้ำว่า แคนาดากำลังเผชิญกับการปรับตัวในระยะยาว มากกว่าการชะลอตัวเชิงวัฏจักรเพียงอย่างเดียว ด้วยเหตุนี้ ตลาดจึงคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยจะยังคงถูกตรึงไว้ ขณะที่ BoC ให้ความสำคัญกับเสถียรภาพ ท่ามกลางเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในระดับลึกมากขึ้นค่ะ

ทางฝั่งสหรัฐฯ ข้อมูลเศรษฐกิจและตลาดการเงินล่าสุดสะท้อนภาพที่อ่อนแรงลงและมีความซับซ้อนมากขึ้น แม้ยังไม่ถึงขั้นภาวะวิกฤต ขณะเดียวกัน ความกังวลเกี่ยวกับการด้อยค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐอย่างรวดเร็วได้กลับมาอีกครั้ง หลังจากช่วงความผันผวนและการอ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบหลายปี อย่างไรก็ตาม หลักฐานจากตลาดยังไม่บ่งชี้ถึงการไหลออกจากสินทรัพย์สหรัฐฯ อย่างกว้างขวางหรือไร้ระเบียบ ทั้งการจัดพอร์ตของนักลงทุน กระแสเงินทุน และส่วนชดเชยความเสี่ยง ล้วนยังไม่สะท้อนถึงการเคลื่อนไหวในลักษณะ ‘Sell America’ ตรงกันข้าม การป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉพาะจากนักลงทุนยุโรป มีแนวโน้มเป็นปัจจัยที่กดดันค่าเงินดอลลาร์ในระดับจำกัดในระยะยาวมากกว่า โดย Bank of America ยังคงประเมินว่าเงินดอลลาร์จะอ่อนค่าอย่างช้า ๆ ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงปี 2026–27 ซึ่งขับเคลื่อนจากความแข็งแกร่งเชิงเปรียบเทียบของภูมิภาคอื่น มากกว่าการเสื่อมถอยของความเชื่อมั่นต่อนโยบายหรือสถาบันของสหรัฐฯ ค่ะ

อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับความแตกต่างที่ผิดปกติระหว่างการเติบโตและการจ้างงาน นับตั้งแต่ช่วงหลังโควิด โดยการจ้างงานยังคงซบเซา แม้กิจกรรมทางเศรษฐกิจจะยังประคองตัวได้ดี ซึ่งจำนวนตำแหน่งงานว่างลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบห้าปี การจ้างงานใหม่ยังอยู่ในระดับต่ำ และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์เริ่มขยับสูงขึ้น แม้ว่าการเลิกจ้างโดยรวมจะยังอยู่ในระดับต่ำก็ตามค่ะ

ด้านความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับดีขึ้นเล็กน้อย แตะระดับสูงสุดในรอบหกเดือน ขณะที่การฟื้นตัวยังคงไม่ทั่วถึง และสะท้อนลักษณะเศรษฐกิจแบบ K-shaped อย่างชัดเจน โดยครัวเรือนรายได้สูงที่มีการลงทุนในตลาดหุ้นเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการฟื้นตัว ขณะที่ผู้บริโภครายได้น้อยยังคงเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพที่สูงและความไม่มั่นคงด้านการจ้างงาน ท่ามกลางความคาดหวังเงินเฟ้อระยะสั้นที่ปรับลดลง สะท้อนว่าผู้บริโภคเชื่อว่าแรงกดดันด้านราคาที่เกี่ยวข้องกับภาษีอาจผ่านจุดเลวร้ายที่สุดไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังเงินเฟ้อระยะยาวกลับขยับสูงขึ้น ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ซึ่งอุปสงค์แรงงานที่อ่อนแอยังคงถ่วงความเชื่อมั่น และตอกย้ำถึงความเปราะบางของมุมมองผู้บริโภค แม้การเติบโตจะเริ่มทรงตัวก็ตามค่ะ

ทั้งนี้ ปัจจัยเชิงโครงสร้างยังคงกำหนดทิศทางแนวโน้มระยะกลาง การชะลอตัวของการย้ายถิ่นฐานทำให้อัตราการเติบโตของประชากรลดลง และอาจดึงศักยภาพการเติบโตของสหรัฐฯ กลับไปใกล้ระดับก่อนโควิด หากไม่ได้รับการชดเชยจากการเพิ่มขึ้นของผลิตภาพค่ะ แม้การลงทุนด้าน AI และการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตในช่วงหลังโควิดจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของผลิตภาพในระยะที่ผ่านมา แต่ผู้กำหนดนโยบายยังไม่พร้อมสรุปว่าได้เกิดการเร่งตัวของผลิตภาพในลักษณะที่ยั่งยืน ในขณะเดียวกัน ภาคที่อยู่อาศัยยังคงเป็นแรงฉุดต่อการเติบโต จากปัญหาความสามารถในการซื้อที่ต่ำ โมเมนตัมการก่อสร้างที่อ่อนแอ และการผ่อนคลายที่จำกัดจากอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ลดลง ท่ามกลางความพยายามเชิงนโยบายในการพยุงภาคที่อยู่อาศัยที่ยังเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง และการย้ายถิ่นที่ลดลงอาจยิ่งจำกัดกำลังแรงงานก่อสร้างเพิ่มเติมค่ะ

ภายใต้บริบทนี้ เจ้าหน้าที่ Fed เน้นย้ำถึงความอดทนและการพึ่งพาข้อมูลเป็นหลัก โดยมองว่านโยบายปัจจุบันยังอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมในการสร้างสมดุลระหว่างเงินเฟ้อที่ยังสูงกว่าเป้าหมาย กับตลาดแรงงานที่ดูเหมือนจะมีเสถียรภาพ แต่เปราะบางมากขึ้น โดยเจ้าหน้าที่บางส่วนมองว่าอาจมีเหตุผลสำหรับการปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม หากสภาวะแรงงานอ่อนแอลงอีก ขณะที่อีกส่วนยังคงให้น้ำหนักกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ ซึ่งโดยภาพรวม ผู้กำหนดนโยบายคาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโตสูงกว่าแนวโน้มเล็กน้อยในปี 2026 อัตราการว่างงานจะทรงตัว และเงินเฟ้อจะค่อย ๆ กลับเข้าสู่ทิศทางขาลง ตราบใดที่ไม่มีความอ่อนแอของตลาดแรงงานเพิ่มเติมหรือแรงกดดันด้านราคาที่กลับมารุนแรงเกินคาดค่ะ

จากมุมมองเชิงปัจจัยพื้นฐาน คู่เงิน USDCAD กำลังถูกขับเคลื่อนด้วยแรงมหภาคที่แตกต่างแต่มีความละเอียดอ่อนค่ะ ฝั่งสหรัฐฯ ความกังวลต่อการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์อย่างรวดเร็วยังดูเกินจริง ซึ่งยังช่วยพยุงค่าเงินดอลลาร์ไว้ได้ในระยะกลาง แม้แรงกดดันระยะยาวจะชี้ไปสู่การอ่อนค่าอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วงปี 2026–27 อย่างไรก็ตาม ตลาดแรงงานสหรัฐฯ มีความเปราะบางมากขึ้น และอาจเปิดช่องให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคตหากภาวะแรงงานอ่อนตัวลง ซึ่งอาจจำกัดอัพไซด์ของเงินดอลลาร์ ขณะที่ฝั่งแคนาดา โมเมนตัมเศรษฐกิจกำลังชะลอลง สนับสนุนความคาดหวังว่า BoC จะยังคงดำเนินนโยบายอย่างระมัดระวังและผ่อนคลาย แม้ในขณะเดียวกัน เงินเฟ้อที่ยังเหนียวแน่นและแรงกดดันด้านต้นทุนจากการค้า จะจำกัดขอบเขตการผ่อนคลายนโยบายอย่างจริงจัง ส่งผลให้โดยรวม แนวโน้ม USDCAD ในระยะสั้นถึงระยะกลางอาจมีลักษณะเคลื่อนไหวในกรอบ โดยความเป็นไปได้ของการลดดอกเบี้ยฝั่งสหรัฐฯ สนับสนุนความเสี่ยงขาลงของคู่เงินในระยะถัดไป ขณะที่การเติบโตที่อ่อนแอและความไม่แน่นอนเชิงโครงสร้างของแคนาดา ยังคงขัดขวางไม่ให้ CAD แข็งค่าขึ้นอย่างยั่งยืน เว้นแต่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะอ่อนแอลงอย่างมีนัยสำคัญกว่าที่ตลาดคาดไว้ค่ะ

บทวิเคราะห์ภาพรวมทางเทคนิค

วิเคราะห์ USDCAD วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2026

จากมุมมองด้านแนวโน้มและโครงสร้างราคา คุณน้ามองว่าคู่เงิน USDCAD ยังคงอยู่ในช่วงการพักฐานในระยะกลาง หลังจากไม่สามารถรักษาแรงส่งเหนือโซน 1.37–1.38 ได้ โดยราคาในปัจจุบันเคลื่อนไหวอยู่เหนือแนวรับสำคัญระยะสั้นบริเวณ 1.3550–1.3520 เล็กน้อย ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา ตราบใดที่ USDCAD ยังยืนเหนือโซนนี้ได้ โครงสร้างภาพรวมยังคงเอื้อให้เกิดการแกว่งตัวถึงเอนเอียงเชิงบวกเล็กน้อย แต่หากราคาปิดรายวันต่ำกว่า 1.3520 อาจเปิดทางให้เกิดแรงเร่งตัวลงสู่บริเวณ 1.3450 ตามด้วยโซน 1.3370–1.3400 ซึ่งคาดว่าจะมีแรงซื้อระยะกลางที่แข็งแกร่งรออยู่ค่ะ

ในด้านโมเมนตัม คุณน้าประเมินว่าโมเมนตัมอยู่ในลักษณะเป็นกลางถึงอ่อนตัว ราคาซื้อขายใกล้กับเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น สะท้อนถึงภาวะลังเลของตลาดมากกว่าความเชื่อมั่นในแนวโน้มที่ชัดเจน ตอกย้ำภาพของตลาดที่ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ ขณะที่ RSI ในกรอบรายวันเคลื่อนไหวอยู่แถวโซนกลางประมาณ 40 ปลายถึงต้น 50 ซึ่งสอดคล้องกับภาวะพักฐาน บ่งบอกถึงโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลงต่อเนื่องอาจยังค่อนข้างจำกัด เว้นแต่จะมีปัจจัยกระตุ้นที่ชัดเจนเข้ามาหนุนค่ะ

ทั้งนี้ หากราคาสามารถปรับตัวขึ้นและยืนเหนือโซน 1.3620–1.3650 ได้อย่างต่อเนื่อง จะเป็นสัญญาณของการกลับมาของโมเมนตัมฝั่งขาขึ้น และอาจกระตุ้นให้ราคาขยับขึ้นไปทดสอบ 1.3720 และถัดไปที่ 1.3800 ซึ่งเป็นบริเวณที่มีแนวโน้มดึงดูดแรงขาย เว้นแต่จะมาพร้อมกับการฟื้นตัวของโมเมนตัมเงินดอลลาร์สหรัฐอย่างแข็งแกร่ง โดยการไม่สามารถทะลุผ่านโซน 1.3650 จะยิ่งตอกย้ำสภาพตลาดแบบแกว่งตัวในกรอบค่ะ

สรุปโดยภาพรวม คุณน้ามองว่าในเชิงเทคนิค USDCAD ยังอยู่ในลักษณะเคลื่อนไหวในกรอบ โดยมีแนวโน้มไปทางขาลงเล็กน้อยตราบใดที่ยังต่ำกว่า 1.3650 ซึ่งการที่ราคายังสามารถยืนเหนือระดับ 1.3520 ได้ จะช่วยประคองราคาให้อยู่ในช่วงพักฐานต่อไป แต่หากราคาหลุดลงอย่างชัดเจน มุมมองทางเทคนิคจะเปลี่ยนเป็นลบ และมีโอกาสอ่อนตัวลงสู่โซนกลาง 1.34 ได้ ในทางกลับกัน จะต้องเห็นการทะลุและยืนเหนือระดับ 1.37 ได้อย่างชัดเจนเท่านั้น จึงจะเป็นการยืนยันการกลับมาของแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแรงอีกครั้งค่ะ

📍ข้อมูลประกอบการวิเคราะห์ทางเทคนิค

  • แนวรับสำคัญ: 1.3550, 1.3523, 1.3479
  • แนวต้านสำคัญ: 1.3638, 1.3665, 1.3709

ข่าวเศรษฐกิจสำคัญที่ส่งผลต่อคู่เงิน USDCAD

ข่าวเศรษฐกิจสำคัญที่ส่งผลต่อคู่เงิน USDCAD 10 กุมภาพันธ์ 2026

ที่มา : Forexfactory

⭐ คุณน้าแนะนำโบรกเกอร์คุณสมบัติเด่น!

การเลือกโบรกเกอร์ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ สำหรับการเทรด Forex ค่ะ เพราะโบรกเกอร์จะพัฒนาระบบและเครื่องมือต่าง ๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้การเทรดของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นให้ได้มากที่สุด

สำหรับเทรดเดอร์ที่ยังไม่มั่นใจว่า โบรกเกอร์ Forex แบบไหนดี? คุณน้าได้รวบรวมการจัดอันดับของโบรกเกอร์ในทุกคุณสมบัติ เช่น สเปรดต่ำ, เทรดทอง หรือโบนัสฟรีมาไว้ให้คุณแล้ว!


มือใหม่หัดเทรดที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี? คุณน้าได้รวบรวมเนื้อหาสำคัญที่ถือเป็นจุดเริ่มต้น สำหรับการเทรด Forex มาไว้ให้แล้วที่นี่!


สรุปวิเคราะห์ USDCAD

จุดน่าเข้า Buy

  • Buy/Long 1: หากมีการแตะแนวรับที่ช่วงราคา 1.3490 – 1.3550 แต่ไม่สามารถทะลุแนวรับที่ 1.3550 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 1.3638 และ SL ที่ประมาณ 1.3460 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
  • Buy/Long 2: หากสามารถทะลุแนวต้านที่ช่วงราคา 1.3638 – 1.3698 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 1.3750 และ SL ที่ประมาณ 1.3520 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้

จุดน่าเข้า Sell

  • Sell/Short 1: หากมีการแตะแนวต้านที่ช่วงราคา 1.3638 – 1.3698 แต่ไม่สามารถทะลุแนวต้านที่ 1.3638 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 1.3520 และ SL ที่ประมาณ 1.3728 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
  • Sell/Short 2: หากสามารถทะลุแนวรับที่ช่วงราคา 1.3490 – 1.3550 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 1.3405 และ SL ที่ประมาณ 1.3668 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้

คำเตือน

การให้ข้อมูลการวิเคราะห์คู่เงิน Forex ทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค เป็นเพียงการให้ความรู้เกี่ยวกับข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาชักชวนในการลงทุนแต่อย่างใด เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจการลงทุน


สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers

บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing

คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge

Picture of คุณน้า
คุณน้า
Table of Contents
Recent Post
Recent Post
วิเคราะห์ USDCAD ดูแนวโน้มราคาล่าสุด วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2026
วิเคราะห์ USDCAD ดูแนวโน้มราคาล่าสุด วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2026

พบกับวิเคราะห์ USDCAD ที่สายเทรดสั้นห้ามพลาด การวิเคราะห์คู่เงิน Forex ดูแนวโน้มราคาล่าสุด สำหรับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค

คุยหุ้นสหรัฐ เจาะลึกทุกมุมมอง วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2026
คุยหุ้นสหรัฐ เจาะลึกทุกมุมมอง วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2026

ในบทความนี้เราจะมาคุยหุ้น เจาะลึกปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิคที่ส่งผลต่อตลาดหุ้นสหรัฐ รวมถึงความเสี่ยงและมุมมองในการลงทุน สายหุ้นสหรัฐห้ามพลาดบทความนี้!

วิเคราะห์ GBPUSD ดูแนวโน้มราคาล่าสุด วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2026
วิเคราะห์ GBPUSD ดูแนวโน้มราคาล่าสุด วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2026

พบกับวิเคราะห์ GBPUSD ที่สายเทรดสั้นห้ามพลาด การวิเคราะห์คู่เงิน Forex ดูแนวโน้มราคาล่าสุด สำหรับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค

ทางเว็บไซต์ คุณน้าพาเทรด
ได้มีการใช้คุกกี้เพื่อช่วยปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพให้เว็บไซต์ของเราดียิ่งขึ้น


Privacy Policy