ฝากซื้อของเกาหลี คือ บริการที่มีบุคคล หรือตัวแทนทำการสั่งซื้อสินค้าจากประเทศเกาหลีใต้แทนเรา โดยเฉพาะสินค้ายอดนิยมอย่างอัลบั้ม K-Pop, การ์ดสะสม, เครื่องสำอาง หรือเสื้อผ้าแฟชั่นจากแบรนด์ดังค่ะ ในบทความนี้ คุณน้าจะพาทุกคนมาชำแหละสูตรคำนวณราคา ค่าใช้จ่ายแฝง และภาษีนำเข้าที่สายเปย์ควรรู้ก่อนโอนเงิน จะมีอะไรบ้าง ไปดูพร้อมกันเลยค่ะ
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
ฝากซื้อของเกาหลี คืออะไร? ทำไมราคาจริงถึงแพงกว่าป้าย
การฝากหิ้วของ คือ บริการที่มีบุคคลหรือตัวแทนทำการสั่งซื้อสินค้าจากร้านค้าในประเทศเกาหลีใต้แทนเรา โดยอาจเป็นการไปเดินซื้อหน้าร้าน (รับหิ้ว) หรือสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ช้อปปิ้งออนไลน์ในเกาหลี แล้วจัดส่งกลับมายังประเทศไทย
สาเหตุที่หลายคนเลือกใช้บริการฝากซื้อ แทนที่จะกดสั่งเองโดยตรง มีเหตุผลหลักๆ ดังนี้ค่ะ:
- ร้านค้าไม่รองรับการชำระเงินต่างชาติ: เว็บไซต์เกาหลีหลายแห่งบังคับใช้บัตรเครดิตที่ออกในประเทศเกาหลีใต้ หรือต้องยืนยันตัวตนด้วยเบอร์โทรศัพท์เกาหลีเท่านั้น
- ไม่มีบริการจัดส่งต่างประเทศ: สินค้าบางรายการส่งเฉพาะในประเทศเกาหลีใต้ จึงต้องส่งเข้าที่อยู่คลังพัสดุ (ชิปปิ้ง) ในเกาหลีก่อน
- ความสะดวกสบาย: ไม่ต้องยุ่งยากเรื่องการประสานงานขนส่งข้ามประเทศ หรือจัดการเอกสารด้วยตัวเองค่ะ
ฝากซื้อของเกาหลี คิดราคายังไง? ชำแหละโครงสร้างค่าใช้จ่ายติ่งเกาหลี
สมการคำนวณราคาสินค้าเบื้องต้นที่สายเปย์และ ค่าใช้จ่ายติ่งเกาหลี ต้องเจอ สามารถสรุปเป็นสูตรง่ายๆ ได้ดังนี้ค่ะ:
สูตรคำนวณ
ราคาจ่ายจริง = (ราคาป้ายวอน x เรตแลกเปลี่ยน) + ค่าคอมมิชชั่น + ค่าชิปปิ้ง + ค่าจัดส่งในไทย
ฝากหิ้วของเกาหลี คิดค่าหิ้วยังไง และต่างจากค่าคอมมิชชั่นอย่างไร?
เวลาที่เราสั่งของจากร้านรับพรีออเดอร์ ร้านจะมีการคิดค่าธรรมเนียมการให้บริการ ซึ่งมักมาใน 2 รูปแบบหลักๆ ดังนี้ค่ะ:
- ค่าคอมมิชชั่นฝากซื้อของเกาหลี (ค่าบริการ): อาจคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ (เช่น 5% – 10% จากราคาสินค้า) หรือคิดเป็นเงินบาทต่อชิ้น/ต่อออเดอร์ (เช่น คิดค่าหิ้วชิ้นละ 50 – 150 บาท) ขึ้นอยู่กับความยากง่ายในการหาซื้อ
- เรตแลกเปลี่ยนบวกส่วนต่าง (Exchange Rate Markup): ร้านรับหิ้วบางแห่งอาจไม่คิดค่าคอมมิชชั่นแยก แต่จะไปใช้วิธีบวกเรตแลกเปลี่ยนเงินวอน (KRW) ให้สูงกว่าเรตจริงในตลาดค่ะ เช่น เรตแลกเงินจริง (ข้อมูล ณ ช่วงเวลาที่เผยแพร่บทความ) อยู่ที่ประมาณ 0.026 บาท/วอน แต่ร้านอาจคิดเรตฝากซื้อที่ 0.029 – 0.030 บาท/วอน เพื่อเป็นกำไรส่วนต่าง ทั้งนี้อัตราแลกเปลี่ยนจริงมีความผันผวนรายวัน แนะนำให้ตรวจสอบเรตล่าสุดจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือเว็บไซต์แลกเปลี่ยนเงินตราก่อนตัดสินใจทุกครั้งค่ะ
ชิปปิ้งเกาหลี ทางเรือ vs ทางอากาศ คำนวณแบบไหน?
การส่งสินค้ากลับไทยผ่านบริการ ชิปปิ้งเกาหลี จะมี 2 ช่องทางหลัก ซึ่งคิดราคาและใช้ระยะเวลาต่างกันดังนี้ค่ะ:
- ขนส่งทางอากาศ (Air Cargo): เหมาะกับสินค้าที่ต้องการความเร่งด่วน หรือของสะสมราคาสูง เช่น การ์ดไอดอล ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 – 7 วันทำการ ราคาค่อนข้างสูง (คิดตามน้ำหนักจริงเป็นกิโลกรัม)
- ขนส่งทางเรือ (Sea Cargo): เหมาะกับสินค้าหนัก ปริมาตรใหญ่ หรือของที่รอได้ เช่น อัลบั้มเพลงจำนวนมาก, เครื่องสำอาง หรือเสื้อผ้า ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 – 30 วัน คิดราคาตามน้ำหนักจริง หรือน้ำหนักปริมาตร (CBM) ซึ่งมักจะถูกกว่าทางอากาศค่ะ
ต้นทุนแฝงและภาษีนำเข้าที่สายเปย์มักมองข้าม
นอกจากค่าสินค้าและค่าหิ้วแล้ว สิ่งที่สายเปย์มักลืมคำนวณคือ “ภาษีศุลกากรและภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)” เมื่อพัสดุเดินทางมาถึงประเทศไทยค่ะ
ตามเกณฑ์ศุลกากรไทย สินค้านำเข้าจากต่างประเทศทุกชนิดที่มีราคา CIF (Cost + Insurance + Freight) จะมีเกณฑ์การประเมินภาษีดังนี้ค่ะ:
| มูลค่าสินค้า (CIF) | อากรขาเข้า (Import Duty) | ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) |
|---|---|---|
| ไม่เกิน 1,500 บาท | ได้รับยกเว้น | ต้องชำระ 7% (เริ่มจัดเก็บตามกฎหมายใหม่) |
| เกิน 1,500 บาทขึ้นไป | ต้องชำระตามพิกัดอัตราอากรของสินค้านั้นๆ (เช่น 10% – 30%) | ต้องชำระ 7% (คำนวณจากราคาของ + อากรขาเข้า) |
คุณน้าขอยกตัวอย่างการคำนวณง่ายๆ ให้เห็นภาพนะคะ:
หากเราฝากซื้อสินค้าเกาหลีราคาป้ายประมาณ 3,000 บาท เมื่อรวมค่าขนส่ง (CIF) แล้วอยู่ที่ 3,500 บาท และสินค้านั้นมีพิกัดอากรขาเข้า 10%
- อากรขาเข้า = 3,500 x 10% = 350 บาท
- ฐานคำนวณ VAT = 3,500 + 350 = 3,850 บาท
- VAT 7% = 3,850 x 7% = 269.50 บาท
- รวมภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่ม = 350 + 269.50 = 619.50 บาท
คำแนะนำจากคุณน้า
1. สอบถามร้านให้ชัดเจนก่อนโอนเงินทุกครั้งว่าราคาที่เสนอมาเป็นแบบ “ราคารวมส่งถึงบ้าน (รวมภาษีแล้ว)” หรือ “ราคาเคลียร์ภาษีเอง” เพื่อป้องกันปัญหาถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มภายหลังโดยไม่ทันตั้งตัวค่ะ
2. เช็กรีวิวและความน่าเชื่อถือของร้านรับหิ้วเสมอ โดยตรวจสอบประวัติการขาย และหลีกเลี่ยงร้านที่ตั้งเรตราคาถูกผิดปกติเพราะเสี่ยงโดนโกงสูงมากค่ะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ฝากซื้อของเกาหลี เสียภาษีไหม ถ้าสั่งของราคาไม่เกิน 1,500 บาท?
หากมูลค่าสินค้าบวกค่าขนส่ง (CIF) ไม่เกิน 1,500 บาท จะได้รับการยกเว้นอากรขาเข้าค่ะ แต่ยังคง ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% ตามเกณฑ์การจัดเก็บสินค้านำเข้ามูลค่าต่ำของกรมศุลกากรค่ะ
ชิปปิ้งเกาหลี ทางเรือ กับ ทางอากาศ เลือกแบบไหนคุ้มกว่ากัน?
ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าค่ะ หากเป็นของชิ้นเล็ก น้ำหนักเบา และต้องการเร่งด่วน เช่น การ์ดไอดอล ทางอากาศจะคุ้มค่าเวลากว่า แต่ถ้าเป็นสินค้าหนัก ปริมาตรใหญ่ และรอได้ เช่น อัลบั้มเพลงหลายๆ ชุด ทางเรือจะประหยัดค่าขนส่งได้มากกว่าค่ะ
โดนบวก ค่าคอมมิชชั่นฝากซื้อของเกาหลี กี่เปอร์เซ็นต์ถึงจะถือว่าเป็นเรตปกติ?
โดยทั่วไป ค่าบริการหรือค่าคอมมิชชั่นจะอยู่ที่ประมาณ 5% – 10% ของราคาสินค้า หรือคิดเป็นค่าหิ้วต่อชิ้นประมาณ 50 – 150 บาทค่ะ หากสูงเกินกว่านี้ควรเปรียบเทียบกับร้านอื่นเพื่อความคุ้มค่าค่ะ
สรุป ฝากซื้อของเกาหลี
การสั่งหรือใช้บริการลักษณะนี้ แม้จะช่วยให้เราได้สินค้าที่ต้องการอย่างสะดวก แต่สิ่งสำคัญคือการคำนวณต้นทุนรวมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นค่าแลกเปลี่ยนเงิน, ค่าบริการฝากซื้อ, ค่าขนส่งชิปปิ้ง และภาษีนำเข้า การเตรียมงบประมาณและเช็กรายละเอียดกับร้านค้าให้รอบคอบก่อนโอนเงิน จะช่วยให้เราเปย์ของที่ชอบได้อย่างสบายใจโดยไม่กระทบสภาพคล่องทางการเงินค่ะ และหากใครมีแผนเดินทางไปช้อปปิ้งด้วยตัวเอง อย่าลืมวางแผนแลกเงินวอนที่ไว้ล่วงหน้าด้วยนะคะ
การสั่งซื้อสินค้าต่างประเทศมีความเสี่ยงเกี่ยวกับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน อัตราค่าขนส่ง และเกณฑ์การประเมินภาษีศุลกากร ผู้ใช้บริการควรศึกษาเงื่อนไขและรายละเอียดค่าใช้จ่ายทั้งหมดกับผู้ให้บริการให้รอบคอบก่อนตัดสินใจชำระเงินทุกครั้ง บทความนี้จัดทำขึ้นโดยทีมงานร่วมกับเครื่องมือ AI เพื่อช่วยรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูล และผ่านการตรวจทานโดยทีมบรรณาธิการก่อนเผยแพร่ ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานคุณน้าพาเทรด
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: กรมศุลกากร
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge







