โครงสร้างราคาน้ำมัน คือ การจัดสรรองค์ประกอบราคาขายปลีกน้ำมัน 1 ลิตรที่คุณน้าและทุกคนจ่ายหน้าปั๊มออกเป็นสี่ส่วนหลักๆ ค่ะ เคยสงสัยไหมคะว่าทำไมเวลาเติมน้ำมันเต็มถัง จ่ายเงินไปพันกว่าบาท แต่เนื้อน้ำมันจริงๆ กลับไม่ได้มีมูลค่าถึงตรงนั้น?
ในบทความนี้ คุณน้าจะพาไปเจาะลึกราคาขายปลีกน้ำมันว่าประกอบด้วยอะไรบ้าง เงินเราหายไปกับภาษีและกองทุนเท่าไหร่ มาหาคำตอบกันค่ะ
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
โครงสร้างราคาน้ำมัน คืออะไร?
โครงสร้างราคาน้ำมัน คือการกำหนดสัดส่วนราคาขายปลีกหน้าปั๊มน้ำมัน โดยแบ่งออกเป็น 4 ส่วนสำคัญ ได้แก่ ต้นทุนเนื้อน้ำมัน, ภาษีภาครัฐ, กองทุนพลังงาน, และค่าการตลาดของผู้ประกอบการ
ลองเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ เหมือนเราสั่งอาหารผ่านแอปเดลิเวอรี่ค่ะ ยอดเงินรวมที่เราโอนจ่ายไม่ได้มีแค่ค่าอาหารอย่างเดียว แต่มีการบวกเพิ่มด้วยค่าบริการ ค่าจัดส่ง และภาษีมูลค่าเพิ่มเข้าไปด้วย ราคาน้ำมัน 1 ลิตรที่เราเติมก็มีกลไกจัดเก็บเงินในรูปแบบที่คล้ายกันค่ะ
4 ส่วนประกอบหลักในโครงสร้างราคาน้ำมันที่คุณจ่ายไป
โครงสร้างราคาขายปลีกน้ำมันภายในประเทศไทยแบ่งสัดส่วนเงินออกเป็น 4 ก้อนหลักตามกฎหมาย ซึ่งแต่ละส่วนมีที่มาและจุดประสงค์การจัดเก็บต่างกัน ดังนี้ค่ะ
ต้นทุนเนื้อน้ำมัน หรือ ราคาหน้าโรงกลั่น
ราคาหน้าโรงกลั่น คือต้นทุนเนื้อน้ำมันดิบที่นำมาผ่านกระบวนการกลั่นจนได้เป็นน้ำมันสำเร็จรูป โดยโครงสร้างราคาของไทยจะอ้างอิงตามราคาตลาดสิงคโปร์เป็นหลัก คิดเป็นสัดส่วนใหญ่ที่สุดประมาณ 50-60% ของราคาขายปลีกหน้าปั๊ม (ข้อมูลโครงสร้างราคาโดยประมาณ ปี 2569) ค่ะ
ภาษี 3 ชั้นที่จัดเก็บโดยรัฐบาล
เงินส่วนที่สองคือภาษีแฝงที่รัฐบาลเก็บเข้าเป็นรายได้แผ่นดิน ประกอบด้วยภาษี 3 ประเภทซ้อนกันค่ะ
- ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน: ภาษีอัตราเฉพาะที่จัดเก็บตามประเภทน้ำมัน ปัจจุบันมีการปรับอัตราเป็นระยะตามนโยบายพลังงาน สามารถตรวจสอบอัตราล่าสุดได้ที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต
- ภาษีเทศบาล: จัดเก็บเพิ่มอีก 10% ของยอดภาษีสรรพสามิต เพื่อส่งมอบให้กระทรวงมหาดไทยนำไปกระจายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้พัฒนาพื้นที่
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%): เป็นภาษีที่คำนวณซ้ำ 2 เด้ง เด้งแรกคิดจากราคาขายส่ง (ราคาหน้าโรงกลั่น + ภาษี + กองทุน) และเด้งที่สองคิดซ้ำบนค่าการตลาดของสถานีบริการค่ะ
เงินกองทุนพลังงาน
องค์ประกอบส่วนที่สามคือเงินที่รัฐเรียกเก็บเข้ากองทุนของภาครัฐ แบ่งออกเป็น 2 กองทุนหลักค่ะ
- กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง: รัฐบาลจัดตั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้นเพื่อรักษาระดับราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศไม่ให้ผันผวนตามตลาดโลกเกินไป เงินส่วนนี้จะถูกนำไปใช้อุดหนุนราคาน้ำมันบางประเภทในยามวิกฤต เช่น น้ำมันดีเซล หรือก๊าซ LPG
- กองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน: จัดเก็บในอัตราที่กำหนดเพื่อสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมพลังงานสะอาด สามารถติดตามสถานะกองทุนล่าสุดได้ที่เว็บไซต์สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
ค่าการตลาดของผู้ให้บริการ
ค่าการตลาด คือผลตอบแทนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจของผู้ค้าปลีกน้ำมัน (เช่น ปั๊มน้ำมันต่าง ๆ) โดยปกติจะคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10–15% หรือเฉลี่ย 1.50 – 2.50 บาทต่อลิตร (ข้อมูล ณ ปี 2569) เงินส่วนนี้จะนำไปจ่ายค่าขนส่งน้ำมัน ค่าบริหารจัดการคลัง ค่าพนักงานปั๊ม ค่าดูแลสถานีบริการ รวมถึงเป็นกำไรของผู้ประกอบการค่ะ
คำแนะนำจากคุณน้า
การติดตามค่าการตลาดน้ำมันที่ประกาศโดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) จะช่วยให้เราเข้าใจว่าช่วงไหนราคาขายปลีกมีโอกาสปรับขึ้นหรือลดลงได้ดีขึ้นค่ะ

ทำไมราคาน้ำมันไทยแพง? เบนซิน vs ดีเซล จ่ายภาษีต่างกันอย่างไร
ทำไมราคาน้ำมันไทยแพง คำตอบส่วนหนึ่งมาจากโครงสร้างการจัดเก็บภาษีและกองทุนที่แตกต่างกันอย่างมากระหว่างน้ำมันเบนซินกับน้ำมันดีเซลค่ะ
กลุ่มน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์จะถูกจัดเก็บภาษีสรรพสามิตและเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันในอัตราที่สูง เพื่อนำเงินก้อนดังกล่าวไปชดเชยและอุ้มราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งถูกมองว่าเป็นต้นทุนหลักในภาคการขนส่งและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
ส่งผลให้ผู้ใช้รถยนต์เครื่องยนต์เบนซินต้องแบกรับภาระภาษีแฝงในสัดส่วนที่สูงกว่าอย่างเห็นได้ชัดค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
น้ำมัน 1 ลิตร เสียภาษีเท่าไหร่?
หากเป็นน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์ ภาษีแฝงรวมทั้งหมด (ภาษีสรรพสามิต + ภาษีเทศบาล + VAT ซ้ำสองเด้ง) จะคิดเป็นสัดส่วนสูงถึงประมาณ 30–40% ของราคาขายปลีกต่อลิตร (ข้อมูล ณ ปี 2569) ค่ะ
ทำไมไทยต้องอ้างอิงราคาโรงกลั่นสิงคโปร์ ทั้งที่มีโรงกลั่นในประเทศ?
เพราะตลาดสิงคโปร์เป็นศูนย์กลางการค้าและโรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย การใช้อ้างอิงสะท้อนถึงราคาโอกาสทดแทน (Opportunity Cost) ซึ่งเป็นราคามาตรฐานที่โรงกลั่นสามารถนำส่งออกไปขายในภูมิภาคได้ค่ะ
เติมน้ำมัน 1,000 บาท เงินไปไหนบ้าง?
สมมติการเติมน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ยอดเงิน 1,000 บาท เงินจะถูกแบ่งโดยประมาณเป็น: ต้นทุนเนื้อน้ำมัน ~550 บาท, ภาษีภาครัฐรวม ~300 บาท, เงินเข้ากองทุนพลังงาน ~50 บาท และเป็นค่าการตลาดของปั๊ม ~100 บาทค่ะ
สรุปเกี่ยวกับโครงสร้างราคาน้ำมัน
สัดส่วนราคาน้ำมันประกอบด้วย 4 ส่วนสำคัญ ได้แก่ ต้นทุนเนื้อน้ำมันราคาหน้าโรงกลั่น, ภาษี 3 ชั้นของรัฐ, เงินกองทุนพลังงาน, และค่าการตลาดของปั๊ม การเข้าใจสัดส่วนเหล่านี้จะช่วยให้มนุษย์เงินเดือนและคนมีรถเข้าใจกลไกราคา และสามารถบริหารจัดการงบประมาณเดินทางในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นค่ะ
การลงทุนมีความเสี่ยงและมีผันผวนสูง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ นักลงทุนควรศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ ทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค ก่อนการตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลในอนาคต บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน
บทความนี้จัดทำขึ้นโดยทีมงานร่วมกับเครื่องมือ AI เพื่อช่วยรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูล และผ่านการตรวจทานโดยทีมบรรณาธิการก่อนเผยแพร่ ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานคุณน้าพาเทรด
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) และ กรมสรรพสามิต
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge







