ซื้อหุ้นกู้ พันธบัตรรัฐบาล เริ่มต้นอย่างไรให้ปลอดภัย?

ซื้อหุ้นกู้ พันธบัตรรัฐบาล คู่มือเริ่มต้นลงทุนตราสารหนี้สำหรับมือใหม่
Table of Contents

เคยรู้สึกไหมคะว่าดอกเบี้ยเงินฝากตอนนี้มันน้อยจนแทบไม่ช่วยอะไร? คุณน้าเลยอยากชวนมารู้จักกับซื้อหุ้นกู้ พันธบัตรรัฐบาล ทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอกว่าเงินฝากประจำ และเหมาะกับมือใหม่ที่อยากเริ่มสร้าง Passive Income ค่ะ

แต่สำหรับมือใหม่ หลายคนอาจจะยังสับสนว่า หุ้นกู้ กับ พันธบัตรรัฐบาล ต่างกันอย่างไร และควรเริ่มต้นอย่างไรไม่ให้พอร์ตพัง ในบทความนี้ คุณน้าจะพามาเจาะลึกวิธีซื้อหุ้นกู้ พันธบัตรรัฐบาล อย่างปลอดภัยและเข้าใจง่ายค่ะ

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน นักลงทุนรายย่อยควรศึกษาและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง

ซื้อหุ้นกู้ พันธบัตรรัฐบาล คืออะไร?

การลงทุนประเภทนี้ คือ การนำเงินออมของเราไปปล่อยกู้ให้กับหน่วยงานภาครัฐหรือบริษัทเอกชน โดยเราจะมีฐานะเป็น “เจ้าหนี้” ส่วนผู้ออกตราสารจะมีฐานะเป็น “ลูกหนี้” ซึ่งผู้ออกสัญญาว่าจะจ่ายผลตอบแทนให้เราในรูปแบบของ “ดอกเบี้ย” ตามอัตราและระยะเวลาที่กำหนดไว้ชัดเจน เช่น จ่ายดอกเบี้ยทุกๆ 3 เดือน หรือ 6 เดือน และเมื่อครบกำหนดอายุสัญญา เราก็จะได้รับเงินต้นคืนเต็มจำนวนค่ะ

ลองนึกภาพง่ายๆ ว่า เหมือนกับการที่เราให้เพื่อนยืมเงิน โดยเขียนสัญญากันไว้ชัดเจนว่า เพื่อนจะจ่ายดอกเบี้ยให้เราปีละ 3% ทุกๆ ครึ่งปี และจะคืนเงินต้นทั้งหมดเมื่อครบ 3 ปี นั่นคือกลไกพื้นฐานที่สุดของการซื้อตราสารหนี้นั่นเองค่ะ

หุ้นกู้ คืออะไร ต่างจาก พันธบัตรออมทรัพย์ คืออะไร?

หุ้นกู้ คืออะไร และต่างจาก พันธบัตรออมทรัพย์ คืออะไร เป็นคำถามที่มือใหม่มักสับสนกันบ่อยที่สุดค่ะ ความแตกต่างหลักๆ อยู่ที่ “ผู้ออกตราสาร” และ “ระดับความเสี่ยง” ดังนี้ค่ะ

ประเด็นเปรียบเทียบพันธบัตรออมทรัพย์หุ้นกู้เอกชน
ผู้ออกตราสารกระทรวงการคลัง / รัฐบาลไทยบริษัทเอกชน (เช่น PTT, CPALL)
ระดับความเสี่ยงต่ำมาก (รัฐบาลรับประกันการจ่ายเงิน)ปานกลาง ถึง สูง (ขึ้นอยู่กับบริษัท)
ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 2.5% – 3.5% ต่อปีประมาณ 3.5% – 7.0% ต่อปี
เกรดความน่าเชื่อถือAAA (ความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้แทบเป็นศูนย์)AAA ถึง UNRATED (มีอันดับเครดิต)

การประเมินความเสี่ยงของหุ้นกู้เอกชน เราจะดูจาก Credit Rating หรืออันดับความน่าเชื่อถือที่จัดโดยสถาบันจัดอันดับ เช่น TRIS Rating โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลักๆ ค่ะ

  1. Investment Grade (AAA ถึง BBB-): หุ้นกู้เกรดลงทุน มีความน่าเชื่อถือสูง ความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ต่ำ เหมาะสำหรับมือใหม่
  2. High Yield Bond / Unrated (BB+ ลงไป หรือไม่มีการจัดอันดับ): หุ้นกู้ที่ให้ดอกเบี้ยสูง แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงสูงมากที่บริษัทอาจจะเบี้ยวหนี้ได้ค่ะ

ตัวอย่างการคำนวณดอกเบี้ยที่ได้รับจริง (ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15%)

คุณน้าขอยกตัวอย่างการคำนวณดอกเบี้ยจริงให้เห็นภาพชัดเจนนะคะ หากเราซื้อหุ้นกู้มูลค่า 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 4.0% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน

  • ดอกเบี้ยเต็มจำนวนต่อปี = 100,000 x 4% = 4,000 บาท
  • โดนหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% = 4,000 x 15% = 600 บาท
  • เงินดอกเบี้ยเข้าบัญชีจริงต่อปี = 3,400 บาท (หรือรับงวดละ 1,700 บาท ทุก 6 เดือนค่ะ)

ซื้อหุ้นกู้ พันธบัตรรัฐบาล เปรียบเทียบความต่างระหว่างหุ้นกู้เอกชนและพันธบัตรรัฐบาล


ซื้อหุ้นกู้ ผ่านแอปไหนดี และ พันธบัตรรัฐบาล ซื้อที่ไหน?

คำถามยอดฮิตอย่าง ซื้อหุ้นกู้ ผ่านแอปไหนดี และ พันธบัตรรัฐบาล ซื้อที่ไหน ในปัจจุบันสามารถทำได้สะดวกมากๆ ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนค่ะ

ช่องทางการซื้อพันธบัตรรัฐบาล

  1. แอปเป๋าตัง (วอลเล็ต สบม.): ช่องทางยอดฮิต ซื้อขั้นต่ำเริ่มต้นเพียง 100 บาทเท่านั้น เหมาะสำหรับมือใหม่เงินทุนน้อย
  2. แอปพลิเคชันธนาคารพาณิชย์: เช่น K-MyFunds (กสิกรไทย), SCB EASY, Bangkok Bank Mobile Banking ซึ่งมักจะเปิดขายพันธบัตรรัฐบาลตามช่วงเวลาที่กระทรวงการคลังกำหนด

ช่องทางการซื้อหุ้นกู้เอกชน

  1. แอปธนาคารพาณิชย์: มักเปิดขายหุ้นกู้จองซื้อใหม่ (ตลาดแรก) ของบริษัทใหญ่ๆ โดยขั้นต่ำมักจะอยู่ที่ 100,000 บาท
  2. แอปพลิเคชันบริษัทหลักทรัพย์ (เช่น InnovestX, Pi, Streaming): ซื้อขายได้ทั้งหุ้นกู้ตลาดแรก และ หุ้นกู้ในตลาดรอง
  3. ตลาดรอง (Secondary Market): สำหรับคนที่อยากซื้อหุ้นกู้ที่เปิดขายไปแล้ว หรือต้องการขายหุ้นกู้เดิมก่อนครบกำหนด


ข้อควรระวังและ ความเสี่ยงหุ้นกู้ ที่มือใหม่ต้องรู้ก่อนซื้อ

ความเสี่ยงหุ้นกู้ เป็นเรื่องที่คุณน้าอยากเน้นย้ำเสมอค่ะ การลงทุนในตราสารหนี้ไม่ใช่การฝากเงิน จึงมีความเสี่ยงที่ต้องระวังดังนี้ค่ะ

  1. ความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ (Default Risk): หรือการถูกเบี้ยวหนี้ ทั้งดอกเบี้ยและเงินต้น หากบริษัทผู้ออกหุ้นกู้ประสบปัญหาทางการเงินจนเลิกกิจการ
  2. ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk): หุ้นกู้และพันธบัตรไม่ใช่เงินฝากที่คุณจะกด ATM ถอนออกมาใช้เมื่อไหร่ก็ได้ หากต้องการใช้เงินด่วนก่อนครบกำหนดสัญญา ต้องนำไปขายในตลาดรอง ซึ่งอาจจะขายยาก หรือต้องยอมขายขาดทุนราคาหน้าตั๋วค่ะ
  3. ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Risk): หากดอกเบี้ยในตลาดปรับตัวสูงขึ้น ราคาของหุ้นกู้เดิมที่เราถืออยู่อาจจะมีมูลค่าลดลงหากต้องการนำไปขายก่อนกำหนด

– ไม่ควรทุ่มเงินเก็บทั้งก้อนไปซื้อหุ้นกู้ตัวเดียวเต็มพอร์ต ควรเน้นการกระจายความเสี่ยง

– เงินที่นำมาซื้อตราสารหนี้ควรเป็น “เงินเย็น” ที่แน่ใจว่าไม่ได้ใช้ตลอดระยะเวลาอายุสัญญา (เช่น 3 ปี, 5 ปี)

– หากเป็นมือใหม่ที่ไม่อยากรับความเสี่ยงบริษัทเอกชนเบี้ยวหนี้ สามารถเริ่มต้นสะสมผ่าน กองทุนตราสารหนี้ เพื่อให้ผู้จัดการกองทุนช่วยกระจายความเสี่ยงแทนได้ค่ะ


คำถามที่พบบ่อย

ซื้อพันธบัตรผลตอบแทนเท่าไหร่?

โดยเฉลี่ยแล้ว พันธบัตรรัฐบาลหรือพันธบัตรออมทรัพย์ให้ผลตอบแทนประมาณ 2.5% – 3.5% ต่อปี ขึ้นอยู่กับอายุของพันธบัตรและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยในช่วงเวลานั้น ๆ ค่ะ

หุ้นกู้เอกชนกับพันธบัตรรัฐบาล อันไหนเสี่ยงน้อยกว่ากัน?

พันธบัตรรัฐบาลมีความเสี่ยงน้อยกว่าอย่างมีนัยสำคัญค่ะ เพราะมีรัฐบาลไทยรับประกันการจ่ายคืนเงินต้นและดอกเบี้ยเต็มจำนวน ในขณะที่หุ้นกู้เอกชนขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัทเอกชนรายนั้น ๆ ค่ะ

ถ้าถือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ไม่ครบกำหนด สามารถขายก่อนได้ไหม?

สามารถขายก่อนได้ผ่านตลาดรอง (Secondary Market) ของธนาคารหรือบริษัทหลักทรัพย์ค่ะ แต่ต้องรับความเสี่ยงที่อาจจะขายได้ราคาต่ำกว่าราคาที่ซื้อมา ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยตลาด ณ ขณะนั้นค่ะ

สรุปเกี่ยวกับซื้อหุ้นกู้ พันธบัตรรัฐบาล

การลงทุนในตราสารหนี้ทั้งสองแบบนี้ เป็นเครื่องมือการลงทุนที่เหมาะมากสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างกระแสเงินสดจากดอกเบี้ยอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการประเมินระดับความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้ หากรับความเสี่ยงได้ต่ำมาก แนะนำให้เลือกพันธบัตรรัฐบาล แต่หากยอมรับความเสี่ยงได้มากขึ้นเพื่อผลตอบแทนที่สูงขึ้น หุ้นกู้เอกชนเกรด Investment Grade (BBB- ขึ้นไป) ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจค่ะ อย่าลืมแบ่งเงินเย็นมาลงทุนและไม่ลงทุนเกินตัวนะคะ

การลงทุนมีความเสี่ยงและมีความผันผวนสูง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ นักลงทุนควรศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ ทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค ก่อนการตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลในอนาคต บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน

บทความนี้จัดทำขึ้นโดยทีมงานร่วมกับเครื่องมือ AI เพื่อช่วยรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูล และผ่านการตรวจทานโดยทีมบรรณาธิการก่อนเผยแพร่ ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานคุณน้าพาเทรด

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) และ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (PDMO)


สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers

บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing

คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge

Picture of khunnaphatrade
khunnaphatrade
Table of Contents
Recent Post
Recent Post
ตลาดหุ้นมาเลเซีย ภาพรวมการลงทุนและดัชนี Bursa Malaysia สำหรับนักลงทุนไทย
ตลาดหุ้นมาเลเซีย คืออะไร? จุดเปลี่ยนที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม 

ตลาดหุ้นมาเลเซีย คือตลาดการลงทุนในอาเซียนที่ไม่ควรมองข้าม ด้วยอานิสงส์การเป็น Data Center และ Semiconductor Hub แห่งใหม่ คุณน้าสรุปภาพรวม ดัชนี FBM KLCI พร้อมวิธีลงทุนสำหรับนักลงทุนไทยไว้ครบถ้วนค่ะ

Easy E-Receipt ลดหย่อนภาษี 2569 คู่มือวางแผนภาษีและสิทธิประโยชน์ฉบับมือใหม่
Easy E-Receipt ลดหย่อนภาษี 2569 สรุปเงื่อนไขล่าสุดที่ต้องรู้

Easy E-Receipt ลดหย่อนภาษี 2569 คือ มาตรการลดหย่อนภาษีจากการซื้อสินค้าด้วย e-Tax Invoice สูงสุด 50,000 บาท คุณน้าสรุปเงื่อนไขและวิธีคำนวณเงินคืนภาษีมาให้แบบเข้าใจง่ายค่ะ

เงินชราภาพประกันสังคม สรุปเงื่อนไขสิทธิ์รับเงินบำเหน็จและบำนาญชราภาพสำหรับผู้ประกันตน
เงินชราภาพประกันสังคม คืออะไร? เช็กสิทธิ์บำเหน็จบำนาญปี 2026

เงินชราภาพประกันสังคม คือสิทธิ์ทางการเงินสำคัญของคนทำงานยามเกษียณ คุณน้าสรุปเงื่อนไขการรับเงินบำเหน็จและบำนาญชราภาพ พร้อมสูตรคำนวณเงินที่จะได้รับจริงมาให้อ่านเข้าใจง่ายค่ะ

บัญชีเงินฝากประจำ คู่มือเข้าใจง่ายเรื่องเงินฝากประจำสำหรับมือใหม่
บัญชีเงินฝากประจำ ออมเงินอย่างไรให้เงินต้นอยู่ครบดอกเบี้ยโต

บัญชีเงินฝากประจำ คือจุดเริ่มต้นการออมเงินที่มั่นคงและปลอดภัยที่สุดสำหรับมือใหม่ คุณน้าสรุปเปรียบเทียบประเภทเงินฝากประจำ พร้อมเทคนิคเลือกฝากประจำดอกเบี้ยสูง และเงื่อนไขภาษีฉบับเข้าใจง่ายให้แล้วค่ะ

ทางเว็บไซต์ คุณน้าพาเทรด
ได้มีการใช้คุกกี้เพื่อช่วยปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพให้เว็บไซต์ของเราดียิ่งขึ้น


Privacy Policy