มูลค่าหุ้นทางบัญชีต่อหุ้น คือ มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของบริษัทที่หารด้วยจำนวนหุ้นทั้งหมด ซึ่งแสดงถึงจำนวนเงินที่นักลงทุนจะได้รับต่อ 1 หุ้น หากบริษัทปิดตัวลงและนำสินทรัพย์ทั้งหมดไปขายเพื่อชำระหนี้สินเรียบร้อยแล้วค่ะ
สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มศึกษาเกี่ยวกับอัตราส่วนทางการเงินที่นักลงทุนต้องดู ตัวเลขนี้จะช่วยให้เราประเมินความเสี่ยงเบื้องต้นได้ว่า ราคาหุ้นบนกระดานที่ซื้อขายกันอยู่นั้น แพงเกินไปกว่าต้นทุนจริงของบริษัทหรือไม่
ในบทความนี้ คุณน้าจะมาเล่าให้ฟังแบบย่อยง่ายว่า ตัวเลขนี้คือ อะไร คำนวณอย่างไร และมีความสำคัญกับการเลือกลงทุนอย่างไรค่ะ!
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
BVPS คืออะไร?
ตัวเลขนี้ (Book Value Per Share หรือ BVPS) คือ ตัวเลขทางบัญชีที่บอกให้เราทราบว่า ในทางทฤษฎีแล้ว หุ้นแต่ละหุ้นมีส่วนของทรัพย์สินสุทธิค้ำประกันอยู่เท่าไหร่ค่ะ หากบริษัทต้องเลิกกิจการและขายสินทรัพย์ที่มีอยู่ออกไปทั้งหมดเพื่อนำไปจ่ายหนี้สินจนครบถ้วน
เงินส่วนที่เหลือสุดท้ายที่จะตกมาถึงมือของผู้ถือหุ้นเมื่อหารเฉลี่ยตามจำนวนหุ้นทั้งหมด ก็จะเท่ากับมูลค่าทางบัญชีต่อ 1 หุ้นพอดีค่ะ
ลองเปรียบเทียบกับเรื่องใกล้ตัวให้เห็นภาพง่ายๆ ดังนี้นะคะ
- สถานการณ์สมมติ: เราซื้อคอนโดมิเนียมร่วมกับเพื่อน 2 คน ในราคา 3 ล้านบาท
- ภาระหนี้สิน: มีการยื่นกู้ธนาคาร (หนี้สิน) อยู่ 1 ล้านบาท
- ทรัพย์สินสุทธิจริง: มูลค่าส่วนที่เป็นของพวกเราจริงๆ จะเหลืออยู่ 2 ล้านบาท (3 ล้าน – 1 ล้าน)
- เมื่อตัดสินใจขาย: หากขายคอนโดแล้วนำเงิน 1 ล้านบาทไปคืนธนาคาร จะเหลือเงินสุทธิ 2 ล้านบาท
- การส่วนแบ่งต่อหุ้น: นำเงิน 2 ล้านบาทมาหารแบ่งกัน 2 คน แต่ละคนจะได้เงินกลับไปคนละ 1 ล้านบาท
เงิน 1 ล้านบาทที่แต่ละคนได้รับกลับไปนี้แหละค่ะ คือเปรียบเสมือนมูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นในตัวอย่างนี้นั่นเองค่ะ
มูลค่าหุ้นทางบัญชีต่อหุ้น มีอะไรบ้าง และคำนวณอย่างไร?
การหาตัวเลขนี้ ไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอย่างที่คิดค่ะ เพราะตัวเลขทั้งหมดถูกบันทึกไว้อย่างชัดเจนในส่วนของงบการเงินเรียบร้อยแล้ว โดยส่วนประกอบสำคัญที่เราต้องนำมาใช้คำนวณ จะดึงมาจากส่วนของผู้ถือหุ้นและรายการสินทรัพย์ใน งบดุล ของบริษัทนั่นเองค่ะ
BVPS คำนวณอย่างไร
สูตรการคำนวณพื้นฐานนั้นง่ายมากค่ะ โดยเราจะนำเอาส่วนของผู้ถือหุ้นสุทธิ ตั้งหารด้วยจำนวนหุ้นทั้งหมดที่ชำระแล้ว ดังนี้
สูตรคำนวณ
BVPS = ส่วนของผู้ถือหุ้น ÷ จำนวนหุ้นทั้งหมดที่ชำระแล้ว
หรือเขียนอีกรูปแบบหนึ่งเพื่อความเข้าใจที่ลึกซึ้งขึ้นคือ:
สูตรคำนวณ
BVPS = (สินทรัพย์รวม – หนี้สินรวม) ÷ จำนวนหุ้นทั้งหมดที่ชำระแล้ว
คุณน้าขอยกตัวอย่างการคำนวณให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นนะคะ สมมติว่า บริษัท A มีข้อมูลในงบการเงิน ดังนี้
- มีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 1,000,000 บาท
- มีหนี้สินรวมทั้งหมด 400,000 บาท
- ดังนั้น บริษัท A จะมีส่วนของผู้ถือหุ้นสุทธิเท่ากับ 600,000 บาท (1,000,000 – 400,000)
- หากบริษัท A มีจำนวนหุ้นที่ชำระแล้วทั้งหมด 100,000 หุ้น
เมื่อเรานำเข้าสูตรคำนวณ จะได้
- BVPS = 600,000 บาท ÷ 100,000 หุ้น = 6 บาทต่อหุ้น
คำแนะนำจากคุณน้า
ตัวเลขส่วนของผู้ถือหุ้นเป็นตัวสะท้อนความมั่นคงเบื้องต้นของบริษัท ยิ่งบริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นสูงเมื่อเทียบกับหนี้สิน พอร์ตการลงทุนของเราก็ยิ่งมีเกราะป้องกันความเสี่ยงที่ดีขึ้นตามไปด้วยค่ะ ในทางกลับกัน หากบริษัทมีหนี้สินสูงกว่าส่วนของผู้ถือหุ้นมาก ก็สะท้อนถึงความเสี่ยงทางการเงินที่นักลงทุนควรระมัดระวังเป็นพิเศษค่ะ
มูลค่าทางบัญชี ต่างจาก ราคาตลาด อย่างไร?
นักลงทุนมือใหม่หลายคนมักจะสับสนระหว่าง “มูลค่าทางบัญชี” (Book Value) และ “ราคาตลาด” (Market Price) ซึ่งคุณน้าได้สรุปเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างสองสิ่งนี้ให้เห็นภาพชัดเจนในตารางด้านล่างนี้ค่ะ
| หัวข้อเปรียบเทียบ | มูลค่าทางบัญชี (Book Value) | ราคาตลาด (Market Price) |
|---|---|---|
| ที่มาของมูลค่า | บันทึกตามต้นทุนในอดีต (Historical Cost) อิงจากทรัพย์สินจริง | เกิดจากกลไกราคาการซื้อขายจริงบนกระดานหลักทรัพย์ในปัจจุบัน |
| ปัจจัยขับเคลื่อน | สินทรัพย์จับต้องได้ เช่น อาคาร ที่ดิน เครื่องจักร เงินสด | ความคาดหวังในอนาคต อารมณ์ตลาด และโอกาสเติบโตของธุรกิจ |
| ตัวอย่างเปรียบเปรย | ต้นทุนกระดาษและการพิมพ์สมุดโน้ต (เช่น 20 บาท) | ราคาประมูลสมุดโน้ตที่มีลายเซ็นศิลปินดัง (เช่น 2,000 บาท) |
| ผลกระทบในยุคใหม่ | สะท้อนเฉพาะทรัพย์สินที่บันทึกในงบการเงิน | สะท้อนมูลค่าแบรนด์ สินทรัพย์หมุนเวียน และซอฟต์แวร์ |
จากตารางเปรียบเทียบ จะเห็นได้ว่าบริษัทในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีหรือบริการ มักจะมีสินทรัพย์จับต้องไม่ได้ (Intangible Assets) เช่น ซอฟต์แวร์ สิทธิบัตร หรือฐานผู้ใช้งาน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ถูกบันทึกเป็นมูลค่าสินทรัพย์สูงๆ ในงบดุล จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมราคาตลาดของหุ้นกลุ่มนี้จึงมักจะสูงกว่ามูลค่าทางบัญชีอยู่หลายเท่าเสมอค่ะ

มูลค่าหุ้นทางบัญชีต่อหุ้น สำคัญยังไงกับนักลงทุน?
ตัวเลข BVPS มีประโยชน์สำคัญอย่างมากต่อนักลงทุน โดยเฉพาะคนที่เน้นการลงทุนแบบเน้นคุณค่า (Value Investor) ดังนี้
- ใช้ประเมินความคุ้มค่าเบื้องต้นร่วมกับ PBV Ratio: อัตราส่วน Price to Book Value Ratio (P/BV) คำนวณได้จากการนำราคาหุ้นในกระดาน มาหารด้วย BVPS หากค่า P/BV ต่ำกว่า 1 เท่า นั่นหมายความว่า เรากำลังสามารถซื้อหุ้นได้ในราคาที่ถูกกว่าต้นทุนทรัพย์สินสุทธิที่บริษัทมีอยู่จริงๆ ค่ะ
- สร้างส่วนเผื่อความปลอดภัย (Margin of Safety): ช่วยให้นักลงทุนประเมินได้ว่า หากเกิดกรณีเลวร้ายที่สุดจนบริษัทต้องปิดตัวลง ทรัพย์สินสุทธิที่เหลืออยู่จะช่วยค้ำพอร์ตของเราไว้ได้มากน้อยแค่ไหน
ข้อสังเกตเพิ่มเติม
นักลงทุนห้ามดูเพียงตัวเลข BVPS เดี่ยวๆ เพื่อตัดสินใจซื้อหุ้นทันทีนะคะ เพราะบริษัทบางกลุ่ม เช่น หุ้นเทคโนโลยี หุ้นแพลตฟอร์ม หรือหุ้นบริการ สินทรัพย์หลักของบริษัทมักจะเป็นบุคลากรหรือซอฟต์แวร์ ซึ่งไม่ได้บันทึกเป็นมูลค่าสินทรัพย์สูง ๆ ในงบดุล แต่พวกเขากลับมีความสามารถในการสร้างกำไรได้อย่างมหาศาลผ่าน งบกำไรขาดทุน ดังนั้น นักลงทุนจึงจำเป็นต้องวิเคราะห์ปัจจัยอื่นๆ ควบคู่กันเสมอค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
ถ้ามูลค่าหุ้นทางบัญชีต่อหุ้นสูงกว่าราคาตลาด แปลว่าหุ้นราคาถูกน่าซื้อใช่ไหม?
ในทางทฤษฎี ถือว่าราคาหุ้นบนกระดานถูกกว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิที่มีอยู่จริง (P/BV < 1) แต่ในความเป็นจริง ต้องระวังปัญหากับดักมูลค่า (Value Trap) ด้วยนะคะ เพราะราคาหุ้นที่ถูกมาก อาจเกิดจากการที่บริษัทมีผลการดำเนินงานขาดทุนต่อเนื่อง ทรัพย์สินที่มีอยู่อาจเสื่อมสภาพจนขายไม่ได้ราคา หรือธุรกิจกำลังอยู่ในช่วงขาลงค่ะ
เราสามารถค้นหาตัวเลข มูลค่าหุ้นทางบัญชีต่อหุ้น ได้จากที่ไหนบ้าง?
นักลงทุนไม่จำเป็นต้องนั่งคำนวณเองให้ยุ่งยากค่ะ สามารถเข้าไปดูตัวเลขนี้ได้ทันทีในเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในหน้าสรุปข้อสนเทศบริษัทจดทะเบียน หรือดูผ่านแอปพลิเคชัน Streaming ในส่วนของ Factsheet ของหุ้นตัวนั้นๆ ได้เลยค่ะ
หุ้นประเภทไหนที่ไม่เหมาะกับการใช้ มูลค่าหุ้นทางบัญชีต่อหุ้น มาตัดสินใจซื้อขาย?
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หุ้นแพลตฟอร์ม หุ้นซอฟต์แวร์ และหุ้นกลุ่มบริการค่ะ เนื่องจากบริษัทเหล่านี้ใช้สินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ (เช่น ทรัพย์สินทางปัญญา อัลกอริทึม หรือความเชี่ยวชาญของคน) ในการทำเงิน ซึ่งมูลค่าเหล่านี้ไม่ถูกสะท้อนอยู่ในตัวเลขทางบัญชีอย่างเต็มที่ค่ะ
สรุปเกี่ยวกับ BVPS
BVPS เป็นเครื่องมือพื้นฐานที่ช่วยให้นักลงทุนประเมินมูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหุ้นของบริษัท เพื่อใช้เป็นส่วนเผื่อความปลอดภัยเบื้องต้นก่อนการตัดสินใจลงทุน อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์หุ้นที่ดีไม่ควรพึ่งพาเพียงตัวเลขทางบัญชีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาความสามารถในการทำกำไรและคุณภาพของธุรกิจร่วมด้วย
เมื่อเข้าใจเรื่องมูลค่าทางบัญชีแล้ว คุณน้าแนะนำให้ลองอ่านเรื่อง PE Ratio เพิ่มเติม เพื่อประเมินความคุ้มค่าในมิติของผลกำไรควบคู่กันไป เพื่อให้เราสามารถเลือกหุ้นคุณภาพเข้าพอร์ตได้อย่างมั่นใจค่ะ
การลงทุนมีความเสี่ยงและมีผันผวนสูง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ นักลงทุนควรศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ ทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค ก่อนการตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลในอนาคต บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน
บทความนี้จัดทำขึ้นโดยทีมงานร่วมกับเครื่องมือ AI เพื่อช่วยรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูล และผ่านการตรวจทานโดยทีมบรรณาธิการก่อนเผยแพร่ ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานคุณน้าพาเทรด
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge







