ภาษีโอนที่ดินให้ลูก คือ ค่าใช้จ่ายทางภาษีและค่าธรรมเนียมตามกฎหมายที่เกิดขึ้นเมื่อพ่อแม่ต้องการเปลี่ยนชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินหรือบ้านให้แก่ลูกอย่างถูกต้องตามกฎหมายค่ะ
ในบทความนี้ คุณน้าจะสรุปเรื่องนี้แบบเข้าใจง่าย ๆ เพื่อให้ทุกครอบครัวเตรียมความพร้อมทางการเงินได้อย่างคุ้มค่าที่สุดค่ะ
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
ภาษีโอนที่ดินให้ลูก คืออะไร?
ภาษีโอนที่ดินให้ลูก คือ รวมเงินค่าภาษีและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่กรมที่ดินจัดเก็บเมื่อมีการทำนิติกรรมส่งมอบกรรมสิทธิ์ที่ดินจากพ่อแม่ไปสู่ลูกค่ะ การโอนอสังหาริมทรัพย์ในครอบครัวมีกลไกทางภาษีที่ได้รับการยกเว้นและลดหย่อนเป็นพิเศษจากรัฐบาลมากกว่าการโอนให้บุคคลอื่น โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยลดภาระทางการเงินให้แก่ครอบครัวที่ต้องการส่งต่อทรัพย์สินให้แก่บุตรหลานค่ะ
ภาษีโอนที่ดินให้ลูก เสียเท่าไหร่ และมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?
เมื่อถึงเวลาต้องเดินทางไปทำนิติกรรมที่กรมที่ดิน หลายคนอาจจะสงสัยว่าต้องเตรียมเงินไปจ่ายค่าอะไรบ้าง คุณน้าขอสรุปรายการค่าใช้จ่ายและอัตราภาษีหลัก ๆ ออกเป็น 4 ส่วนดังนี้ค่ะ
- ค่าธรรมเนียมการโอน: คิดในอัตรา 0.5% ของราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน (หากเป็นการโอนมรดกหลังเสียชีวิตจะลดเหลือเพียง 0.5% เช่นกันค่ะ)
- ภาษีการให้ (กรณีให้ตอนยังมีชีวิต): เป็นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ได้รับยกเว้นในส่วนที่ไม่เกิน 20 ล้านบาทแรกต่อลูก 1 คนตลอดปีภาษีค่ะ แต่หากมูลค่าส่วนที่เกิน 20 ล้านบาท จะต้องนำส่วนเกินนั้นมาคำนวณเสียภาษีในอัตรา 5% ค่ะ
- ภาษีมรดก (กรณีโอนหลังเสียชีวิต): หากพ่อแม่เสียชีวิตและส่งต่อที่ดินเป็นมรดก กฎหมายจะยกเว้นภาษีมรดกสำหรับทรัพย์สินมูลค่ารวมไม่เกิน 100 ล้านบาทแรกค่ะ แต่หากมีมูลค่าส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท ทายาทที่เป็นบุตรบุญธรรมหรือผู้รับมรดกจะต้องเสียภาษีมรดกในอัตรา 5% ของส่วนที่เกินนั้นค่ะ
- ค่าอากรแสตมป์: คิดในอัตรา 0.5% ของราคาประเมินทุนทรัพย์หรือราคาเปรียบเทียบ (จะได้รับยกเว้นหากต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ)
แม่โอนที่ดินให้ลูกเสียค่าภาษีเท่าไหร่?
คุณน้าขอยกตัวอย่างการคำนวณจริงเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นค่ะ สมมติว่าคุณแม่ต้องการโอนที่ดินแปลงหนึ่งให้แก่ลูก โดยราคาประเมินของกรมที่ดินอยู่ที่ 5 ล้านบาท และถือครองมานานเกิน 5 ปี
- ค่าธรรมเนียมการโอน (0.5%): 5,000,000 × 0.5% = 25,000 บาท
- ภาษีการให้: มูลค่าที่ดิน 5 ล้านบาท ไม่เกินสิทธิ์ยกเว้น 20 ล้านบาทแรก จึงไม่ต้องเสียภาษีการให้ค่ะ (0 บาท)
- ค่าอากรแสตมป์ (0.5%): 5,000,000 × 0.5% = 25,000 บาท
- สรุปค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด: 50,000 บาท
แต่ถ้าหากที่ดินแปลงนั้นมีมูลค่าประเมินสูงถึง 25 ล้านบาท ส่วนที่เกิน 20 ล้านบาทแรกมา 5 ล้านบาท จะต้องเสียภาษีการให้อีก 5% (5,000,000 × 5% = 250,000 บาท) ทำให้รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะอยู่ที่ประมาณ 500,000 บาทนั่นเองค่ะ

ภาษีโอนที่ดินให้ลูก ต่างจากขายยังไง?
หลายครอบครัวมักลังเลว่าจะใช้วิธีการ “ยกให้โดยเสน่หา” หรือทำการ “ซื้อขาย” ให้จบไปเลยแบบไหนจะประหยัดกว่ากัน คุณน้าได้สรุปตารางเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างการโอนให้ลูกกับการขายอสังหาริมทรัพย์ ภาษี บุคคลธรรมดามาให้พิจารณาดังนี้ค่ะ
| รายการค่าใช้จ่าย | กรณีโอนให้ลูก (ยกให้โดยเสน่หา) | กรณีซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป |
|---|---|---|
| ค่าธรรมเนียมการโอน | 0.5% จากราคาประเมิน | 2% จากราคาประเมิน (หรือตามมาตรการลดหย่อนของรัฐ) |
| ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย | ยกเว้น 20 ล้านบาทแรก (ส่วนเกินคิด 5%) | คำนวณตามอัตราก้าวหน้าและจำนวนปีที่ถือครอง |
| ค่าอากรแสตมป์ | 0.5% จากราคาประเมิน | 0.5% จากราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย (ตัวที่สูงกว่า) |
| ภาษีธุรกิจเฉพาะ | ได้รับยกเว้นหากโอนให้ลูกที่ชอบด้วยกฎหมาย | 3.3% หากถือครองไม่เกิน 5 ปี (ยกเว้นมีชื่อในทะเบียนบ้านเกิน 1 ปี) |
คำแนะนำจากคุณน้า
หากเป็นการโอนให้ลูกที่ชอบด้วยกฎหมาย การเลือกวิธี “ยกให้โดยเสน่หา” มักจะประหยัดค่าธรรมเนียมการโอนและภาษีหัก ณ ที่จ่ายได้มากกว่าวิธีซื้อขายปกติอย่างมากค่ะ แต่ในกรณีของการบริหารสินทรัพย์หรือทำสัญญาทางเลือก เช่น เรื่องของ ภาษีขายฝากที่ดิน ก็จะเป็นอีกสัญญากรรมสิทธิ์คนละรูปแบบที่ไม่ควผู้ปกครองนำมาปะปนกับการโอนมรดกภายในครอบครัวนะคะ
ภาษีโอนที่ดินให้ลูก ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?
การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนก่อนเดินทางไปสำนักงานที่ดิน จะช่วยให้กระบวนการทำนิติกรรมเสร็จสิ้นได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาหลายรอบค่ะ โดยเอกสารสำคัญที่ทั้งฝ่ายพ่อแม่ (ผู้โอน) และลูก (ผู้รับโอน) ต้องเตรียมมีดังนี้
- โฉนดที่ดินฉบับจริง (น.ส. 4)
- บัตรประชาชน ของพ่อ แม่ และลูก (ฉบับจริงพร้อมสำเนา)
- ทะเบียนบ้าน ของพ่อ แม่ และลูก (ฉบับจริงพร้อมสำเนา)
- สูติบัตรของลูก หรือหนังสือรับรองบุตร (เพื่อยืนยันความสัมพันธ์สายเลือดตามกฎหมาย)
- ทะเบียนสมรสของพ่อแม่ (ถ้ามี)
- ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (กรณีที่ชื่อในโฉนดไม่ตรงกับบัตรประชาชนปัจจุบัน)
- หนังสือยินยอมจากคู่สมรส (กรณีที่ดินเป็นสินสมรส ผู้โอนต้องให้คู่สมรสเซ็นเอกสารยินยอมด้วยค่ะ)
โอนที่ดินให้ลูกแบบไหนคุ้มที่สุด?
- ประเมินมูลค่าทรัพย์สินล่วงหน้า: หากที่ดินมีมูลค่าสูงเกิน 20 ล้านบาท การทยอยโอนทีละส่วนหรือแบ่งโอนคนละปีภาษี จะช่วยให้ได้สิทธิ์ยกเว้นภาษีการให้ 20 ล้านบาทต่อปีได้อย่างเต็มที่ค่ะ
- พิจารณาเรื่องการรับมรดก: หากที่ดินมีมูลค่าไม่เกิน 100 ล้านบาท การรอส่งมอบเป็นมรดกหลังเสียชีวิตจะได้รับยกเว้นภาษีมรดกทั้งหมด และจ่ายเพียงค่าธรรมเนียมโอนทางมรดก 0.5% เท่านั้นค่ะ
- บริหารที่ดินว่างเปล่าให้เกิดประโยชน์: หากที่ดินที่ต้องการโอนยังไม่ได้ทำประโยชน์ ควรระวังเรื่องของ ภาษีที่ดินว่างเปล่า ที่มีอัตราภาษีเพิ่มขึ้นทุกปี การวางแผนใช้ประโยชน์หรือบริหารจัดการจัดการผ่านระบบ จ่ายภาษีที่ดิน ออนไลน์ ให้เรียบร้อยก่อนโอน จะช่วยลดภาระงวดตกค้างให้ลูกได้ค่ะ
การวางแผนโอนทรัพย์สินถือเป็นหัวใจสำคัญของภาษีอสังหาฯ และครอบครัวยุคใหม่ ที่ช่วยรักษาความมั่นคงทางการเงินให้แก่บุตรหลานได้อย่างราบรื่นที่สุดค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
โอนที่ดินให้ลูกต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?
เอกสารหลักประกอบด้วย โฉนดที่ดินฉบับจริง, บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้โอนและผู้รับโอน, สูติบัตรของลูกเพื่อยืนยันสายเลือด, ทะเบียนสมรสของพ่อแม่ และหนังสือยินยอมจากคู่สมรสหากเป็นสินสมรสค่ะ
โอนที่ดินให้ลูกนอกกฎหมายเสียภาษีเท่าไหร่?
หากเป็นลูกนอกกฎหมายที่พ่อไม่ได้จดทะเบียนรับรองบุตร กฎหมายจะถือว่าเป็นบุคคลภายนอกค่ะ ทำให้ไม่ได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีการให้ 20 ล้านบาทแรก และต้องเสียค่าธรรมเนียมการโอนในอัตราปกติ 2% รวมถึงภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามอัตราก้าวหน้าค่ะ
โอนที่ดินให้ลูกแบบยกให้กับการขาย แบบไหนเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่ากัน?
การโอนแบบ “ยกให้โดยเสน่หา” ให้แก่ลูกที่ชอบด้วยกฎหมายเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการซื้อขายมากค่ะ เพราะได้ลดค่าธรรมเนียมโอนเหลือ 0.5% และได้รับยกเว้นภาษีการให้สูงถึง 20 ล้านบาทแรก ในขณะที่การขายจะต้องเสียค่าโอน 2% และภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามปกติค่ะ
สรุปเกี่ยวกับภาษีโอนที่ดินให้ลูก
การเรียนรู้เรื่อง ภาษีโอนที่ดินให้ลูก จะช่วยให้พ่อแม่ทุกคนสามารถวางแผนการส่งมอบทรัพย์สินให้บุตรหลานได้อย่างถูกต้องและประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากที่สุดค่ะ เพียงเตรียมเอกสารยืนยันสายเลือดให้พร้อมและคำนวณมูลค่าประเมินล่วงหน้า ก็จะช่วยให้การทำนิติกรรมที่สำนักงานที่ดินเป็นไปอย่างราบรื่นค่ะ
นอกจากนี้ ผู้รับโอนที่ดินอย่าลืมศึกษาเงื่อนไขการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรายปีเพิ่มเติม เพื่อการถือครองอสังหาริมทรัพย์อย่างสบายใจในระยะยาวด้วยนะคะ
การลงทุนมีความเสี่ยงและมีผันผวนสูง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ นักลงทุนควรศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ ทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค ก่อนการตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลในอนาคต บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน
บทความนี้จัดทำขึ้นโดยทีมงานร่วมกับเครื่องมือ AI เพื่อช่วยรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูล และผ่านการตรวจทานโดยทีมบรรณาธิการก่อนเผยแพร่ ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานคุณน้าพาเทรด
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: กรมสรรพากร และ กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge







