Copayment คืออะไร? สัญญาร่วมจ่ายที่ไม่ควรมองข้าม

Copayment คืออะไร สรุปเงื่อนไขการจ่ายร่วมประกันสุขภาพเข้าใจง่ายสำหรับมือใหม่
Table of Contents

Copayment คือ เงื่อนไขการร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลระหว่างผู้เอาประกันกับบริษัทประกันตามสัดส่วนที่ตกลงกันไว้ในกรมธรรม์ค่ะ เวลาที่เราทำประกันสุขภาพ หลายคนมักจะเข้าใจว่าบริษัทประกันจะจ่ายค่ารักษาให้ทั้งหมดแบบ 100% แต่ในความเป็นจริง บางแผนประกันอาจมีเงื่อนไข Copayment แฝงอยู่ ซึ่งเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก ในบทความนี้ คุณน้าจะพาทุกคนมาเจาะลึกเรื่อง Copayment ตั้งแต่กลไกการทำงาน ความต่างจาก Deductible ไปจนถึงเทคนิคเลือกแผนประกันสุขภาพให้คุ้มค่าและเหมาะกับงบประมาณมากที่สุดค่ะ

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนหรือทำประกันแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

Copayment คืออะไร?

Copayment คือ ข้อกำหนดในสัญญาประกันสุขภาพที่ระบุให้ผู้ซื้อประกันต้องร่วมรับผิดชอบจ่ายค่ารักษาพยาบาลบางส่วนร่วมกับบริษัทประกันภัย โดยคิดคำนวณเป็นสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ (%) จากยอดค่าใช้จ่ายในการรักษาจริงที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้งค่ะ

ลองนึกภาพตามง่าย ๆ เหมือนเวลาที่คุณน้านัดไปทานอาหารเย็นกับกลุ่มเพื่อน แล้วตกลงกันว่าจะหารค่าอาหารกันตามสัดส่วนที่ตกลงไว้ สมมุติว่ากำหนดหารแบบ 20/80 หมายความว่าไม่ว่าค่าอาหารมื้อนั้นจะออกมาเท่าไหร่ เพื่อนจะช่วยจ่ายให้ 80% ส่วนตัวเราจ่ายเองเพียง 20% เท่านั้น Copayment ในประกันสุขภาพก็ทำงานด้วยหลักการเดียวกันนี้เลยค่ะ เพื่อให้ผู้เอาประกันและบริษัทประกันช่วยกันดูแลค่าใช้จ่าย ไม่ให้ฝั่งใดฝั่งหนึ่งรับภาระหนักเกินไป

กลไก Copayment ประกันสุขภาพ คืออะไร ทำงานอย่างไร?

ก่อนไปดูตัวอย่างตัวเลข เรามาทบทวนกันอีกครั้งว่า Copayment คืออะไร ในเชิงกลไกการทำงานจริงค่ะ

ในสัญญาประกันสุขภาพทั่วไป เงื่อนไข Copayment มักจะกำหนดสัดส่วนการร่วมจ่ายไว้ล่วงหน้า เช่น 10%, 20% หรือ 30% ขึ้นอยู่กับข้อตกลงและแผนประกันที่เราเลือกซื้อค่ะ ยิ่งเราเลือกร่วมจ่ายในสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ที่สูงขึ้น บริษัทประกันก็จะยิ่งลดค่าเบี้ยประกันรายปีให้เราถูกลงมากเท่านั้น

คุณน้าขอยกตัวอย่างการคำนวณค่ารักษาพยาบาลจริงเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นนะคะ สมมุติว่าคุณน้าทำประกันสุขภาพที่มีเงื่อนไข Copayment 20% และต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจนมีค่าใช้จ่ายทั้งหมด 50,000 บาท

  • บริษัทประกันจ่ายให้ 80%: คิดเป็นเงิน 40,000 บาท
  • คุณน้าต้องจ่ายร่วม (Copayment) 20%: คิดเป็นเงิน 10,000 บาท

เห็นไหมคะว่า กลไกนี้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ลงไปได้มาก แต่เราเองก็ต้องเตรียมเงินสำรองเอาไว้จ่ายในส่วน 20% นี้ด้วยเช่นกันค่ะ

รู้หรือไม่? ทำไมบริษัทประกันถึงต้องมีเงื่อนไข Copayment

เงื่อนไข Copayment ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อผลักภาระให้ผู้เอาประกันเพียงอย่างเดียวเท่านั้นนะคะ แต่มีวัตถุประสงค์หลัก 2 ข้อด้วยกันค่ะ

  1. ช่วยลดค่าเบี้ยประกันรายปี: สำหรับคนที่สุขภาพแข็งแรง ไม่ค่อยเจ็บป่วย การเลือกแผนที่มี Copayment จะช่วยให้จ่ายค่าเบี้ยประกันภัยรายปีถูกลงอย่างเห็นได้ชัด
  2. ป้องกันการใช้บริการเกินจำเป็น: ช่วยสร้างความตระหนักรู้ในการเข้ารับการรักษาพยาบาล ทำให้ผู้เอาประกันช่วยตรวจสอบค่าใช้จ่าย และเลือกใช้บริการโรงพยาบาลหรือรักษาในระดับที่เหมาะสม ไม่เคลมประกันพร่ำเพรื่อโดยไม่จำเป็นค่ะ

2. เช็กให้แน่ใจว่า Copayment นั้นครอบคลุมทั้งกรณีผู้ป่วยนอก (OPD) และผู้ป่วยใน (IPD) หรือบังคับใช้เฉพาะโรคใดโรคหนึ่งเป็นพิเศษ

3. ตรวจสอบว่ามีกำหนด “เพดานการจ่ายสูงสุด” (Out-of-Pocket Maximum) เอาไว้หรือไม่ เพราะบางกรมธรรม์จะจำกัดไว้ว่าปีนี้เราต้องจ่าย Copayment รวมไม่เกินกี่บาทค่ะ


Copayment ต่างจาก Deductible ยังไง?

หลายคนอาจสงสัยว่า Deductible คืออะไร และต่างจาก Copayment อย่างไร คุณน้าอธิบายให้ฟังค่ะ

หลายคนที่กำลังเลือกซื้อประกันสุขภาพมักจะสับสนระหว่าง Copayment กับ Deductible เพราะ ทั้งคู่เป็นเงื่อนไขที่ผู้เอาประกันต้องจ่ายเงินออกเองเหมือนกัน แต่แท้จริงแล้วมีกลไกการคิดเงินที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงค่ะ

Deductible หรือ “ความรับผิดชอบส่วนแรก” คือ จำนวนเงินคงที่ที่เราต้องจ่ายเองก่อนเป็นอันดับแรกเมื่อเกิดการเคลม และบริษัทประกันจะเริ่มจ่ายส่วนที่เหลือให้ทั้งหมด ส่วน Copayment คือ การจ่ายร่วมเป็นสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ทุกครั้งที่มีค่ารักษาพยาบาลเกิดขึ้นค่ะ

เพื่อให้เข้าใจง่ายที่สุด คุณน้าสรุปเปรียบเทียบความต่างของทั้งสองเงื่อนไขมาให้ดูตามตารางนี้ค่ะ

หัวข้อเปรียบเทียบCopaymentDeductible
รูปแบบการคิดเงินคิดเป็นสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ (%) จากยอดค่ารักษาคิดเป็นจำนวนเงินเหมาจ่ายคงที่ (บาท)
การคำนวณจ่ายตาม % ทุกครั้งที่มีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นจ่ายส่วนแรกให้ครบตามจำนวนเงินที่ระบุไว้ก่อน
ตัวอย่างการจ่ายค่ารักษา 100,000 บาท (Copay 20%) = จ่าย 20,000 บาทค่ารักษา 100,000 บาท (Deductible 30,000 บาท) = จ่าย 30,000 บาท
ความเหมาะสมเหมาะกับคนอยากลดเบี้ยประกัน และรับความเสี่ยงจ่าย % ได้เหมาะกับคนที่มีประกันกลุ่มของบริษัทคอยช่วยจ่ายส่วนแรกให้

คุณน้าขอยกตัวอย่างเคสเปรียบเทียบให้เห็นภาพนะคะ หากมีค่ารักษาพยาบาลเกิดขึ้น 200,000 บาท

  • แบบ Copayment 20%: เราต้องจ่ายร่วม 20% จากยอดทั้งหมด คิดเป็นเงิน 40,000 บาท
  • แบบ Deductible 30,000 บาท: เราจ่ายส่วนแรกก่อน 30,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 170,000 บาท บริษัทประกันเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมดค่ะ

ประกันสุขภาพ มี Copayment คืออะไร ดีไหม? ข้อดีและข้อจำกัดที่ต้องรู้

การเลือกทำประกันสุขภาพที่มีเงื่อนไข Copayment มีทั้งจุดเด่นและข้อควรระวังที่เราต้องนำมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจเสมอค่ะ

ข้อดีของประกันสุขภาพแบบมี Copayment

  • เบี้ยประกันสบายกระเป๋า: ช่วยประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีไปได้ค่อนข้างมาก เหมาะกับวัยเริ่มต้นสร้างตัวที่อยากเริ่มทำประกันแต่ยังมีงบประมาณจำกัด
  • ได้รับความคุ้มครองวงเงินใหญ่: แม้ต้องจ่ายร่วมบางส่วน แต่ยังคงได้รับวงเงินความคุ้มครองหลักแสนหรือหลักล้านหากเกิดโรคร้ายแรง

งบประมาณอาจปลายเปิด: หากเกิดป่วยหนักจนค่ารักษาสูงถึงหลักล้านบาท เงิน Copayment สัดส่วน 20% ก็อาจสูงถึงหลักแสนบาทซึ่งเป็นภาระเงินก้อนใหญ่ได้เช่นกัน

ข้อสังเกตเพิ่มเติม: หากตัดสินใจเลือกแผนประกันที่มี Copayment คุณน้าแนะนำให้กันเงินส่วนหนึ่งไว้ในบัญชีเงินสำรองฉุกเฉิน ให้ครอบคลุมสัดส่วน % ที่เราต้องร่วมจ่าย เพื่อไม่ให้กระทบกับเงินเก็บส่วนอื่นหากต้องเข้าโรงพยาบาลค่ะ


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Copay คืออะไร ต่างจาก Copayment หรือไม่?

Copay เป็นคำย่อที่ใช้เรียก Copayment ในภาษาพูดหรือภาษาติดปากทั่วไปค่ะ ทั้งสองคำมีความหมายเหมือนกันทุกประการ คือเงื่อนไขการร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลระหว่างผู้เอาประกันกับบริษัทประกันตามสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ที่ตกลงกันไว้ค่ะ 

ถ้ามีประกันสุขภาพหลายเล่ม สามารถใช้เคลม Copayment ได้ไหม?

สามารถทำได้ค่ะ หากเรามีประกันสุขภาพเล่มอื่น หรือมีสวัสดิการประกันกลุ่มของบริษัท เราสามารถนำใบเสร็จค่าใช้จ่ายในส่วน Copayment ที่เราต้องจ่ายเอง ไปยื่นเบิกเคลมกับประกันสุขภาพเล่มอื่นเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระได้ค่ะ

เงื่อนไข Copayment สามารถยกเลิกภายหลังได้หรือไม่?

โดยปกติเงื่อนไข Copayment จะผูกอยู่กับแผนกรมธรรม์ที่เราเลือกตั้งแต่แรกค่ะ หากต้องการยกเลิกหรือปรับเปลี่ยนเงื่อนไข จะต้องทำเรื่องขอเปลี่ยนแผนประกันภัยในรอบปีกรมธรรม์ถัดไป ซึ่งบริษัทประกันอาจต้องทำการประเมินความเสี่ยงและประวัติสุขภาพใหม่อีกครั้งค่ะ

สรุป Copayment คืออะไร

Copayment คือ เงื่อนไขการร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ที่กำหนดไว้ในสัญญาประกันสุขภาพ ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ดีมากสำหรับคนที่ต้องการทำประกันสุขภาพในราคาประหยัดค่าเบี้ยประกันภัยรายปี อย่างไรก็ตาม ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อประกันสุขภาพทุกครั้ง เราควรอ่านรายละเอียดกรมธรรม์ให้รอบคอบ และคำนวณความพร้อมทางการเงินเพื่อเตรียมเงินสำรองเอาไว้เสมอ เพื่อให้เราได้รับความคุ้มครองที่อุ่นใจและไม่เป็นภาระทางการเงินในอนาคตค่ะ หากใครกำลังมองหาแนวทางเลือกซื้อประกันภัยที่คุ้มค่า สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บทความ ประกันสุขภาพ ที่ไหนดี เพื่อนำไปปรับใช้ในการวางแผนสุขภาพให้เหมาะสมกับตัวเองได้เลยนะคะ

การลงทุนและความคุ้มครองมีความเสี่ยง ผู้เอาประกันภัยควรศึกษาทำความเข้าใจรายละเอียดเงื่อนไข ความคุ้มครอง และข้อจำกัดก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือการทำประกันภัยส่วนบุคคล บทความนี้จัดทำขึ้นโดยทีมงานร่วมกับเครื่องมือ AI เพื่อช่วยรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูล และผ่านการตรวจทานโดยทีมบรรณาธิการก่อนเผยแพร่ ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานคุณน้าพาเทรด

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: สำนักงาน คปภ.


สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers

บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing

คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge

Picture of khunnaphatrade
khunnaphatrade
Table of Contents
Recent Post
Recent Post
ทริคจองตั๋วเครื่องบินราคาถูก เทคนิคและเคล็ดลับการจองตั๋วเครื่องบินให้คุ้มค่าประหยัดงบเดินทาง
ทริคจองตั๋วเครื่องบินราคาถูก ประหยัดงบได้จริงก่อนกดจอง!

ทริคจองตั๋วเครื่องบินราคาถูก คือเทคนิคการบริหารงบเดินทางที่คุณน้ารวบรวมมาให้เพื่อสายเที่ยวโดยเฉพาะ พาไปดูช่วงเวลาจองตั๋วที่ดีที่สุด การใช้บัตรการเงินตัดค่าธรรมเนียม พร้อมจุดสังเกตค่าธรรมเนียมแฝงก่อนกดชำระเงินค่ะ

ระยะเวลารอคอย ประกันสุขภาพ สรุปเงื่อนไขระยะเวลารอคอย 30 วัน และ 120 วัน ของประกันสุขภาพ
ระยะเวลารอคอย ประกันสุขภาพ เรื่องเข้าใจผิดที่ทำให้เคลมไม่ได้

ระยะเวลารอคอย ประกันสุขภาพ คือเงื่อนไขสำคัญที่ผู้เอาประกันภัยต้องรู้ก่อนทำประกัน เพื่อป้องกันปัญหาเคลมไม่ได้เมื่อเจ็บป่วยจริง คุณน้าสรุปช่วงเวลารอคอยโรคทั่วไป 30 วัน และโรคร้ายแรง 120 วัน พร้อมแนวทางเตรียมตัวอย่างถูกต้องค่ะ

ประกันสุขภาพเหมาจ่าย เปรียบเทียบวงเงินคุ้มครองและแผนค่ารักษาพยาบาลตามจริง
ประกันสุขภาพเหมาจ่าย คืออะไร? ไขข้อข้องใจฉบับสบายใจ

ประกันสุขภาพเหมาจ่าย คือสวัสดิการที่ช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามจริงภายใต้วงเงินรายปี ช่วยป้องกันไม่ให้เงินเก็บหรือพอร์ตการเงินต้องสะดุดจากค่าใช้จ่ายสุขภาพ คุณน้าสรุปโครงสร้าง เงื่อนไข และวิธีเลือกแผนให้พอดีงบมาให้แล้วค่ะ

เบี้ยประกันสุขภาพ สรุปปัจจัยคำนวณเบี้ยและการวางแผนลดหย่อนภาษี
เบี้ยประกันสุขภาพ จ่ายอย่างไรไม่ให้กระทบเงินเก็บระยะยาว

เบี้ยประกันสุขภาพ คือเงินที่เราต้องจ่ายให้บริษัทประกันเพื่อกระจายความเสี่ยงทางการเงินยามเจ็บป่วย คุณน้าสรุปปัจจัยที่มีผลต่อค่าเบี้ย พร้อมเทคนิคการนำไปลดหย่อนภาษีอย่างคุ้มค่ามาให้แล้วค่ะ

ทางเว็บไซต์ คุณน้าพาเทรด
ได้มีการใช้คุกกี้เพื่อช่วยปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพให้เว็บไซต์ของเราดียิ่งขึ้น


Privacy Policy