Margin คืออะไร? หลักประกันในตลาด Forex เทรดอย่างไรให้มั่นใจ!

Margin คืออะไร? หลักประกันในตลาด Forex เทรดอย่างไรให้มั่นใจ!
Table of Contents

เมื่อเราเริ่มศึกษา Forex แล้วนั้น นอกจากคำศัพท์พื้นฐานเกี่ยวกับกลไกตลาดมากมายที่ควรรู้แล้ว อีกอย่างที่สำคัญไม่แพ้กันเลยก็คือ เรื่อง “Margin” ซึ่งคุณน้าเชื่อว่าหลาย ๆ คนอาจจะสงสัยว่า Margin คืออะไร สำคัญอย่างไร แล้วมีวิธีคำนวณยังไง? คุณน้าจะมาเล่าให้ฟังกันค่ะ

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน โดยการเทรดสัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFD) มีความเสี่ยงสูง และนักลงทุนรายย่อย 74–89% สูญเสียเงินเมื่อเทรด CFD (อ้างอิงตัวเลขเปิดเผยความเสี่ยงมาตรฐานที่โบรกเกอร์ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานกำกับหลักทรัพย์ เช่น ESMA หรือ FCA ใช้แจ้งเตือนทั่วไป)

Margin คืออะไร?

Margin หรือมาร์จิ้น Forex คือ เงินที่เทรดเดอร์ต้องฝากไว้กับโบรกเกอร์ เพื่อใช้เป็นหลักประกันในการเปิดสถานะการซื้อขาย โดยเงินส่วนนี้จะถูกกันไว้ในบัญชีเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการขาดทุน หากเทรดเดอร์ปิดสถานะการซื้อขายแล้ว ไม่ว่าจะได้กำไรหรือขาดทุน เทรดเดอร์จะได้รับเงิน Margin คืน อย่างไรก็ตาม หากขาดทุนต่อเนื่องจน Equity ต่ำกว่าระดับ Margin ที่โบรกเกอร์กำหนด จะมีการแจ้งเตือนที่เรียกว่า Margin Call นั่นเองค่ะ

ดังนั้น Margin จึงเป็นเหมือนกับเงินมัดจำที่ใช้สำหรับการซื้อขายทั้งหมด ซึ่งมักจะแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าการเทรด (Position Size) เพื่อให้ทางโบรกเกอร์เห็นว่า เทรดเดอร์จะสามารถรับผิดชอบต่อการขาดทุนที่อาจเกิดขึ้นได้


การทำงานของ Margin เป็นอย่างไร?

Margin หรือมาร์จิ้น Forex จะทำงานควบคู่ไปกับอัตราทดหรือที่เราเรียกว่า Leverage เพื่อช่วยให้เทรดเดอร์สามารถเปิดสถานะการซื้อขายที่มีขนาดสัญญา (Lot) ใหญ่กว่าจำนวนเงินทุนที่ทางเทรดเดอร์มีอยู่จริง ๆ ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสในการทำกำไรหรืออาจจะขาดทุนด้วยการลงทุนในจำนวนเงินที่น้อยลง ทำให้บางครั้ง การซื้อขายโดยใช้ Leverage จะถูกเรียกว่า “การซื้อขายโดยใช้มาร์จิ้น” 

ยกตัวอย่างเช่น คุณน้าต้องการเปิดสถานะซื้อ (Buy) คู่สกุลเงิน EURUSD ขนาด 1 Lot มูลค่าสัญญา 100,000 หน่วย โดยใช้ Leverage อยู่ที่ 1:1000 ดังนั้น คุณน้าจะต้องใช้มาร์จิ้นอยู่ที่ (ราคาปัจจุบัน x 100,000) / 1,000 ซึ่งจำนวนที่ต้องใช้จริงจะแปรผันตามราคาตลาด ณ ขณะนั้น

ความสัมพันธ์ระหว่าง Margin และ Leverage เป็นอย่างไร?

จากที่กล่าวไปข้างต้น จะเห็นได้ว่า ความสัมพันธ์ระหว่าง Margin และ Leverage มีความสัมพันธ์แบบ “แปรผกผัน” กันค่ะ เนื่องจาก Leverage จะถูกใช้ในการคำนวณมาร์จิ้น โดยสรุปได้ดังนี้

  • Leverage ที่ต่ำลง นั่นหมายความว่า การใช้ Margin จะสูงขึ้น
  • Leverage ที่สูงขึ้น นั่นหมายความว่า การใช้ Margin จะต่ำลง

ตัวอย่างเช่น หากคุณน้ามีเงิน $50,000 และต้องการซื้อ (Buy) คู่เงิน USDJPY จำนวน 1 Lot โดยใช้ Leverage 1:1 นั่นหมายความว่าคุณน้าต้องวางเงินประกันเต็มจำนวนอยู่ที่ $50,000 แต่หากคุณน้าใช้ Leverage 1:100 ซึ่งเป็นการเพิ่มกำลังซื้อ คุณน้าจะต้องวางเงินประกันอยู่ที่ $500 เพื่อเปิดสถานะซื้อ (Buy)

อย่างไรก็ดี จำนวนมาร์จิ้น Forex จะขึ้นอยู่กับอัตราส่วนของ Leverage ที่เทรดเดอร์เลือกใช้ รวมถึงขนาด Lot และชนิดของตราสารด้วยค่ะ

Margin คำนวณยังไง?

สำหรับ Margin คำนวณยังไง นั้น เทรดเดอร์สามารถใช้สูตรคำนวณหลักประกันพื้นฐานได้ตามสูตรด้านล่างนี้ หรือใช้เครื่องมือคำนวณ Margin ที่ทางโบรกเกอร์ให้บริการได้เช่นกันค่ะ


ตัวอย่างการคำนวณ Margin 

หากคุณน้าต้องการซื้อ (Buy) คู่เงิน EUR/USD ที่ราคาปัจจุบัน 1.38855 จำนวน 1 Standard Lot (ขนาดสัญญาเท่ากับ 100,000 หน่วย) โดยใช้ Leverage 1:1000 จะคำนวณเงินประกันได้ดังนี้:

  • ราคาปัจจุบัน (Price): 1.38855
  • จำนวน Lot: 1
  • ขนาดสัญญา (Contract Size): 100,000 หน่วย
  • Leverage: 1:1000

คำนวณ: Margin = 1.38855 x 1 x 100,000 / 1000 = $138.855

ดังนั้น คุณน้าจะต้องใช้เงินหลักประกัน (Margin) ในการเปิดออเดอร์นี้อยู่ที่ $138.855 ค่ะ

Tip จำนวน Lot และขนาดสัญญา: โดยปกติแล้ว ตลาด Forex จะมีขนาดสัญญาแบ่งตามประเภทบัญชีหลัก ดังนี้:

  1. Standard Lot : 100,000 หน่วยของสกุลเงินหลัก
  2. Mini Lot : 10,000 หน่วยของสกุลเงินหลัก
  3. Micro Lot : 1,000 หน่วยของสกุลเงินหลัก
  4. Nano Lot : 100 หน่วยของสกุลเงินหลัก

7 คำศัพท์ Forex ที่เกี่ยวข้องกับ มาร์จิ้น forex คือ อะไรบ้าง?

ในการเทรดจริง การทำความเข้าใจว่า มาร์จิ้น forex คือ อะไรเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่พอ เพราะในหน้าจอโปรแกรมเทรด (MT4/MT5) ตัวเลข Margin จะทำงานร่วมกับคำศัพท์การเงินอื่นๆ เสมอ โดยมี 7 คำศัพท์สำคัญที่คุณน้ารวบรวมมาให้ดังนี้ค่ะ

คำศัพท์ Forex บน MT5 ได้แก่ Balance Equity Free Margin และ Margin Level


1. Balance

Balance Forex คือ ยอดเงินที่มีอยู่ในบัญชีเทรด ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่ฝากเข้าไปในบัญชีรวมกับกำไรหรือขาดทุนจากสถานะที่ปิดแล้ว แต่ไม่รวมกำไรหรือขาดทุนจากออเดอร์ที่ยังเปิดค้างไว้ (ยังไม่ปิดสถานะ) ดังนั้น ยอด Balance จะไม่เปลี่ยนแปลงแบบเรียลไทม์ถ้ามีออเดอร์ที่ยังเปิดค้างอยู่ค่ะ

หากคุณฝากเงินเข้าไปในบัญชีเทรดจำนวน $1,000 แล้วเปิดออเดอร์ซื้อขาย เมื่อเปิดออเดอร์นั้นและเกิดขาดทุน $900 แต่ยังไม่ได้ปิดออเดอร์ ยอด Balance จะยังคงแสดงเป็น $1,000

เนื่องจาก Balance จะแสดงยอดเงินจริงในบัญชีหลังจากปิดสถานะทั้งหมดแล้วเท่านั้น ส่วนกำไรหรือขาดทุนจากออเดอร์ที่ยังเปิดอยู่จะไม่ถูกนำมาคำนวณใน Balance จนกว่าจะปิดออเดอร์นั้น ๆ เมื่อคุณปิดออเดอร์ที่ขาดทุน $900 ยอด Balance จะลดลงมาเหลือ $1,000 – $900 = $100


2. Equity

Equity คือ มูลค่าปัจจุบันของบัญชีเทรดที่รวมทั้งยอดเงินคงเหลือ (Balance) และกำไรหรือขาดทุนจากสถานะที่ยังเปิดอยู่ในขณะนั้น หรือพูดง่าย ๆ ว่าเป็น “เงินในบัญชีแบบเรียลไทม์” ซึ่งเปลี่ยนแปลงตามผลกำไรหรือขาดทุนจากสถานะการเทรดที่กำลังเปิดอยู่ โดย Equity ช่วยบอกสถานะทางการเงินและความเสี่ยงของพอร์ตในขณะนั้น


ตัวอย่าง: หากคุณมี Balance ในบัญชี $1,000 และกำลังเปิดออเดอร์อยู่ โดยมีกำไร $200 ดังนั้น Equity จะเท่ากับ $1,000 + $200 = $1,200 หรือหากขาดทุน $150 Equity จะเท่ากับ $1,000 – $150 = $850

ทำไมเทรดเดอร์ต้องรู้จัก Equity? Equity ช่วยให้เทรดเดอร์เข้าใจสถานะเงินทุนในบัญชีของตนได้ถูกต้อง และใช้ข้อมูลนี้ในการบริหารความเสี่ยงได้ดีขึ้นค่ะ เช่น Equity จะช่วยเตือนสถานการณ์ที่ต้องระวัง เช่น การขาดเงินทุน (Margin Call) หรือการถูกปิดสถานะอัตโนมัติ (Stop Out) หาก Equity ลดลงต่ำกว่าระดับที่กำหนด

3. Margin Used

Margin Used คือ จำนวนเงินที่ถูกกันไว้จากบัญชีของคุณ เพื่อรองรับการเปิดสถานะการซื้อขายต่อไป

4. Free Margin

Free Margin คือ เงินคงเหลือที่เทรดเดอร์สามารถใช้เปิดสถานะการซื้อขายใหม่ได้ โดยเป็นจำนวนเงินที่ถูกหักออกมาจากเงินประกัน (Margin) แล้ว โดย Free Margin มีสูตรการคำนวณ ดังนี้


5. Margin Level

ระดับ Margin คืออะไร? Margin Level คือ เปอร์เซ็นต์ความปลอดภัยของพอร์ตการลงทุน ซึ่งทางโบรกเกอร์จะใช้ Margin Level เป็นตัวกำหนดว่าเทรดเดอร์จะสามารถเปิดสถานะการซื้อขายเพิ่มเติมได้หรือไม่ หรือเสี่ยงที่จะโดนปิดสถานะอัตโนมัติหรือไม่ โดยโบรกเกอร์แต่ละรายจะกำหนด Margin Level ที่แตกต่างกันออกไปค่ะ


6. Margin Call

Margin Call คือ การแจ้งเตือนจากโบรกเกอร์ให้กับเทรดเดอร์ทราบว่าเงินทุนกำลังจะหมดลง ซึ่งบัญชีของคุณกำลังอยู่ในความเสี่ยงจนอาจจะถูกระงับการซื้อขาย หากเทรดเดอร์ต้องการป้องกันเหตุการณ์ Margin Call นี้ เทรดเดอร์สามารถฝากเงินเพิ่มเติมหรือปิดสถานะการซื้อขายบางส่วน เพื่อป้องกันไม่ให้เงินในบัญชีติดลบหรือถูกปิดสถานะการซื้อขายโดยอัตโนมัติ (Stop Out)

7. Stop Out

Stop Out คือ การปิดสถานะการซื้อขายโดยอัตโนมัติ เมื่อ Margin ถึงระดับที่ทางโบรกเกอร์กำหนดไว้ ซึ่งโบรกเกอร์แต่ละรายจะมีการกำหนด Stop Out ที่แตกต่างกันออกไป โดยโบรกเกอร์จะตั้งไว้ตั้งแต่เริ่มต้นและตั้งไว้ในทุกประเภทบัญชี เพื่อป้องกันไม่ให้เทรดเดอร์ขาดทุนหนักเกินไปจนทำให้สูญเสียเงินมากกว่าที่มีอยู่ในบัญชี

ตัวอย่างการกำหนดระดับ Margin Call และ Stop Out ของโบรกเกอร์

โบรกเกอร์Margin CallStop Out
IUX40%20%
FBS40%20%
Exness60%0%

ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 2569 โปรดตรวจสอบระดับ Margin Call และ Stop Out ล่าสุดกับโบรกเกอร์แต่ละรายอีกครั้งก่อนตัดสินใจเทรดค่ะ

นอกจากคำศัพท์ข้างต้นที่พบเจอได้ในโปรแกรมเทรดแล้ว ยังมีคำศัพท์พื้นฐานเกี่ยวกับการเทรด Forex ที่สำคัญไม่แพ้กัน! คุณน้าได้รวบรวมคำศัพท์เกี่ยวกับการเทรด Forex ที่จำเป็นสำหรับเทรดเดอร์ทุกคนไว้ให้แล้ว คลิกอ่านเลยเพื่อเพิ่มความมั่นใจในการเทรดของคุณ!


ข้อดี-ข้อจำกัดของการซื้อขายด้วย Margin คืออะไร

  • ประหยัดต้นทุนการเทรดได้
  • สามารถใช้เลเวอเรจเพื่อเพิ่มกำลังในการซื้อขายได้
  • เพิ่มโอกาสในการทำกำไรได้มากขึ้น
  • จำนวนเงินในพอร์ตต้องมียอดคงเหลืออยู่ในระดับที่เพียงพอ เพื่อให้ไม่โดน Margin Call จนไปถึงการถูก Stop Out
  • แม้จะเพิ่มโอกาสในการทำกำไรได้มากขึ้น แต่ก็เพิ่มโอกาสในการขาดทุนได้เช่นกัน

ข้อควรระวังเกี่ยวกับการใช้ Margin คืออะไร

จากที่กล่าวไปข้างต้น จะเห็นได้ว่า Margin และ Leverage มีความสัมพันธ์ที่แปรผกผันกัน ถึงแม้การใช้ Margin จะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไร แต่ก็เพิ่มโอกาสในการขาดทุนได้เช่นเดียวกันค่ะ ซึ่งหากเทรดเดอร์ไม่มีการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม ก็อาจจะส่งผลให้เกิดการขาดทุนมากกว่าโอกาสในการทำกำไรนั่นเอง

ดังนั้นแล้ว เทรดเดอร์ควรระมัดระวังการใช้ Margin ซึ่งคุณน้าขอแนะนำ 5 วิธีการใช้ Margin ให้เหมาะสม โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  1. เลือกใช้ Leverage ที่เหมาะสม ไม่ Over Leverage จนเกินไป
  2. คำนวณ Margin Level อย่างสม่ำเสมอ
  3. หลีกเลี่ยงการเทรดในช่วงที่ตลาดเกิดความผันผวนสูง
  4. อย่าเปิดสถานะการซื้อขายที่เยอะจนเกินไป
  5. อย่าลืมตั้ง Stop Loss ทุกครั้ง

การเลือกโบรกเกอร์ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญสำหรับการเทรด Forex ค่ะ เพราะโบรกเกอร์จะพัฒนาระบบและเครื่องมือต่าง ๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้การเทรดของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นให้ได้มากที่สุด

สำหรับเทรดเดอร์ที่ยังไม่มั่นใจว่า โบรกเกอร์ Forex แบบไหนดี? คุณน้าได้รวบรวมการจัดอันดับของโบรกเกอร์ในทุกคุณสมบัติ เช่น สเปรดต่ำ, เทรดทอง หรือโบนัสฟรีมาไว้ให้คุณแล้ว!


มือใหม่หัดเทรดที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี? คุณน้าได้รวบรวมเนื้อหาสำคัญที่ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการเทรด Forex มาไว้ให้แล้วที่นี่!


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Margin คำนวณยังไง?

Margin สามารถใช้สูตรคำนวณได้ คือ Margin = (ราคาปัจจุบัน x Lot Size × Contract Size) / Leverage

มาร์จิ้นคอลคืออะไร?

มาร์จิ้นคอล หรือ Margin Call คือ การแจ้งเตือนจากโบรกเกอร์ให้เทรดเดอร์ทราบว่าเงินทุนกำลังจะหมดลง และ Margin Level ต่ำกว่าระดับปลอดภัยที่กำหนด บัญชีอาจอยู่ในความเสี่ยงจนถูกระงับหรือถูกปิดสถานะ

ระดับ Margin คืออะไร?

ระดับ Margin หรือ Margin Level คือ เปอร์เซ็นต์ความปลอดภัยของพอร์ตการลงทุน คำนวณจาก (Equity / Margin ที่ใช้) x 100 ซึ่งใช้เป็นเกณฑ์ควบคุมความเสี่ยงของพอร์ต

หลักประกันใน Forex คืออะไร?

หลักประกันใน Forex คือ Margin ซึ่งเป็นเงินประกันที่เทรดเดอร์ต้องฝากหรือสำรองไว้กับโบรกเกอร์เพื่อใช้เป็นหลักประกันในการเปิดสถานะการซื้อขาย โดยเงินส่วนนี้จะถูกปลดล็อกคืนเมื่อปิดสถานะ

อิควิตี้ (Equity) คืออะไร?

อิควิตี้ หรือ Equity คือ ยอดเงินทั้งหมดในบัญชีแบบเรียลไทม์ ซึ่งนำยอด Balance มารวมกับกำไรหรือขาดทุนจากออเดอร์ที่เปิดค้างอยู่

Balance Forex คืออะไร?

Balance Forex คือ ยอดเงินคงเหลือจริงในบัญชีเทรด ซึ่งจะไม่เปลี่ยนแปลงแบบเรียลไทม์จนกว่าจะมีการปิดสถานะการซื้อขาย

Equity ถอนได้ไหม?

ยอด Equity สามารถถอนได้ตามจำนวนเงินคงเหลือที่ไม่ได้ถูกกันไว้เป็น Margin และไม่มีออเดอร์ติดลบผูกพันอยู่ค่ะ

สรุป Margin คืออะไร

โดยสรุปแล้ว Margin คืออะไร ในตลาด Forex? Margin คือ เงินหลักประกันที่เทรดเดอร์ต้องวางไว้กับโบรกเกอร์เพื่อเปิดสถานะการซื้อขาย โดยทำงานร่วมกับ Leverage เพื่อช่วยเพิ่มกำลังในการซื้อขายและประหยัดต้นทุนเงินทุนตั้งต้น อย่างไรก็ตาม การเทรดด้วย Margin มีความเสี่ยงในการขาดทุนสูงขึ้นตาม Leverage ที่เลือกใช้ เทรดเดอร์จึงควรบริหารจัดการความเสี่ยง ตั้ง Stop Loss และคำนวณ Margin Level อย่างสม่ำเสมอค่ะ

การเลือกใช้ Leverage ที่สูงอาจดูน่าดึงดูดเพราะใช้ Margin น้อยลง แต่ก็คูณความเสี่ยงสูงขึ้นเช่นกัน ควรเริ่มต้นจาก Leverage ที่เหมาะสมและคำนวณ Free Margin ให้เพียงพอต่อความผันผวนของตลาดเสมอค่ะ

การเทรดสัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFD) และ Forex มีความเสี่ยงสูงต่อการสูญเสียเงินทุนอย่างรวดเร็วเนื่องจากเลเวอเรจ นักลงทุนรายย่อย 74–89% สูญเสียเงินเมื่อเทรด CFD (อ้างอิงตัวเลขเปิดเผยความเสี่ยงมาตรฐานที่โบรกเกอร์ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานกำกับหลักทรัพย์ เช่น ESMA หรือ FCA ใช้แจ้งเตือนทั่วไป) ควรพิจารณาว่าท่านเข้าใจการทำงานของ CFD หรือไม่ และสามารถรับความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินได้หรือไม่ บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการลงทุน

บทความนี้จัดทำโดยทีมงานคุณน้าพาเทรด โดยมีการใช้เครื่องมือ AI ช่วยร่างเนื้อหาบางส่วน และผ่านการตรวจทานโดยทีมบรรณาธิการก่อนเผยแพร่

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: Thaiforexreview และ Investopedia


สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers

บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing

คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge

Picture of khunnaphatrade
khunnaphatrade
Table of Contents
Recent Post
Recent Post
Ichimoku Cloud คืออะไร? สรุปวิธีใช้อินดิเคเตอร์ก้อนเมฆฉบับมือใหม่
Ichimoku Cloud คืออะไร วิธีใช้อินดิเคเตอร์ก้อนเมฆฉบับมือใหม่

Ichimoku Cloud คืออะไร? สรุปวิธีใช้อินดิเคเตอร์ก้อนเมฆครบวงจร ทั้งการตั้งค่าเส้น อ่านสัญญาณซื้อขาย และวิธีจับจังหวะเทรดสำหรับมือใหม่

CCI Indicator คืออะไร วิธีใช้วิเคราะห์แนวโน้มกราฟ
CCI Indicator คืออะไร วิธีใช้วิเคราะห์แนวโน้มกราฟ

CCI Indicator คือ เครื่องมือวัดโมเมนตัมกราฟเทรด ช่วยบอกสภาวะซื้อขายมากเกินไปและสัญญาณกลับตัวที่อาจเกิดขึ้น พร้อมเทคนิควิเคราะห์เบื้องต้นสำหรับมือใหม่

ทางเว็บไซต์ คุณน้าพาเทรด
ได้มีการใช้คุกกี้เพื่อช่วยปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพให้เว็บไซต์ของเราดียิ่งขึ้น


Privacy Policy