ไขปริศนา Stagflation คืออะไร ? ทำไมทั่วทั้งโลกถึงหวาดกลัว

Stagflation คืออะไร
Table of Contents

Stagflation หรือสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว คืออะไร ? ทำไมถึงควรระวัง ? แล้วในระหว่างที่เกิดสภาวะนี้ เราควรรับมืออย่างไร บทความนี้มีคำตอบค่ะ

Stagflation คืออะไร ?

Stagflation

สำหรับ Stagflation หรือ สภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวนั้น ให้ลองมองภาพว่า เป็นช่วงที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจน้อยมาก แต่เงินเฟ้อนั้นยังคงพุ่งขึ้นสูง รวมถึงมีอัตราการว่างงานสูง ซึ่งสวนทางกับการเติบโตของเศรษฐกิจนั่นเองค่ะ

โดยคำว่า “Stagflation” นั้น เป็นการผสมกันระหว่างคำว่า Stagnation ที่แปลว่า ความซบเซา, ความเฉื่อยชา กับคำว่า Inflation หรือเงินเฟ้อนั่นเองค่ะ (อ้างอิงข้อมูลจาก Investopedia)

สาเหตุที่ทำให้เกิดสภาวะ Stagflation คืออะไร

  •  เศรษฐกิจเติบโตช้า ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น การระบาดของโรค หรือแม้กระทั่งการคว่ำบาตร ก็อาจจะเป็นสาเหตุได้เช่นกันค่ะ
  •  อุตสาหกรรมต่าง ๆ ซบเซา มีการจ้างงานน้อยจนทำให้เกิดการว่างงานที่สูงขึ้น 
  •  เกิดขึ้นจากอุปทานที่มักถูกจำกัด จนทำให้มีการใช้เงินมากขึ้น


ปัจจัยหลัก ๆ ที่ทำให้เกิด Stagflation คืออะไร 

Stagflation

ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น

สภาวะเศรษฐกิจแบบชะลอตัวมักจะเกิดจากการขาดแคลน หรือมีอุปทานจำกัด ตัวอย่างเช่น ราคาน้ำมันจะทำให้ต้นทุนทางธุรกิจสูงขึ้น (ค่าขนส่งแพงกว่าปกติ) ซึ่งทำให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น และ GDP ลดลง

สหภาพแรงงานที่มีอำนาจ

หากสหภาพแรงงานมีอำนาจต่อรอง พวกเขาอาจจะสามารถต่อรองค่าแรงที่สูงขึ้นได้ แม้ในช่วงที่เศรษฐกิจเติบโตต่ำลง ดังนั้น ค่าจ้างที่สูงขึ้นจึงเป็นสาเหตุสำคัญของอัตราเงินเฟ้อด้วย

ผลผลิตลดลง

หากเศรษฐกิจประสบกับประสิทธิภาพในการผลิตลดลง นั่นแปลว่า ต้องใช้ต้นทุนในการผลิตมากขึ้น และได้ผลลัพธ์เท่าเดิม หรือลดลง 

การว่างงานเพิ่มขึ้น

หากอุตสาหกรรมดั้งเดิมลดลง เราอาจมีตัวเลขการว่างงานมากขึ้น และมีผลผลิตลดลง ดังนั้น เราจึงมีอัตราการว่างงานที่สูงขึ้น แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นด้วยก็ตาม

ตัวอย่างเหตุการณ์ Stagflation ในอดีต

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 50 ปีที่แล้ว ในสหรัฐฯ ก็เคยประสบปัญหาสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวอย่างรุนแรงด้วยเช่นกันค่ะ ซึ่งมีสาเหตุมาจากราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะประเทศที่เป็นผู้ผลิตน้ำมันทำการคว่ำบาตรชาติต่าง ๆ ที่ให้การช่วยเหลืออิสราเอล จนทำให้เกิดวิกฤตน้ำมันโลกนั่นเองค่ะ

ปัจจุบัน สหรัฐฯ ก็กำลังประสบปัญหาเดียวกันกับเมื่อ 50 กว่าปีที่แล้วอยู่ค่ะ แต่ปัจจุบันยังไม่รุนแรงเท่าช่วงปี 1970s หรือช่วงปี พ.ศ. 2513 เพราะว่าในช่วงเวลานั้น เศรษฐกิจเกิดภาวะหดตัว อันมีสาเหตุเนื่องมาจากเงินเฟ้อในประเทศสหรัฐฯ มีระดับสูงถึง 12 – 14% ส่วนทางฝั่งอัตราว่างงาน สูงถึง 8 – 10% เลยทีเดียว แถมยังอยู่ในสภาวะแบบนั้นเกือบ 10 ปี ซึ่งนับว่า เป็นระยะเวลาที่นานมากสำหรับการเติบโตของประเทศ

โลกของเรากำลังเผชิญกับสภาวะ Stagflation 

ไม่ใช่แค่ในสหรัฐฯ แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันทั่วโลก เราก็กำลังเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจแบบชะลอตัวอยู่ ซึ่งธนาคารโลกเตือนว่า สภาวะแบบปี 1970s อาจเกิดขึ้นในปีนี้อีกค่ะ และจะไม่ใช่แค่ในสหรัฐฯ เท่านั้น แต่มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นกับหลายประเทศทั่วโลก ดังนั้น ธนาคารโลกจึงออกมาเตือนเพื่อให้ประเทศต่าง ๆ เตรียมพร้อมรับมือ หรือหาวิธีแก้ก่อนที่จะเกิดสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวขึ้นมาจริง ๆ เพราะถ้าหากเกิดขึ้นจริงแล้ว มันก็เป็นเรื่องยากที่จะรับมือ และทำให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวกลับมาดีขึ้นนั่นเอง 

ทำไมนักลงทุนทั่วโลกถึงหวาดกลัว Stagflation ?

สภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวนั้น เป็นเหมือนฝันร้ายของนักลงทุน เพราะปัญหานี้แก้ไขยาก อย่างที่คุณน้าได้พูดถึงช่วงปี 1970s ของทางสหรัฐฯ ยังใช้เวลาร่วมทศวรรษในการแก้ไขปัญหานี้เลยค่ะ

ในปัจจุบัน สหรัฐฯ ก็กำลังพยายามแก้ไขปัญหานี้อยู่ อย่างที่เราเห็นข่าวที่ธนาคารกลางของสหรัฐฯ หรือ FED พยายามเพิ่มอัตราดอกเบี้ย เพื่อสกัดเงินเฟ้อไม่ให้สูงไปมากกว่าเดิมก็เป็นหนึ่งในกลยุทธ์การแก้ไขเงินเฟ้อด้วยเช่นกันค่ะ 

วิธีแก้ไข Stagflation คืออะไร

นักวิเคราะห์ตลาด มองว่า การแก้ปัญหาสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก และมีความท้าทายสูงค่ะ แต่สำหรับการแก้ไขปัญหาจะมีการปรับใช้กลยุทธ์ดังนี้ค่ะ 

1. นโยบายการเงิน

นโยบายการเงินโดยทั่วไปสามารถลดอัตราเงินเฟ้อ (อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น) หรือเพิ่มการเติบโตทางเศรษฐกิจ (ลดอัตราดอกเบี้ย) แต่ปัญหา คือ นโยบายการเงินไม่สามารถแก้ไขทั้งเงินเฟ้อ และภาวะถดถอยได้พร้อมกันค่ะ เพราะการเพิ่มและลดอัตราดอกเบี้ยก็ไม่ใช่คำตอบในการแก้พิษเศรษฐกิจแบบชะลอตัวเสมอไป เพราะความจริงแล้ว สภาวะทางเศรษฐกิจที่แท้จริงไม่ได้ใช้อัตราเงินเฟ้อมาเป็นตัวชี้วัด 

2. การลดการพึ่งพาน้ำมัน

ลดการพึ่งพาน้ำมันของประเทศต่าง ๆ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะเศรษฐกิจซบเซา

3. การเพิ่มอุปทานรวม

การเพิ่มอุปทานรวม (Aggregate Supply) เช่น การแปรรูป หรือปรับกฎระเบียบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุนการผลิต

4. การกำหนดกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ

การกำหนดกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ หรือ Inflation Targeting เป็นนโยบายที่ทางธนาคารจะกำหนดออกมาเพื่อให้อัตราเงินเฟ้อประจำปีอยู่ในกรอบที่กำหนด เพราะมีความเชื่อว่า การเติบโตของเศรษฐกิจระยะยาวจะเกิดขึ้นได้ถ้าหากว่า สามารถรักษาเสถียรภาพทางราคาไว้ได้ ซึ่งก็คือการควบคุมอัตราเงินเฟ้อนั่นเองค่ะ อย่างไทยเราก็จะใช้กลยุทธ์นี้ด้วยเช่นกัน 

บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing

คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge

คุณน้า
คุณน้า
คุณน้าเป็นเทรดเดอร์ที่คลุกคลีอยู่ในตลาดต่าง ๆ ร่วม 10 ปี จึงอยากนำความรู้ที่มีมาแบ่งปันให้กับทุกคน

Recent Post

5 แนวโน้มที่ส่งผลต่อการลงทุนปี 2023

5 แนวโน้มที่ส่งผลต่อการลงทุนปี 2023

ใกล้สิ้นปีแล้ว พอร์ตการลงทุนของทุกคนยังอยู่ดีหรือเปล่าคะ ครั้งนี้ คุณน้าจะพาทุกคนไปดู 5 แนวโน้มที่ส่งผลต่อการลงทุนปี 2023 เผื่อเป็นไอเดียการลงทุนกันค่ะ