ภาษีแม่ค้าออนไลน์ คือ ข้อกำหนดตามกฎหมายที่พ่อค้าแม่ค้ามือใหม่ทุกคนต้องทำความเข้าใจเมื่อเริ่มมีรายรับจากการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ค่ะ เพราะในวันที่ออเดอร์เริ่มเข้ามาเรื่อย ๆ การจัดการระบบบัญชีและการวางแผนภาษีตั้งแต่บาทแรก เหมือนกับการติดเบรกและใส่เข็มขัดนิรภัยให้ธุรกิจ เพื่อให้คุณเดินหน้าขายของได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องกังวลเรื่องภาระย้อนหลัง
ในบทความนี้ คุณน้าจะมาสรุปเกณฑ์รายได้ ขั้นตอนการยื่นแบบ และเทคนิคการจัดการภาษีฉบับมือใหม่ให้ฟังกันค่ะ
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
ตัวเลขเกณฑ์รายได้และอัตราภาษีที่คุณน้านำมาสรุปในบทความนี้ อ้างอิงตามกฎหมายที่บังคับใช้ ณ ปีภาษี 2569 ค่ะ หากมีการปรับเกณฑ์ในอนาคต แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากกรมสรรพากรอีกครั้งนะคะ
ภาษีแม่ค้าออนไลน์ คืออะไร? รายได้เท่าไรถึงต้องเสียภาษี
ภาษีแม่ค้าออนไลน์ จัดอยู่ในหมวดเงินได้บุคคลธรรมดา มาตรา 40(8) ตามประมวลรัษฎากร ซึ่งครอบคลุมเงินได้จากการพาณิชย์และการขายของทั่วไป โดยมีหลักเกณฑ์การยื่นแบบและเสียภาษีที่คุณน้าสรุปมาให้จดจำง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ
- เกณฑ์ในการยื่นภาษี: สำหรับคนโสด หากมีรายได้จากการขายของออนไลน์เกิน 60,000 บาทต่อปี (หรือเกิน 120,000 บาทต่อปีสำหรับคนมีคู่สมรส) มีหน้าที่ต้องยื่นแบบภาษีตามกฎหมาย แม้ว่าจะคำนวณแล้วยังไม่ต้องเสียภาษีจริงก็ตามค่ะ
- เกณฑ์ในการเสียภาษีจริง: หลังจากนำรายได้ทั้งหมดมาหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนส่วนตัวแล้ว หากเหลือ “เงินได้สุทธิ” เกิน 150,000 บาทต่อปี จึงจะเริ่มนำเงินส่วนที่เกินไปคำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้า (เริ่มต้นที่ 5%)
ข้อสังเกตเพิ่มเติม
ธุรกรรม e-Payment ที่ต้องรายงาน: ธนาคารและสถาบันการเงินมีหน้าที่ส่งข้อมูลบัญชีให้กรมสรรพากรเมื่อเข้าเงื่อนไข ยอดโอนเข้าเกิน 400 ครั้งต่อปี และมียอดรวมเกิน 2 ล้านบาท หรือมียอดโอนเข้าตั้งแต่ 3,000 ครั้งต่อปีขึ้นไป (โดยไม่จำกัดจำนวนเงิน)
ขายของออนไลน์เสียภาษียังไง และต้องเตรียมตัวอย่างไร
การคำนวณภาษีสำหรับแม่ค้าออนไลน์ใช้สูตรพื้นฐานเดียวกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือ
สูตรคำนวณภาษีออนไลน์
(รายได้ทั้งหมด – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน) = เงินได้สุทธิ
จากนั้นจึงนำเงินได้สุทธิไปคำนวณตามอัตราภาษีค่ะ
การหักค่าใช้จ่ายสำหรับเงินได้ มาตรา 40(8) สามารถเลือกทำได้ 2 รูปแบบตามความสะดวกของร้านค้า ดังนี้ค่ะ
- การหักค่าใช้จ่ายแบบภาษีเหมาจ่าย: สรรพากรยินยอมให้หักค่าใช้จ่ายเหมาได้ 60% ของรายได้ทั้งหมดโดยไม่ต้องใช้บิลหรือใบเสร็จ วิธีนี้เหมาะสำหรับแม่ค้ามือใหม่ที่เพิ่งเริ่มขายและยังไม่มีระบบการเก็บเอกสารที่ซับซ้อนค่ะ
- การหักค่าใช้จ่ายตามจริง: เหมาะสำหรับร้านค้าที่มีต้นทุนสินค้าสูงกว่า 60% ของยอดขาย แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือ ต้องเก็บหลักฐานใบเสร็จรับเงิน บิลเอกสารซื้อของ และบิลค่าน้ำมัน/ค่าขนส่งไว้อย่างครบถ้วนและถูกต้องตามหลักเกณฑ์
คำแนะนำจากคุณน้า
หากร้านค้าของคุณมีรายได้จากการขายของออนไลน์เติบโตจนเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ตามประกาศกรมสรรพากร กฎหมายบังคับให้ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีรายได้เกินเกณฑ์ ซึ่งเป็นคนละส่วนกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานะคะ

ยื่นภาษีครึ่งปี ภงด 94 และ ภ.ง.ด. 90 ต่างกันอย่างไร
พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่มีรายได้ตามมาตรา 40(8) มีหน้าที่ต้องยื่นภาษีปีละ 2 ครั้ง ซึ่งแตกต่างจากมนุษย์เงินเดือนทั่วไปที่ยื่นเพียงปีละครั้งค่ะ
| รายการเปรียบเทียบ | ยื่นภาษีครึ่งปี ภงด 94 | ยื่นภาษีปลายปี (ภ.ง.ด. 90) |
|---|---|---|
| รอบรายได้ที่นำมาคำนวณ | รายได้ที่เกิดขึ้นจริงตั้งแต่ มกราคม – มิถุนายน | รายได้ทั้งหมดที่เกิดขึ้นตลอดทั้งปี (มกราคม – ธันวาคม) |
| ช่วงเวลายื่นแบบ | กรกฎาคม – กันยายน ของปีเดียวกัน | มกราคม – มีนาคม ของปีถัดไป |
| วัตถุประสงค์หลัก | กระจายภาระภาษีไม่ให้หนักเกินไปในรอบปลายปี | สรุปยอดภาษีทั้งปี (นำภาษีครึ่งปีที่จ่ายแล้วมาหักลบได้) |
คำแนะนำจากคุณน้า
คุณน้าแนะนำให้เปิดบัญชีธนาคารแยกไว้สำหรับทำธุรกิจโดยเฉพาะ ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มขายของนะคะ การแยกบัญชีส่วนตัวออกจากบัญชีร้านค้าจะช่วยให้คุณสรุปรายรับ-รายจ่ายตอนสิ้นเดือนได้ง่ายขึ้น และใช้เป็นหลักฐานที่ชัดเจนเมื่อต้องยื่นแบบภาษีค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
ไม่เคยยื่นภาษีขายของออนไลน์ทำยังไงดี?
หากที่ผ่านมาไม่เคยยื่นภาษีเลย คุณน้าแนะนำให้เริ่มตั้งหลักด้วยการรวบรวมสเตทเมนต์ย้อนหลัง สรุปยอดรายรับจริง และเข้าพบเจ้าหน้าที่สรรพากรในพื้นที่ หรือยื่นแบบผ่านระบบออนไลน์ด้วยตนเองค่ะ การเข้าไปแสดงตัวและชำระให้ถูกต้องก่อนโดนตรวจสอบย้อนหลัง จะช่วยลดภาระค่าปรับและเงินเพิ่มได้อย่างมากค่ะ
ขายของออนไลน์แบบไม่มีหน้าร้าน สรรพากรรู้รายได้เราได้ยังไง?
ปัจจุบันสรรพากรใช้ระบบเชื่อมโยงข้อมูลหลายช่องทางค่ะ ทั้งระบบ e-Payment จากสถาบันการเงิน ข้อมูลการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากแพลตฟอร์ม e-Commerce และระบบวิเคราะห์ข้อมูล (Big Data) ที่สามารถสุ่มตรวจย้อนหลังได้อย่างแม่นยำค่ะ
โดนภาษีย้อนหลังขายของออนไลน์ ค่าปรับแพงไหม?
หากโดนตรวจสอบย้อนหลัง อาจต้องจ่ายภาษีที่ขาด พร้อมเบี้ยปรับ 1-2 เท่าของเงินภาษีที่ต้องจ่าย และเงินเพิ่ม (ดอกเบี้ย) อีก 1.5% ต่อเดือนของเงินภาษีที่ค้างชำระ ตามที่ประมวลรัษฎากรกำหนดค่ะ ดังนั้นการยื่นภาษีให้ถูกต้องตั้งแต่แรกจึงเป็นทางเลือกที่ประหยัดที่สุดค่ะ
สรุปเกี่ยวกับภาษีแม่ค้าออนไลน์
ภาษีแม่ค้าออนไลน์ ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอย่างที่หลายคนกังวลค่ะ เพียงแค่เราเข้าใจเกณฑ์รายได้ รู้จักการจดบันทึกรายรับ-รายจ่ายอย่างเป็นระบบ และยื่นแบบภาษีตามรอบครึ่งปีและปลายปีให้ถูกต้อง การจัดการภาษีอย่างเหมาะสมจะช่วยให้คุณบริหารเงินได้อย่างสบายใจ และพร้อมขยายธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาวค่ะ
สรุปแล้ว การขายของออนไลน์ ยื่นภาษี ให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น คือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างมั่นคงค่ะ
การลงทุนและการทำธุรกิจมีความเสี่ยงและมีความผันผวน ผู้ประกอบการและนักลงทุนควรศึกษารายละเอียดและข้อกฎหมายให้รอบคอบก่อนตัดสินใจดำเนินธุรกิจหรือลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลในอนาคต บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินหรือกฎหมายส่วนบุคคล
บทความนี้จัดทำขึ้นโดยทีมงานร่วมกับเครื่องมือ AI เพื่อช่วยรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูล และผ่านการตรวจทานโดยทีมบรรณาธิการก่อนเผยแพร่ ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานคุณน้าพาเทรด
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: กรมสรรพากร
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge







