ดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคล คือ อัตราค่าธรรมเนียมที่สถาบันการเงินคิดจากการปล่อยกู้เงินก้อนโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกันค่ะ การทำความเข้าใจเรื่องดอกเบี้ยเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้คุณบริหารงวดผ่อนชำระได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เสียเงินกับดอกเบี้ยมากเกินความจำเป็น ในบทความนี้ คุณน้าจะมาสรุปกลไกดอกเบี้ยตัวนี้ พร้อมวิธีคิดและการวางแผนผ่อนชำระแบบเข้าใจง่ายให้ฟังค่ะ
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนหรือขอสินเชื่อแประการใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
ดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคล คืออะไร?
ดอกเบี้ยประเภทนี้ คือ อัตราที่สถาบันการเงินคิดจากวงเงินกู้ยืมที่ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือบุคคลมาค้ำประกัน โดยส่วนใหญ่คิดอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก (Effective Rate) คำนวณเป็นรายวันตามจำนวนเงินต้นคงเหลือจริง ซึ่งอัตราดอกเบี้ยจะแตกต่างกันไปตามนโยบายของแต่ละสถาบันการเงินและคุณสมบัติของผู้ขอสินเชื่อค่ะ
การคิดดอกเบี้ยรายวันหมายความว่า ทุกวันที่คุณถือวงเงินกู้ไว้ ดอกเบี้ยจะถูกคำนวณจากยอดเงินต้นที่เหลืออยู่ หากคุณชำระเงินคืนเร็วขึ้น เงินต้นก็จะลดลง ส่งผลให้ดอกเบี้ยในวันถัด ๆ ไปลดลงตามไปด้วยนั่นเองค่ะ
คิดดอกเบี้ยยังไง?
กลไกการคิดดอกเบี้ยสินเชื่อบุคคล ส่วนใหญ่จะใช้รูปแบบอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก (Effective Rate) ซึ่งในช่วงแรกของการผ่อนชำระ ค่างวดที่คุณจ่ายไปส่วนใหญ่จะถูกนำไปตัดดอกเบี้ยเป็นหลัก และตัดเงินต้นเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อเวลาผ่านไปและเงินต้นค่อย ๆ ลดลง สัดส่วนค่างวดก็จะกลับมาตัดเงินต้นได้มากขึ้นค่ะ
สูตรคำนวณดอกเบี้ยรายวันเบื้องต้นที่สถาบันการเงินใช้มีดังนี้ค่ะ:
สูตรคำนวณ
ดอกเบี้ยรายงวด = (เงินต้นคงเหลือ x อัตราดอกเบี้ยต่อปี x จำนวนวันในงวด) / 365
คุณน้าขอยกตัวอย่างการคำนวณเงินผ่อนชำระ
คุณน้าขอยกตัวอย่างกรณีที่คุณได้รับวงเงินกู้ จำนวน 50,000 บาท และมีอัตราดอกเบี้ย 18% ต่อปี
ในวันแรกที่คำนวณ ดอกเบี้ยต่อวันจะมีค่าเท่ากับ: (50,000 x 0.18 x 1) / 365 = 24.66 บาทต่อวัน หากในงวดแรกมีระยะเวลา 30 วัน ดอกเบี้ยสะสมในงวดนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 739.73 บาท ดังนั้น หากคุณผ่อนชำระค่างวดที่ 2,000 บาท เงินจำนวนนี้จะถูกนำไปตัดดอกเบี้ย 739.73 บาท และเหลือไปตัดเงินต้นจริงเพียง 1,260.27 บาท ทำให้เงินต้นคงเหลือในงวดถัดไปลดลงเหลือ 48,739.27 บาทค่ะ
ปัจจัยที่กำหนดว่าเราจะได้ สินเชื่อส่วนบุคคล ดอกเบี้ยต่ำ หรือไม่?
สถาบันการเงินจะใช้หลักการประเมินความเสี่ยงรายบุคคล (Risk-Based Pricing) เพื่อกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่คุณจะได้รับ โดยปัจจัยสำคัญประกอบด้วย:
- ระดับรายได้และสวัสดิการองค์กร: ผู้ที่มีรายได้ประจำสูงหรือทำงานในบริษัทมหาชน/หน่วยงานรัฐที่มีสวัสดิการ มักได้รับข้อเสนออัตราสินเชื่อส่วนบุคคล ดอกเบี้ยต่ำ เป็นพิเศษ
- ประวัติการชำระหนี้ในเครดิตบูโร : หากคุณมีประวัติการชำระหนี้ตรงเวลา ไม่เคยมีประวัติผิดนัดชำระ สถาบันการเงินจะมองว่าคุณมีความเสี่ยงต่ำและอนุมัติดอกเบี้ยที่ผูกมิตรมากกว่า
- รูปแบบของสินเชื่อ: สินเชื่อแบบเงินกู้ก้อนใหญ่ที่ผ่อนชำระรายเดือนเท่า ๆ กัน มักมีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อประเภทหมุนเวียนหรือบัตรกดเงินสดค่ะ
คำเตือนและข้อสังเกตจากคุณน้าก่อนสมัครสินเชื่อ
- เช็กอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (EIR): อย่าดูแค่โปรโมชันดอกเบี้ยต่ำพิเศษในช่วง 3-6 เดือนแรก แต่ต้องคำนวณอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยตลอดอายุสัญญาด้วยค่ะ
- ระวังค่าธรรมเนียมซ่อนเร้น: ตรวจสอบค่าธรรมเนียมการจัดการวงเงิน ค่าธรรมเนียมการอุดหนุน และค่าธรรมเนียมการชำระคืนก่อนกำหนด ให้รอบคอบก่อนเซ็นสัญญา
- วางแผนจ่ายโปะเมื่อมีโอกาส: เนื่องจากการคิดดอกเบี้ยเป็นแบบลดต้นลดดอก หากคุณมีเงินก้อนพิเศษ การนำมาจ่ายโปะเพิ่มจากค่างวดปกติจะช่วยตัดเงินต้นได้โดยตรงและลดดอกเบี้ยรวมทั้งหมดลงได้อย่างมากค่ะ
- ระวังเงินกู้นอกระบบ: หากพบผู้ให้กู้รายใดเสนออัตราดอกเบี้ยเกิน 25% ต่อปีตามเพดานของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือเป็นผู้ให้บริการที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล ควรหลีกเลี่ยงทันที เนื่องจากผิดกฎหมายและมีความเสี่ยงถูกเอาเปรียบสูงค่ะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคล สูงสุดไม่เกินกี่เปอร์เซ็นต์?
ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่มีผลบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน (ข้อมูล ณ ปี 2569) กำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวภายใต้การกำกับไว้สูงสุดไม่เกิน 25% ต่อปี ซึ่งอัตรานี้รวมดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม ค่าปรับ และค่าบริการต่าง ๆ ไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ
ดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคล ธนาคารไหนถูกสุด?
อัตราดอกเบี้ยที่ถูกที่สุดขึ้นอยู่กับโปรโมชันและเงื่อนไขของผู้กู้แต่ละบุคคล โดยทั่วไปสถาบันการเงินจะมีอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นตั้งแต่ประมาณ 9% ไปจนถึงสูงสุด 25% ต่อปี ขึ้นอยู่กับระดับรายได้และประวัติเครดิตของคุณค่ะ
สินเชื่อส่วนบุคคลคิดดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) หรือลดต้นลดดอก (Effective Rate)?
โดยกฎหมาย สถาบันการเงินและธนาคารพาณิชย์จะต้องแสดงอัตราดอกเบี้ยประเภทนี้เป็นแบบลดต้นลดดอก (Effective Rate) ทั้งหมด เพื่อให้ผู้กู้เห็นต้นทุนดอกเบี้ยที่แท้จริงรายวันค่ะ
สรุป
ดอกเบี้ยประเภทนี้ เป็นต้นทุนทางการเงินที่ผู้กู้ต้องนำมาคำนวณและประเมินความสามารถในการผ่อนชำระของตนเองก่อนสมัครทุกครั้ง การเข้าใจกลไกการคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกและการมีวินัยในการผ่อนชำระ จะช่วยให้คุณจัดการภาระหนี้สินได้อย่างเรียบร้อยและรักษาสภาพคล่องทางการเงินได้อย่างยั่งยืนค่ะ
การก่อหนี้มีความเสี่ยงทางการเงิน หากไม่สามารถชำระคืนได้ตามกำหนดอาจส่งผลกระทบต่อประวัติเครดิตและเพิ่มภาระดอกเบี้ยสะสม ผู้กู้ควรศึกษารายละเอียด เงื่อนไข และสัญญาอย่างรอบคอบก่อนการตัดสินใจขอสินเชื่อทุกครั้ง ผลการพิจารณาสินเชื่อและอัตราดอกเบี้ยขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ของแต่ละสถาบันการเงิน บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินหรือการชักชวนให้กู้ยืมเงินแต่อย่างใดค่ะ
บทความนี้จัดทำขึ้นโดยทีมงานร่วมกับเครื่องมือ AI เพื่อช่วยรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูล และผ่านการตรวจทานโดยทีมบรรณาธิการก่อนเผยแพร่ ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานคุณน้าพาเทรดค่ะ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร)
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge








