ประกันสังคมหักเท่าไหร่? เป็นคำถามที่มนุษย์เงินเดือนหลายคนสงสัย โดยเฉพาะช่วงต้นปีที่ต้องหยิบสลิปเงินเดือนขึ้นมาเช็กกันอีกครั้ง ล่าสุดในปี 2569 สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้เตรียมปรับโครงสร้างและอัตราเงินสมทบประกันสังคมใหม่ ทำให้ยอดหักต่อเดือนอาจเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 875 บาท คำถามสำคัญต่อมาคือ เมื่อจ่ายมากขึ้นแล้ว จะได้สิทธิประโยชน์อะไรเพิ่มบ้าง? บทความนี้คุณน้าได้รวบรวมข้อมูลสำคัญ ทั้งอัตราการหักเงินสมทบและสิทธิที่ผู้ประกันตนควรรู้ พร้อมอธิบายแบบเข้าใจง่าย ครบ จบในที่เดียวแล้ว ไปเริ่มกันเลยค่ะ

ประกันสังคม ม.33 คืออะไร?

ประกันสังคม คือ ระบบหลักประกันทางสังคมของแรงงานไทย ที่กำหนดให้ลูกจ้าง, นายจ้าง และรัฐ ร่วมกันจ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อคุ้มครองและดูแลผู้ประกันตนมาตรา 33 (ม.33) ตั้งแต่เจ็บป่วย, ว่างงาน ไปจนถึงวัยเกษียณ
ผู้ประกันตนมาตรา 33 (ม.33) คือใคร?
ผู้ประกันตนมาตรา 33 (ม.33) คือ ลูกจ้างที่ทำงานในสถานประกอบการและมีนายจ้างตามกฎหมายแรงงาน โดยเงินประกันสังคมจะถูกหักจากเงินเดือนเป็นประจำทุกเดือน พร้อมกับที่นายจ้างและรัฐร่วมสมทบเพิ่มเติม

สำหรับมนุษย์เงินเดือน การอยู่ในระบบประกันสังคม ม.33 และต้องถูกหักเงินประกันสังคมถือเป็นหน้าที่ตามกฎหมาย แม้จะเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายประจำทุกเดือน แต่หากมองอีกมุมหนึ่งก็ถือเป็นสิทธิประโยชน์ที่ช่วยสร้างความมั่นคงในระยะยาวได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นด้านการรักษาพยาบาล, เงินทดแทนกรณีว่างงาน หรือความคุ้มครองเมื่อเข้าสู่วัยเกษียณค่ะ
อัตราเงินสมทบประกันสังคมหักกี่เปอร์เซ็นต์?
ปัจจุบันผู้ประกันตน มาตรา 33 (ม.33) จะถูกหักเงินสมทบประกันสังคมจากค่าจ้างในอัตราที่กำหนด โดยมีนายจ้างและรัฐบาลร่วมจ่ายเงินสมทบ ตามสัดส่วนดังต่อไปนี้
| ผู้จ่ายเงินสมทบ | อัตราเงินสมทบ (% ของค่าจ้าง) |
| นายจ้าง | 5% |
| ลูกจ้าง | 5% |
| รัฐบาล | 2.75% |
หมายเหตุ: อัตราเงินสมทบคำนวณจากฐานค่าจ้างตามที่กฎหมายกำหนด และมีเพดานการคำนวณต่อเดือน
ประกันสังคมหักเท่าไหร่? อัปเดตปี 2569

สำนักงานประกันสังคม (สปส.) มีการปรับโครงสร้าง เงินสมทบประกันสังคมสำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 (ม.33) โดยเริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป ภายใต้แนวคิด “จ่ายตามจริง ได้ประโยชน์ตามจริง” เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ, ค่าครองชีพ และรายจ่ายด้านสาธารณสุขที่เพิ่มสูงขึ้น
ในการปรับครั้งนี้ เป็นการปรับเพดานค่าจ้างฐานคำนวณเงินสมทบ จากเดิมไม่เกิน 15,000 บาท เป็นระบบขั้นบันได 3 ระยะ ส่งผลให้ผู้ประกันตนอาจต้องจ่ายเงินสมทบเพิ่มขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็จะได้รับสิทธิประโยชน์ที่สูงขึ้นตามฐานใหม่เช่นกันค่ะ ไม่ว่าจะเป็น เงินทดแทนกรณีเจ็บป่วย, ว่างงาน, คลอดบุตร และเงินบำนาญชราภาพ นั่นเอง
โครงสร้างการปรับเงินสมทบประกันสังคม ม.33 (3 ระยะ)
ประกันสังคม ม.33 จะมีการปรับเพดานค่าจ้างฐานคำนวณเงินสมทบใหม่ 3 ระยะ เริ่มใช้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569 โดยเพดานค่าจ้างฐานสูงสุดจะเพิ่มขึ้น ทำให้ยอดเงินสมทบสูงสุดจากเดิม 750 บาท จะเพิ่มเป็นดังนี้
- ระยะ 1: 875 บาท/เดือน
- ระยะ 2: 1,000 บาท/เดือน
- ระยะ 3: 1,150 บาท/เดือน
สิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน ม.33 ที่เพิ่มขึ้นในแต่ละระยะ

เมื่อเพดานค่าจ้างฐานคำนวณสูงขึ้น สิทธิประโยชน์ที่คำนวณจากฐานเงินเดือนก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยสรุปได้ดังนี้
สิทธิประโยชน์เดิม ก่อนปรับ
- เงินทดแทนกรณีเจ็บป่วย: สูงสุด 7,500 บาท/เดือน
- เงินสงเคราะห์คลอดบุตร: 22,500 บาท/ครั้ง
- เงินทดแทนกรณีทุพพลภาพ: 7,500 บาท/เดือน
- เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต: 90,000 บาท
- เงินทดแทนกรณีว่างงาน: 7,500 บาท/เดือน
- เงินบำนาญชราภาพ
- ส่งครบ 15 ปี: 3,000 บาท/เดือน
- ส่งครบ 25 ปี: 5,250 บาท/เดือน
สิทธิประโยชน์ใหม่ ระยะที่ 1 (ปี 2569 – 2571)
- เงินทดแทนกรณีเจ็บป่วย: สูงสุด 8,750 บาท/เดือน
- เงินสงเคราะห์คลอดบุตร: 26,250 บาท/ครั้ง
- เงินทดแทนกรณีทุพพลภาพ: 8,750 บาท/เดือน
- เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต: 105,000 บาท
- เงินทดแทนกรณีว่างงาน: 8,750 บาท/เดือน
- เงินบำนาญชราภาพ
- ส่งครบ 15 ปี: 3,500 บาท/เดือน
- ส่งครบ 25 ปี: 6,125 บาท/เดือน
สิทธิประโยชน์ใหม่ ระยะที่ 2 (ปี 2572 – 2574)
- เงินทดแทนกรณีเจ็บป่วย: 10,000 บาท/เดือน
- เงินสงเคราะห์คลอดบุตร: 30,000 บาท/ครั้ง
- เงินทดแทนกรณีทุพพลภาพ: 10,000 บาท/เดือน
- เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต: 120,000 บาท
- เงินทดแทนกรณีว่างงาน: 10,000 บาท/เดือน
- เงินบำนาญชราภาพ
- ส่งครบ 15 ปี: 4,000 บาท/เดือน
- ส่งครบ 25 ปี: 7,000 บาท/เดือน
สิทธิประโยชน์ใหม่ ระยะที่ 3 (ปี 2575 เป็นต้นไป)
- เงินทดแทนกรณีเจ็บป่วย: 11,500 บาท/เดือน
- เงินสงเคราะห์คลอดบุตร: 34,500 บาท/ครั้ง
- เงินทดแทนกรณีทุพพลภาพ: 11,500 บาท/เดือน
- เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต: 138,000 บาท
- เงินทดแทนกรณีว่างงาน: 11,500 บาท/เดือน
- เงินบำนาญชราภาพ
- ส่งครบ 15 ปี: 4,600 บาท/เดือน
- ส่งครบ 25 ปี: 8,050 บาท/เดือน
📢 หมายเหตุ : ระยะที่ 2 และ ระยะที่ 3 เป็นการคำนวณ ตามโครงสร้างการปรับเพดานค่าจ้างที่รัฐกำหนดไว้ล่วงหน้าสิทธิประโยชน์จะเพิ่มขึ้นตามฐานค่าจ้าง แต่รายละเอียดตัวเลขขั้นสุดท้ายต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการจากสำนักงานประกันสังคมอีกครั้งค่ะ
หลังจากรู้จักสิทธิประโยชน์พื้นฐานของประกันสังคมแล้ว ยังมีเงื่อนไขและสิทธิอื่น ๆ อีกมากมายที่ผู้ประกันตนควรรู้ หากไม่อยากพลาดสิทธิที่ควรได้รับ ห้ามพลาดบทความนี้ค่ะ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเงินสมทบประกันสังคม
ประกันสังคมหักกี่เปอร์เซ็นต์?
ประกันสังคมหัก 5% ของเงินเดือน แต่ไม่เกิน 875 บาทต่อเดือน
เงินสมทบประกันสังคม หยุดจ่ายได้หรือไม่?
ประกันสังคมมาตรา 33 ไม่สามารถหยุดจ่ายได้หากยังเป็นลูกจ้าง แต่สามารถเปลี่ยนเป็นประกันสังคมมาตรา 39 หรือ 40 ได้เมื่อลาออกจากงาน
เงินประกันสังคมสามารถขอคืนได้ไหม?
สามารถขอรับเป็นเงินบำเหน็จหรือบำนาญ เมื่อถึงเงื่อนไขชราภาพ
ใครต้องจ่ายประกันสังคมบ้าง?
ผู้ที่ต้องจ่ายประกันสังคม ได้แก่ ลูกจ้างอายุ 15–60 ปี (ผู้ประกันตนมาตรา 33), อดีตลูกจ้างที่สมัครใจส่งต่อ (มาตรา 39) และผู้ประกอบอาชีพอิสระ (มาตรา 40) โดยเงินสมทบจะร่วมจ่าย 3 ฝ่าย คือ ลูกจ้าง, นายจ้าง และรัฐบาล เพื่อใช้เป็นสิทธิประโยชน์ให้ผู้ประกันตน
สรุปประกันสังคมหักเท่าไหร่?
ในปี 2569 เป็นต้นไป ประกันสังคมหักเงินจากผู้ประกันตนในอัตรา 5% ของเงินเดือน โดยมีเพดานสูงสุดไม่เกิน 875 บาทต่อเดือน ซึ่งเงินที่ถูกหักนี้คือ เงินสมทบประกันสังคม ที่นำไปใช้เป็นหลักประกันระยะยาว ครอบคลุมทั้งการรักษาพยาบาล การว่างงาน และเงินชราภาพ ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่สูญเปล่า หากเข้าใจโครงสร้างให้ถูกต้องและใช้สิทธิให้ครบถ้วน คุณจะเห็นได้ชัดว่าประกันสังคมเป็นระบบที่มีความคุ้มค่า สำหรับมนุษย์เงินเดือนทุกคน
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge







