Trading101: เทคนิคการเทรดแบบ Elliott Wave คืออะไร

เทคนิคการเทรดแบบ Elliott Wave คืออะไร

สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้กลับมาพบกันอีกแล้วค่ะกับบทความให้ความรู้เรื่องการเทรด และในวันนี้คุณน้าพาเทรดจะพาทุกคนมารู้จักกับเทคนิคการเทรดแบบนึง นั่นก็คือ Elliott Wave ว่าแต่ Elliott Wave คืออะไร ซึ่งถ้าเราดูเส้นเป็น เราก็จะเห็นกำไรนั่นเองค่ะ! จะเป็นอย่างไร มาดูพร้อม ๆ กันเลย



Elliott Wave คืออะไร

Elliott Wave คือทฤษฏีที่ใช้สำหรับวิเคราะห์ตลาด จากพื้นฐานแนวคิดรูปแบบราคาบนกรอบเวลา (Timeframe) ขนาดเล็ก และในกรอบเวลาขนาดใหญ่ โดยรูปแบบราคาเหล่านี้ จะเป็นการบ่งบอกถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตนั่นเองค่ะ ซึ่งทฤษฎีนี้ถูกพัฒนาโดย Ralph Nelson Elliott ในปี ค.ศ.1930 และถูกตีพิมพ์ลงในหนังสือชื่อ “Wave principle”



หลักการของ Elliott Wave คืออะไร

หลักการคร่าว ๆ ของ Elliott Wave คือ วงจรของตลาดจะเกิดขึ้นซ้ำ ๆ กัน อันเนื่องมาจากอารมณ์ของนักลงทุนในตลาด ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ ได้ส่งผลออกมาในรูปแบบของกราฟ ในรูปแบบเดิม ๆ ซ้ำ ๆ อยู่เสมอ

ดังนั้นจะเห็นได้จากกราฟ มี Pattern ต่าง ๆ ซ้ำ ๆ กัน เขาเรียกมันว่า การสวิงขึ้น-ลงของราคา โดยในขาขึ้นเรียกว่า “Impulse” และในทิศทางขาลงเรียกว่า “Correction” ดังนั้นเราจึงสามารถใช้ทฤษฎีนี้ มาทำนายทิศทางของกราฟได้



Elliott Wave ประกอบด้วยอะไรบ้าง

Elliott Wave ประกอบด้วยคลื่น ในทิศทางขาขึ้น Impulse 5 ลูก คือ 1-2-3-4-5 และ ในทิศทางขาลง Correction 3 ลูก คือ A-B-C จากรูปข้างล่างนี้

เทคนิคการเทรดแบบ Elliott Wave คืออะไร

คลื่น 1

คลื่นลูกแรก มักจะเกิดจากการ กลับตัวในช่วงขาลง หรือ หมดจาก Correction แล้ว พอเริ่มเกิดคลื่นลูกที่ 1 เราจะยังคงไม่สังเกตเห็นได้ง่าย เนื่องจากบางทีอาจมองมันเป็นเพียงแค่การ รีบาวด์ของขาลงเท่านั้น ซึ่งตรงนี้เองเป็นจุดที่ราคาของกราฟเริ่มปรับฐาน

คลื่น 2

เมื่อเกิดคลื่นลูกแรกแล้ว คลื่นลูกที่ 2 คือ การปรับฐานของขาขึ้น โดยเกิดจากแรงเทขายของนักลงทุนที่รู้สึกว่ากราฟนั้นได้ขึ้นสูงจนเกินไปจากทิศทางขาลง ทำให้เกิดแรงเทขายและทำให้กราฟตกลงมา ซึ่งตรงนี้จะทำให้จะเกิดแรงซื้อเข้ามาด้วย ทีนี้จุดส่งเกตง่ายๆ ของคลื่น 2 ก็คือ กราฟจะไม่ลงไป ถึงจุดต่ำสุดของกราฟคลื่น  1  จากนั้นราคา จะดีด ตัวทะลุ High ของเวฟ 1 ขึ้นไป ทำเวฟ 3 

คลื่น 3

เป็นคลื่นที่สังเกตง่ายที่สุดค่ะ เนื่องจากเป็นคลื่นที่ยาวที่สุดในขาขึ้น ซึ่งนี่จะเป็นการยืนยัน ทั้งเวฟ 1 เวฟ 2 และ สามารถกำหนดเป้าหมายคร่าวๆ ของ เวฟ 4 และ เวฟ 5 ได้ ดังนั้นเวฟ 3 จึงเป็นเวฟที่ สำคัญที่สุดในการบอกทิศทางของกราฟต่อไป 

คลื่น 4

เกิดหลังจากเวฟ 3 โดยเกิดจากการที่ มีแรงเทขายในเวฟ 3 เพื่อทำกำไรจากนั้นก็จะมีนักลงทุนรายย่อยเข้ามาช้อนซื้อราคาที่ตกลงมาและเมื่อยิ่งตกลงมามากเท่าไหร่คนก็ยิ่งนึกว่าของถูก ก็จะยิ่งเกิดแรงซื้อมากขึ้นและเมื่อแรงซื้อมากกว่าแรงขายแล้วก็จะสิ้นสุดเวฟ 4 โดยมากจะมีความยาวไม่เกิน 50 % ของความยาวของเวฟ 3 

คลื่น 5

คือคลื่นแห่งเม่า เกิดจากนักลงทุนรายย่อยเมื่อเห็นราคาของกราฟ ขึ้นมาสูงแล้วก็เปิด Order ตาม จึงทำให้ราคาขึ้นไปเหนือ High ของเวฟ 3 จนเกิดเวฟ 5 ขึ้น โดย ทั่วไปแล้ว ความยาวของเวฟ 5 จาก เวฟ 4 จะมีความยาวไม่เกิน 25 %-50 % ของความยาวทั้งหมดของเวฟ 3 

คลื่น A

คือคลื่นที่นักลงทุนรายใหญ่เห็นว่าราคานั้นได้ขึ้นมาสูงมากเกินไปแล้ว จะเกิดแรงเทขายเข้ามาทำให้ราคานั้นตกลง โดยมากราคาจะลงมาที่ 25-50 % ของความยาวคลื่นของเวฟ 3 จากนั้นเมื่อราคาตกแล้วก็จะเกิดแรงซื้อของนักลงทุนที่คิดว่าราคาจะปรับตัวขึ้นไปได้อีก จึงเกิดเป็นเวฟ B ต่อมา

คลื่น B

เกิดจากนักลงทุนเห็นว่าเมื่อราคาตกลงมาจากเวฟ A แล้วราคานั้นถูกจึงพากันเข้าซื้อเพื่อเก็บสะสมพอร์ตโดยหวังว่ากราฟจะขึ้นทะลุ High ขึ้นไปอีก แต่แน่นอนว่าเหนือสุดของเวฟ 5 คือแนวต้าน ก่อนจะถึงแนวต้าน นั้นนักลงทุนกลุ่มใหญ่จะเริ่มเทขายออกมา โดยมาก เวฟ B จะขึ้นไป ประมาณ 75 % ของระยะทางในแนวตั้งจาก 5 ไป เวฟ A

คลื่น C

นั้นเกิดจากแรงเทขาย ของนักลงทุน รายใหญ่ ตรงนี้จะเป็นจุดที่นักลงทุนอาจขาดทุนมากที่สุดเนื่องจากแรงเทขายตรงจุดนี้จะทำให้ ราคา ดิ่งลงมาอย่างรุนแรงและสิ่งที่จะสามารถยืนยันการเกิด เวฟ C ได้ ก็คือ เมื่อราคาได้ทะลุ Low ของ เวฟ A ลงมา



ทุกคนก็คงจะได้รู้แล้วว่า Elliott Wave คืออะไร และนี่ก็เป็นการดูรูปแบบกราฟ Elliott Wave เบื้องต้น หวังว่าทุกคนคงจะได้ความรู้ไปประยุกต์ใช้กันนะคะ

สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์อื่น ๆ : Review Brokers

บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing

คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge

ขอบคุณข้อมูลจาก : Forexlearning.co

คุณหลาน

คุณหลาน

Recent Post

Hyperinflation

Hyperinflation เงินเฟ้อขั้นรุนแรง ทำไมถึงน่ากลัวสำหรับนักลงทุน ?

หลายคนอาจจะพอรู้อยู่แล้วว่า ประเทศของเรานั้นกำลังอยู่ในภาวะเงินเฟ้อ และในอนาคตก็อาจจะมีการพัฒนาไปเป็น Hyperinflation หรือเงินเฟ้อขั้นรุนแรงอีกด้วย

คุณน้าพาเทรด

5 เหตุผลว่า ทำไมถึงควรเปิดใจให้ คุณน้าพาเทรด

ใครที่กำลังมองหาเคล็ดลับ หาเทคนิคในการเทรดดี ๆ หรือจะเป็นเนื้อหาเบื้องต้นสำหรับคนเพิ่งหัดลงทุน หาคำตอบที่คุณต้องการได้ที่ คุณน้าพาเทรด