เจาะลึก ตราสารหนี้อเมริกา น่าลงทุนไหม? มนุษย์เงินเดือนเริ่มอย่างไรดี

ตราสารหนี้อเมริกา คู่มือเริ่มต้นลงทุนตราสารหนี้สหรัฐสำหรับมือใหม่และมนุษย์เงินเดือน
Table of Contents

ตราสารหนี้อเมริกา คือหนึ่งในสินทรัพย์ที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลกว่ามีความปลอดภัยสูงมาก เหมาะสำหรับมนุษย์เงินเดือนและพนักงานประจำที่กำลังมองหาแหล่งพักเงิน หรือต้องการกระจายความเสี่ยงหลบความผันผวนของตลาดหุ้นในยุคนี้ ในบทความนี้คุณน้าจะพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับสินทรัพย์ชนิดนี้แบบสั้น กระชับ และนำไปประยุกต์ใช้ตามได้ทันทีค่ะ

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

ตราสารหนี้อเมริกา คืออะไร?

ตราสารหนี้อเมริกา คือ สัญญากู้ยืมเงินที่ออกโดยรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ซึ่งผู้ลงทุนจะมีฐานะเป็น “เจ้าหนี้” และรัฐบาลสหรัฐฯ จะมีฐานะเป็น “ลูกหนี้” ที่สัญญาว่าจะจ่ายผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ยตามระยะเวลาที่กำหนด พร้อมคืนเงินต้นให้เมื่อครบกำหนดอายุสัญญาค่ะ

สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่แน่ใจว่า ตราสารหนี้ US คืออะไร สรุปง่าย ๆ ก็เหมือนกับการที่เรานำเงินไปให้รัฐบาลสหรัฐฯ กู้ยืมเพื่อไปใช้พัฒนาประเทศนั่นเอง เนื่องจากสหรัฐฯ เป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่และมีเกียรติประวัติในการชำระหนี้ตรงเวลาเสมอ พันธบัตรรัฐบาลของเขาจึงถูกจัดเป็น สินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ระดับโลกที่มีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้อยู่ในระดับต่ำมากเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ประเภทอื่นค่ะ

เจาะลึกความสัมพันธ์ของ US Bond Yield

ตราสารหนี้อเมริกา แผนภูมิอธิบายกลไกราคาพันธบัตรและ us bond yield ที่วิ่งสวนทางกัน

US Bond Yield คือ อัตราผลตอบแทนที่นักลงทุนจะได้รับจากการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ขับเคลื่อนทิศทางเม็ดเงินลงทุนทั่วโลก กลไกสำคัญที่คุณน้าอยากให้มือใหม่จำให้ขึ้นใจเลยก็คือ “ราคาพันธบัตรและยิลด์จะวิ่งสวนทางกันเสมอ” ค่ะ

ลองนึกภาพตามคุณน้านะคะ หากดอกเบี้ยในตลาดมีแนวโน้มลดลง พันธบัตรรุ่นเก่าที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่าจะกลายเป็นที่ต้องการอย่างมาก ทำให้นักลงทุนแย่งกันซื้อจน “ราคาพันธบัตรพุ่งสูงขึ้น” และส่งผลให้ US Bond Yield หรืออัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรุ่นใหม่ปรับตัวลดลงตามกลไกตลาด ในทางกลับกัน หากดอกเบี้ยเป็นขาขึ้น ราคาพันธบัตรก็จะร่วงลง และดันให้ยิลด์พุ่งสูงขึ้นนั่นเองค่ะ

มนุษย์เงินเดือนลงทุน ตราสารหนี้สหรัฐ ได้ช่องทางไหนบ้าง?

สำหรับพนักงานประจำหรือมนุษย์เงินเดือนที่มีเวลาจำกัด การเดินทางไปซื้อพันธบัตรโดยตรงที่อเมริกาหรือการเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศด้วยตัวเองอาจจะยุ่งยากและใช้เงินทุนสูงเกินไป คุณน้าจึงขอแนะนำช่องทางที่ง่ายและกระชับที่สุด นั่นคือการลงทุนผ่าน กองทุนตราสารหนี้อเมริกา ที่บริหารโดยบลจ. ในประเทศไทยค่ะ

ช่องทางนี้ตอบโจทย์มนุษย์เงินเดือนอย่างมาก เพราะคุณสามารถซื้อผ่านแอปพลิเคชันธนาคารหรือแอปลงทุนทั่วไปในไทยได้ทันที โดยกองทุนรวมเหล่านี้จะนำเงินของเราไปรวมกันแล้วส่งไปลงทุนในตราสารหนี้สหรัฐ หรือ Bond ETF Exchange-Traded Fund หรือกองทุนที่ซื้อขายได้เหมือนหุ้น) ระดับโลกอีกทีหนึ่ง ทำให้เราเข้าถึงสินทรัพย์ระดับโลกได้โดยไม่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ค่ะ

ข้อดีและโอกาสรับผลตอบแทนตราสารหนี้อเมริกา

โอกาสในการรับผลตอบแทนตราสารหนี้สหรัฐในปัจจุบันถือว่าอยู่ในระดับที่น่าสนใจมาก โดยให้ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4-4.7% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากประจำในบ้านเราค่อนข้างมาก ขณะเดียวกันก็มีความเสี่ยงที่ต่ำกว่าการนำเงินไปลงทุนในหุ้นไทยหรือหุ้นต่างประเทศโดยตรง

นอกจากนี้ การแบ่งเงินเดือนมาออมในสินทรัพย์ชนิดนี้ยังช่วยกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตลงทุนรวมของมนุษย์เงินเดือนได้ดีเยี่ยม เพราะในช่วงที่ตลาดหุ้นทั่วโลกเกิดความผันผวน เม็ดเงินลงทุนมักจะไหลหลบภัยเข้ามาที่พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เสมอ ช่วยให้พอร์ตโดยรวมของเราไม่ติดลบหนักจนกินยานอนหลับไม่หลับค่ะ

ข้อมูล ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 อ้างอิงจาก U.S. Department of the Treasury

การรับผลตอบแทนและเกณฑ์การเสียภาษีที่ต้องรู้

เรื่องภาษีเป็นสิ่งสำคัญที่คนทำงานประจำห้ามมองข้ามเด็ดขาดค่ะ รูปแบบการรับผลตอบแทนและเกณฑ์ภาษีจะถูกแบ่งออกตามช่องทางการลงทุน ดังนี้ค่ะ:

  • กรณีลงทุนตรงต่างประเทศ: ผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย (Coupon) หรือส่วนต่างราคา (Capital Gain) หากนำเงินรายได้นั้นกลับเข้าประเทศไทยในปีภาษีเดียวกัน จะต้องนำมารวมคำนวณเป็นเงินได้เพื่อยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามเกณฑ์ขั้นบันไดของกรมสรรพากรค่ะ
  • กรณีลงทุนผ่านกองทุนรวมไทย: หากกองทุนมีนโยบายจ่ายเงินปันผล ผลตอบแทนนั้นจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) 10% ทันที หรือเลือกนำไปรวมยื่นภาษีปลายปีก็ได้ ส่วนกำไรจากส่วนต่างราคา (Capital Gain) ของการขายคืนหน่วยลงทุนในบลจ. ไทย จะได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาค่ะ ซึ่งคุณน้ามองว่าสะดวกและคำนวณง่ายกว่ามากสำหรับมือใหม่

เกณฑ์ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับการลงทุนต่างประเทศและกองทุนรวมไทย อ้างอิงจากประกาศ กรมสรรพากร ฉบับล่าสุด (ข้อมูล ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2569)

สิ่งที่ต้องระวังก่อนลงทุนตราสารหนี้

แม้จะได้ชื่อว่าเป็นสินทรัพย์ที่มั่นคงสูง แต่ขึ้นชื่อว่าการลงทุนย่อมไม่มีคำว่าเสี่ยงศูนย์ค่ะ สิ่งที่ต้องระวังในการลงทุน ตราสารหนี้สหรัฐ มีอยู่ 2 เรื่องหลัก ๆ คือ:

  1. ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย: หากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ประกาศขึ้นดอกเบี้ยแรงเกินคาด อาจทำให้ราคาพันธบัตรในระยะสั้นปรับตัวลดลงได้ ซึ่งหากผู้ลงทุนจำเป็นต้องขายคืนหน่วยลงทุนในช่วงเวลานั้นพอดี ก็อาจได้รับเงินคืนน้อยกว่าเงินต้นที่ลงทุนไปได้เช่นกัน
  2. ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน: เนื่องจากเป็นการลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) หากเงินบาทแข็งค่าขึ้น กำไรที่เราควรจะได้เมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาทก็อาจจะหดหายไปได้ค่ะ

💡 ข้อสังเกตสำหรับค่าสเปรดและอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มเติม: เพื่อความปลอดภัย มนุษย์เงินเดือนมือใหม่คุณน้าแนะนำให้เลือกกองทุนรวมตราสารหนี้ที่มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (Fully Hedged หรือ ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนในสัดส่วนที่สูง) เพื่อล็อกไม่ให้เงินรางวัลชีวิตของเราต้องลดลงจากความผันผวนของค่าเงินบาทค่ะ

ข้อมูลความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ยในบทความนี้ ได้รับการตรวจสอบและยืนยันแล้วจากแหล่งข้อมูลของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ตราสารหนี้อเมริกาเริ่มต้นลงทุนด้วยเงินเท่าไหร่?

หากเลือกซื้อผ่านกองทุนรวมตราสารหนี้ของบลจ. ไทย ส่วนใหญ่เริ่มต้นเพียง 1 บาท หรือ 1,000 บาทเท่านั้นค่ะ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่บลจ. แต่ละแห่งกำหนดไว้ ทำให้มนุษย์เงินเดือนสามารถทยอยออมแบบ DCA (Dollar-Cost Averaging หรือการลงทุนแบบสม่ำเสมอ) เช่น ลงทุนเดือนละ 2,000 บาททุกเดือนหลังเงินเดือนออกได้สบาย ๆ เลยค่ะ

ผลตอบแทนตราสารหนี้อเมริกาเสียภาษีไหม?

ถ้าลงทุนผ่านกองทุนรวมไทย ผลกำไรจากการขายหน่วยลงทุน (Capital Gain) จะได้รับยกเว้นภาษีค่ะ แต่ถ้ากองทุนนั้นมีเงินปันผล จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% ส่วนกรณีลงทุนตรงในต่างประเทศจะต้องนำรายได้กลับมาคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหากนำกลับเข้าไทยในปีเดียวกันค่ะ

แนะนำระยะเวลาในการถือครองตราสารหนี้สหรัฐอย่างไร?

สำหรับมือใหม่ คุณน้าแนะนำให้วางแผนถือครองเฉลี่ยประมาณ 1-3 ปีขึ้นไปค่ะ เพื่อให้สอดคล้องกับอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ที่กองทุนเข้าไปถือครอง และช่วยลดความผันผวนของราคาพันธบัตรในระยะสั้นจากทิศทางดอกเบี้ยของ Fed ได้ดีขึ้นค่ะ

สรุปเกี่ยวกับตราสารหนี้อเมริกา 

การจัดพอร์ตแบ่งเงินมาออมใน ตราสารหนี้อเมริกา ถือเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับมนุษย์เงินเดือนมือใหม่ที่รักความเซฟ เพราะนอกจากจะให้โอกาสรับผลตอบแทนที่สม่ำเสมอและชนะดอกเบี้ยเงินฝากแล้ว ยังเป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงที่ดีเยี่ยมในช่วงที่เศรษฐกิจผันผวน หากคุณเพิ่งเริ่มต้น แนะนำให้ศึกษาข้อมูลกองทุนรวมตราสารหนี้ต่างประเทศของบลจ. ไทยที่ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน เพื่อก้าวแรกในการลงทุนที่มั่นคงและสบายใจที่สุดค่ะ

การลงทุนมีความเสี่ยงและมีความผันผวนสูง นักลงทุนควรศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ ทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค ก่อนการตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลในอนาคต บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานคุณน้าพาเทรด

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และ TradingView


สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers

บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing

คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge

Picture of khunnaphatrade
khunnaphatrade
Table of Contents
Recent Post
Recent Post
Risk Management Forex คืออะไร? เจาะลึกวิธีคุมความเสี่ยงให้พอร์ตโตยั่งยืน
Risk Management Forex คืออะไร? เจาะลึกวิธีคุมความเสี่ยง

Risk Management Forex คือหัวใจสำคัญที่นักเทรดทุกคนต้องเข้าใจก่อนเปิดออเดอร์แรก คุณน้าสรุป 4 เสาหลักในการคำนวณ position size forex เพื่อช่วยคุมวินัยและปกป้องพอร์ตลงทุนค่ะ

ตราสารหนี้อเมริกา คู่มือเริ่มต้นลงทุนตราสารหนี้สหรัฐสำหรับมือใหม่และมนุษย์เงินเดือน
เจาะลึก ตราสารหนี้อเมริกา น่าลงทุนไหม? มนุษย์เงินเดือนเริ่มอย่างไรดี

ตราสารหนี้อเมริกา คือต้นทุนแรกของสินทรัพย์ปลอดภัยที่มนุษย์เงินเดือนและพนักงานประจำควรรู้จักเพื่อใช้เป็นแหล่งพักเงินและกระจายความเสี่ยงอย่างมั่นคงในยุคนี้ค่ะ

ซื้อเงินแท่งได้ที่ไหน? รู้จัก Silver สินทรัพย์มาแรงแซงทองคำ
ซื้อเงินแท่งได้ที่ไหน? รู้จัก Silver สินทรัพย์มาแรงแซงทองคำ

รวมวิธีลงทุน Silver สำหรับมือใหม่ ซื้อเงินแท่งได้ที่ไหน ต่างจากทองคำยังไง ลงทุนแบบไหนดี พร้อมข้อดี ความเสี่ยง และช่องทางลงทุนปี 2026

ทางเว็บไซต์ คุณน้าพาเทรด
ได้มีการใช้คุกกี้เพื่อช่วยปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพให้เว็บไซต์ของเราดียิ่งขึ้น


Privacy Policy