หุ้นสหรัฐถือเป็นหุ้นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ซึ่งการเคลื่อนไหวของหุ้นสหรัฐเพียงหนึ่งครั้งก็สามารถส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นอื่น ๆ ทั่วโลก ดังนั้น ในบทความนี้เราจะมาคุยหุ้น เจาะลึกปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิคที่ส่งผลต่อตลาดหุ้นสหรัฐ รวมถึงความเสี่ยงและมุมมองในการลงทุน สายวิเคราะห์หุ้นสหรัฐห้ามพลาดบทความนี้!
คุยหุ้นสหรัฐวันนี้ (US 500/ S&P 500)
บทวิเคราะห์ภาพรวมปัจจัยพื้นฐานหุ้นสหรัฐ
ดัชนี S&P 500 ปิดสัปดาห์และปิดเดือนด้วยทิศทางที่อ่อนตัวลง โดยถูกกดดันจากความกังวลเรื่องมูลค่าหุ้นที่ตึงตัวเกินไป การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างจากกระแส AI และตัวเลขเงินเฟ้อที่ออกมาสูงกว่าคาดค่ะ
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นแรงฉุดสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และซอฟต์แวร์ หลังนักลงทุนเริ่มทบทวนว่ากระแส AI อาจสะท้อนความคาดหวังเชิงบวกมากเกินไป ขณะที่ตัวเลขราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนมกราคมที่ออกมาสูงกว่าคาด ยิ่งตอกย้ำความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจชะลอการปรับลดดอกเบี้ย ส่งผลให้ตลาดหุ้นเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่านที่ยกระดับขึ้น ได้หนุนราคาน้ำมันและเพิ่มความผันผวน แม้โดยสถิติแล้วจะยังไม่ส่งผลลบระยะยาวต่อตลาดหุ้น เว้นแต่ราคาพลังงานจะพุ่งขึ้นรุนแรงกว่านี้ค่ะ
ภายในดัชนี ผลการดำเนินงานของหุ้นรายตัวแตกต่างกันอย่างชัดเจนค่ะ Nvidia กดดันดัชนีอย่างมีนัยสำคัญ โดยราคาปรับลงมากกว่า 5% แม้รายงานกำไรแข็งแกร่ง เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไร และตั้งคำถามถึงความยั่งยืนของการใช้จ่ายด้าน AI ในทางกลับกัน Dell Technologies พุ่งขึ้นมากกว่า 20% หลังรายงานผลประกอบการรายไตรมาสทำสถิติสูงสุด จากความต้องการเซิร์ฟเวอร์ AI ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว สะท้อนว่าบางส่วนของห่วงโซ่อุปทานโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังได้รับประโยชน์อยู่ค่ะ
ด้าน Netflix ปรับขึ้นราว 14% หลังตัดสินใจไม่เพิ่มข้อเสนอซื้อ Warner Bros. Discovery ส่งผลให้สงครามประมูลที่ได้รับความสนใจสูงยุติลง และช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงินให้บริษัท ขณะที่ Paramount Skydance ปรับตัวขึ้นแรงจากข้อเสนอในการประมูล ด้าน Block ปรับขึ้นโดดเด่น หลังประกาศปรับลดพนักงานจำนวนมากเพื่อเร่งผสาน AI เข้ากับองค์กร สะท้อนแนวโน้มการปรับโครงสร้างต้นทุนเพื่อรองรับระบบอัตโนมัติ ท่ามกลาง American Express และ United Airlines ที่เป็นหนึ่งในหุ้นที่อ่อนแอ สะท้อนการหมุนเงินลงทุนออกจากบางกลุ่มของธุรกิจการเงินและหุ้นวัฏจักรค่ะ
ในระดับรายอุตสาหกรรม แนวโน้มยิ่งสะท้อนการเปลี่ยนผ่านเชิงลึก หุ้นซอฟต์แวร์ใน S&P 500 ปรับลดลงราว 20% ในปีนี้ ถือเป็นการอ่อนตัวที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ยุคฟองสบู่ดอทคอม โดยนักลงทุนกังวลว่า AI อาจบีบอัตรากำไรและลดอำนาจการตั้งราคาของซอฟต์แวร์แบบดั้งเดิม ขณะเดียวกันบริษัทขนาดใหญ่อย่าง Amazon และ Microsoft ยังคงทุ่มงบลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐาน AI ทำให้เกิดความกังวลเรื่องต้นทุนที่สูงขึ้นและกระแสเงินสดอิสระที่อาจลดลงค่ะ
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่านี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการหมุนกลุ่มหุ้นออกจากเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ไปยังกลุ่มที่หลากหลายมากขึ้น ขณะที่อีกฝ่ายเตือนว่า ด้วยน้ำหนักหุ้นเทคโนโลยีที่สูงมากใน S&P 500 หาก Big Tech อ่อนตัวต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมดัชนีอย่างมีนัยสำคัญค่ะ
โดยภาพรวม S&P 500 กำลังเผชิญช่วงเปลี่ยนผ่านทั้งในเชิงมหภาคและเชิงโครงสร้าง แม้ระดับดัชนียังอยู่ในโซนสูง โดยการพักฐานของ S&P 500 สะท้อนแรงกดดันจากความอิ่มตัวด้านมูลค่าในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI เงินเฟ้อที่ยังเหนียวแน่นที่จำกัดโอกาสผ่อนคลายนโยบายการเงิน และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่หนุนราคาพลังงาน อย่างไรก็ตาม ภายใต้ภาพดัชนีที่ปรับลดลง ความแตกต่างของผลตอบแทนรายตัวบ่งชี้ว่าตลาดอาจกำลังเปลี่ยนผ่านจากการปรับขึ้นที่นำโดย AI เพียงไม่กี่ตัว ไปสู่การหมุนกลุ่มลงทุน มากกว่าจะเข้าสู่ภาวะถดถอยรุนแรง หากราคาน้ำมันไม่พุ่งรุนแรง หรือเงินเฟ้อไม่เร่งตัวมากกว่านี้ค่ะ
บทวิเคราะห์ภาพรวมทางเทคนิคหุ้นสหรัฐ

ดัชนี S&P 500 ขณะนี้กำลังเคลื่อนไหวในลักษณะพักฐานต่ำกว่าโซนแนวต้านเชิงจิตวิทยาสำคัญที่ 6,900–7,000 จุดเล็กน้อย หลังความผันผวนจากกระแส AI และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ โดยแนวรับระยะสั้นอยู่ที่ 6,820 จุด และมีแนวรับถัดไปที่บริเวณ 6,750–6,720 จุด หากหลุดต่ำกว่า 6,720 จุดอย่างชัดเจน จะเปิดทางลงสู่ 6,650 จุด และอาจขยายไปยังโซนบริเวณ 6,550 จุด ซึ่งจะสะท้อนภาพการปรับฐานที่ลึกขึ้นค่ะ
ในทางกลับกัน หากดัชนีกลับขึ้นไปยืนเหนือ 6,900 จุดได้อย่างมั่นคง จะเป็นสัญญาณว่ากำลังซื้อระยะสั้นกลับมาควบคุมตลาด และหากสามารถทะลุ 7,000 จุดได้อย่างชัดเจน จะมีโอกาสเร่งตัวขึ้นสู่ 7,080–7,120 จุด อย่างไรก็ตาม โมเมนตัมปัจจุบันจากพฤติกรรมราคาและการหมุนกลุ่มอุตสาหกรรม บ่งชี้ว่าความเร็วของขาขึ้นอาจลดลงเมื่อเทียบกับช่วงที่นำโดย AI ก่อนหน้านี้ค่ะ
โดยสรุปแล้ว หากไม่มีปัจจัยเร่ง เช่น เงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นอีก หรือเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ทำให้ความผันผวนพุ่งสูง มุมมองทางเทคนิคยังให้น้ำหนักการแกว่งตัวในกรอบไปจนถึงการปรับฐานเล็กน้อย โดยมี 6,720 จุดเป็นเส้นแบ่งสำคัญระหว่างการพักตัวในแนวโน้มขาขึ้นที่ยังมีโครงสร้างแข็งแรง กับการปรับฐานเชิงลึกที่มีความเสี่ยงขยายตัวลงต่อ และหากสามารถยืนเหนือ 7,000 จุดได้อย่างต่อเนื่อง จะเป็นการยกเลิกการปรับฐาน และเปิดทางสู่การทดสอบจุดสูงสุดใหม่อีกครั้งค่ะ
📍ข้อมูลประกอบการวิเคราะห์ทางเทคนิค (US 500/ S&P 500)
- แนวรับสำคัญ : 6856.4, 6848.0, 6834.6
- แนวต้านสำคัญ : 6883.2, 6891.6, 6905.0
ข่าวที่ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มหุ้นสหรัฐ

ที่มา : Forexfactory
กำหนดการรายงานผลประกอบการ

ที่มา : TradingView
📍หุ้นสหรัฐที่น่าจับตามอง
- NVIDIA Corporation (NVDA): ในเชิงเทคนิค แนวรับระยะสั้นอยู่ที่ 170 ดอลลาร์ และมีแนวรับถัดไปบริเวณ 160–162 ดอลลาร์ หากราคาหลุดต่ำกว่า 160 ดอลลาร์อย่างชัดเจน จะเริ่มกระทบภาพแนวโน้มขาขึ้นระยะกลาง ขณะที่แนวต้านแรกอยู่ที่ 185 ดอลลาร์ และถัดไปที่บริเวณ 195–200 ดอลลาร์ แม้โมเมนตัมระยะสั้นจะอ่อนลง แต่แนวโน้มหลักยังเป็นขาขึ้น ตราบใดที่ยังไม่หลุด 160 ดอลลาร์ โดย NVDA จะยังเป็นตัวแปรสำคัญว่าการปรับฐานของกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์จะลึกลงต่อเนื่องหรือเริ่มทรงตัวค่ะ
- Dell Technologies (DELL): ราคากำลังเข้าใกล้แนวต้านระยะสั้นที่ 150 ดอลลาร์ ซึ่งหากสามารถผ่านได้ มีโอกาสขยายตัวขึ้นสู่ 160–165 ดอลลาร์ ด้านแนวรับอยู่ที่ 138–140 ดอลลาร์ และถัดไปที่บริเวณ 130 ดอลลาร์ ท่ามกลางโครงสร้างระยะสั้นที่ยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นค่ะ
- Netflix (NFLX): ในเชิงเทคนิค ราคากำลังทดสอบแนวต้านบริเวณ 98–100 ดอลลาร์ หากทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ได้ จะเปิดทางสู่ 108–110 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับระยะสั้นอยู่ที่ 90–92 ดอลลาร์ และมีแนวรับถัดไปที่ 85 ดอลลาร์ ขณะที่โครงสร้างราคาล่าสุดสะท้อนสัญญาณกลับตัวเชิงบวกระยะสั้น ซึ่งหากยังยืนเหนือ 92 ดอลลาร์ได้ คาดว่าจะสามารถรักษาโมเมนตัมฟื้นตัวต่อเนื่องได้ค่ะ
- Block, Inc. (XYZ): สามารถยืนเหนือฐานเดิมบริเวณ 55 ดอลลาร์ได้ ทำให้โครงสร้างระยะสั้นเปลี่ยนจากขาลงเป็นโหมดฟื้นตัว โดยแนวรับปัจจุบันอยู่ที่ 60 ดอลลาร์ และถัดไปที่ 55 ดอลลาร์ ด้านแนวต้านอยู่ที่ 68–70 ดอลลาร์ หากทะลุได้ มีโอกาสไปทดสอบ 75–78 ดอลลาร์ ซึ่งแม้โมเมนตัมยังอยู่ในระดับแข็งแรง แต่หากราคามีการแกว่งพักตัวในกรอบ 60–70 ดอลลาร์ก่อนเริ่มรอบขาขึ้นใหม่ จะช่วยเสริมโครงสร้างทางเทคนิคให้สมดุลและยั่งยืนมากยิ่งขึ้นค่ะ
- American Express (AXP): ทรงตัวเหนือแนวจิตวิทยาสำคัญที่ 300 ดอลลาร์ หลังการปรับฐานแรงก่อนหน้า แนวรับหลักยังอยู่ที่ 300 ดอลลาร์ หากหลุดระดับนี้ มีความเสี่ยงลงต่อสู่ 285–290 ดอลลาร์ ด้านแนวต้านแรกอยู่ที่ 320 ดอลลาร์ และถัดไปที่ 330–335 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นโซนที่เคยเกิดแรงขายก่อนหน้า โดยโครงสร้างระยะสั้นยังถือว่าเปราะบาง หากไม่สามารถกลับไปยืนเหนือ 320 ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคงค่ะ
🔍คุณน้าแนะนำเทรดหุ้น CFD ไปกับโบรกเกอร์ IUX

IUX มีการให้บริการซื้อขายหุ้น CFD ประกอบไปด้วยหุ้นกลุ่ม Magnificent Seven (M7) อีกทั้งยังมีหุ้นให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Coca Cola, Adobe, Alibaba, McDonalds Incorporated และ Netflix เป็นต้น ทำให้เหมาะสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่และเทรดเดอร์รายย่อยที่มีต้นทุนจำกัดแล้วต้องการซื้อขายหุ้นระดับโลก
สรุปคุยหุ้นสหรัฐและแนวโน้มในการลงทุน (US 500/ S&P 500)
จุดน่าเข้า Buy
- Buy/ Long 1 : หากมีการแตะแนวรับที่ช่วงราคา 6840.4 – 6856.4 แต่ไม่สามารถทะลุแนวรับที่ 6856.4 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 6891.6 และ SL ที่ประมาณ 6832.4 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
- Buy/ Long 2 : หากสามารถทะลุแนวต้านที่ช่วงราคา 6883.2 – 6899.2 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 6926.8 และ SL ที่ประมาณ 6848.4 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
จุดน่าเข้า Sell
- Sell/ Short 1 : หากมีการแตะแนวต้านที่ช่วงราคา 6883.2 – 6899.2 แต่ไม่สามารถทะลุแนวต้านที่ 6883.2 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 6856.4 และ SL ที่ประมาณ 6907.2 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
- Sell/ Short 2 : หากสามารถทะลุแนวรับที่ช่วงราคา 6840.4 – 6856.4 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 6821.2 และ SL ที่ประมาณ 6891.2 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
คำเตือน
บทวิเคราะห์นี้ใช้สำหรับการศึกษาข้อมูลของหุ้นสหรัฐเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาในการชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลของสินทรัพย์และศึกษาความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด ประกอบกับศึกษาแนวโน้มหุ้นและข่าวสหรัฐก่อนตัดสินใจลงทุน
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge







