หุ้นสหรัฐถือเป็นหุ้นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ซึ่งการเคลื่อนไหวของหุ้นสหรัฐเพียงหนึ่งครั้งก็สามารถส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นอื่น ๆ ทั่วโลก ดังนั้น ในบทความนี้เราจะมาคุยหุ้น เจาะลึกปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิคที่ส่งผลต่อตลาดหุ้นสหรัฐ รวมถึงความเสี่ยงและมุมมองในการลงทุน สายวิเคราะห์หุ้นสหรัฐห้ามพลาดบทความนี้!
คุยหุ้นสหรัฐวันนี้ (US30 / DJIA)
บทวิเคราะห์ภาพรวมปัจจัยพื้นฐานหุ้นสหรัฐ
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดปรับตัวลดลงในวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยดัชนีดาวโจนส์เป็นผู้นำในการปรับตัวลงครั้งนี้ หลังจากข้อมูลตลาดแรงงานที่อ่อนแอกว่าคาด และราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นกดดันความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดลดลง 0.95% ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบประมาณสามเดือน ขณะที่สำหรับภาพรวมทั้งสัปดาห์ ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลดลงราว 3.1% ถือเป็นการปรับตัวลงรายสัปดาห์ที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาคที่กดดันตลาดค่ะ
ทั้งนี้ ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ทำให้ความผันผวนของตลาดเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยดัชนีวัดความผันผวน CBOE Volatility Index (VIX) พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 29.5 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบประมาณหกเดือน นักวิเคราะห์เตือนว่า หากความขัดแย้งยืดเยื้อและการขนส่งน้ำมันยังคงได้รับผลกระทบ ตลาดหุ้นทั่วโลกอาจเผชิญกับการปรับฐานราว 10–15% พร้อมกับความเสี่ยงของภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวควบคู่กับเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น (stagflation) ที่อาจทวีความรุนแรงมากขึ้นค่ะ
อย่างไรก็ดี หุ้นรายตัวภายในดัชนีดาวโจนส์ อย่างหุ้น Boeing ปรับตัวขึ้นมากที่สุดในดัชนี เพิ่มขึ้น 4.07% ขณะที่ IBM ปรับขึ้น 0.9% และ Amgen เพิ่มขึ้น 0.52% ท่ามกลางแรงขายที่กดดันหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมซึ่งมีความอ่อนไหวต่อวัฏจักรเศรษฐกิจ โดย Caterpillar ปรับตัวลดลง 3.57% ขณะเดียวกัน หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ยังเป็นอีกปัจจัยที่ถ่วงการเคลื่อนไหวของดัชนี โดย NVIDIA ลดลง 3.05% และ Amazon ปรับตัวลง 2.66% โดยความอ่อนแอของตลาดในภาพรวมสะท้อนผ่านแรงขายที่กระจายตัวในหลายกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มเทคโนโลยี และกลุ่มวัสดุพื้นฐาน ซึ่งจำนวนหุ้นที่ปรับตัวลดลงมีมากกว่าหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนทั้งในตลาดหลักทรัพย์ NYSE และตลาด Nasdaq ค่ะ
ด้านบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ Marvell Technology ปรับตัวขึ้นแรงหลังจากปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ทั้งปี โดยระบุว่าความต้องการจากการลงทุนด้านศูนย์ข้อมูล AI ของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่าง Amazon และ Microsoft ยังคงแข็งแกร่ง ขณะที่ Costco Wholesale รายงานรายได้และกำไรรายไตรมาสที่เติบโตแข็งแกร่ง แต่ Gap กลับสร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุน หลังให้แนวโน้มปีงบประมาณ 2026 ที่อ่อนแอ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาษีการค้าค่ะ
นอกเหนือจากดัชนีหลัก บริษัทไบโอเทค Day One Biopharmaceuticals พุ่งขึ้นมากกว่า 65% หลังการตกลงเข้าซื้อกิจการมูลค่า 2.5 พันล้านดอลลาร์โดยบริษัท Servier ส่วนบริษัทโฆษณาเทคโนโลยี The Trade Desk ปรับตัวขึ้นมากกว่า 20% ตลอดทั้งสัปดาห์ ท่ามกลางกระแสคาดการณ์เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการร่วมมือกับ OpenAI ค่ะ
นอกจากนี้ การเคลื่อนไหวรายกลุ่มอุตสาหกรรมยังสะท้อนบรรยากาศการลงทุนแบบหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (risk-off) อย่างชัดเจนค่ะ หุ้นสายการบินได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ โดย American Airlines Delta Air Lines และ United Airlines ต่างปรับตัวลงถึงเลขสองหลักในรอบสัปดาห์ เนื่องจากต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นที่อาจกระทบต่อความสามารถในการทำกำไร ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำอย่าง Western Digital Micron Technology และ Seagate Technology ก็ปรับตัวลงเช่นกัน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงต้นปีค่ะ
สำหรับแนวโน้มต่อจากนี้ นักลงทุนจะจับตาอย่างใกล้ชิดต่อทิศทางของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ รวมถึงทิศทางราคาพลังงาน เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้มีแนวโน้มเป็นตัวกำหนดว่าการปรับตัวลงของตลาดล่าสุด จะพัฒนาไปสู่การปรับฐานในวงกว้าง หรือจะเริ่มกลับมาทรงตัวได้ท่ามกลางความคาดหวังต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงินของ Fed ค่ะ
โดยรวมแล้ว ดัชนี US30 ในมุมมองพื้นฐานยังคงอยู่ระหว่างแรงกดดันสองด้าน คือ เศรษฐกิจที่เริ่มชะลอตัวซึ่งสนับสนุนแนวโน้มการลดดอกเบี้ย และความเสี่ยงเงินเฟ้อจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจทำให้การลดดอกเบี้ยล่าช้าออกไป ส่งผลให้ความผันผวนของตลาดยังอยู่ในระดับสูง และทำให้นักลงทุนยังคงใช้ความระมัดระวังในระยะสั้น ท่ามกลางต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นที่อาจบีบอัตรากำไรของภาคธุรกิจและลดกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมและการขนส่ง ที่มีน้ำหนักสำคัญต่อดัชนีดาวโจนส์ค่ะ
บทวิเคราะห์ภาพรวมทางเทคนิคหุ้นสหรัฐ

ดัชนีดาวโจนส์ (US30) ยังคงเผชิญแรงกดดัน หลังปรับตัวหลุดกรอบการเคลื่อนไหวสะสมระยะสั้นในช่วงต้นสัปดาห์ ในเชิงเทคนิค ดัชนีเริ่มก่อตัวเป็นโครงสร้างขาลงในระยะสั้น หลังไม่สามารถยืนเหนือโซนแนวต้านสำคัญบริเวณ 48,000–48,200 จุดได้ ขณะที่ตัวชี้วัดโมเมนตัมยังสะท้อนว่าตลาดอยู่ในช่วงการปรับฐาน โดยแรงขายยังคงมีอิทธิพลเหนือกว่า ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจมหภาคที่กระตุ้นกระแสการลงทุนแบบหลีกเลี่ยงความเสี่ยงค่ะ
ในระยะสั้น โซน 47,300–47,400 จุด กำลังทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญ หากแรงซื้อสามารถปกป้องระดับดังกล่าวได้ ดัชนีอาจเกิดการรีบาวด์ทางเทคนิคขึ้นไปทดสอบบริเวณ 47,900 จุด ก่อนเผชิญแนวต้านสำคัญถัดไปแถว 48,400 จุดค่ะ
อย่างไรก็ตาม หาก US30 ปรับตัวหลุดต่ำกว่า 47,300 จุดอย่างชัดเจน การปรับฐานอาจขยายตัวลงไปทดสอบแนวรับถัดไปบริเวณ 46,800 จุด และหากหลุดระดับดังกล่าวลงมาอีก อาจเร่งแรงขายและเปิดทางให้ดัชนีปรับตัวลงต่อสู่บริเวณ 46,200–46,300 จุด ซึ่งถือเป็นแนวรับเชิงโครงสร้างสำคัญถัดไปค่ะ
ในทางกลับกัน หากดัชนีสามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือ 48,000 จุดได้อย่างมั่นคง จะเป็นสัญญาณของการกลับมาของโมเมนตัมขาขึ้น และอาจเปิดโอกาสให้ดัชนีขึ้นไปทดสอบโซนแนวต้าน 48,700–49,000 จุดอีกครั้ง ซึ่งเป็นบริเวณที่ก่อนหน้านี้เคยเผชิญแรงขายทำกำไรจำนวนมากค่ะ โดยภาพรวม แนวโน้มทางเทคนิคในระยะสั้นยังสะท้อนการเคลื่อนไหวแบบแกว่งตัวในกรอบ พร้อมความเสี่ยงด้านลบที่ยังคงอยู่ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนที่รอเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัว อาจเข้ามาพยุงราคาในบริเวณแนวรับสำคัญ หากบรรยากาศเศรษฐกิจมหภาคเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้นค่ะ
📍ข้อมูลประกอบการวิเคราะห์ทางเทคนิค (US30 / DJIA)
- แนวรับสำคัญ : 47408.4, 47365.9, 47296.9
- แนวต้านสำคัญ : 47546.4, 47588.9, 47657.9
ข่าวที่ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มหุ้นสหรัฐ

ที่มา: Forexfactory
กำหนดการรายงานผลประกอบการ

ที่มา: TradingView
📍หุ้นสหรัฐที่น่าจับตามอง
- Boeing (BA): ฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งล่าสุด และถือเป็นหนึ่งในหุ้นที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่นที่สุดในดัชนีดาวโจนส์ แม้ว่าตลาดโดยรวมจะเผชิญแรงขาย โดยขณะนี้ราคากำลังพยายามทรงตัวเหนือโซนแนวรับบริเวณ 225 ดอลลาร์ หากราคาสามารถยืนเหนือระดับนี้ได้ เป้าหมายขาขึ้นถัดไปจะอยู่ที่บริเวณแนวต้าน 240 ดอลลาร์ และหากผ่านได้ อาจมีโอกาสทดสอบระดับสำคัญแถว 255 ดอลลาร์ค่ะ ในทางกลับกัน หากราคาหลุดต่ำกว่า 220 ดอลลาร์ อาจกระตุ้นแรงขายเพิ่มเติมและเปิดทางให้เกิดการปรับฐานลงไปยังบริเวณ 205 ดอลลาร์ ท่ามกลางตัวชี้วัดโมเมนตัมที่บ่งชี้ว่าราคากำลังอยู่ในช่วงรีบาวด์ระยะสั้นภายในกรอบสะสมในภาพรวมค่ะ
- International Business Machines (IBM): แสดงความแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับตลาดโดยรวมในช่วงที่ความผันผวนเพิ่มขึ้น สะท้อนถึงโครงสร้างรายได้ที่ค่อนข้างมั่นคง ปัจจุบันราคากำลังเคลื่อนไหวเหนือแนวรับสำคัญบริเวณ 250 ดอลลาร์ หากแรงซื้อสามารถผลักดันราคาเหนือ 270 ดอลลาร์ได้ แนวต้านถัดไปจะอยู่บริเวณ 285–290 ดอลลาร์ และอาจเปิดทางไปสู่ระดับ 300 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นแนวต้านเชิงจิตวิทยาที่สำคัญค่ะ อย่างไรก็ตาม หากราคาหลุดต่ำกว่า 248 ดอลลาร์ โครงสร้างขาขึ้นระยะสั้นอาจเริ่มอ่อนแรง และมีโอกาสปรับตัวลงไปทดสอบแนวรับถัดไปแถว 235 ดอลลาร์ค่ะ
- Caterpillar (CAT): ปรับตัวลดลง สะท้อนความกังวลของนักลงทุนว่าราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว อาจกระทบต่อความต้องการในภาคก่อสร้างและภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก ขณะนี้ราคากำลังทดสอบโซนแนวรับสำคัญบริเวณ 670–680 ดอลลาร์ หากหลุดระดับนี้ลงมา แนวรับถัดไปจะอยู่ใกล้บริเวณ 640 ดอลลาร์ ในทางกลับกัน หากราคาสามารถฟื้นตัวและกลับขึ้นไปยืนเหนือ 705 ดอลลาร์ได้ จะเป็นสัญญาณของการกลับมาของโมเมนตัมขาขึ้น และอาจเปิดโอกาสให้ราคาขยับขึ้นไปทดสอบบริเวณ 735 ดอลลาร์ ในระยะกลางได้ค่ะ
- NVIDIA (NVDA): กำลังเคลื่อนไหวอยู่เหนือโซนแนวรับทางเทคนิคสำคัญบริเวณ 175–178 ดอลลาร์ หากแรงซื้อสามารถพยุงราคาเหนือระดับ 175 ดอลลาร์ได้ ราคามีโอกาสรีบาวด์ขึ้นไปทดสอบแนวต้านบริเวณ 190 ดอลลาร์ และแนวต้านสำคัญถัดไปแถว 200 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นทั้งแนวต้านเชิงเทคนิคและเชิงจิตวิทยาค่ะ อย่างไรก็ตาม หากราคาหลุดต่ำกว่า 175 ดอลลาร์ โมเมนตัมขาลงอาจเร่งตัวและกดดันราคาไปสู่บริเวณ 165 ดอลลาร์ และอาจลึกลงไปถึง 150–155 ดอลลาร์ แม้ตัวชี้วัดโมเมนตัมระยะสั้นจะสะท้อนแรงกดดันฝั่งขาย แต่แนวโน้มระยะยาวยังคงเป็นขาขึ้นจากความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และศูนย์ข้อมูลที่ยังเติบโตต่อเนื่องค่ะ
- Amazon (AMZN): กำลังเคลื่อนไหวเหนือโซนแนวรับสำคัญบริเวณ 210–212 ดอลลาร์ การยืนเหนือระดับดังกล่าวยังช่วยรักษาโครงสร้างขาขึ้นในระยะสั้นไว้ได้ หากราคาสามารถทรงตัวเหนือโซนนี้ได้ มีโอกาสรีบาวด์ขึ้นไปทดสอบแนวต้านบริเวณ 225 ดอลลาร์ และหากสามารถผ่านระดับดังกล่าวได้ แนวต้านสำคัญถัดไปจะอยู่ใกล้บริเวณ 240 ดอลลาร์ ในทางกลับกัน หากราคาหลุดต่ำกว่า 210 ดอลลาร์ อย่างชัดเจน อาจกระตุ้นแรงขายและทำให้ราคาปรับฐานลงไปยังแนวรับเชิงจิตวิทยาที่ 200 ดอลลาร์ และอาจลึกลงไปถึง 188–190 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นบริเวณที่คาดว่าจะดึงดูดแรงซื้อกลับเข้ามาค่ะ
🔍คุณน้าแนะนำเทรดหุ้น CFD ไปกับโบรกเกอร์ IUX

IUX มีการให้บริการซื้อขายหุ้น CFD ประกอบไปด้วยหุ้นกลุ่ม Magnificent Seven (M7) อีกทั้งยังมีหุ้นให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Coca Cola, Adobe, Alibaba, McDonalds Incorporated และ Netflix เป็นต้น ทำให้เหมาะสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่และเทรดเดอร์รายย่อยที่มีต้นทุนจำกัดแล้วต้องการซื้อขายหุ้นระดับโลก
สรุปคุยหุ้นสหรัฐและแนวโน้มในการลงทุน (US30 / DJIA)
จุดน่าเข้า Buy
- Buy/ Long 1 : หากมีการแตะแนวรับที่ช่วงราคา 47248.4 – 47408.4 แต่ไม่สามารถทะลุแนวรับที่ 47408.4 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 47565.6 และ SL ที่ประมาณ 47165.4 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
- Buy/ Long 2 : หากสามารถทะลุแนวต้านที่ช่วงราคา 47546.4 – 47706.4 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 47746.1 และ SL ที่ประมาณ 47328.4 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
จุดน่าเข้า Sell
- Sell/ Short 1 : หากมีการแตะแนวต้านที่ช่วงราคา 47546.4 – 47706.4 แต่ไม่สามารถทะลุแนวต้านที่ 47546.4 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 47385.1 และ SL ที่ประมาณ 47786.4 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
- Sell/ Short 2 : หากสามารถทะลุแนวรับที่ช่วงราคา 47248.4 – 47408.4 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 47204.6 และ SL ที่ประมาณ 47626.4 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
คำเตือน
บทวิเคราะห์นี้ใช้สำหรับการศึกษาข้อมูลของหุ้นสหรัฐเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาในการชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลของสินทรัพย์และศึกษาความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด ประกอบกับศึกษาแนวโน้มหุ้นและข่าวสหรัฐก่อนตัดสินใจลงทุน
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge







