หุ้นสหรัฐถือเป็นหุ้นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ซึ่งการเคลื่อนไหวของหุ้นสหรัฐเพียงหนึ่งครั้งก็สามารถส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นอื่น ๆ ทั่วโลก ดังนั้น ในบทความนี้เราจะมาคุยหุ้น เจาะลึกปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิคที่ส่งผลต่อตลาดหุ้นสหรัฐ รวมถึงความเสี่ยงและมุมมองในการลงทุน สายวิเคราะห์หุ้นสหรัฐห้ามพลาดบทความนี้!
คุยหุ้นสหรัฐวันนี้ (US30 / DJIA)
บทวิเคราะห์ภาพรวมปัจจัยพื้นฐานหุ้นสหรัฐ
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้งในสัปดาห์ซื้อขายเต็มสัปดาห์แรกของปี 2026 โดยดัชนี Dow Jones Industrial Average (DJIA) ปรับเพิ่มขึ้น 0.48% ได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ยังแข็งแกร่ง และการปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นของหุ้นกลุ่มวัฏจักรเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ท่ามกลางรายงานการจ้างงานเดือนธันวาคมที่ออกมาอ่อนกว่าที่คาดเล็กน้อย ขณะที่อัตราการว่างงานลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 4.4% ซึ่งช่วยตอกย้ำมุมมองว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจยังสามารถเดินหน้าลดอัตราดอกเบี้ยต่อไปได้ โดยไม่ส่งสัญญาณถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอยในระยะใกล้ ซึ่งภาพรวมตลาดแรงงานที่ชะลอลงแต่ยังมีเสถียรภาพนี้ ช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง แม้ยังมีความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายภาษีของสหรัฐฯ อยู่ก็ตามค่ะ
ภายในดัชนี Dow หุ้นที่ปรับตัวขึ้นนำตลาด ได้แก่ Home Depot (+4.2%) Sherwin-Williams (+3.6%) และ Boeing (+3.1%) สะท้อนความสนใจที่กลับมาในหุ้นที่เชื่อมโยงกับภาคที่อยู่อาศัยและอุตสาหกรรม หลังอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยเริ่มผ่อนคลาย และความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานยังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง ในทางตรงกันข้าม หุ้นอย่าง American Express (-1.9%) Amgen (-1.2%) และ UnitedHealth (-0.8%) ปรับตัวอ่อนลงเล็กน้อย และถ่วงดัชนีอยู่บ้าง ขณะที่ภาพรวมของ DJIA สะท้อนการหมุนย้ายเงินลงทุนไปสู่หุ้นเชิงมูลค่า วัสดุ และอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำผลงานได้ดีในช่วงต้นปี 2026 หลังจากที่ก่อนหน้านี้ตามหลังหุ้นเทคโนโลยีมาหลายปีค่ะ
นอกเหนือจากหุ้นใน Dow แต่มีอิทธิพลต่อบรรยากาศตลาดโดยรวม หุ้น Intel พุ่งขึ้นเกือบ 11% หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวถึงผลตอบแทนจากการที่รัฐบาลสหรัฐฯ ถือหุ้นในบริษัท ส่งผลให้หุ้นกลุ่มชิปโดยรวมฟื้นตัวขึ้นตามมา ขณะที่ Vistra Energy พุ่งขึ้นมากกว่า 10% หลังประกาศข้อตกลงจัดหาพลังงานกับ Meta ส่วนหุ้นกลุ่มที่อยู่อาศัยก็ปรับตัวขึ้นแรง หลังทรัมป์เสนอแผนเข้าซื้อพันธบัตรสินเชื่อที่อยู่อาศัยมูลค่า 200,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งกดอัตราดอกเบี้ยจำนองลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี ซึ่งการเคลื่อนไหวเหล่านี้ยิ่งตอกย้ำความชื่นชอบของตลาดต่อบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจภาคการผลิตและการลงทุน โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และการเติบโตภายในประเทศค่ะ
ทั้งนี้ โดยภาพรวม การปรับตัวขึ้นของ DJIA สะท้อนถึงตลาดที่กำลังสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอลง ความคาดหวังเชิงบวกต่อนโยบายการเงิน และการหมุนย้ายการลงทุนออกจากหุ้นเทคโนโลยีที่เคยเป็นผู้นำตลาดเพียงกลุ่มเดียว ไปสู่กลุ่มอุตสาหกรรมอื่นมากขึ้น แม้มูลค่าหุ้นโดยรวมยังอยู่ในระดับสูง และความเสี่ยงด้านนโยบาย โดยเฉพาะเรื่องภาษีและอัตราผลตอบแทนพันธบัตร อาจก่อให้เกิดความผันผวนได้ แต่โมเมนตัมระยะสั้นยังเอื้อประโยชน์ต่อหุ้นบลูชิพในกลุ่มอุตสาหกรรม วัสดุ และที่อยู่อาศัย ซึ่งมีแนวโน้มได้รับอานิสงส์จากภาวะการเงินที่ผ่อนคลายและเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังขยายตัวอยู่ค่ะ
นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังชี้ว่า โครงสร้างของดัชนี Dow ที่คำนวณแบบถ่วงน้ำหนักตามราคาหุ้น ทำให้การเคลื่อนไหวของหุ้นราคาสูง เช่น Home Depot และ American Express มีอิทธิพลต่อทิศทางดัชนีเป็นพิเศษ อีกทั้งการปรับตัวขึ้นในช่วงหลังยังได้รับแรงหนุนจากปัจจัยมหภาค โดยการเติบโตของการจ้างงานที่ชะลอลงและอัตราการว่างงานที่ทรงตัว บ่งชี้ถึงวัฏจักรเศรษฐกิจที่เริ่มราบเรียบ ซึ่งอาจทำให้ Fed ยังคงพิจารณาการลดดอกเบี้ยในช่วงปลายปี 2026 และส่งผลสนับสนุนตลาดหุ้นต่อไปค่ะ
บทวิเคราะห์ภาพรวมทางเทคนิคหุ้นสหรัฐ

ดัชนี US30 ยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นหลักอย่างชัดเจนค่ะ แม้ว่าโมเมนตัมระยะสั้นจะเริ่มชะลอลง พฤติกรรมราคาช่วงหลายเซสชันล่าสุดสะท้อนถึงการแกว่งตัวสะสม โดยดัชนียังคงยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะสั้นและระยะกลางที่ปรับตัวขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติหลังจากการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน และบ่งชี้ว่าเป็นการพักฐานมากกว่าจะเป็นสัญญาณกลับทิศของแนวโน้มค่ะ
ในฝั่งขาขึ้น แนวต้านทางเทคนิคที่สำคัญอยู่ที่โซน 49,500–49,550 หากราคาสามารถปิดรายวันเหนือโซนนี้ได้อย่างเด็ดขาด จะเป็นการยืนยันการไปต่อของแนวโน้ม และมีโอกาสกระตุ้นแรงซื้อจากโมเมนตัมอีกครั้ง เปิดทางให้ราคาเคลื่อนตัวไปสู่บริเวณ 49,900–50,000 ซึ่งเป็นระดับจิตวิทยาสำคัญ อย่างไรก็ตาม จนกว่าจะเกิดการเบรกเอาต์ดังกล่าว ความพยายามปรับขึ้นอาจยังเผชิญแรงขายทำกำไรจากนักลงทุนบริเวณใกล้จุดสูงสุดอยู่ค่ะ
ในฝั่งขาลง แนวรับแรกอยู่แถวบริเวณ 49,000 ตราบใดที่ US30 ยังยืนเหนือโซนนี้ได้ การย่อตัวลงมีแนวโน้มจะถูกมองว่าเป็นเพียงการปรับฐานค่ะ แต่หากเกิดการย่อลึกลงมา แนวรับถัดไปที่ควรจับตาคือบริเวณ 48,600–48,700 ซึ่งคาดว่าจะดึงดูดแรงซื้อสะสมได้ หากบรรยากาศความเสี่ยงโดยรวมยังคงเป็นบวกค่ะ
ทั้งนี้ เครื่องมือวัดโมเมนตัมยังสนับสนุนมุมมองการแกว่งตัวสะสม โดย RSI ได้ปรับลดลงจากเขตซื้อมากเกินไป แต่ยังคงอยู่เหนือระดับกลาง แสดงให้เห็นว่าแรงกดดันฝั่งขาลงยังจำกัดในระยะนี้ ตราบใดที่ราคายังอยู่เหนือ 48,600 มุมมองทางเทคนิคยังคงเป็นขาขึ้นถึงเป็นกลาง โดยให้น้ำหนักกับการเทรดในกรอบ พร้อมโอกาสที่จะเบรกทะลุขึ้น มากกว่าการปรับตัวลงต่อเนื่องค่ะ
โดยสรุป คุณน้ามองว่าภาพเทคนิคระยะสั้นยังชี้ไปที่การแกว่งตัวในกรอบระหว่าง 49,000 ถึง 49,500 และมีแนวโน้มขาขึ้น หากปัจจัยมหภาคและบรรยากาศของตลาดหุ้นยังคงสนับสนุน โดยการเบรกทะลุขึ้นเหนือ 49,550 อย่างชัดเจนจะทำให้จุดโฟกัสขยับไปที่ระดับ 50,000 ขณะที่การปิดรายวันต่ำกว่า 48,600 จะเป็นสัญญาณของการปรับฐานที่ลึกลงไปยังบริเวณ 48,200 ซึ่งจะสะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านจากการเดินหน้าต่อของแนวโน้ม ไปสู่ช่วงของการพักฐานในกรอบที่กว้างขึ้นค่ะ
📍ข้อมูลประกอบการวิเคราะห์ทางเทคนิค (US30 / DJIA)
- แนวรับสำคัญ : 49320.8, 49292.2, 49245.7
- แนวต้านสำคัญ : 49413.8, 49442.4, 49488.9
ข่าวที่ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มหุ้นสหรัฐ

ที่มา : Forexfactory
กำหนดการรายงานผลประกอบการ

ที่มา : TradingView
📍หุ้นสหรัฐที่น่าจับตามอง
- Intel (INTC): ได้ทะลุขึ้นเหนือแนวต้าน $42–43 อย่างชัดเจน ยืนยันการกลับตัวเชิงบวกในระยะสั้นหลังจากที่ถูกกดฐานมานาน ตัวชี้วัดโมเมนตัมยังแข็งแกร่ง ราคาปรับขึ้นเหนือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วันและ 200 วัน สะท้อนถึงการเร่งตัวของแนวโน้ม โดยแนวต้านถัดไปอยู่ที่ $48–50 ส่วนแนวรับแรกอยู่ที่ $43.50 และรองลงมาที่ $41.00 ตราบใดที่ INTC ยังคงยืนเหนือ $43 แนวโน้มทางเทคนิคยังคงเป็นบวก แต่คาดว่าอาจมีการปรับฐานระยะสั้นหลังจากการปรับขึ้นอย่างรวดเร็วค่ะ
- Home Depot (HD): กลับตัวขึ้นเหนือแนวต้าน $360–365 และยืนยันเทรนด์ขาขึ้นระยะกลาง โมเมนตัมยังหนุนให้หุ้นทดสอบแนวต้านสำคัญที่ $385–390 ขณะที่แนวรับแรกอยู่ที่ $365 และแนวรับถัดไปที่ $350 ซึ่งสอดคล้องกับค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 100 วัน โดยโครงสร้างเทรนด์ยังคงเป็นบวกตราบใดที่หุ้นไม่หลุด $360 ค่ะ
- Sherwin-Williams (SHW): ทะลุขึ้นเหนือโซน $340–345 ซึ่งเป็นพื้นที่กดดันราคาหลายครั้งก่อนหน้า ทำให้หุ้นเข้าสู่โหมดค้นหาราคาสูงสุดใหม่ แนวต้านถัดไปอยู่ที่ $365–370 ขณะที่แนวรับแรกอยู่ที่ $345 โดยหากแม้จะมีการปรับฐานลึกไปที่ $330 เทรนด์ระยะกลางคาดว่าจะยังคงเป็นบวก และยังแข็งแกร่งกว่าดัชนี Dow สะท้อนว่า SHW มีโอกาสสร้างผลตอบแทนเหนือกว่าตลาดในช่วงที่เงินลงทุนหมุนเข้าสู่หุ้นกลุ่ม Value และ Materials ค่ะ
- Boeing (BA): ปรับขึ้นเหนือแนวต้าน $225–230 ซึ่งตอนนี้กลายเป็นแนวรับระยะสั้น ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้โครงสร้างทางเทคนิค เป้าหมายถัดไปอยู่ที่ $245–250 ขณะที่แนวรับปัจจุบันอยู่ที่ $230 และแนวรับถัดไปที่ $220 ซึ่งเป็นจุดที่แรงซื้อเข้ามาอย่างชัดเจน โดยโมเมนตัมปรับตัวดีขึ้นแต่ค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ BA เหมาะกับการลงทุนตามทิศทางตลาด มากกว่าการไล่ตามแรงโมเมนตัมค่ะ
- Vistra Energy (VST): อยู่ในแนวโน้มขาขึ้นแรง หลังทะลุ $150 และเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมปริมาณการซื้อขายสูง แนวต้านถัดไปอยู่ที่ $175–180 ซึ่งคาดว่าจะมีแรงขายทำกำไร ขณะที่แนวรับแรกอยู่ที่ $155 และแนวรับถัดไปที่ $145 ตราบใดที่ราคายังคงเหนือ $150 ในช่วงปรับฐาน โครงสร้างทางเทคนิคยังสนับสนุนแนวโน้มขาขึ้นต่อเนื่อง แต่คาดว่าความผันผวนจะสูงเนื่องจากการปรับขึ้นที่มีความชันค่ะ
🔍คุณน้าแนะนำเทรดหุ้น CFD ไปกับโบรกเกอร์ IUX

IUX มีการให้บริการซื้อขายหุ้น CFD ประกอบไปด้วยหุ้นกลุ่ม Magnificent Seven (M7) อีกทั้งยังมีหุ้นให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Coca Cola, Adobe, Alibaba, McDonalds Incorporated และ Netflix เป็นต้น ทำให้เหมาะสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่และเทรดเดอร์รายย่อยที่มีต้นทุนจำกัดแล้วต้องการซื้อขายหุ้นระดับโลก
สรุปคุยหุ้นสหรัฐและแนวโน้มในการลงทุน (US30 / DJIA)
จุดน่าเข้า Buy
- Buy/ Long 1 : หากมีการแตะแนวรับที่ช่วงราคา 49240.8 – 49320.8 แต่ไม่สามารถทะลุแนวรับที่ 49320.8 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 49415.5 และ SL ที่ประมาณ 49200.8 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
- Buy/ Long 2 : หากสามารถทะลุแนวต้านที่ช่วงราคา 49413.8 – 49493.8 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 49537.1 และ SL ที่ประมาณ 49280.8 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
จุดน่าเข้า Sell
- Sell/ Short 1 : หากมีการแตะแนวต้านที่ช่วงราคา 49413.8 – 49493.8 แต่ไม่สามารถทะลุแนวต้านที่ 49413.8 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 49293.9 และ SL ที่ประมาณ 49533.8 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
- Sell/ Short 2 : หากสามารถทะลุแนวรับที่ช่วงราคา 49240.8 – 49320.8 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 49172.3 และ SL ที่ประมาณ 49453.8 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
คำเตือน
บทวิเคราะห์นี้ใช้สำหรับการศึกษาข้อมูลของหุ้นสหรัฐเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาในการชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลของสินทรัพย์และศึกษาความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด ประกอบกับศึกษาแนวโน้มหุ้นและข่าวสหรัฐก่อนตัดสินใจลงทุน
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge







