คุยหุ้นสหรัฐ เจาะลึกทุกมุมมอง วันที่ 25 มกราคม 2026

คุยหุ้นสหรัฐ เจาะลึกทุกมุมมอง วันที่ 25 มกราคม 2026
Table of Contents

หุ้นสหรัฐถือเป็นหุ้นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ซึ่งการเคลื่อนไหวของหุ้นสหรัฐเพียงหนึ่งครั้งก็สามารถส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นอื่น ๆ ทั่วโลก ดังนั้น ในบทความนี้เราจะมาคุยหุ้น เจาะลึกปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิคที่ส่งผลต่อตลาดหุ้นสหรัฐ รวมถึงความเสี่ยงและมุมมองในการลงทุน สายวิเคราะห์หุ้นสหรัฐห้ามพลาดบทความนี้!

คุยหุ้นสหรัฐวันนี้ (US30 / DJIA)

บทวิเคราะห์ภาพรวมปัจจัยพื้นฐานหุ้นสหรัฐ

ดัชนี DJIA ปิดลบในวันศุกร์ที่ผ่านมา เพิ่มระดับความผันผวนให้กับตลาดวอลล์สตรีท และนับเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สองค่ะ โดยนักลงทุนตอบสนองต่อการร่วงลงอย่างรุนแรงของหุ้น Intel ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงกดดันตลาด และการจับตาผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่เข้มข้นมากขึ้น ส่งผลให้ดาวโจนส์ให้ผลตอบแทนแย่กว่าตลาดโดยรวม เนื่องจากความอ่อนแอในกลุ่มอุตสาหกรรม การเงิน และหุ้นเฮลธ์แคร์บางส่วน ที่ได้กลบแรงหนุนจากหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ค่ะ

ก่อนหน้านี้ บรรยากาศการลงทุนดีขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์ หลังประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณท่าทีที่ผ่อนคลายมากขึ้นเกี่ยวกับกรีนแลนด์ โดยถอยห่างจากการข่มขู่ขึ้นภาษีกับยุโรป ซึ่งช่วยลดความกังวลเฉพาะหน้าต่อความขัดแย้งทางการค้า และช่วยให้ตลาดหุ้นฟื้นตัวในวันพุธและพฤหัสบดีที่ผ่านมา แต่ความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังคงอยู่ในระดับเปราะบาง ขณะที่ความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์กลับมากดดันตลาดอีกครั้ง โดยเฉพาะกระแสถ้อยแถลงเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ อาจใช้กำลังทางทหารต่ออิหร่าน ที่ยังคงจำกัดความต้องการรับความเสี่ยง โดยเฉพาะหุ้นวัฏจักรที่ผูกกับดาวโจนส์ ซึ่งอ่อนไหวต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลกค่ะ

ในระดับรายหุ้น Intel เป็นตัวฉุดหลักของดาวโจนส์และบรรยากาศการลงทุนโดยรวม โดยหุ้นร่วงลงมากกว่า 17% หลังบริษัทประกาศผลขาดทุนรายไตรมาสและให้มุมมองที่อ่อนแอ โดยอ้างถึงข้อจำกัดด้านอุปทานที่ยังอยู่ และความท้าทายในการตอบสนองต่อความต้องการดาต้าเซ็นเตอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI แม้ก่อนหน้านี้จะมีความหวังจากการสนับสนุนของภาครัฐและพันธมิตรเชิงกลยุทธ์จากบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี แต่นักลงทุนเห็นว่า Intel ยังคงตามหลังคู่แข่งในการสร้างรายได้จากวัฏจักร AI ซึ่งยิ่งตอกย้ำทัศนคติของนักลงทุนที่ต้องการเห็นผลการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ค่ะ

อย่างไรก็ตาม แรงบวกจากหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ช่วยชดเชยแรงกดดันของดาวโจนส์ได้บางส่วน Microsoft Amazon และ Nvidia ปรับตัวขึ้นได้ดี โดย Nvidia ได้แรงหนุนจากรายงานว่าทางการจีนอาจอนุญาตให้บริษัทภายในประเทศเตรียมคำสั่งซื้อชิป AI รุ่น H200 ซึ่งถือเป็นสัญญาณสำคัญต่อความชัดเจนของรายได้ในอนาคต ขณะที่ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนช่องว่างด้านผลการดำเนินงานที่กว้างขึ้น ระหว่างผู้นำด้าน AI ที่มีโมเมนตัมกำไรชัดเจน กับบริษัทที่ยังประสบปัญหาในการแปลงการลงทุนเป็นผลกำไรค่ะ

ด้านหุ้นภาคธุรกิจอื่นของดาวโจนส์ หุ้นอย่าง Goldman Sachs Caterpillar และ Walt Disney กดดันดัชนี สะท้อนแรงกดดันต่อกลุ่มการเงิน อุตสาหกรรม และธุรกิจที่พึ่งพาผู้บริโภค ภายใต้สภาวะความผันผวนที่อยู่ในระดับสูงและพฤติกรรมการลงทุนแบบคัดเลือก ขณะเดียวกัน ความแข็งแกร่งของกลุ่มวัสดุและพลังงาน ซึ่งมีน้ำหนักจำกัดในดัชนีดาวโจนส์ สะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวของภาวะผู้นำตลาดนอกเหนือจากหุ้นเทคโนโลยีเป็นหลักค่ะ

ทั้งนี้ นักลงทุนกำลังจับตาสัปดาห์สำคัญที่จะมีการประกาศผลประกอบการของกลุ่ม “Magnificent Seven” และการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ แม้ตลาดคาดการณ์ว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ย แต่ตลาดยังคงอ่อนไหวต่อสัญญาณเกี่ยวกับการปรับลดดอกเบี้ยในอนาคต และความกังวลต่อความเป็นอิสระทางการเมืองของธนาคารกลาง สำหรับดาวโจนส์ คุณน้ามองว่าทิศทางระยะใกล้จะขึ้นอยู่กับว่าผลประกอบการของหุ้นขนาดใหญ่ในดัชนีจะสามารถชดเชยความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และยืนยันความเชื่อมั่นต่อความแข็งแกร่งอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้หรือไม่ค่ะ

โดยสรุป ดัชนีดาวโจนส์ (US30) ยังคงเผชิญแรงกดดันในระยะสั้น จากความผิดหวังด้านผลประกอบการและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ถ่วงบรรยากาศการลงทุน แม้หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ยังช่วยพยุงตลาดไว้ได้ สะท้อนภาพตลาดที่แบ่งขั้วชัดเจน โดยบริษัทที่มีแนวโน้มกำไรแข็งแกร่งและได้รับอานิสงส์จากความต้องการด้าน AI ยังคงโดดเด่น ขณะที่บางบริษัทเผชิญแรงต้านจากปัจจัยลบหลายด้าน ทั้งนี้ โครงสร้างของดัชนีดาวโจนส์ที่ถ่วงน้ำหนักตามราคาหุ้น ทำให้การเคลื่อนไหวของหุ้นราคาสูงส่งผลต่อทิศทางดัชนีอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ความกังวลเชิงมหภาคและแนวโน้มผลประกอบการที่ไม่สม่ำเสมอ บ่งชี้ว่าผลการดำเนินงานของ DJIA ในระยะใกล้จะถูกขับเคลื่อนโดยผลประกอบการรายไตรมาสของบริษัทหลักและการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศความเสี่ยง มากกว่าข้อมูลเศรษฐกิจโดยรวมเพียงอย่างเดียวค่ะ

บทวิเคราะห์ภาพรวมทางเทคนิคหุ้นสหรัฐ

คุยหุ้นสหรัฐ วันที่ 25 มกราคม 2026

ดัชนี US30 ปัจจุบันเคลื่อนไหวอยู่ต่ำกว่าระดับสำคัญบริเวณ 49,000 เล็กน้อย สะท้อนภาวะตลาดที่อยู่ในช่วงพักตัว หลังไม่สามารถรักษาโมเมนตัมขาขึ้นได้ในช่วงต้นสัปดาห์ จากมุมมองทางเทคนิค ดัชนีได้ปรับเข้าสู่ช่วงการปรับฐานระยะสั้น อย่างไรก็ดี โครงสร้างแนวโน้มหลักยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ตราบใดที่ราคายังสามารถยืนเหนือแนวรับสำคัญในระยะกลางได้ โดยการถูกแรงขายสกัดบริเวณแนวต้าน 49,600–49,800 ล่าสุด ยืนยันว่าฝั่งขายยังคงมีบทบาทชัดเจนในระดับราคาสูง ส่งผลให้โซนดังกล่าวกลายเป็นแนวต้านด้านบนที่แข็งแกร่งในระยะนี้ค่ะ

ทางด้านโซน 48,800–48,600 ถือเป็นกลุ่มแนวรับแรกที่มีความสำคัญ การปิดรายวันต่ำกว่า 48,600 จะเป็นสัญญาณเชิงลบ และอาจเปิดทางให้ดัชนีอ่อนตัวลงต่อสู่บริเวณ 48,200–48,000 ซึ่งคาดว่าจะเริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามา คุณน้ามองว่าตราบใดที่ US30 ยังยืนเหนือระดับ 48,000 ได้ โครงสร้างตลาดขาขึ้นในภาพใหญ่จะยังคงไม่ถูกทำลาย และการย่อตัวในระยะนี้ยังจัดอยู่ในลักษณะของการปรับฐานมากกว่าการกลับทิศแนวโน้มค่ะ

อย่างไรก็ดี ตัวชี้วัดโมเมนตัมสะท้อนภาวะชะลอตัว โดย RSI ชะลอลงจากเขตซื้อมากเกินไป และเคลื่อนไหวใกล้ระดับเป็นกลาง บ่งชี้ถึงการชะลอตัวของโมเมนตัมฝั่งขาขึ้น มากกว่าการเร่งขายเชิงรุก ภาพรวมจึงสนับสนุนแนวโน้มการแกว่งตัวในกรอบแคบในระยะใกล้ โดยราคามีแนวโน้มเคลื่อนไหวระหว่าง 48,600 ถึง 49,600 จนกว่าจะมีปัจจัยใหม่เข้ามากำหนดทิศทาง ทั้งนี้ ความผันผวนมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง ทำให้ความน่าเชื่อถือของสัญญาณทางเทคนิคยังคงถูกจำกัดค่ะ

ในมุมมองเชิงเทคนิคระยะถัดไป หากดัชนีสามารถเบรกขึ้นเหนือ 49,800 ได้อย่างชัดเจนพร้อมปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น จะเป็นสัญญาณของการไปต่อของแนวโน้ม และเปิดทางสู่เป้าหมายที่โซน 50,300–50,600 ในทางกลับกัน หากไม่สามารถรักษาระดับเหนือ 48,600 ได้ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการปรับฐานที่มากขึ้น ส่งผลให้คุณน้ามองว่า ดัชนี US30 กำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ โดยการทรงตัวเหนือแนวรับสำคัญยังสนับสนุนโอกาสการฟื้นตัวต่อเนื่อง ในขณะที่การปรับตัวหลุดแนวรับจะตอกย้ำว่าตลาดยังอยู่ในช่วงพักฐาน ก่อนการกำหนดทิศทางในระยะถัดไปค่ะ

📍ข้อมูลประกอบการวิเคราะห์ทางเทคนิค (US30 / DJIA)

  • แนวรับสำคัญ : 48982.1, 48958.9, 48921.3
  • แนวต้านสำคัญ : 49057.3, 49080.5, 49118.1

ข่าวที่ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มหุ้นสหรัฐ

ข่าวที่ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มหุ้นสหรัฐ

ที่มา : Forexfactory

กำหนดการรายงานผลประกอบการ

กำหนดการรายงานผลประกอบการ

ที่มา : TradingView

📍หุ้นสหรัฐที่น่าจับตามอง

  • Microsoft (MSFT): คุณน้ามองว่า Microsoft ยังคงมีภาพทางเทคนิคที่แข็งแกร่ง แม้ตลาดโดยรวมจะมีความผันผวนเพิ่มขึ้น โดยราคายังเคลื่อนไหวอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นระยะกลางที่ชัดเจน และสามารถยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วันซึ่งกำลังปรับตัวขึ้นได้ สะท้อนว่าฝั่งซื้อยังคงคุมเกมในจังหวะย่อตัว โดยระดับ 455–460 ดอลลาร์ทำหน้าที่เป็นแนวรับระยะสั้นที่สำคัญ ขณะที่บริเวณ 480 ดอลลาร์เป็นแนวต้านหลักที่ต้องผ่านให้ได้เพื่อกลับเข้าสู่โมเมนตัมขาขึ้น ท่ามกลางตัวชี้วัดโมเมนตัมที่เริ่มชะลอลงแต่ยังไม่เข้าสู่ภาวะขายมากเกินไป บ่งชี้ถึงการพักฐานมากกว่าการกลับทิศของแนวโน้ม โดยตราบใดที่ MSFT ยังยืนเหนือโซนกลาง 450 ดอลลาร์ได้ มุมมองทางเทคนิคยังคงเป็นบวก และการทะลุผ่าน 480 ดอลลาร์มีแนวโน้มดึงดูดแรงซื้อจากนักลงทุนเพิ่มเติมค่ะ
  • Amazon (AMZN): อยู่ในช่วงพักตัวหลังจากปรับขึ้นแรงก่อนหน้า โดยเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ซึ่งสะท้อนการปรับฐาน โดยหุ้นเริ่มมีแรงซื้อเข้ามาอย่างชัดเจนในโซน 230–235 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นแนวรับระยะสั้นสำคัญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 245–250 ดอลลาร์ โมเมนตัมอยู่ในระดับเป็นกลางและค่อนข้างทรงตัว บ่งชี้ว่า AMZN อยู่ในช่วงพักฐานเพื่อเลือกทิศทางในระยะถัดไป การปิดเหนือ 250 ดอลลาร์อย่างชัดเจนจะยืนยันการไปต่อของแนวโน้มขาขึ้น ขณะที่การหลุดต่ำกว่า 230 ดอลลาร์อย่างต่อเนื่องอาจส่งสัญญาณการปรับฐานที่ลึกขึ้นค่ะ
  • NVIDIA (NVDA): ยังคงแสดงภาวะผู้นำเชิงเทคนิคในกลุ่ม AI แม้ความผันผวนของตลาดจะเพิ่มสูงขึ้น โดยราคายังคงยืนเหนือโซนแนวรับ 175–180 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นระดับสำคัญในการกำหนดแนวโน้มขาขึ้นในปัจจุบัน โดยมีแนวต้านระยะสั้นอยู่ที่ 195–200 ดอลลาร์ ตัวชี้วัดโมเมนตัมสะท้อนว่าแรงส่งขาขึ้นเริ่มชะลอ แต่ยังไม่พบสัญญาณของการเสียโครงสร้างแนวโน้ม ซึ่งสอดคล้องกับการพักฐานหลังการปรับตัวขึ้นแรง ตราบใดที่ NVDA ยังยืนเหนือ 180 ดอลลาร์ได้ โครงสร้างขาขึ้นหลักยังคงสมบูรณ์ และมีโอกาสกลับไปขึ้นต่อเมื่อสามารถผ่านแนวต้านได้พร้อมปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นค่ะ
  • Goldman Sachs (GS): เริ่มเข้าสู่ช่วงปรับฐาน หลังไม่สามารถรักษาโมเมนตัมใกล้ระดับสูงสุดก่อนหน้าได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยกดดันดัชนีดาวโจนส์ในระยะสั้น ปัจจุบันราคากำลังทดสอบแนวรับเชิงจิตวิทยาและเทคนิคบริเวณ 900 ดอลลาร์ โดยหากแรงขายเร่งตัว อาจเห็นการถอยลงสู่โซนแนวรับถัดไปที่ 880–890 ดอลลาร์ แม้โครงสร้างระยะยาวยังคงเป็นบวก แต่โมเมนตัมระยะสั้นเริ่มอ่อนแรง สะท้อนแรงขายทำกำไรที่ยังดำเนินอยู่ โดยการกลับขึ้นเหนือ 940 ดอลลาร์จะเป็นสัญญาณสำคัญในการฟื้นตัวของโมเมนตัมขาขึ้นอีกครั้ง ขณะที่การยืนต่ำกว่า 900 ดอลลาร์อย่างต่อเนื่องจะทำให้หุ้นยังมีความเปราะบางต่อการพักฐานต่อไปค่ะ
  • Caterpillar (CAT): เริ่มมีสัญญาณอ่อนตัวทางเทคนิค ท่ามกลางแรงกดดันต่อหุ้นวัฏจักรและกลุ่มอุตสาหกรรมจากความไม่แน่นอนเชิงมหภาค โดยราคาปรับลงมาใกล้ระดับ 620 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นแนวรับเชิงโครงสร้างที่จำเป็นต้องคงไว้ เพื่อหลีกเลี่ยงการเสื่อมถอยของแนวโน้มหลัก โดยแนวต้านระยะสั้นอยู่ที่บริเวณ 650 ดอลลาร์ ขณะที่โมเมนตัมเอนเอียงไปทางลบ สะท้อนท่าทีระมัดระวังของนักลงทุน หาก CAT สามารถทรงตัวเหนือ 620 ดอลลาร์ได้ อาจเห็นการสร้างฐานเพื่อฟื้นตัวในระยะถัดไป แต่หากหลุดระดับดังกล่าว มีความเสี่ยงที่จะเกิดการปรับฐานลึกลงสู่กรอบสะสมก่อนหน้าได้ค่ะ

🔍คุณน้าแนะนำเทรดหุ้น CFD ไปกับโบรกเกอร์ IUX

เทรดหุ้น CFD กับ IUX โบรกเกอร์หุ้นค่าธรรมเนียมถูก

IUX มีการให้บริการซื้อขายหุ้น CFD ประกอบไปด้วยหุ้นกลุ่ม Magnificent Seven (M7) อีกทั้งยังมีหุ้นให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Coca Cola, Adobe, Alibaba, McDonalds Incorporated และ Netflix เป็นต้น ทำให้เหมาะสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่และเทรดเดอร์รายย่อยที่มีต้นทุนจำกัดแล้วต้องการซื้อขายหุ้นระดับโลก

สรุปคุยหุ้นสหรัฐและแนวโน้มในการลงทุน (US30 / DJIA)

จุดน่าเข้า Buy

  • Buy/ Long 1 : หากมีการแตะแนวรับที่ช่วงราคา 48922.1 – 48982.1 แต่ไม่สามารถทะลุแนวรับที่ 48982.1 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 49057.3 และ SL ที่ประมาณ 48892.0 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
  • Buy/ Long 2 : หากสามารถทะลุแนวต้านที่ช่วงราคา 49057.3 – 49117.3 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 49150.9 และ SL ที่ประมาณ 48952.0 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้

จุดน่าเข้า Sell

  • Sell/ Short 1 : หากมีการแตะแนวต้านที่ช่วงราคา 49057.3 – 49117.3 แต่ไม่สามารถทะลุแนวต้านที่ 49057.3 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 48954.1 และ SL ที่ประมาณ 49147.3 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
  • Sell/ Short 2 : หากสามารถทะลุแนวรับที่ช่วงราคา 48922.1 – 48982.1 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 48855.7 และ SL ที่ประมาณ 49087.0 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้

คำเตือน

บทวิเคราะห์นี้ใช้สำหรับการศึกษาข้อมูลของหุ้นสหรัฐเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาในการชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลของสินทรัพย์และศึกษาความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด ประกอบกับศึกษาแนวโน้มหุ้นและข่าวสหรัฐก่อนตัดสินใจลงทุน


สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers

บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing

คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge

Picture of คุณน้า
คุณน้า
Table of Contents
Recent Post
Recent Post
คุยหุ้นสหรัฐ เจาะลึกทุกมุมมอง วันที่ 25 มกราคม 2026
คุยหุ้นสหรัฐ เจาะลึกทุกมุมมอง วันที่ 25 มกราคม 2026

ในบทความนี้เราจะมาคุยหุ้น เจาะลึกปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิคที่ส่งผลต่อตลาดหุ้นสหรัฐ รวมถึงความเสี่ยงและมุมมองในการลงทุน สายหุ้นสหรัฐห้ามพลาดบทความนี้!

บทวิเคราะห์คู่เงิน EURUSD 24 มกราคม 2026
บทวิเคราะห์ EURUSD วันที่ 24 มกราคม 2026

พบกับวิเคราะห์ EURUSD ที่สายเทรดสั้นห้ามพลาด การวิเคราะห์คู่เงิน Forex ดูแนวโน้มราคาล่าสุด สำหรับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค

บทวิเคราะห์ทองคำ 23 มกราคม 2026
บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 23 มกราคม 2026

ในบทวิเคราะห์นี้ จะศึกษาภาพรวมปัจจัยพื้นฐานและภาพรวมทางเทคนิคของราคาทองคำ จะมีจุดน่าเข้าซื้อหรือน่าขายจุดไหนบ้าง? บทวิเคราะห์ราคาทองคำวันนี้มีคำตอบ!

บทวิเคราะห์คู่เงิน USDCHF 23 มกราคม 2026
บทวิเคราะห์ USDCHF วันที่ 23 มกราคม 2026

พบกับวิเคราะห์ USDCHF ที่สายเทรดสั้นห้ามพลาด การวิเคราะห์คู่เงิน Forex ดูแนวโน้มราคาล่าสุด สำหรับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค

ทางเว็บไซต์ คุณน้าพาเทรด
ได้มีการใช้คุกกี้เพื่อช่วยปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพให้เว็บไซต์ของเราดียิ่งขึ้น


Privacy Policy