หุ้นสหรัฐถือเป็นหุ้นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ซึ่งการเคลื่อนไหวของหุ้นสหรัฐเพียงหนึ่งครั้งก็สามารถส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นอื่น ๆ ทั่วโลก ดังนั้น ในบทความนี้เราจะมาคุยหุ้น เจาะลึกปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิคที่ส่งผลต่อตลาดหุ้นสหรัฐ รวมถึงความเสี่ยงและมุมมองในการลงทุน สายวิเคราะห์หุ้นสหรัฐห้ามพลาดบทความนี้!
คุยหุ้นสหรัฐวันนี้ (US30 / DJIA)
บทวิเคราะห์ภาพรวมปัจจัยพื้นฐานหุ้นสหรัฐ
ดัชนี DJIA ปิดลบในวันศุกร์ที่ผ่านมา เพิ่มระดับความผันผวนให้กับตลาดวอลล์สตรีท และนับเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สองค่ะ โดยนักลงทุนตอบสนองต่อการร่วงลงอย่างรุนแรงของหุ้น Intel ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงกดดันตลาด และการจับตาผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่เข้มข้นมากขึ้น ส่งผลให้ดาวโจนส์ให้ผลตอบแทนแย่กว่าตลาดโดยรวม เนื่องจากความอ่อนแอในกลุ่มอุตสาหกรรม การเงิน และหุ้นเฮลธ์แคร์บางส่วน ที่ได้กลบแรงหนุนจากหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ค่ะ
ก่อนหน้านี้ บรรยากาศการลงทุนดีขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์ หลังประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณท่าทีที่ผ่อนคลายมากขึ้นเกี่ยวกับกรีนแลนด์ โดยถอยห่างจากการข่มขู่ขึ้นภาษีกับยุโรป ซึ่งช่วยลดความกังวลเฉพาะหน้าต่อความขัดแย้งทางการค้า และช่วยให้ตลาดหุ้นฟื้นตัวในวันพุธและพฤหัสบดีที่ผ่านมา แต่ความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังคงอยู่ในระดับเปราะบาง ขณะที่ความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์กลับมากดดันตลาดอีกครั้ง โดยเฉพาะกระแสถ้อยแถลงเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ อาจใช้กำลังทางทหารต่ออิหร่าน ที่ยังคงจำกัดความต้องการรับความเสี่ยง โดยเฉพาะหุ้นวัฏจักรที่ผูกกับดาวโจนส์ ซึ่งอ่อนไหวต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลกค่ะ
ในระดับรายหุ้น Intel เป็นตัวฉุดหลักของดาวโจนส์และบรรยากาศการลงทุนโดยรวม โดยหุ้นร่วงลงมากกว่า 17% หลังบริษัทประกาศผลขาดทุนรายไตรมาสและให้มุมมองที่อ่อนแอ โดยอ้างถึงข้อจำกัดด้านอุปทานที่ยังอยู่ และความท้าทายในการตอบสนองต่อความต้องการดาต้าเซ็นเตอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI แม้ก่อนหน้านี้จะมีความหวังจากการสนับสนุนของภาครัฐและพันธมิตรเชิงกลยุทธ์จากบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี แต่นักลงทุนเห็นว่า Intel ยังคงตามหลังคู่แข่งในการสร้างรายได้จากวัฏจักร AI ซึ่งยิ่งตอกย้ำทัศนคติของนักลงทุนที่ต้องการเห็นผลการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ค่ะ
อย่างไรก็ตาม แรงบวกจากหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ช่วยชดเชยแรงกดดันของดาวโจนส์ได้บางส่วน Microsoft Amazon และ Nvidia ปรับตัวขึ้นได้ดี โดย Nvidia ได้แรงหนุนจากรายงานว่าทางการจีนอาจอนุญาตให้บริษัทภายในประเทศเตรียมคำสั่งซื้อชิป AI รุ่น H200 ซึ่งถือเป็นสัญญาณสำคัญต่อความชัดเจนของรายได้ในอนาคต ขณะที่ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนช่องว่างด้านผลการดำเนินงานที่กว้างขึ้น ระหว่างผู้นำด้าน AI ที่มีโมเมนตัมกำไรชัดเจน กับบริษัทที่ยังประสบปัญหาในการแปลงการลงทุนเป็นผลกำไรค่ะ
ด้านหุ้นภาคธุรกิจอื่นของดาวโจนส์ หุ้นอย่าง Goldman Sachs Caterpillar และ Walt Disney กดดันดัชนี สะท้อนแรงกดดันต่อกลุ่มการเงิน อุตสาหกรรม และธุรกิจที่พึ่งพาผู้บริโภค ภายใต้สภาวะความผันผวนที่อยู่ในระดับสูงและพฤติกรรมการลงทุนแบบคัดเลือก ขณะเดียวกัน ความแข็งแกร่งของกลุ่มวัสดุและพลังงาน ซึ่งมีน้ำหนักจำกัดในดัชนีดาวโจนส์ สะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวของภาวะผู้นำตลาดนอกเหนือจากหุ้นเทคโนโลยีเป็นหลักค่ะ
ทั้งนี้ นักลงทุนกำลังจับตาสัปดาห์สำคัญที่จะมีการประกาศผลประกอบการของกลุ่ม “Magnificent Seven” และการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ แม้ตลาดคาดการณ์ว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ย แต่ตลาดยังคงอ่อนไหวต่อสัญญาณเกี่ยวกับการปรับลดดอกเบี้ยในอนาคต และความกังวลต่อความเป็นอิสระทางการเมืองของธนาคารกลาง สำหรับดาวโจนส์ คุณน้ามองว่าทิศทางระยะใกล้จะขึ้นอยู่กับว่าผลประกอบการของหุ้นขนาดใหญ่ในดัชนีจะสามารถชดเชยความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และยืนยันความเชื่อมั่นต่อความแข็งแกร่งอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้หรือไม่ค่ะ
โดยสรุป ดัชนีดาวโจนส์ (US30) ยังคงเผชิญแรงกดดันในระยะสั้น จากความผิดหวังด้านผลประกอบการและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ถ่วงบรรยากาศการลงทุน แม้หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ยังช่วยพยุงตลาดไว้ได้ สะท้อนภาพตลาดที่แบ่งขั้วชัดเจน โดยบริษัทที่มีแนวโน้มกำไรแข็งแกร่งและได้รับอานิสงส์จากความต้องการด้าน AI ยังคงโดดเด่น ขณะที่บางบริษัทเผชิญแรงต้านจากปัจจัยลบหลายด้าน ทั้งนี้ โครงสร้างของดัชนีดาวโจนส์ที่ถ่วงน้ำหนักตามราคาหุ้น ทำให้การเคลื่อนไหวของหุ้นราคาสูงส่งผลต่อทิศทางดัชนีอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ความกังวลเชิงมหภาคและแนวโน้มผลประกอบการที่ไม่สม่ำเสมอ บ่งชี้ว่าผลการดำเนินงานของ DJIA ในระยะใกล้จะถูกขับเคลื่อนโดยผลประกอบการรายไตรมาสของบริษัทหลักและการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศความเสี่ยง มากกว่าข้อมูลเศรษฐกิจโดยรวมเพียงอย่างเดียวค่ะ
บทวิเคราะห์ภาพรวมทางเทคนิคหุ้นสหรัฐ

ดัชนี US30 ปัจจุบันเคลื่อนไหวอยู่ต่ำกว่าระดับสำคัญบริเวณ 49,000 เล็กน้อย สะท้อนภาวะตลาดที่อยู่ในช่วงพักตัว หลังไม่สามารถรักษาโมเมนตัมขาขึ้นได้ในช่วงต้นสัปดาห์ จากมุมมองทางเทคนิค ดัชนีได้ปรับเข้าสู่ช่วงการปรับฐานระยะสั้น อย่างไรก็ดี โครงสร้างแนวโน้มหลักยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ตราบใดที่ราคายังสามารถยืนเหนือแนวรับสำคัญในระยะกลางได้ โดยการถูกแรงขายสกัดบริเวณแนวต้าน 49,600–49,800 ล่าสุด ยืนยันว่าฝั่งขายยังคงมีบทบาทชัดเจนในระดับราคาสูง ส่งผลให้โซนดังกล่าวกลายเป็นแนวต้านด้านบนที่แข็งแกร่งในระยะนี้ค่ะ
ทางด้านโซน 48,800–48,600 ถือเป็นกลุ่มแนวรับแรกที่มีความสำคัญ การปิดรายวันต่ำกว่า 48,600 จะเป็นสัญญาณเชิงลบ และอาจเปิดทางให้ดัชนีอ่อนตัวลงต่อสู่บริเวณ 48,200–48,000 ซึ่งคาดว่าจะเริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามา คุณน้ามองว่าตราบใดที่ US30 ยังยืนเหนือระดับ 48,000 ได้ โครงสร้างตลาดขาขึ้นในภาพใหญ่จะยังคงไม่ถูกทำลาย และการย่อตัวในระยะนี้ยังจัดอยู่ในลักษณะของการปรับฐานมากกว่าการกลับทิศแนวโน้มค่ะ
อย่างไรก็ดี ตัวชี้วัดโมเมนตัมสะท้อนภาวะชะลอตัว โดย RSI ชะลอลงจากเขตซื้อมากเกินไป และเคลื่อนไหวใกล้ระดับเป็นกลาง บ่งชี้ถึงการชะลอตัวของโมเมนตัมฝั่งขาขึ้น มากกว่าการเร่งขายเชิงรุก ภาพรวมจึงสนับสนุนแนวโน้มการแกว่งตัวในกรอบแคบในระยะใกล้ โดยราคามีแนวโน้มเคลื่อนไหวระหว่าง 48,600 ถึง 49,600 จนกว่าจะมีปัจจัยใหม่เข้ามากำหนดทิศทาง ทั้งนี้ ความผันผวนมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง ทำให้ความน่าเชื่อถือของสัญญาณทางเทคนิคยังคงถูกจำกัดค่ะ
ในมุมมองเชิงเทคนิคระยะถัดไป หากดัชนีสามารถเบรกขึ้นเหนือ 49,800 ได้อย่างชัดเจนพร้อมปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น จะเป็นสัญญาณของการไปต่อของแนวโน้ม และเปิดทางสู่เป้าหมายที่โซน 50,300–50,600 ในทางกลับกัน หากไม่สามารถรักษาระดับเหนือ 48,600 ได้ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการปรับฐานที่มากขึ้น ส่งผลให้คุณน้ามองว่า ดัชนี US30 กำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ โดยการทรงตัวเหนือแนวรับสำคัญยังสนับสนุนโอกาสการฟื้นตัวต่อเนื่อง ในขณะที่การปรับตัวหลุดแนวรับจะตอกย้ำว่าตลาดยังอยู่ในช่วงพักฐาน ก่อนการกำหนดทิศทางในระยะถัดไปค่ะ
📍ข้อมูลประกอบการวิเคราะห์ทางเทคนิค (US30 / DJIA)
- แนวรับสำคัญ : 48982.1, 48958.9, 48921.3
- แนวต้านสำคัญ : 49057.3, 49080.5, 49118.1
ข่าวที่ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มหุ้นสหรัฐ

ที่มา : Forexfactory
กำหนดการรายงานผลประกอบการ

ที่มา : TradingView
📍หุ้นสหรัฐที่น่าจับตามอง
- Microsoft (MSFT): คุณน้ามองว่า Microsoft ยังคงมีภาพทางเทคนิคที่แข็งแกร่ง แม้ตลาดโดยรวมจะมีความผันผวนเพิ่มขึ้น โดยราคายังเคลื่อนไหวอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นระยะกลางที่ชัดเจน และสามารถยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วันซึ่งกำลังปรับตัวขึ้นได้ สะท้อนว่าฝั่งซื้อยังคงคุมเกมในจังหวะย่อตัว โดยระดับ 455–460 ดอลลาร์ทำหน้าที่เป็นแนวรับระยะสั้นที่สำคัญ ขณะที่บริเวณ 480 ดอลลาร์เป็นแนวต้านหลักที่ต้องผ่านให้ได้เพื่อกลับเข้าสู่โมเมนตัมขาขึ้น ท่ามกลางตัวชี้วัดโมเมนตัมที่เริ่มชะลอลงแต่ยังไม่เข้าสู่ภาวะขายมากเกินไป บ่งชี้ถึงการพักฐานมากกว่าการกลับทิศของแนวโน้ม โดยตราบใดที่ MSFT ยังยืนเหนือโซนกลาง 450 ดอลลาร์ได้ มุมมองทางเทคนิคยังคงเป็นบวก และการทะลุผ่าน 480 ดอลลาร์มีแนวโน้มดึงดูดแรงซื้อจากนักลงทุนเพิ่มเติมค่ะ
- Amazon (AMZN): อยู่ในช่วงพักตัวหลังจากปรับขึ้นแรงก่อนหน้า โดยเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ซึ่งสะท้อนการปรับฐาน โดยหุ้นเริ่มมีแรงซื้อเข้ามาอย่างชัดเจนในโซน 230–235 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นแนวรับระยะสั้นสำคัญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 245–250 ดอลลาร์ โมเมนตัมอยู่ในระดับเป็นกลางและค่อนข้างทรงตัว บ่งชี้ว่า AMZN อยู่ในช่วงพักฐานเพื่อเลือกทิศทางในระยะถัดไป การปิดเหนือ 250 ดอลลาร์อย่างชัดเจนจะยืนยันการไปต่อของแนวโน้มขาขึ้น ขณะที่การหลุดต่ำกว่า 230 ดอลลาร์อย่างต่อเนื่องอาจส่งสัญญาณการปรับฐานที่ลึกขึ้นค่ะ
- NVIDIA (NVDA): ยังคงแสดงภาวะผู้นำเชิงเทคนิคในกลุ่ม AI แม้ความผันผวนของตลาดจะเพิ่มสูงขึ้น โดยราคายังคงยืนเหนือโซนแนวรับ 175–180 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นระดับสำคัญในการกำหนดแนวโน้มขาขึ้นในปัจจุบัน โดยมีแนวต้านระยะสั้นอยู่ที่ 195–200 ดอลลาร์ ตัวชี้วัดโมเมนตัมสะท้อนว่าแรงส่งขาขึ้นเริ่มชะลอ แต่ยังไม่พบสัญญาณของการเสียโครงสร้างแนวโน้ม ซึ่งสอดคล้องกับการพักฐานหลังการปรับตัวขึ้นแรง ตราบใดที่ NVDA ยังยืนเหนือ 180 ดอลลาร์ได้ โครงสร้างขาขึ้นหลักยังคงสมบูรณ์ และมีโอกาสกลับไปขึ้นต่อเมื่อสามารถผ่านแนวต้านได้พร้อมปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นค่ะ
- Goldman Sachs (GS): เริ่มเข้าสู่ช่วงปรับฐาน หลังไม่สามารถรักษาโมเมนตัมใกล้ระดับสูงสุดก่อนหน้าได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยกดดันดัชนีดาวโจนส์ในระยะสั้น ปัจจุบันราคากำลังทดสอบแนวรับเชิงจิตวิทยาและเทคนิคบริเวณ 900 ดอลลาร์ โดยหากแรงขายเร่งตัว อาจเห็นการถอยลงสู่โซนแนวรับถัดไปที่ 880–890 ดอลลาร์ แม้โครงสร้างระยะยาวยังคงเป็นบวก แต่โมเมนตัมระยะสั้นเริ่มอ่อนแรง สะท้อนแรงขายทำกำไรที่ยังดำเนินอยู่ โดยการกลับขึ้นเหนือ 940 ดอลลาร์จะเป็นสัญญาณสำคัญในการฟื้นตัวของโมเมนตัมขาขึ้นอีกครั้ง ขณะที่การยืนต่ำกว่า 900 ดอลลาร์อย่างต่อเนื่องจะทำให้หุ้นยังมีความเปราะบางต่อการพักฐานต่อไปค่ะ
- Caterpillar (CAT): เริ่มมีสัญญาณอ่อนตัวทางเทคนิค ท่ามกลางแรงกดดันต่อหุ้นวัฏจักรและกลุ่มอุตสาหกรรมจากความไม่แน่นอนเชิงมหภาค โดยราคาปรับลงมาใกล้ระดับ 620 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นแนวรับเชิงโครงสร้างที่จำเป็นต้องคงไว้ เพื่อหลีกเลี่ยงการเสื่อมถอยของแนวโน้มหลัก โดยแนวต้านระยะสั้นอยู่ที่บริเวณ 650 ดอลลาร์ ขณะที่โมเมนตัมเอนเอียงไปทางลบ สะท้อนท่าทีระมัดระวังของนักลงทุน หาก CAT สามารถทรงตัวเหนือ 620 ดอลลาร์ได้ อาจเห็นการสร้างฐานเพื่อฟื้นตัวในระยะถัดไป แต่หากหลุดระดับดังกล่าว มีความเสี่ยงที่จะเกิดการปรับฐานลึกลงสู่กรอบสะสมก่อนหน้าได้ค่ะ
🔍คุณน้าแนะนำเทรดหุ้น CFD ไปกับโบรกเกอร์ IUX

IUX มีการให้บริการซื้อขายหุ้น CFD ประกอบไปด้วยหุ้นกลุ่ม Magnificent Seven (M7) อีกทั้งยังมีหุ้นให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Coca Cola, Adobe, Alibaba, McDonalds Incorporated และ Netflix เป็นต้น ทำให้เหมาะสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่และเทรดเดอร์รายย่อยที่มีต้นทุนจำกัดแล้วต้องการซื้อขายหุ้นระดับโลก
สรุปคุยหุ้นสหรัฐและแนวโน้มในการลงทุน (US30 / DJIA)
จุดน่าเข้า Buy
- Buy/ Long 1 : หากมีการแตะแนวรับที่ช่วงราคา 48922.1 – 48982.1 แต่ไม่สามารถทะลุแนวรับที่ 48982.1 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 49057.3 และ SL ที่ประมาณ 48892.0 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
- Buy/ Long 2 : หากสามารถทะลุแนวต้านที่ช่วงราคา 49057.3 – 49117.3 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 49150.9 และ SL ที่ประมาณ 48952.0 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
จุดน่าเข้า Sell
- Sell/ Short 1 : หากมีการแตะแนวต้านที่ช่วงราคา 49057.3 – 49117.3 แต่ไม่สามารถทะลุแนวต้านที่ 49057.3 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 48954.1 และ SL ที่ประมาณ 49147.3 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
- Sell/ Short 2 : หากสามารถทะลุแนวรับที่ช่วงราคา 48922.1 – 48982.1 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 48855.7 และ SL ที่ประมาณ 49087.0 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
คำเตือน
บทวิเคราะห์นี้ใช้สำหรับการศึกษาข้อมูลของหุ้นสหรัฐเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาในการชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลของสินทรัพย์และศึกษาความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด ประกอบกับศึกษาแนวโน้มหุ้นและข่าวสหรัฐก่อนตัดสินใจลงทุน
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge







