ภาษี e-Service คืออะไร คือ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) ที่กรมสรรพากรจัดเก็บจากผู้ให้บริการทางดิจิทัลจากต่างประเทศที่ไม่มีหน้าร้านในไทย ปัจจุบันบริการสตรีมมิ่ง เกม และแอปพลิเคชันต่างชาติกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ แต่หลายคนอาจไม่เคยสังเกตว่า ทุกยอดบิลรายเดือนที่เราจ่ายไป มีภาษีแฝงก้อนนี้รวมอยู่ด้วยเสมอ
ในบทความนี้ คุณน้าจะพามารู้จักกับภาษีตัวนี้ว่าคืออะไร ใครต้องเสีย และส่งผลต่อกระเป๋าเงินของเราอย่างไรบ้างค่ะ
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
ภาษี e-Service คืออะไร?
ภาษี e-Service คือ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) ที่จัดเก็บจากแพลตฟอร์มหรือผู้ให้บริการทางดิจิทัลจากต่างประเทศที่ให้บริการแก่ผู้ใช้ในประเทศไทย โดยบังคับใช้ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 53) พ.ศ. 2564 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564 เป็นต้นมา กฎหมายฉบับนี้กำหนดให้แพลตฟอร์มต่างชาติที่มีรายได้จากการให้บริการ e-Service ในไทยเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องลงทะเบียนชำระภาษีมูลค่าเพิ่มและนำส่งภาษีให้แก่กรมสรรพากรไทย
บริการ e-Service หรือบริการทางดิจิทัล ครอบคลุมการส่งผ่านข้อมูลผ่านระบบอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ที่เกิดขึ้นแบบอัตโนมัติ โดยที่ผู้ขายไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านหรือตัวแทนในประเทศไทย เช่น บริการดูหนังฟังเพลงสตรีมมิ่ง การดาวน์โหลดเกมหรือแอปพลิเคชัน การซื้อโฆษณาออนไลน์ และบริการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ (Cloud Storage)
ใครต้องเสียภาษี e-Service และจัดเก็บในอัตราเท่าใด?
ในการจัดเก็บภาษีดังกล่าวนั้น กรมสรรพากรกำหนดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ที่ 7% ซึ่งเป็นอัตราเดียวกับ ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ของการซื้อขายสินค้าและบริการทั่วไปภายในประเทศ โดยกลไกการชำระภาษีถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนตามประเภทของผู้ใช้งาน ดังนี้ค่ะ
- ผู้ใช้งานทั่วไป (B2C – Business to Consumer): หากผู้ใช้บริการเป็นบุคคลธรรมดาหรือผู้บริโภคทั่วไป แพลตฟอร์มต่างชาติมีหน้าที่ต้องบวก VAT 7% เพิ่มเข้าไปในราคาบริการ แล้วทำการจัดเก็บเงินส่วนนั้นเพื่อนำส่งกรมสรรพากรด้วยตนเอง นั่นหมายความว่า ผู้รับภาระภาษี e-Service ที่แท้จริงก็คือผู้บริโภคอย่างเราๆ ผ่านราคาค่าบริการที่ปรับตัวสูงขึ้นนั่นเองค่ะ
- ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT (B2B – Business to Business): หากผู้ใช้บริการเป็นบริษัทหรือนิติบุคคลที่จดทะเบียน VAT ในไทย แพลตฟอร์มต่างชาติจะไม่บวก VAT 7% ในใบแจ้งหนี้ แต่บริษัทในไทยมีหน้าที่ต้องยื่นแบบ ภ.พ.36 เพื่อนำส่ง VAT 7% ให้แก่กรมสรรพากรแทน
คำแนะนำจากคุณน้า
สำหรับวัยทำงานหรือ First Jobber ที่ชอบสมัครบริการดิจิทัลต่างๆ คุณน้าแนะนำให้ลองสังเกตใบเสร็จรับเงินหรือบิลตัดบัตรเครดิตรายเดือนดูนะคะว่า ราคาสินค้าที่แสดงอยู่นั้นได้รวม VAT 7% ไว้แล้ว (VAT Inclusive) หรือเป็นราคาที่ยังไม่รวม VAT แล้วมาบวกเพิ่มในขั้นตอนสุดท้าย (VAT Exclusive) เพื่อให้เราคำนวณงบประมาณค่าใช้จ่ายประจำเดือนได้อย่างแม่นยำและไม่เกิดปัญหาเงินตึงมือภายหลังค่ะ
ภาษี e-Service มีอะไรบ้าง และครอบคลุมบริการดิจิทัลไหนบ้าง?
บริการ e-Service ที่อยู่ในขอบข่ายการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ครอบคลุมแพลตฟอร์มยอดนิยมมากมายที่คนรุ่นใหม่ใช้งานกันเป็นประจำ โดยสามารถแบ่งประเภทบริการ e-Service ออกเป็นหมวดหมู่หลัก ๆ ได้ดังนี้ค่ะ
บริการสตรีมมิ่งหนัง เพลง และความบันเทิง
กลุ่มนี้ถือเป็นบริการ e-Service ที่ใกล้ตัวผู้บริโภคมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มดูซีรีส์หรือฟังเพลงยอดฮิต เช่น
- เมื่อคุณสมัคร Netflix ภาษี VAT 7% จะถูกคำนวณรวมอยู่ในค่าสมาชิกรายเดือนตามแพ็กเกจที่คุณเลือกโดยอัตโนมัติ
- Spotify, YouTube Premium, Disney+ Hotstar และ VIU
- แอปพลิเคชันอ่านเว็บตูน นิยายออนไลน์ และสตรีมมิ่งมิวสิกอื่นๆ
เกมและแอปพลิเคชันออนไลน์
หมวดหมู่ความบันเทิงดิจิทัลสำหรับสายเกมเมอร์และคนชอบใช้แอปพลิเคชัน ได้แก่
- การซื้อเกม เติมเงินเกม หรือซื้อไอเทมในเกมผ่านระบบอย่าง Steam, Origin หรือ Epic Games
- การซื้อแอปพลิเคชันหรือการเติมเงินซื้อบริการภายในแอป (In-App Purchase) ผ่าน App Store และ Google Play Store
โฆษณาออนไลน์และแพลตฟอร์มการทำงาน
หมวดนี้กระทบทั้งผู้ใช้งานทั่วไป คนทำอาชีพเสริม และฟรีแลนซ์ที่ต้องใช้เครื่องมือดิจิทัลทำงาน ได้แก่
- ค่าโฆษณาบนโซเชียลมีเดียและเสิร์ชเอนจิน เช่น Facebook Ads, Google Ads, TikTok Ads และ LINE Ads
- ซอฟต์แวร์และเครื่องมือการทำงานบนคลาวด์ เช่น Canva, Adobe Creative Cloud, Microsoft 365 และ Zoom

ถอดรหัสภาระภาษีแฝง: สมัครบริการดิจิทัลหลายตัว กระทบเงินออมแค่ไหน?
แม้ภาษีแฝงตัวนี้ในอัตรา 7% จะดูเป็นจำนวนเงินเพียงเล็กน้อยเมื่อมองเป็นรายรายการ เช่น ค่าบริการสตรีมมิ่งเดือนละ 300 บาท มีภาษีแฝงอยู่ประมาณ 21 บาทเท่านั้น แต่เมื่อเราสมัครหลายบริการพร้อมกันในยุคดิจิทัล ภาระภาษีแฝงสะสมนี้อาจกลายเป็นภัยเงียบทางการเงินที่คอยกัดกินเงินออมของคุณโดยไม่รู้ตัวค่ะ
คุณน้าขอยกตัวอย่างการคำนวณค่าใช้จ่ายรายเดือนของวัยทำงานคนหนึ่งที่สมัคร ค่าสตรีมมิ่งรายเดือน Subscription และบริการดิจิทัลต่าง ๆ ดังนี้ค่ะ
| บริการ | ค่าบริการ/เดือน | ภาษีแฝง e-Service |
| Netflix / Disney+ | 419 บาท | ~27.41 บาท |
| Spotify Premium | 139 บาท | ~9.09 บาท |
| Google One / iCloud | 99 บาท | ~6.48 บาท |
| Canva / Adobe | 350 บาท | ~22.90 บาท |
| ไอเทมเกม/เติมเกม | 500 บาท | ~32.71 บาท |
รวมค่าบริการดิจิทัลทั้งหมด: 1,507 บาทต่อเดือน คิดเป็นภาษีแฝง e-Service รวมประมาณ 98.59 บาทต่อเดือน เมื่อคำนวณสะสมตลอดทั้งปี (12 เดือน) คุณจะจ่ายค่าบริการดิจิทัลรวม 18,084 บาท และในจำนวนนี้เป็น ภาษีแฝง e-Service สะสมสูงถึง 1,183 บาทต่อปี เลยทีเดียวค่ะ
ข้อสังเกตเพิ่มเติม
ปัญหาการสมัครบริการดิจิทัลซ้ำซ้อนหลายตัว หรือที่เรียกว่า Subscription Fatigue มักทำให้เงินในบัญชีไหลออกทีละนิดโดยที่เราไม่ทันระวัง หากปล่อยไว้โดยไม่มีการจัดงบประมาณ การจ่ายภาษีแฝงและค่าสมาชิกเหล่านี้อาจกระทบต่อเป้าหมายการสร้างเงินสำรองฉุกเฉินหรือเงินลงทุนในระยะยาวได้ค่ะ คุณน้าขอแนะนำให้หมั่นตรวจเช็กบิลรายเดือน ตัดบริการที่ไม่ได้ใช้ออกไป หรือเลือกใช้แพ็กเกจครอบครัวเพื่อช่วยหารค่าใช้จ่ายลงค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
e-Service คืออะไร?
e-Service คือ การให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตจากต่างประเทศที่เกิดขึ้นแบบอัตโนมัติ โดยผู้ขายไม่ต้องมีหน้าร้านในไทย เช่น บริการสตรีมมิ่ง เกม แอปพลิเคชัน และโฆษณาออนไลน์
ใครต้องเสียภาษี e-Service?
ผู้รับภาระภาษี e-Service ที่แท้จริงคือผู้บริโภคทั่วไปในประเทศไทย เนื่องจากแพลตฟอร์มต่างชาติจะนำส่ง VAT 7% ให้กรมสรรพากรโดยบวกเพิ่มเข้าไปในราคาค่าบริการรายเดือนของผู้ใช้งาน
ภาษี e-Service จัดเก็บในอัตราเท่าใด?
จัดเก็บในอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% ซึ่งเป็นอัตราเดียวกับการซื้อขายสินค้าและบริการทั่วไปภายในประเทศไทย
สรุปเกี่ยวกับภาษี e-Service
ภาษีตัวนี้คือ ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ที่กรมสรรพากรจัดเก็บจากบริการดิจิทัลและแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งต่างชาติ แม้ว่ากฎหมายจะกำหนดให้บริษัทต่างชาติเป็นผู้นำส่งภาษี แต่ในความเป็นจริงภาระค่าใช้จ่ายก้อนนี้ถูกผลักมายังผู้บริโภคผ่านราคาค่าบริการรายเดือน การเข้าใจกลไกภาษีแฝง e-Service จะช่วยให้คนรุ่นใหม่วางแผนการเงินส่วนบุคคลได้อย่างรัดกุม เลือกสมัครเฉพาะบริการที่จำเป็น และบริหารงบประมาณรายเดือนได้คุ้มค่าที่สุดค่ะ
การลงทุนและการบริหารเงินมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนบางส่วนหรือทั้งหมดได้ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุนส่วนบุคคล
บทความนี้จัดทำขึ้นโดยทีมงานร่วมกับเครื่องมือ AI เพื่อช่วยรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูล และผ่านการตรวจทานโดยทีมบรรณาธิการก่อนเผยแพร่ ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานคุณน้าพาเทรด
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: กรมสรรพากร
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge







