งบกำไรขาดทุน คือ งบการเงินที่แสดงผลการดำเนินงานของกิจการในช่วงเวลาหนึ่ง ว่ามีรายได้ ค่าใช้จ่าย และกำไรหรือขาดทุนสุทธิเท่าใดค่ะ เปรียบเสมือน “ใบตรวจสุขภาพ” ที่บอกว่าธุรกิจนั้นทำมาหากินเก่งจริงไหม หรือมีรายจ่ายซ่อนอยู่ตรงไหนบ้าง
ในบทความนี้ คุณน้าจะพาไปย่อยเรื่องนี้แบบเข้าใจง่าย อ่านเป็นทันทีตั้งแต่ครั้งแรกค่ะ
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
งบกำไรขาดทุน คืออะไร?
งบกำไรขาดทุน (Income Statement หรือ Profit and Loss Statement) คือ งบการเงินที่สรุปผลการดำเนินงานของบริษัทในรอบระยะเวลาหนึ่ง เช่น ทุกไตรมาส หรือรอบ 1 ปีเต็ม โดยจะบอกให้เราทราบว่าบริษัทมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการเท่าไหร่ มีต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจเท่าไหร่ และท้ายที่สุดแล้วเหลือเป็นกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิเท่าไหร่ค่ะ
หากจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่าย ๆ งบตัวนี้ก็เหมือนกับ “สมุดบัญชีรายรับ-รายจ่าย” ประจำเดือนของตัวเราเองนั่นเองค่ะ ถ้าเดือนไหนเรารับเงินเดือนมา แล้วหักค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าหอพัก แล้วยังมีเงินเหลือ นั่นคือเรามีกำไรสุทธิ แต่ถ้าค่าใช้จ่ายเกินเงินเดือนจนต้องดึงเงินออมมาใช้ นั่นคือเรากำลังขาดทุนสุทธิค่ะ
งบกำไรขาดทุน มีอะไรบ้าง?
งบตัวนี้จะเรียงลำดับรายการจากบนลงล่าง หรือที่ในวงการการเงินเรียกว่าการอ่านจาก Top Line (รายได้รวม) ลงมายัง Bottom Line (กำไรสุทธิ) โดยบรรทัดสำคัญที่คุณน้าอยากให้สังเกต มีดังนี้ค่ะ
- รายได้จากการขายและบริการ (Revenue / Sales): ยอดขายรวมทั้งหมดที่บริษัททำได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการหลัก
- ต้นทุนขาย (Cost of Goods Sold – COGS): ต้นทุนทางตรงที่ใช้ในการผลิตสินค้าหรือบริการ เช่น ค่าวัตถุดิบ ค่าแรงพนักงานฝ่ายผลิต
- กำไรขั้นต้น (Gross Profit): เงินที่เหลือหลังจากนำรายได้จากการขายหักด้วยต้นทุนขาย สะท้อนถึงความสามารถในการทำกำไรพื้นฐานของตัวสินค้า
- ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A): ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานทั่วไป เช่น ค่าการตลาด เงินเดือนพนักงานออฟฟิศ ค่าน้ำค่าไฟ และค่าเช่าสำนักงาน
- กำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit / EBIT): กำไรที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจหลักจริงๆ ก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี
- กำไรสุทธิ (Net Profit): บรรทัดสุดท้ายหลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมด รวมถึงดอกเบี้ยจ่ายและภาษีเงินได้เรียบร้อยแล้ว
การคำนวณกำไรสุทธิในงบกำไรขาดทุน ใช้สูตรใด?
การคำนวณกำไรสุทธิใช้สูตรพื้นฐานดังนี้ค่ะ
สูตรคำนวณ
กำไรสุทธิ = รายได้รวม – ค่าใช้จ่ายรวม (ต้นทุนขาย + ค่าใช้จ่ายในการขายบริหาร + ดอกเบี้ย + ภาษี)
คุณน้าขอยกตัวอย่างการคำนวณให้เห็นภาพง่าย ๆ ดังนี้นะคะ
บริษัท A (ชื่อสมมติเพื่อการศึกษา) มีรายได้จากการขายเสื้อผ้า 1,000,000 บาท มีต้นทุนค่าผ้าและค่าช่างเย็บ 400,000 บาท ทำให้มีกำไรขั้นต้น 600,000 บาท จากนั้นมีค่าเช่าร้านและค่าการตลาด 200,000 บาท จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ 20,000 บาท และเสียภาษี 76,000 บาท
ย่อหน้านี้เราจะมาคำนวณกำไรสุทธิกันค่ะ นำรายได้ 1,000,000 บาท หักค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (400,000 + 200,000 + 20,000 + 76,000 = 696,000 บาท) จะได้กำไรสุทธิเท่ากับ 304,000 บาทนั่นเองค่ะ

งบกำไรขาดทุน สำคัญยังไงกับการตัดสินใจลงทุน?
สำหรับนักลงทุนมือใหม่ การดูว่างบมีกำไรสุทธิเติบโตอย่างเดียวอาจไม่พอค่ะ เพราะบางครั้งบริษัทอาจมี “กำไรหลอกตา” ที่ไม่ได้เกิดจากการขายสินค้าดี แต่เกิดจากรายการพิเศษ เช่น การขายที่ดินเก่าของบริษัท หรือกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนชั่วคราว ซึ่งรายการเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นสม่ำเสมอทุกปี
คำแนะนำจากคุณน้า
– แยกแยะให้ชัดระหว่างกำไรหลักกับกำไรพิเศษ: ให้เน้นดูที่ “กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT)” เป็นหลัก เพื่อให้แน่ใจว่าธุรกิจเติบโตจากตัวสินค้าจริงๆ
– เช็กสัดส่วนการเติบโตย้อนหลัง: ควรอ่านงบย้อนหลังอย่างน้อย 3–5 ปี เพื่อดูว่ารายได้และกำไรมีแนวโน้มเติบโตสม่ำเสมอหรือไม่
– อ่านควบคู่กับงบการเงินอื่นเสมอ: กำไรสุทธิในงบตัวนี้ไม่ได้หมายความว่าบริษัทมีเงินสดสด ๆ เข้ามาจริง เพราะอาจเป็นการขายเชื่อที่คุณน้ายังเก็บเงินไม่ได้ ดังนั้น นักลงทุนจึงควรนำไปวิเคราะห์ร่วมกับ งบดุล เพื่อดูโครงสร้างหนี้สิน รวมถึงรายการทรัพย์สินต่างๆ เช่น สินทรัพย์หมุนเวียน และ งบกระแสเงินสด เพื่อดูสภาพคล่องของเงินสดควบคู่กันเสมอค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
ผู้เสียภาษีข้อใดเสียภาษีเงินได้จากฐานกำไรสุทธิ?
นิติบุคคล ได้แก่ บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยและต่างประเทศที่ประกอบกิจการในไทย จะเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลโดยคำนวณจากฐานกำไรสุทธิทางภาษีค่ะ
งบกำไรขาดทุน สำคัญกับนักลงทุนยังไง?
ช่วยให้นักลงทุนประเมินศักยภาพการทำกำไร ประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุน และใช้คำนวณอัตราส่วนทางการเงินสำคัญ เช่น อัตรากำไรสุทธิ เพื่อเปรียบเทียบความแข็งแกร่งกับคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกันก่อนตัดสินใจลงทุนค่ะ
งบกำไรขาดทุน ต่างจาก งบดุล อย่างไร?
งบตัวนี้บอก “ผลการดำเนินงาน” ว่าในช่วงเวลาหนึ่งทำมาหากินได้กำไรหรือขาดทุนเท่าไหร่ ส่วนงบดุลจะบอก “ฐานะทางการเงิน ณ วันใดวันหนึ่ง” ว่าบริษัทมีสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่เท่าไหร่ ซึ่งข้อมูลทั้งสองจะนำไปใช้วิเคราะห์ PE Ratio เพื่อดูความคุ้มค่าของราคาหุ้นต่อไปค่ะ
สรุปเกี่ยวกับงบกำไรขาดทุน
มันคือเครื่องมือชิ้นสำคัญที่ช่วยให้นักลงทุนมองเห็นภาพรวมการทำมาหากินของบริษัทได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์งบการเงินเพียงฉบับเดียวอาจทำให้เรามองเห็นภาพไม่ครบถ้วนและเกิดความเสี่ยงในการลงทุนได้
คุณน้าขอแนะนำให้ศึกษางบการเงินอื่น ๆ ประกอบกัน และใช้อัตราส่วนทางการเงินเข้ามาช่วยวิเคราะห์ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคัดเลือกหุ้นคุณภาพเข้าพอร์ตนะคะ
การลงทุนมีความเสี่ยงและมีความผันผวนสูง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ นักลงทุนควรศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ ทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค ก่อนการตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลในอนาคต บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน
บทความนี้จัดทำขึ้นโดยทีมงานร่วมกับเครื่องมือ AI เพื่อช่วยรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูล และผ่านการตรวจทานโดยทีมบรรณาธิการก่อนเผยแพร่ ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานคุณน้าพาเทรด
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ กรมสรรพากร
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge








