หุ้น Laggard คือ หุ้นที่ราคาเคลื่อนไหวช้ากว่ากลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกันหรือช้ากว่าตลาดโดยรวมค่ะ ในช่วงที่ตลาดหุ้นเป็นเทรนด์ขาขึ้น นักลงทุนหลายคนมักจะมองหาหุ้นที่ราคายังไม่วิ่งเพื่อหวังทำกำไรตามหลังเพื่อน แต่การลงทุนในหุ้นที่ขยับช้านี้มีทั้งโอกาสและข้อควรระวังที่ต้องศึกษา
ในบทความนี้ คุณน้าจะพาไปเจาะลึกว่าหุ้น Laggard ดูยังไง พร้อมเทคนิคการเลือกให้ปลอดภัย ไม่ตกเป็นเหยื่อกับดักมูลค่าค่ะ
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยงและมีโอกาสสูญเสียเงินต้น ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันผลตอบแทนในอนาคต โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านและศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน
หุ้น Laggard คืออะไร?
หุ้น Laggard (Laggard Stock) คือ หุ้นที่มีการเติบโตของราคาหรือสร้างผลตอบแทนได้ตามหลังดัชนีชี้วัด (Benchmark) หรือปรับตัวขึ้นช้ากว่าหุ้นตัวอื่น ๆ ในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด
หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่าย ๆ การเคลื่อนไหวของราคาหุ้นในตลาดก็เหมือนการวิ่งแข่งในสนาม เมื่อตลาดเป็นเทรนด์ขาขึ้น หุ้นส่วนใหญ่จะวิ่งนำไปข้างหน้า แต่หุ้น Laggard จะเป็นหุ้นที่ยังคงขยับตัวอย่างช้า ๆ หรือทรงตัวอยู่กับที่ ทำให้ราคายังคงล้าหลังตัวอื่นอยู่ค่ะ
หุ้น Laggard vs Leader ต่างกันอย่างไร?
เมื่อเข้าใจแล้วว่า หุ้น Laggard คือ อะไร มาดูกันต่อว่าแตกต่างจากหุ้น Leader อย่างไรบ้างค่ะ
การแบ่งประเภทหุ้นตามความเร็วในการเคลื่อนไหวของราคาในช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง มักจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ หุ้น Leader และ หุ้น Laggard ซึ่งมีความแตกต่างกัน ดังนี้ค่ะ
- หุ้น Leader (หุ้นผู้นำกลุ่ม): คือ หุ้นที่ราคาพุ่งนำตลาดขึ้นไปก่อน มีปริมาณการซื้อขาย (Volume) เข้ามาหนาแน่น สะท้อนว่าได้รับความสนใจจากนักลงทุนรายใหญ่ และมักจะตอบรับต่อข่าวดีหรือผลประกอบการที่แข็งแกร่งก่อนใคร
- หุ้น Laggard (หุ้นผู้ตามกลุ่ม): คือ หุ้นที่ราคายังขยับขึ้นน้อยกว่า มีอัตราส่วนประเมินมูลค่า (Valuation) ที่ยังไม่แพง เช่น ค่า P/E หรือ P/BV ต่ำกว่าเฉลี่ยของกลุ่ม แต่ก็มักจะมาพร้อมกับสภาพคล่องการซื้อขายที่เบาบางกว่า
หุ้น Laggard ดูยังไง? 3 จุดสังเกตฉบับคุณน้า
สำหรับมือใหม่ที่อยากรู้ว่าหุ้นตัวไหนเข้าข่ายเป็นหุ้น Laggard คุณน้าขอแนะนำ 3 จุดสังเกตง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ
- เปรียบเทียบความเคลื่อนไหวของราคา (Price Performance): ตรวจสอบเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้นเทียบกับดัชนีกลุ่มอุตสาหกรรม (Sector Index) ในช่วงเวลาเดียวกัน เช่น ดัชนีกลุ่มวิ่งขึ้นไปแล้ว 15% แต่ราคาหุ้นตัวนี้กลับเพิ่งขึ้นมาเพียง 2%
- เช็กอัตราส่วนทางการเงิน (Valuation Metrics): หุ้น Laggard ที่ดีมักจะมีค่า P/E Ratio หรือ P/BV Ratio ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของหมวดธุรกิจเดียวกันอย่างมีนัยสำคัญ
- สังเกตปริมาณการซื้อขาย (Volume): หุ้นที่ขยับช้ามักจะมีปริมาณการซื้อขายค่อนข้างเบาบาง เนื่องจากตลาดยังไม่ได้ให้ความสนใจหรือยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่ ๆ เข้ามากระตุ้น
คำแนะนำจากคุณน้า
1. อย่าดูแค่เรื่องราคาที่ไม่วิ่งเพียงอย่างเดียว ต้องตรวจสอบงบการเงินและปัจจัยพื้นฐานเสมอ เพราะราคาที่ไม่ขึ้นอาจเกิดจากผลประกอบการที่ถดถอยจริง ซึ่งจะกลายเป็นกับดักมูลค่า (Value Trap) ได้ค่ะ
2. การเปรียบเทียบราคาหุ้นควรเทียบกับหุ้นที่อยู่ในประเภทธุรกิจเดียวกันเสมอ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำ
ประเภทของตราสารและกลุ่มหุ้นที่ควรสลับเล่นแบบ Laggard
การทำกำไรจากสภาวะตลาดด้วยกลยุทธ์ Laggard ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเลือกหุ้นสามัญเท่านั้น นักลงทุนยังสามารถมองหาโอกาสจากตราสารการเงินรูปแบบอื่น หรือการสลับกลุ่มอุตสาหกรรมได้ด้วยค่ะ
หุ้นสามัญ vs หุ้นบุริมสิทธิ และ Warrant
นอกจากหุ้นสามัญที่คุณน้ากล่าวไปข้างต้นแล้ว ในตลาดหลักทรัพย์ยังมีตราสารการเงินอื่นที่สามารถนำมาวิเคราะห์ความล้าหลังของราคาได้ เช่น
- หุ้นบุริมสิทธิ คือ ตราสารทุนที่มีสิทธิรับปันผลหรือสิทธิในการคืนทุนก่อนหุ้นสามัญ ซึ่งในบางสภาวะราคาของหุ้นบุริมสิทธิอาจขยับขึ้นช้ากว่าหุ้นสามัญของบริษัทเดียวกัน ทำให้เกิดช่องว่างราคา (Spread) ให้เลือกลงทุน
- Warrant คือ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ ซึ่งราคามักจะวิ่งผันผวนตามหุ้นแม่ หากหุ้นแม่วิ่งขึ้นไปไกลแล้วแต่ราคา Warrant ยังไม่ตอบสนอง ก็อาจเป็นโอกาสในการเก็งกำไรระยะสั้นตามกลยุทธ์ Laggard ได้เช่นกันค่ะ
การ Rotation ตามกลุ่มอุตสาหกรรม
การเลือกหุ้น Laggard ไม่ใช่การสุ่มซื้อหุ้นตัวไหนก็ได้ แต่ต้องเข้าใจการหมุนเวียนของเงินทุน (Sector Rotation) ด้วย นักลงทุนมือใหญ่มักจะมองหากลุ่มอุตสาหกรรมที่ราคายังล้าหลังกว่าตลาด แต่เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวของผลประกอบการ เพื่อโยกย้ายเงินทุนเข้ามารอรับโอกาสการเติบโตในรอบถัดไป
วิธีเลือกหุ้น Laggard ให้ปลอดภัย ไม่ตกเป็นเหยื่อ Value Trap
เมื่อเข้าใจภาพรวมว่า หุ้น Laggard คือ อะไรและมีจุดสังเกตอย่างไรแล้ว มาดูกันว่าจะเลือกหุ้นกลุ่มนี้ให้ปลอดภัยได้อย่างไรบ้างค่ะ
การซื้อหุ้นที่ราคาขยับช้ามีความเสี่ยงที่จะเจอกับหุ้นที่ธุรกิจกำลังถดถอยอย่างยั่งยืน ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยในการลงทุน คุณน้าแนะนำให้ทำตาม 3 ขั้นตอนดังนี้ค่ะ
- เลือกหุ้นที่อยู่ในอุตสาหกรรมขาขึ้น: หุ้น Laggard ที่น่าสนใจควรอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีปัจจัยบวกรองรับ ไม่ใช่อุตสาหกรรมที่กำลังถูกดิสรัปต์ (Disrupted)
- ตรวจสอบความแข็งแกร่งของงบการเงิน: เช็กให้แน่ใจว่าบริษัทไม่มีปัญหาหนี้สินล้นพ้นตัว งบการเงินยังคงสร้างกำไรหรือมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่บวกอยู่เสมอ
- รอสัญญาณทางเทคนิคยืนยัน: ไม่ควรรีบซื้อทันทีที่เห็นราคาต่ำ ให้รอจนกว่าเริ่มเห็นปริมาณการซื้อขาย (Volume) เข้ามาผิดปกติ หรือราคาสามารถทะลุแนวต้านสำคัญขึ้นมาได้ก่อน เพื่อลดระยะเวลาการรอนานค่ะ
ข้อสังเกตเพิ่มเติม:
1. การลงทุนในหุ้น Laggard เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีความอดทนสูง เพราะอาจต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าที่ตลาดจะหันมารับรู้มูลค่าจริง
2. หากราคาหุ้นหลุดแนวรับสำคัญที่ตั้งไว้ ควรตัดขายขาดทุน (Stop Loss) ทันที เพราะแปลว่าปัจจัยพื้นฐานอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราวิเคราะห์ไว้ค่ะ
ก่อนตัดสินใจซื้อหุ้น Laggard ผ่านโบรกเกอร์รายใด ผู้ลงทุนควรทราบว่าโบรกเกอร์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากปริมาณการเทรด จึงควรศึกษาโครงสร้างค่าธรรมเนียมให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจ
นอกจากนี้ ควรหมั่นทบทวนสถานะการลงทุนเป็นระยะและกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับกลยุทธ์นี้ ไม่ควรถือครองยาวโดยไม่มีแผน และควรระวังอคติ FOMO (กลัวตกรถ) ที่อาจทำให้ตัดสินใจซื้อหุ้นโดยไม่วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานให้รอบคอบ
ทั้งนี้ ผู้ลงทุนควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าโบรกเกอร์ที่ใช้บริการได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. อย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการถูกหลอกลงทุนในนามของหุ้นปลอมค่ะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
คุณน้ารวบรวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ หุ้น Laggard คือ อะไร มาตอบให้ทุกคนหายสงสัยกันค่ะ
หุ้น Laggard น่าลงทุนไหม?
หุ้น Laggard น่าลงทุนในกรณีที่ปัจจัยพื้นฐานของบริษัทยังแข็งแกร่ง แต่ราคายังขึ้นช้ากว่ากลุ่ม ทำให้มีส่วนเผื่อความปลอดภัย (Margin of Safety) และโอกาสทำกำไรด้านบน (Upside) ที่ค่อนข้างกว้าง
ข้อดีคือมีอัตราส่วนผลตอบแทนต่อความเสี่ยง (Risk/Reward Ratio) ที่คุ้มค่า มีความเสี่ยงขาลง (Downside Risk) จำกัดเนื่องจากราคาปรับตัวลงมาต่ำมากแล้ว
เล่นหุ้น Laggard มีข้อดีและข้อเสี่ยงอย่างไร?
ข้อดีคือมี Risk/Reward Ratio ที่คุ้มค่า มี Downside Risk จำกัดเนื่องจากราคาปรับตัวลงมาต่ำมากแล้ว แต่ข้อเสียหลักคือเรื่องต้นทุนเสียโอกาส (Opportunity Cost) เพราะราคาอาจจะซึมยาวและไม่วิ่งตามกลุ่มเลย หากขาดความสนใจจากนักลงทุนรายใหญ่ค่ะ
ควรขายหุ้น Leader มาซื้อหุ้น Laggard ไหม?
ขึ้นอยู่กับ Valuation และสภาวะตลาดค่ะ หากหุ้น Leader ปรับตัวขึ้นจนเต็มมูลค่าหรือ P/E ตึงตัวมากแล้ว การแบ่งกำไรบางส่วนมาสะสมหุ้น Laggard ที่พื้นฐานดีและราคายังแพงน้อยกว่า ถือเป็นกลยุทธ์การปรับพอร์ตเพื่อลดความเสี่ยงที่ดี แต่ไม่แนะนำให้ขายหุ้น Leader ทั้งหมดเพราะหุ้นผู้นำมักจะวิ่งได้ไกลกว่าที่คิดค่ะ
สรุป หุ้น Laggard คือ
การลงทุนโดยใช้กลยุทธ์หา หุ้น Laggard คือ หนึ่งในวิธีช่วยลดความเสี่ยงสำหรับนักลงทุนที่ไม่ชอบไล่ราคาหุ้นที่พุ่งไปไกลแล้ว การเข้าใจลักษณะของหุ้นผู้ตาม พร้อมทั้งประยุกต์ใช้ร่วมกับ ลงทุนหุ้น มือใหม่ และวิเคราะห์พื้นฐานอย่างรอบคอบ จะช่วยให้สามารถค้นหาหุ้นดีราคาถูกได้อย่างปลอดภัย โดยอย่าลืมประเมินความเสี่ยงร่วมกับ defensive stock คืออะไร เพื่อให้พอร์ตการลงทุนมีความมั่นคงในทุกสภาวะตลาดค่ะ
การลงทุนมีความเสี่ยงและมีความผันผวนสูง นักลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นได้ จึงควรศึกษารายละเอียดให้รอบคอบทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิคก่อนการตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลในอนาคต บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานคุณน้าพาเทรด
บทความนี้จัดทำโดยทีมงานคุณน้าพาเทรด โดยมีการใช้เครื่องมือ AI ช่วยร่างเนื้อหาบางส่วน และผ่านการตรวจสอบความถูกต้องโดยผู้เชี่ยวชาญก่อนเผยแพร่
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ Settrade Open Financial Market
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge







