หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ คือ ตราสารหนี้ประเภทหนึ่งที่ไม่กำหนดวันไถ่ถอนคืนเงินต้นไว้แน่นอน บริษัทผู้ออกจะจ่ายดอกเบี้ยให้ผู้ถือหุ้นกู้ไปเรื่อย ๆ ตามเงื่อนไข จนกว่าบริษัทจะใช้สิทธิไถ่ถอนก่อนกำหนดค่ะ
ในบทความนี้ คุณน้าจะพามาทำความเข้าใจว่า หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ คืออะไร มีเงื่อนไขเฉพาะตัว ความเสี่ยง และข้อควรระวังอะไรบ้างที่นักลงทุนต้องรู้นะคะ
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยงและมีโอกาสสูญเสียเงินต้น ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันผลตอบแทนในอนาคต โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านและศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน
หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ คืออะไร?
หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ หรือที่มักเรียกว่า Perpetual Bond คือ ตราสารหนี้ที่ไม่มีกำหนดอายุการไถ่ถอนคืนเงินต้นอย่างแน่ชัด ผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิถือเงินต้นไว้ได้ตลอดไป และจะชำระดอกเบี้ยตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นกู้ไปเรื่อย ๆ จนถูกเรียกว่า หุ้นกู้ดอกเบี้ยตลอดชีพ โดยส่วนใหญ่บริษัทผู้ออกหุ้นกู้จะมีเงื่อนไขแฝงในการขอไถ่ถอนคืนเงินต้นก่อนกำหนด (Call Option) เช่น สามารถขอไถ่ถอนได้เมื่อครบกำหนด 5 ปี เป็นต้นค่ะ
หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ ต่างจากหุ้นกู้ทั่วไปอย่างไร?
แม้ว่าจะเรียกว่าเป็นตราสารหนี้เหมือนกัน แต่หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์มีโครงสร้างสัญญาที่แตกต่างจากหุ้นกู้ภาคเอกชนทั่วไปอย่างชัดเจนใน 3 ด้านหลัก ดังนี้ค่ะ
- ระยะเวลาไถ่ถอนเงินต้น: หุ้นกู้ทั่วไปจะมีวันหมดอายุและคืนเงินต้นชัดเจน (เช่น 3 ปี หรือ 5 ปี) แต่หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ไม่มีวันหมดอายุ ผู้ออกหุ้นกู้คืนเงินต้นเมื่อไหร่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขสัญญาและการตัดสินใจของบริษัท
- สิทธิการเลื่อนชำระดอกเบี้ย: ผู้ออกหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์มีสิทธิเลื่อนการจ่ายดอกเบี้ยออกไปได้โดยสมบูรณ์ หากบริษัทประสบภาวะขาดทุน หรือต้องการสำรองสภาพคล่อง โดยการเลื่อนจ่ายดอกเบี้ยนี้จะไม่ถือว่าบริษัทผิดนัดชำระหนี้ (Default)
- ลำดับการได้รับชำระคืนหนี้: หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์มีสถานะเป็นหุ้นกู้ด้อยสิทธิ (Subordinated Bond) หมายความว่า หากบริษัทผู้ออกต้องล้มละลายหรือเลิกกิจการ ผู้ถือหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์จะได้รับชำระหนี้คืนหลังเจ้าหนี้สามัญและหุ้นกู้ทั่วไป แต่ยังได้ก่อนผู้ถือหุ้นสามัญค่ะ
ข้อดี ข้อเสีย และความเสี่ยงของหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์
ข้อดีของหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์
- อัตราดอกเบี้ยจูงใจสูง: ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ยสูงกว่าหุ้นกู้ทั่วไปของบริษัทเดียวกัน เพื่อชดเชยกับระยะเวลาที่ไม่แน่นอนและการด้อยสิทธิ อัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ในตลาดไทยช่วงปี 2026 เฉลี่ยประมาณ 5.0% – 7.0% ต่อปี (อ้างอิงจาก: [ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA)]
- สร้างกระแสเงินสดต่อเนื่อง: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรับผลตอบแทนดอกเบี้ยเป็นสม่ำเสมอรอบระยะยาว
ความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องระวัง (หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ เสี่ยงไหม)
- ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: การขายเปลี่ยนเป็นเงินสดทำได้ยาก เนื่องจากตลาดรองของหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์มีสภาพคล่องต่ำกว่าหุ้นกู้ทั่วไป
- ความเสี่ยงจากการถูกเลื่อนจ่ายดอกเบี้ย: บริษัทอาจเลื่อนการจ่ายดอกเบี้ยสะสมไปเรื่อย ๆ ได้ตามเงื่อนไขหากผลประกอบการไม่ดี
- ความเสี่ยงจากการไม่ได้รับการไถ่ถอน (Call Option Risk): หากในอนาคตอัตราดอกเบี้ยในตลาดปรับตัวสูงขึ้น บริษัทอาจเลือกไม่ใช้สิทธิไถ่ถอนเงินต้นคืนเมื่อครบ 5 ปี ทำให้นักลงทุนต้องถือหุ้นกู้ต่อไปในอัตราดอกเบี้ยเดิมที่อาจไม่คุ้มค่า
คำแนะนำจากคุณน้า
1. ตรวจสอบอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ของทั้งตัวบริษัทและตัวหุ้นกู้เอง โดยปกติอันดับตราสารของหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์จะถูกปรับลดลงจากอันดับบริษัท 1–2 ขั้นเสมอเนื่องจากการด้อยสิทธิ เช็ก Credit Rating จาก TRIS Rating
2. ประเมินความต้องการใช้เงินของตนเอง ไม่ควรนำเงินเก็บก้อนสุดท้ายหรือเงินสำรองฉุกเฉินมาลงทุน เพราะอาจไม่ได้รับเงินต้นคืนตามระยะเวลาที่ต้องการค่ะ
ก่อนตัดสินใจซื้อหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ผ่านธนาคารหรือบริษัทหลักทรัพย์ ผู้ลงทุนควรทราบว่าผู้จัดจำหน่ายอาจได้รับค่าธรรมเนียมจากการขายตราสารประเภทนี้ จึงควรศึกษาข้อมูลเปรียบเทียบด้วยตนเองก่อนตัดสินใจเสมอ
นอกจากนี้ ควรหมั่นทบทวนสัดส่วนหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ในพอร์ตเป็นระยะ ไม่ควรถือครองในสัดส่วนที่สูงเกินไปเมื่อเทียบกับสินทรัพย์สภาพคล่องสูงอื่น และควรระวังอคติ Anchoring ที่อาจทำให้มองข้ามความเสี่ยงด้านสภาพคล่องเพียงเพราะเคยได้รับดอกเบี้ยสม่ำเสมอในอดีต ทั้งนี้ ผู้ลงทุนควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้จัดจำหน่ายหรือบริษัทหลักทรัพย์ที่ติดต่อได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. อย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการถูกหลอกลงทุนในนามของหุ้นกู้ปลอมค่ะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ เสี่ยงไหม?
เสี่ยงสูงกว่าหุ้นกู้ทั่วไปค่ะ เนื่องจากเป็นตราสารด้อยสิทธิ บริษัทสามารถเลื่อนจ่ายดอกเบี้ยได้โดยไม่ผิดนัดชำระหนี้ และไม่มีกำหนดวันคืนเงินต้นที่แน่นอน
Perpetual Bond สามารถไถ่ถอนคืนเงินต้นได้เมื่อไหร่?
ผู้ออกหุ้นกู้มักกำหนดเงื่อนไข Call Option ให้สิทธิบริษัทไถ่ถอนคืนได้หลังครบกำหนด 5 ปีแรก อย่างไรก็ตาม การไถ่ถอนเป็นสิทธิของผู้ออก ไม่ใช่นะคะ
หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ เหมาะกับใคร?
เหมาะกับนักลงทุนรายใหญ่หรือผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูง กระแสเงินสดมั่นคง และต้องการผลตอบแทนดอกเบี้ยระยะยาวโดยไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินต้นในอนาคตอันสั้นค่ะ
สรุป หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์
หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ ถือเป็นทางเลือกการลงทุนที่เสนอผลตอบแทนดอกเบี้ยระดับสูง แต่ก็แลกมาด้วยเงื่อนไขการด้อยสิทธิและการไม่มีกำหนดคืนเงินต้น การทำความเข้าใจโครงสร้างสัญญาอย่างละเอียดจึงเป็นสิ่งสำคัญก่อนตัดสินใจลงทุน เพื่อบริหารจัดการเงินทุนได้อย่างปลอดภัย และหากต้องการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินทรัพย์ตราสารหนี้ประเภทอื่น ๆ สามารถอ่านต่อได้ที่ ตราสารหนี้คืออะไร ได้เลยค่ะ
การลงทุนมีความเสี่ยงและมีความผันผวนสูง นักลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นได้ จึงควรศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ ทั้งปัจจัยพื้นฐานและเงื่อนไขของตราสาร ก่อนการตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลในอนาคต บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานคุณน้าพาเทรด
บทความนี้จัดทำโดยทีมงานคุณน้าพาเทรด โดยมีการใช้เครื่องมือ AI ช่วยร่างเนื้อหาบางส่วน และผ่านการตรวจสอบความถูกต้องโดยผู้เชี่ยวชาญก่อนเผยแพร่
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: ThaiBMA และ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge







