5 เหตุผลว่าทำไมหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลถึงน่าลงทุน

หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลน่าลงทุน
Table of Contents

การลงทุนในตลาดหุ้นถือเป็นตลาดการลงทุนที่ได้รับความนิยมมาอย่างช้านานค่ะ เพราะสามารถให้ผลตอบแทนได้ในทุก ๆ ปี และทุกคนก็ทำการซื้อขายได้เมื่อถึงราคาที่ต้องการ ซึ่งในตอนนี้หลายคนก็อาจจะกลัวในการลงทุนอยู่บ้าง เพราะประเทศของเรากำลังเผชิญกับสภาวะเงินเฟ้อที่ทำให้เงินอ่อนค่าและหลากหลายการลงทุนก็ถือว่าค่อนข้างเสี่ยง

แต่ว่าหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลทำไมถึงน่าสนใจและน่าลงทุน? แม้ว่าจะอยู่ในช่วงสภาวะเงินเฟ้อแบบที่เราเผชิญอยู่ คุณน้ามีคำตอบให้ค่ะ

ทำไมควรลงทุนในหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลในช่วงเงินเฟ้อ ?

เพราะในช่วงที่เกิดเงินเฟ้อ คือ สภาวะที่สินค้าหรือบริการมีราคาสูงขึ้น (ตัวอย่างเช่น ราคาหมู, ราคาน้ำมัน และราคารถไฟฟ้า เป็นต้น) แต่ค่าเงินนั้นยังมีค่าเท่าเดิม หรือพูดง่าย ๆ นั่นคือ เงินเท่าเดิม แต่ซื้อของได้น้อยลงนั่นเองค่ะ 

(สามารถอ่านเรื่องเงินเฟ้อเพิ่มเติมได้ที่นี่)

แต่ด้วยความที่สุขภาพเป็นปัจจัยที่จำเป็นสำหรับมนุษย์เรา ค่าใช้จ่ายในด้านนี้จึงยังมีอยู่แม้ในสภาวะเงินเฟ้อ จึงทำให้เป็นกลุ่มหุ้นที่ยังน่าลงทุนอยู่นั่นเอง 

ทำไมการลงทุนในภาคการดูแลสุขภาพจึงมีความสำคัญ ?

อันดับแรก เราต้องเข้าใจว่าการลงทุนในภาคการดูแลสุขภาพเป็นการลงทุนในชุมชนของเราและอนาคตร่วมกันค่ะ อย่างในช่วงของการระบาดใหญ่ของโควิด 19 ได้กระตุ้นให้เกิดนวัตกรรมในหลากหลายภาคส่วนย่อยของอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมาเลยค่ะ ก็เลยทำให้อุตสาหกรรมนี้เป็นอุตสาหกรรมที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนมากขึ้นอีก

ทั่วโลกของเรามีนวัตกรรมเพิ่มขึ้น 600% ในความพร้อมของบริการการแพทย์ทางไกลและการให้คำแนะนำในกรณีที่เราอยู่ที่บ้านหรืออยู่คนละที่กับแพทย์ในช่วงโควิด ซึ่งเป็นแนวโน้มที่นักลงทุนมองว่าจะมีความก้าวหน้ามากขึ้นอีกค่ะ

ทั้งนี้ การมุ่งเน้นไปที่การขับเคลื่อนนวัตกรรมจะมอบโอกาสให้อุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพสามารถก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วและปรับตัวเข้ากับความต้องการของสังคมด้วยค่ะ ถือว่าวิน-วินกันเลยทีเดียว เพราะนักลงทุนก็ได้ผลกำไร แถมยังช่วยส่งเสริมโอกาสในการดูแลสุขภาพให้คนในสังคมอีกด้วย


5 เหตุผลที่ทำให้ธุรกิจโรงพยาบาลน่าลงทุน 

หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลทำไมถึงน่าลงทุน

1. ค่ารักษาพยาบาลขึ้นตามเงินเฟ้อ

เมื่อค่ารักษาพยาบาลขึ้นตามเงินเฟ้อ แปลว่าเงินในระบบหรือเงินหมุนเวียนจะยังมีเสถียรภาพอยู่ค่ะ เพราะถ้าหากว่าค่ารักษาพยาบาลไม่ขึ้นตามเงินเฟ้อ จะทำให้ต้องใช้เงินในส่วนอื่นออกมาเป็นตอบแทนหรือปันผล ซึ่งอาจจะลดน้อยลง ดังนั้น เมื่อขึ้นค่ารักษาพยาบาล แปลว่าทางบริษัทยังสามารถจ่ายค่าตอบแทนตามสัดส่วนได้ค่ะ

2. กำลังเปิดรับนักท่องเที่ยว มีคนเข้าประเทศมากขึ้น

เมื่อมีคนเข้าประเทศมากขึ้น แปลว่ามีแนวโน้มในการมีผู้ป่วยหรือผู้ใช้บริการมากขึ้นด้วยเช่นกันค่ะ ดังนั้น แม้ว่าสภาวะเงินเฟ้อจะเกิดขึ้น หรือว่ามีการล็อคดาวน์ก็ตาม ธุรกิจโรงพยาบาลก็ยังคงมีลูกค้าอยู่เสมอ 

3. กลุ่มผู้สูงอายุมีจำนวนมากขึ้น

เพราะกลุ่มผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มได้รับการรักษาและต้องเข้าออกโรงพยาบาลมากที่สุด เมื่อประเทศไทยเรามีกลุ่มผู้สูงอายุมากขึ้น แปลว่ามีเกณฑ์ที่ผู้ป่วยและผู้ใช้บริการจะมากขึ้นด้วยเช่นกัน

4. เป็นกลุ่มธุรกิจที่เป็นปัจจัยหลักต่อสังคม

อย่างที่เรารู้กันเลยค่ะว่า กลุ่มธุรกิจหรืออุตสาหกรรมเกี่ยวกับสุขภาพนั้นเป็นอุตสาหกรรมหลักสำหรับโลกเราเลยค่ะ จึงมั่นใจได้เลยว่าความนิยมในอุตสาหกรรมนี้จะไม่มีทางถดถอย เพราะเป็นส่วนสำคัญอย่างมาก 

5. เข้าสู่ช่วง High Season ปลายปี 

High Season เป็นช่วงเวลาที่ผู้คนจะออกมาทำกิจกรรมหรือจับจ่ายใช้สอยเพิ่มมากขึ้นค่ะ ทำให้โอกาสเติบโตของธุรกิจกลุ่มโรงพยาบาลเติบโตขึ้นด้วยเช่นกัน

3 หุ้นโรงพยาบาลที่น่าสนใจ

1. BH

บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน)

BUMRUNGRAD HOSPITAL PUBLIC COMPANY

มีการจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้น

ข้อมูลเบื้องต้น : ประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพมหานคร มีจำนวนเตียงที่จัดให้บริการผู้ป่วย 580 เตียง และมีความสามารถรองรับผู้ป่วยนอกมากกว่า 5,500 คนต่อวัน และเป็นหนึ่งในผู้นำผู้ให้บริการทางการแพทย์ในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ให้บริการอย่างครบวงจรแก่ทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน

เมื่อดูจากกราฟราคาของ BH แล้วก็จะพบว่า ราคามีการปรับตัวขึ้นในทุกเดือนเลยค่ะ มีโอกาสเติบโตสูงมาก เป็นหุ้นที่น่าเก็บไว้ในพอร์ตอีกตัวเลยค่ะ 

2. BDMS

บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน)

BANGKOK DUSIT MEDICAL SERVICES

มีการจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้น

ข้อมูลเบื้องต้น : หนึ่งในเครือข่ายโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่มโรงพยาบาลเอกชน 5 อันดับแรกของโลกในด้านมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) โรงพยาบาล 14 แห่ง จากทั้งหมด 53 แห่งในเครือ BDMS ได้รับการรับรองมาตรฐาน JCI (Joint Commission International) ซึ่งเป็นผู้นำด้านการรับรองมาตรฐานการดูแลรักษาทางการแพทย์ระดับสากล จึงเชื่อมั่นได้ว่าเรามีความเชี่ยวชาญในการให้บริการด้านสุขภาพที่ดีที่สุดแก่ผู้ป่วยตามหลักมาตรฐานสากล พรั่งพร้อมด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยและทีมแพทย์สหสาขาผู้เชี่ยวชาญอีกด้วยค่ะ 

3. PR9

PRARAM 9 HOSPITAL PUBLIC COMPANY LIMITED

บริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน)

มีการจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้น

ข้อมูลเบื้องต้น : โรงพยาบาลพระรามเก้า ผู้ให้บริการทางการแพทย์ และการรักษาพยาบาลชั้นนำของประเทศไทย เราใส่ใจเรื่องความปลอดภัยและคุณภาพของการรักษาเป็นสำคัญ โดยมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยีนำสมัยที่พร้อมส่งมอบบริการทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานสูงสุด ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานการรักษาระดับสากลจากสถาบัน Joint Commission International ประเทศสหรัฐอเมริกา (JCI) ตั้งแต่ปี 2553 จวบจนถึงปัจจุบัน


สรุป 

ในสภาวะเงินเฟ้อแบบนี้ต้องมีการคิดและคำนึงก่อนลงทุนให้ดีเป็นสองเท่าแน่นอนค่ะ เพราะมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นทั้งจากค่าเงินที่อ่อนค่าลง รวมไปถึงอุปสงค์และอุปทานที่น่าจะมีการปรับเปลี่ยนสัดส่วนจนทำให้สินทรัพย์ที่เราลงทุนนั้นไม่ได้ผลตอบแทนเท่าที่ควร แต่หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลเป็นกลุ่มที่ค่อนข้างมีความเสี่ยงต่ำ คุณน้าจึงหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์แก่นักลงทุนหรือผู้ที่สนใจได้ไม่มากก็น้อยนะคะ 


ขอบคุณข้อมูลจาก : ZT Coporate 

บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing

คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge

คุณน้า
คุณน้า
คุณน้าเป็นเทรดเดอร์ที่คลุกคลีอยู่ในตลาดต่าง ๆ ร่วม 10 ปี จึงอยากนำความรู้ที่มีมาแบ่งปันให้กับทุกคน

Recent Post

5 แนวโน้มที่ส่งผลต่อการลงทุนปี 2023

5 แนวโน้มที่ส่งผลต่อการลงทุนปี 2023

ใกล้สิ้นปีแล้ว พอร์ตการลงทุนของทุกคนยังอยู่ดีหรือเปล่าคะ ครั้งนี้ คุณน้าจะพาทุกคนไปดู 5 แนวโน้มที่ส่งผลต่อการลงทุนปี 2023 เผื่อเป็นไอเดียการลงทุนกันค่ะ