bid ask คือ ราคาเสนอซื้อและราคาเสนอขายที่เป็นหัวใจสำคัญของการเทรดในตลาดการเงิน โดยเฉพาะตลาด Forex ซึ่งทั้งสองราคานี้จะเป็นตัวกำหนดทั้งจุดเข้าซื้อ จุดขายออก รวมถึงต้นทุนกำไรขาดทุนของเทรดเดอร์ในทุก ๆ ออเดอร์ หากเราเข้าใจกลไกของราคา Bid และ Ask อย่างถูกต้อง จะช่วยให้เราวางแผนการเทรด คำนวณต้นทุน และบริหารความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้นค่ะ
ในบทความนี้คุณน้าจะพาเทรดเดอร์มือใหม่ไปเจาะลึกความหมายของ Bid Ask พร้อมตัวอย่างการคำนวณและปัจจัยสำคัญที่ต้องรู้ก่อนเริ่มลงสนามจริงค่ะ
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน โดยการเทรด Forex และ CFD มีความเสี่ยงสูงและอาจทำให้สูญเสียเงินลงทุนบางส่วนหรือทั้งหมดได้ และอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทุกคน และนักลงทุนรายย่อยประมาณ 74–89% เสียเงินจากการเทรด CFD (ข้อมูล ณ ปี 2569) ตามข้อมูลที่หน่วยงานกำกับดูแล เช่น ESMA และ FCA กำหนดให้โบรกเกอร์เปิดเผยต่อสาธารณะ
Bid Ask คือ อะไร?
bid ask คือ ราคาเสนอซื้อและราคาเสนอขายสินทรัพย์ ณ ช่วงเวลานั้น ๆ ในตลาดการเงิน โดย Bid คือราคาสูงสุดที่โบรกเกอร์หรือตลาดพร้อมจะรับซื้อสินทรัพย์จากเรา (ใช้เมื่อเรากด Sell หรือปิด Order Buy) ในขณะที่ Ask คือราคาต่ำสุดที่โบรกเกอร์หรือตลาดพร้อมจะเสนอขายสินทรัพย์ให้แก่เรา (ใช้เมื่อเรากด Buy หรือปิด Order Sell)
สำหรับราคา Bid Ask สามารถสรุปได้ง่าย ๆ ดังนี้
- ราคา Bid คือ ราคาที่เทรดเดอร์ขายได้ (ราคาที่ตลาดหรือโบรกเกอร์รับซื้อ)
- ราคา Ask คือ ราคาที่เทรดเดอร์ซื้อได้ (ราคาที่ตลาดหรือโบรกเกอร์เสนอขาย)

Bid ย่อมาจากอะไร?
ในทางศัพท์ทางการเงินและการเทรด คำว่า Bid ไม่ได้เป็นตัวย่อของคำยาว ๆ แต่มมาจากรากศัพท์ภาษาอังกฤษว่า “to bid” ซึ่งแปลว่า “การประมูล” หรือ “การเสนอราคาซื้อ” ส่วนคำว่า Ask มาจากคำว่า “Asking Price” หรือราคาที่ผู้ขายร้องขอ/ตั้งราคาขายไว้ และในบางตลาด (เช่น ตลาดหุ้นไทย) มักจะเรียก Ask ว่า Offer ซึ่งมาจากคำว่า “Offered Price” นั่นเองค่ะ
Tip เกี่ยวกับ Bid Ask หรือ Bid Offer
โดยปกติแล้ว bid ask คือ ราคาที่ Bid จะต่ำกว่าราคา Ask เสมอค่ะ และความแตกต่างระหว่างราคาทั้งสองก็คือ ค่าสเปรด (Spread) หรือค่าธรรมเนียมที่ทางโบรกเกอร์จะเรียกเก็บ เมื่อเทรดเดอร์เริ่มเปิดปิด Order นั่นเอง
ตัวอย่างการคำนวณ Bid Ask เป็นอย่างไร?
ราคา Bid Ask จะถูกคำนวณมาจากการเสนอซื้อและขายของผู้เล่นในตลาด ทำให้ราคาจะขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทาน หรือถ้าอธิบายให้เห็นภาพง่าย ๆ ก็คือ ผู้ซื้อจะพยายามซื้อให้ได้ราคาที่ต่ำที่สุด ส่วนผู้ขายจะพยายามตั้งราคาขายให้ได้สูงที่สุด เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำกำไร ซึ่งราคา Bid Ask จะทำให้เกิดเป็นค่าสเปรดที่สามารถบ่งบอกได้ว่าตลาดมีปริมาณการซื้อขายและสภาพคล่องมากน้อยแค่ไหนค่ะ
คุณน้าขอยกตัวอย่างการคำนวณว่า bid ask คือ อย่างไรในสถานการณ์จริง เพื่อให้เทรดเดอร์เข้าใจภาพรวมได้มากยิ่งขึ้น โดยมีรายละเอียดดังนี้ค่ะ
คู่สกุลเงิน GBPUSD ราคา Bid อยู่ที่ 1.32672 และราคา Ask อยู่ที่ 1.32681 โดยมีค่าสเปรดอยู่ที่ 0.9 pips หากเปิด Order Sell หรือ Order Buy สามารถคิดได้ 2 กรณี ดังนี้
- กรณีเปิด Order Sell (หรือปิด Order Buy): จะได้ที่ราคา Bid = ได้รับเงิน 1.32672 USD จากการขาย 1 GBP
- กรณีเปิด Order Buy (หรือปิด Order Sell): จะได้ราคา Ask = ต้องใช้เงิน 1.32681 USD เพื่อซื้อ 1 GBP

ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคา Bid Ask มีอะไรบ้าง?
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคา bid ask คือ อะไรบ้าง? สรุปได้ทั้งหมด 5 ปัจจัยสำคัญ โดยมีรายละเอียด ดังนี้ค่ะ
1. สภาพคล่องของตลาด
สินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง อย่างเช่นคู่สกุลเงินยอดนิยมในตลาด Forex จะมีปริมาณการซื้อขายเป็นจำนวนมาก ทำให้ราคา Bid และ Ask ไม่ขยับห่างกันมาก ซึ่งจะส่งผลให้ค่าสเปรดต่ำหรือสเปรดแคบ เพราะการจับคู่ของสกุลเงินจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว
เนื่องจากตลาดมีสภาพคล่องสูงค่ะ ในขณะที่หากคุณน้าลองเทรดคู่สกุลเงิน Exotic หรือคู่เงินรอง ราคา Bid และ Ask จะขยับห่างกันค่อนข้างมาก ทำให้ค่าสเปรดสูงขึ้นหรือสเปรดถ่าง เพราะเป็นคู่เงินที่ไม่ค่อยได้รับความนิยม ทำให้ปริมาณการซื้อขายต่ำ ตลาดจึงมีสภาพคล่องต่ำนั่นเอง
2. ความผันผวนของตลาด
โดยปกติแล้ว ตลาดจะมีความผันผวนมาก เมื่อช่วงเวลานั้นมีการประกาศข่าวสารสำคัญ, เกิดภัยพิบัติ หรือเกิดสงคราม เป็นต้น ทำให้ราคา Bid และ Ask ขยับห่างกันมาก ดังนั้น เทรดเดอร์จะหลีกเลี่ยงการเทรดในช่วงเวลาเหล่านี้ เพราะค่าสเปรดจะสูงขึ้น
3. ช่วงเวลาเปิดปิดของตลาด
ช่วงเวลาเปิดปิดของตลาดจะส่งผลกระทบต่อราคา Bid และ Ask เช่นเดียวกันค่ะ เพราะช่วงเวลาเปิดปิดจะแสดงให้เห็นถึงปริมาณการซื้อขายและสภาพคล่องของตลาด โดยปกติแล้ว ช่วงเวลาที่มีปริมาณการซื้อขายมากที่สุด จะเป็นช่วงที่เวลาตลาดคาบเกี่ยวกัน
ยกตัวอย่างเช่น ช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวกันของตลาดนิวยอร์กและลอนดอนอยู่ที่เวลา 20:00-23:00 น. (GMT+7) ซึ่งเวลานี้ตลาด Forex จะมีสภาพคล่องสูง ทำให้ราคา Bid และ Ask ไม่ขยับห่างกันมาก ส่งผลให้ค่าสเปรดต่ำหรือสเปรดแคบ
ส่วนช่วงเวลาที่ตลาดมีปริมาณการซื้อขายต่ำมักจะเป็นช่วงเวลาที่ตลาดเพิ่งเปิดหรือกำลังปิดทำการค่ะ ทำให้มีปริมาณการซื้อขายต่ำ ราคา Bid และ Ask จึงขยับห่างกันมาก จนส่งผลกระทบให้ค่าสเปรดสูงหรือสเปรดกว้างนั่นเอง
4. โบรกเกอร์ที่ให้บริการ
โดยปกติแล้ว โบรกเกอร์จะทำหน้าที่เป็นคนกลางในการส่งคำสั่งซื้อขายในตลาด Forex มักมีหลายรายค่ะ ซึ่งโบรกเกอร์แต่ละหลายก็จะแตกต่างกันออกไปตามประเภทที่ให้บริการ ซึ่งการให้บริการของโบรกเกอร์จะส่งผลต่อราคา Bid และ Ask เช่นเดียวกันค่ะ เพราะจะสะท้อนให้เห็นถึงประเภทของการให้บริการ ทั้งประเภทบัญชี, ความเร็วในการส่งคำสั่งซื้อขาย ไปจนถึงความมีเสถียรภาพของระบบเทรด

คุณน้าแนะนำโบรกเกอร์คุณสมบัติเด่น!
การเลือกโบรกเกอร์ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญสำหรับการเทรด Forex ค่ะ เพราะโบรกเกอร์จะพัฒนาระบบและเครื่องมือต่าง ๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้การเทรดของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นให้ได้มากที่สุด
สำหรับเทรดเดอร์ที่ยังไม่มั่นใจว่า โบรกเกอร์ Forex แบบไหนดี? คุณน้าได้รวบรวมการจัดอันดับของโบรกเกอร์ในทุกคุณสมบัติ เช่น สเปรดต่ำ, เทรดทอง หรือโบนัสฟรีมาไว้ให้คุณแล้ว!

คัมภีร์เริ่มต้น มือใหม่หัดเทรด
มือใหม่หัดเทรดที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี? คุณน้าได้รวบรวมเนื้อหาสำคัญที่ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการเทรด Forex มาไว้ให้แล้วที่นี่!
ตัวอย่างเนื้อหา มือใหม่หัดเทรดต้องรู้!
5. ข่าวสารสำคัญ
ข่าวสารที่สำคัญไปจนถึงเหตุการณ์เศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นอัตราดอกเบี้ย, รายงาน GDP, ข่าว Non Farm Payroll หรือแม้แต่การกำหนดภาษีทางการค้า ส่งผลกระทบต่อปริมาณการซื้อขายในตลาด Forex เช่นกันค่ะ เพราะข่าวสารสำคัญจะทำให้ตลาดเกิดความผันผวนเป็นอย่างมาก
ส่งผลกระทบให้ในช่วงเวลานั้น อาจจะเกิด Slippage บ่อยขึ้นระหว่างการซื้อขาย ซึ่งค่าสเปรดจะสูงขึ้นเป็นอย่างมาก ดังนั้น เทรดเดอร์บางคนจึงหลีกเลี่ยงการเทรดชนข่าวสารสำคัญนั่นเองค่ะ
ความสัมพันธ์ระหว่างค่า bid ask spread คือ อะไร?
ความสัมพันธ์ระหว่างค่า bid ask spread คือ ส่วนต่างระหว่างราคาเสนอซื้อ (Bid) และราคาเสนอขาย (Ask) ซึ่งเป็นต้นทุนการเทรดพื้นฐานที่โบรกเกอร์เรียกเก็บจากเทรดเดอร์เมื่อเริ่มเปิดออเดอร์ สเปรดระหว่างราคาเสนอซื้อและเสนอขาย (bid-ask spread) คือสิ่งที่สะท้อนถึงสภาพคล่องและความผันผวนของตลาดในขณะนั้น โดยมีสูตรคำนวณง่าย ๆ ดังนี้
สูตรคำนวณ
Spread = Ask Price – Bid Price
หากสเปรดแคบ หมายถึง ตลาดมีสภาพคล่องสูง ปริมาณการซื้อขายมาก ทำให้ต้นทุนการเทรดต่ำ แต่หากสเปรดกว้าง หมายถึง ตลาดมีสภาพคล่องต่ำ หรืออยู่ในช่วงที่มีความผันผวนสูง ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนการเทรดของเรารอบนั้นสูงขึ้นตามไปด้วยค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
Bid กับ Ask ต่างกันอย่างไร?
Bid Ask คือ ราคาเสนอซื้อและราคาเสนอขาย โดยราคา Bid คือราคาที่เทรดเดอร์ขายได้ (โบรกเกอร์รับซื้อ) ซึ่งจะมีราคาต่ำกว่าเสมอ ส่วนราคา Ask คือราคาที่เทรดเดอร์ซื้อได้ (โบรกเกอร์เสนอขาย) ซึ่งจะมีราคาสูงกว่าเสมอ และส่วนต่างระหว่างทั้งสองราคาเรียกว่าค่า Spread ค่ะ
Bid ย่อมาจากอะไร?
Bid ไม่ใช่ตัวย่อ แต่มาจากคำว่า “To Bid” ที่แปลว่าการเสนอราคาซื้อ ส่วนราคาเสนอขายจะใช้คำว่า Ask (Asking Price) หรือ Offer ในตลาดหุ้นค่ะ
สเปรดระหว่างราคาเสนอซื้อและเสนอขาย (bid-ask spread) คืออะไร?
สเปรดระหว่างราคาเสนอซื้อและเสนอขาย (bid-ask spread) คือ ค่าธรรมเนียมหรือส่วนต่างราคาระหว่าง Ask Price กับ Bid Price ซึ่งเป็นต้นทุนการเทรดหลักที่เทรดเดอร์ต้องจ่ายให้แก่โบรกเกอร์ในทุกออเดอร์ค่ะ
สรุปเกี่ยวกับ Bid Ask
สรุป bid ask คือ โครงสร้างราคาพื้นฐานที่เทรดเดอร์ทุกคนจำเป็นต้องเข้าใจก่อนเริ่มลงมือเทรดจริง เพราะราคา Bid และ Ask เป็นตัวกำหนดราคาเข้า-ออกออเดอร์ รวมถึงทำให้เกิดส่วนต่างค่าสเปรด (Spread) ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญในการคำนวณกำไรและขาดทุน การเลือกโบรกเกอร์ที่มีสเปรดแคบและมีความมั่นคงสูง จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในการเทรดได้อย่างยั่งยืนค่ะ
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้และสื่อการเรียนรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการเทรด Forex เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือการชี้ชวนให้ซื้อขายสินทรัพย์ทางการเงินใด ๆ การเทรด Forex และ CFD มีความเสี่ยงสูงและอาจทำให้สูญเสียเงินลงทุนบางส่วนหรือทั้งหมดได้ และอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทุกคน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูล ทำความเข้าใจความเสี่ยง และใช้วิจารณญาณของตนเองอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
บทความนี้จัดทำโดยทีมงานคุณน้าพาเทรด โดยมีการใช้เครื่องมือ AI ช่วยในการรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูลบางส่วน
ทางเว็บไซต์และทีมงานคุณน้าพาเทรดไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อความสูญเสียหรือความเสียหายใด ๆ ที่เกิดจากการนำข้อมูลในบทความนี้ไปใช้ในการตัดสินใจลงทุน
ขอบคุณข้อมูลจาก: Gotradehere
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge








