GDP คืออะไร? มีความสำคัญอย่างไรต่อเศรษฐกิจและนักลงทุน

GDP คืออะไร? มีความสำคัญอย่างไรต่อเศรษฐกิจและนักลงทุน
Table of Contents

หนึ่งในตัวเลขสำคัญที่นักลงทุนมักพบเจอในข่าวเศรษฐกิจ นั่นก็คือ “GDP” ซึ่งตัวเลขนี้เปรียบเสมือนเข็มทิศที่บ่งบอกทิศทางของเศรษฐกิจ หากนักลงทุนเข้าใจความหมายและความสำคัญของตัวเลขนี้ก็จะช่วยให้สามารถวางแผนการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ บทความนี้คุณน้าจะพาไปเจาะลึกว่า GDP คืออะไร? มีความสำคัญอย่างไรต่อเศรษฐกิจและนักลงทุนยุคใหม่ค่ะ

GDP คืออะไร?

GDP คืออะไร?

GDP (Gross Domestic Product) คือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ โดยคำนวณจากมูลค่ารวมของสินค้าหรือบริการขั้นสุดท้ายที่ถูกผลิตขึ้นภายในประเทศ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง เช่น รายเดือน (MoM), รายไตรมาส (QoQ) หรือรายปี (YoY) โดยตัวเลขนี้จะสะท้อนภาพรวมของกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศได้อย่างชัดเจนค่ะ 

เมื่อ GDP เพิ่มขึ้น แสดงว่าเศรษฐกิจกำลังเติบโต อัตราการผลิต, การบริโภค, การจ้างงาน และการลงทุนมีการเพิ่มขึ้น ในทางกลับกัน หาก GDP ลดลง แสดงว่าเศรษฐกิจมีการชะลอตัวหรือถดถอย อัตราการใช้จ่าย, การบริโภค และการลงทุนมักจะลดลงนั่นเองค่ะ


GDP และ GNP แตกต่างกันอย่างไร?

GDP และ GNP แตกต่างกันอย่างไร?

GDP (Gross Domestic Product) และ GNP (Gross National Product) มีความแตกต่างกันในส่วนของฐานการนับรายได้ค่ะ โดย GDP คือ มูลค่าของสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายที่ผลิตภายในประเทศ โดยไม่คำนึงว่าสินค้าหรือบริการนั้นเป็นของคนชาติใด เช่น คนต่างชาติมาลงทุนหรือทำงานในประเทศก็ถูกนับใน GDP ของประเทศนั้น ๆ

ส่วน GNP คือ มูลค่าของสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายที่ผลิตโดยคนของประเทศนั้น ไม่ว่าจะผลิตในประเทศหรือต่างประเทศ เช่น คนไทยไปทำงานหรือลงทุนในต่างประเทศ รายได้นั้นก็จะถูกนับรวมใน GNP ของไทย แต่รายได้จากคนต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทยจะไม่ถูกนับใน GNP ของไทยค่ะ

คุณน้าของยกตัวอย่างให้เข้าใจง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ

  • GDP ประเทศไทย คำนวณจากผลผลิตที่เกิดขึ้นภายในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นคนชาติใด
  • GNP ประเทศไทย คำนวณจากผลผลิตของคนไทย ไม่ว่าจะผลิตที่ประเทศใดในโลกก็ตาม

คุณน้าพาเทรด

รู้หรือไม่?
หากค่า GDP สูงกว่าค่า GNP นั่นหมายความว่ามีรายได้จากต่างชาติเข้ามามาก แต่ถ้าค่า GNP สูงกว่าค่า GDP นั่นหมายความว่าคนในชาติมีรายได้จากต่างประเทศสูงค่ะ


การคำนวณ GDP

สูตรคำนวณ GDP

สูตรพื้นฐานของการคำนวณ GDP คือ GDP = C + I + G + (X – M)

โดยส่วนประกอบมีความหมาย ดังนี้

M – Import (การนำเข้า)
หมายถึง การนำเข้าสินค้าและบริการจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศ

C – Consumption (การลงทุนของภาคเอกชนและประชาชน)
หมายถึง การใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของประชาชน เช่น ค่าอาหาร, ค่าเสื้อผ้า, ค่าน้ำ, ค่าไฟ, ค่ารถยนต์ หรือจ่ายค่าเดินทางต่าง ๆ

I – Investment (การลงทุนของภาคเอกชน)
หมายถึง การลงทุนของภาคธุรกิจ เช่น การสร้างโรงงาน, ซื้อเครื่องจักร หรือขยายกิจการ

G – Government Spending (การใช้จ่ายภาครัฐ)
หมายถึง งบประมาณที่รัฐบาลใช้ในการดำเนินการสร้างสิ่งต่าง ๆ เช่น สร้างถนน, โรงเรียน, โรงพยาบาล และโครงการพัฒนาอื่น ๆ

X – Export (การส่งออก)
หมายถึง การส่งออกสินค้าและบริการไปยังต่างประเทศ

ตัวอย่างการคำนวณ GDP ของประเทศไทย

คุณน้าขอยกตัวอย่างการคำนวณ GDP ของประเทศไทยเพื่อให้เข้าใจและเห็นภาพมากขึ้นค่ะ

  • การบริโภค (C) 10 ล้านล้านบาท
  • การลงทุน (I) 3 ล้านล้านบาท
  • การใช้จ่ายภาครัฐ (G) 4 ล้านล้านบาท
  • การส่งออก (X) 5 ล้านล้านบาท
  • การนำเข้า (M) 6 ล้านล้านบาท

สูตรคำนวณ GDP
GDP = C + I + G + (X – M)
GDP = 10 + 3 + 4 + (5 − 6)
GDP = 16 ล้านล้านบาท

ซึ่งหมายความว่า มูลค่าของสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายที่ผลิตในประเทศของปีนั้นเท่ากับ 16 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขภาพรวมของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศผ่านค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั้งจากภาคประชาชน, รัฐบาล, การลงทุน และการทำธุรกรรมระหว่างประเทศค่ะ

หมายเหตุ : ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงตัวเลขสมมติเท่านั้น หากนักลงทุนต้องการทราบตัวเลข GDP จริง สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์), ธนาคารแห่งประเทศไทย และสถาบันวิจัยเศรษฐกิจต่าง ๆ ที่ได้มีการเผยแพร่ตัวเลขอย่างเป็นทางการ


GDP มีความสำคัญอย่างไรต่อเศรษฐกิจ?

GDP ถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่ช่วยให้ทราบถึงทิศทางของเศรษฐกิจว่ากำลังอยู่ในช่วงขยายตัว (Expansion) หรือชะลอตัว (Slowdown) รวมถึงมีบทบาทสำคัญในหลายด้าน ดังนี้

1. ใช้ประเมินความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ

รัฐบาลและนักวิเคราะห์เศรษฐกิจมักจะใช้ตัวเลข GDP เพื่อประเมินภาพรวมความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ ว่าควรออกนโยบายเพื่อกระตุ้นหรือชะลอเศรษฐกิจในช่วงเวลาต่าง ๆ

2. ใช้กำหนดนโยบายการเงินและการคลัง

ธนาคารกลางมักอ้างอิงตัวเลข GDP ในการพิจารณาปรับอัตราดอกเบี้ย

  • หาก GDP เติบโตสูง ธนาคารกลางอาจเพิ่มอัตราดอกเบี้ย เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
  • หาก GDP หดตัวหรือลดลงมาก ธนาคารกลางอาจลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและการลงทุน


3. ใช้ประเมินความมั่นคงและศักยภาพทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

นักเศรษฐศาสตร์มักจะใช้ตัวเลข GDP ในการเปรียบเทียบศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ โดยประเทศที่มี GDP สูง มักสะท้อนฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งกว่า ขณะที่ประเทศกำลังพัฒนามักมี GDP ขนาดเล็กกว่านั่นเองค่ะ อย่างไรก็ตาม ในการประเมินมาตรฐานการครองชีพและศักยภาพทางเศรษฐกิจ มักจะใช้ GDP ต่อหัว (GDP per Capita) เพื่อให้เห็นภาพที่แท้จริงของความมั่งคั่งเฉลี่ยต่อคนในแต่ละประเทศค่ะ


ความสำคัญของ GDP ต่อนักลงทุน

สำหรับนักลงทุน ไม่ว่าจะลงทุนหุ้น, พันธบัตร หรือเทรด Forex ก็ล้วนมีความเกี่ยวข้องกับตัวเลข GDP เพราะส่งผลต่อแนวโน้มทิศทางของตลาดค่ะ

1. ช่วยคาดการณ์แนวโน้มของตลาดหุ้น

  • หาก GDP มีการขยายตัว เนื่องจากมีการจับจ่ายใช้สอยและลงทุนมากขึ้น จะส่งผลให้กำไรของบริษัทเพิ่มขึ้น และราคาหุ้นต่าง ๆ มีแนวโน้มปรับขึ้นเช่นกัน
  • หาก GDP ชะลอตัวหรือถดถอย เนื่องจากการใช้จ่ายลดลง จะส่งผลให้กำไรของบริษัทและราคาหุ้นปรับลดลง ทำให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง

2. ชี้ทิศทางนโยบายดอกเบี้ย

GDP เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดหลักที่ธนาคารกลางใช้ในการตัดสินใจ “เพิ่มหรือลดอัตราดอกเบี้ย” ทำให้นักลงทุนมักติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยล้วนส่งผลต่อทั้งตลาดหุ้น, ทองคำ และค่าเงินต่าง ๆ

3. ช่วยวางกลยุทธ์การลงทุนระยะยาว

 เมื่อนักลงทุนเข้าใจแนวโน้มของ GDP แล้ว ก็จะช่วยให้สามารถปรับพอร์ตได้เหมาะสม เช่น

  • ค่า GDP มีการเติบโตเพิ่มขึ้นสูง → นักลงทุนจะมีการปรับพอร์ต โดยหันไปลงทุนในหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมและการบริโภคเพิ่มขึ้น
  • ค่า GDP มีการชะลอการเติบโต → นักลงทุนจะมีการปรับพอร์ต โดยเน้นลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น


ตัวอย่างผลกระทบของ GDP ต่อการลงทุน

  • สหรัฐฯ (USA): เมื่อรายงาน GDP ของสหรัฐออกมาดีกว่าที่คาดไว้ ตลาดหุ้นมักตอบในรับเชิงบวกจากความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มแข็งค่า ขณะที่ราคาทองคำซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยมักอ่อนตัวลง เนื่องจากนักลงทุนหันไปถือสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น
  • จีน: หากตัวเลข GDP ของจีนเติบโตต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ มักสร้างความกังวลต่อภาคการส่งออกและความต้องการสินค้าทั่วโลก ส่งผลให้ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียอาจปรับตัวลง และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) ผันผวนตามไปด้วย
  • ไทย: เมื่อ GDP ไทยชะลอตัวจากปัจจัยด้านการส่งออกลดลงหรือจำนวนนักท่องเที่ยวน้อยลง ตลาดหุ้นไทยมักซบเซา และธนาคารแห่งประเทศไทยอาจพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและการลงทุนภายในประเทศ


อย่างไรก็ตาม นักลงทุนไม่ควรพิจารณาเพียงตัวเลข GDP อย่างเดียวเท่านั้น แต่ควรติดตามข่าวเศรษฐกิจสำคัญอื่น ๆ ที่อาจส่งผลต่อราคาสินทรัพย์ในตลาด เช่น ตัวเลขเงินเฟ้อ, อัตราดอกเบี้ย, การจ้างงาน และนโยบายการเงินจากธนาคารกลาง เพราะปัจจัยเหล่านี้ล้วนเชื่อมโยงกับภาพรวมเศรษฐกิจและแนวโน้มการลงทุนโดยตรง


⭐ คุณน้าแนะนำโบรกเกอร์คุณสมบัติเด่น!

การเลือกโบรกเกอร์ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ สำหรับการเทรด Forex ค่ะ เพราะโบรกเกอร์จะพัฒนาระบบและเครื่องมือต่าง ๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้การเทรดของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นให้ได้มากที่สุด

สำหรับเทรดเดอร์ที่ยังไม่มั่นใจว่า โบรกเกอร์ Forex แบบไหนดี? คุณน้าได้รวบรวมการจัดอันดับของโบรกเกอร์ในทุกคุณสมบัติ เช่น สเปรดต่ำ, เทรดทอง หรือโบนัสฟรีมาไว้ให้คุณแล้ว!


มือใหม่หัดเทรดที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี? คุณน้าได้รวบรวมเนื้อหาสำคัญที่ถือเป็นจุดเริ่มต้น สำหรับการเทรด Forex มาไว้ให้แล้วที่นี่!



GDP ส่งผลต่อราคาทองคำอย่างไร?

ราคาทองคำและ GDP มีความสัมพันธ์แบบผกผันกัน หมายความว่า ยิ่งเศรษฐกิจดีมากเท่าไหร่ ราคาทองคำก็ยิ่งมีแนวโน้มลดลง แต่เมื่อเศรษฐกิจชะลอตัวลง ราคาทองคำกลับมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้น เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนใช้เป็นที่หลบภัยในช่วงที่เกิดความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจนั่นเองค่ะ

นอกจากนี้ ตัวเลข GDP ของสหรัฐอเมริกามักมีผลกระทบสำคัญต่อราคาทองคำโลก เนื่องจากทองคำใช้ดอลลาร์สหรัฐเป็นตัวกลางในการซื้อขาย เมื่อตัวเลข GDP สหรัฐฯ ออกมาดี จะส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และราคาทองคำมีแนวโน้มลดลง ในขณะที่เมื่อตัวเลข GDP ออกมาต่ำ มักจะส่งผลให้ทองคำมีราคาสูงขึ้นได้ค่ะ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ GDP

1. GDP ย่อมาจากอะไร?

GDP ย่อมาจาก Gross Domestic Product

2. GDP คืออะไร และคำนวณอย่างไร?

GDP (Gross Domestic Product) คือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ

สามารถคำนวณได้จากสูตร GDP = C + I + G + (X – M)

  • C คือ การบริโภคของภาคเอกชนและประชาชน
  • I คือ การลงทุนของภาคเอกชน
  • G คือ การใช้จ่ายภาครัฐ
  • X – M คือ มูลค่าการส่งออกสุทธิ (มูลค่าการส่งออกลบด้วยมูลค่าการนำเข้า)


3. GDP ต่างจาก GNP หรือไม่?

GDP และ GNP แตกต่างกัน โดย GDP ใช้วัดมูลค่าการผลิตภายในประเทศ ส่วน GNP (Gross National Product) ใช้วัดมูลค่าการผลิตของ “คนที่มีสัญชาติประเทศนั้น ๆ” ไม่ว่าจะอยู่ในหรือนอกประเทศ

4. นักลงทุนควรติดตามข้อมูล GDP จากที่ไหน?

นักลงทุนสามารถติดตามข้อมูล GDP ได้จากทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT), สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รวมถึงเว็บไซต์ข่าวเศรษฐกิจต่างประเทศ เช่น Bloomberg, Reuters หรือ Investing.com

5. ค่า GDP ที่สูงขึ้นหมายถึงประเทศรวยขึ้นใช่หรือไม่?

ไม่เสมอไปค่ะ เพราะค่า GDP ที่เพิ่มขึ้นอาจสะท้อนเพียง “มูลค่าทางเศรษฐกิจ” ที่โตขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าคนในประเทศทุกคนจะมีรายได้เพิ่มขึ้นเท่ากัน


สรุปเกี่ยวกับ GDP 

ตัวเลข GDP ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวเลขที่เห็นในข่าวเศรษฐกิจเท่านั้น แต่คือ ข้อมูลสำคัญที่สะท้อนภาพรวมของเศรษฐกิจทั้งประเทศ ว่ากำลังอยู่ในช่วงขยายตัวหรือถดถอย เมื่อนักลงทุนเข้าใจความหมายและวิธีการตีความตัวเลข GDP มากขึ้นแล้ว ก็จะสามารถมองเห็นภาพใหญ่ของทิศทางเศรษฐกิจได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในยุคที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้ที่เข้าใจความหมายของค่า GDP ย่อมได้เปรียบ เพราะสามารถจับสัญญาณเศรษฐกิจได้ และนำข้อมูลนี้ไปใช้วางกลยุทธ์การลงทุนได้อย่างมีเหตุผล มั่นใจ และมีประสิทธิภาพนั่นเองค่ะ


บทความในด้านเศรษฐกิจที่น่าสนใจ : Investing

คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge

ขอขอบคุณข้อมูล : Investopedia

Picture of khunnaphatrade
khunnaphatrade
Table of Contents
Recent Post
Recent Post
บทวิเคราะห์คู่เงิน EURUSD 29 ธันวาคม 2025
บทวิเคราะห์ EURUSD วันที่ 29 ธันวาคม 2025

พบกับวิเคราะห์ EURUSD ที่สายเทรดสั้นห้ามพลาด การวิเคราะห์คู่เงิน Forex ดูแนวโน้มราคาล่าสุด สำหรับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค

บทวิเคราะห์คู่เงิน USDRUB 29 ธันวาคม 2025
บทวิเคราะห์ USDRUB วันที่ 29 ธันวาคม 2025

พบกับวิเคราะห์ USDRUB ที่สายเทรดสั้นห้ามพลาด การวิเคราะห์คู่เงิน Forex ดูแนวโน้มราคาล่าสุด สำหรับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค

บทวิเคราะห์คู่เงิน EURUSD 27 ธันวาคม 2025
บทวิเคราะห์ EURUSD วันที่ 27 ธันวาคม 2025

พบกับวิเคราะห์ EURUSD ที่สายเทรดสั้นห้ามพลาด การวิเคราะห์คู่เงิน Forex ดูแนวโน้มราคาล่าสุด สำหรับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค

ทางเว็บไซต์ คุณน้าพาเทรด
ได้มีการใช้คุกกี้เพื่อช่วยปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพให้เว็บไซต์ของเราดียิ่งขึ้น


Privacy Policy