Time Frame (TF) คืออะไร? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับคุณ

Time Frame (TF) คืออะไร? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับคุณ
Table of Contents

Time Frame คืออะไร เป็นคำถามแรก ๆ ที่เทรดเดอร์มือใหม่ต้องเจอเมื่อเริ่มศึกษาการวิเคราะห์กราฟเทคนิคค่ะ Time Frame หรือ TF หมายถึง กรอบเวลาที่ใช้บันทึกและแสดงผลการเคลื่อนไหวของราคาบนกราฟเทรด คุณน้าจะพามาทำความเข้าใจว่า แต่ละ Time Frame ทำงานอย่างไร และควรเลือกอย่างไรให้เหมาะกับสไตล์การเทรดของคุณน้าและเพื่อน ๆ กันค่ะ

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน การเทรดสัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFD) มีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินทุนทั้งหมด

Time Frame คืออะไร? (TF คืออะไร)

Time Frame คืออะไร? ในทางเทคนิคแล้ว Time Frame หรือ TF คือ กรอบเวลาที่กำหนดไว้สำหรับแต่ละแท่งเทียน (Candlestick) หรือแต่ละจุดข้อมูลบนกราฟราคา เพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลงของราคาในช่วงเวลานั้น ๆ โดยแท่งเทียน 1 แท่งจะตัวแทนข้อมูลราคาเปิด (Open), ราคาสูงสุด (High), ราคาต่ำสุด (Low) และราคาปิด (Close) ภายในระยะเวลาที่เลือก

โดยทั่วไปแล้ว การเลือกใช้ Time Frame ที่สั้นมาก ๆ จะแสดงความผันผวนของราคาที่ละเอียด เหมาะกับการจับจังหวะสั้น ๆ แต่แลกมาด้วยสัญญาณรบกวน (Noise) ที่ค่อนข้างสูง ส่วน Time Frame ขนาดใหญ่จะช่วยตัดสัญญาณรบกวนออกไป ทำให้มองเห็นโครงสร้างและแนวโน้มหลักของตลาดได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

ความหมายของแต่ละ Time Frame

สำหรับกรอบเวลาของ Time Frame สามารถแบ่งออกมาได้หลากหลาย โดย TF ที่เทรดเดอร์นิยมใช้และพบบ่อย  ๆ มีดังนี้

  • M (Minute): หน่วยนาที เช่น M1 (1 นาที), M5 (5 นาที), M15 (15 นาที) และ M30 (30 นาที)
  • H (Hour): หน่วยชั่วโมง เช่น H1 (1 ชั่วโมง) และ H4 (4 ชั่วโมง)
  • D (Day): รายวัน
  • W (Week): รายสัปดาห์
  • MN (Month): รายเดือน

ตัวอย่าง เช่น M1 หมายถึง แท่งเทียนจะเริ่มใหม่ทุก ๆ 1 นาที หรือ D1 หมายถึง แท่งเทียนจะมีการเริ่มใหม่ทุก ๆ 1 วันนั่นเองค่ะ

แต่ถึงแม้จะเป็นสินทรัพย์เดียวกันและช่วงระยะเวลาเดียวกัน แต่เมื่อดูใน Time Frame ที่แตกต่างกัน เทรดเดอร์จะได้รับมุมมองและแนวโน้มราคาที่แตกต่างกันไปค่ะ

Time Frame M5 (5 นาที)
Time Frame M5 (5 นาที)
Time Frame H4 (4 ชั่วโมง)
Time Frame H4 (4 ชั่วโมง)
Time Frame D1 (1 วัน)
Time Frame D1 (1 วัน)
Time Frame MN (เดือน)
Time Frame MN (เดือน)


การตั้ง Time Frame ใน MT5

ก่อนเริ่มตั้งค่า อย่าลืมว่า Time Frame คือ สิ่งที่ต้องเลือกให้เหมาะกับสไตล์การเทรดของคุณน้าและเพื่อน ๆ ก่อนเสมอค่ะ การเลือก Time Frame ในโปรแกรม MT5 สามารถทำได้ ดังนี้

  1. เปิดโปรแกรม MT5
  2. คลิกที่แถบเครื่องมือ Time Frame ด้านบน
  3. เลือกหน่วยเวลาที่ต้องการ เช่น M1, M5, M15, M30, H1, H4, D1, W1 หรือ MN
  4. กราฟจะรีเฟรชและแสดงข้อมูลราคาตาม TF ที่เลือกทันที

การตั้ง Time Frame ในโปรแกรมเทรด MT5

นอกจากการเลือก Time Frame ที่ใช่แล้ว การเข้าใจคำศัพท์พื้นฐานก็สำคัญไม่แพ้กัน! คุณน้าได้รวบรวมคำศัพท์จำเป็นสำหรับเทรดเดอร์ทุกคนไว้ให้แล้ว คลิกอ่านเลยเพื่อเพิ่มความมั่นใจในการเทรดของคุณ!


การแบ่งช่วงเวลา Time Frame

พูดง่าย ๆ ก็คือ Time Frame คือ ตัวแปรสำคัญที่ทำให้เทรดเดอร์มองเห็นภาพตลาดต่างกันไป แม้จะดูสินทรัพย์เดียวกันในช่วงเวลาเดียวกันก็ตามค่ะ

จะเห็นได้ว่า TF มีค่อนข้างหลากหลาย ซึ่งเทรดเดอร์สามารถเลือกใช้หรือสลับ TF ได้ตลอดตามสถานการณ์หรือสไตล์การเทรดค่ะ โดยเทรดเดอร์สามารถแบ่งช่วงเวลา Time Frame ให้แตกต่างกันได้ แต่กรอบเวลาที่เทรดเดอร์นิยมใช้จะแบ่งช่วงออกเป็น 2 แบบหลัก ๆ ดังนี้

High Time Frame (TF ระยะยาว)

การใช้ Time Frame ที่มีช่วงเวลานาน (เช่น H4, D1, W1, MN) เหมาะสำหรับดูภาพรวมและแนวโน้มหลักของตลาด ช่วยให้วางแผนการเทรดระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเครียด และไม่จำเป็นต้องเฝ้าหน้าจอตลอดเวลา

Low Time Frame (TF ระยะสั้น)

การใช้ Time Frame ที่มีช่วงเวลาสั้น (เช่น M1, M5, M15, M30, H1) เหมาะสำหรับเทรดเดอร์สายรวดเร็ว เน้นทำกำไรระยะสั้น เข้าออกไว แต่มีความเสี่ยงสูงจากสัญญาณหลอกและ Noise ของราคา

ตารางเปรียบเทียบ High Time Frame vs Low Time Frame

ประเด็นเปรียบเทียบHigh Time Frame (TF ใหญ่)Low Time Frame (TF เล็ก)
กรอบเวลาที่นิยมH4, D1, W1, MNM1, M5, M15, M30, H1
วัตถุประสงค์หลักดูแนวโน้มหลัก และภาพรวมตลาดหาจุดเข้าซื้อขาย (Entry/Exit) ระยะสั้น
ความแม่นยำของสัญญาณสูง (สัญญาณรบกวนหรือ Noise น้อย)ต่ำกว่า (เจอสัญญาณหลอกบ่อย)
ระยะเวลาเฝ้าหน้าจอน้อย (เช็กกราฟวันละ 1-2 ครั้ง)มาก (ต้องเฝ้าจอตลอดช่วงการเทรด)
ระยะ Stop Loss (SL)กว้าง (ต้องเผื่อความผันผวนใหญ่)แคบ (จำกัดความเสี่ยงต่อไม้ได้เล็ก)
ผลกระทบจาก Spreadต่ำ (เมื่อเทียบกับเป้ากำไร pips ใหญ่)สูง (ต้นทุน Spread มีผลต่อกำไรสั้น)

ตัวอย่างเช่น เทรดเดอร์ที่ดู D1 เจอเทรนด์ขาขึ้น แล้วลงมาดู H1 เพื่อหาแนวรับ ก่อนเข้าออเดอร์ที่ M15 — วิธีนี้ช่วยให้เห็นภาพรวมและจุดเข้าที่แม่นยำไปพร้อมกันค่ะ

การแบ่งช่วงเวลา Time Frame ระหว่าง Low Time Frame กับ High Time Frame


การเลือก Time Frame ให้เหมาะกับสไตล์การเทรด

ก่อนตัดสินใจเลือกใช้ ต้องย้ำอีกครั้งว่า Time Frame คือ ปัจจัยที่ต้องเลือกให้สอดคล้องกับสไตล์การเทรดของแต่ละคนค่ะ ไม่มีสูตรตายตัวที่ใช้ได้กับทุกคน

การเลือก Time Frame ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสไตล์การเทรด เวลาที่มี และระดับความรับความเสี่ยง โดยเทรดเดอร์สาย Day Trade หรือ Scalping มักเน้น Time Frame สั้น ในขณะที่สาย Swing หรือ Position จะใช้ Time Frame ใหญ่เป็นหลัก

การเลือก Time Frame ในการเทรด ให้เหมาะสมถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้วางแผนกลยุทธ์ได้แม่นยำขึ้นค่ะ

TF สำหรับสาย Scalping

สำหรับสาย Scalping ซึ่งเน้นการทำกำไรระยะสั้นมาก ๆ เปิด-ปิดออเดอร์ในเวลาไม่กี่นาทีเพื่อเก็บกำไรทีละเล็กละน้อย จะเหมาะกับ M1, M5 หรือ M15 เพราะตอบสนองต่อราคาได้ทันที แต่ต้องระวังเรื่องค่า Spread ที่อาจกัดกินกำไร

TF สำหรับสาย Day Trading

สำหรับสาย Day Trading ที่เปิดและปิดออเดอร์จบภายในวัน ไม่ถือข้ามคืน เหมาะกับกรอบเวลา M30 หรือ H1 เพราะช่วยให้เห็นกรอบการแกว่งตัวของวัน และช่วยวางแผนจุดเข้าออกได้โดยไม่ต้องเฝ้าจอตลอดทุกนาที

TF สำหรับสาย Swing Trading

สำหรับสาย Swing Trading ที่เน้นการถือออเดอร์หลายวันถึงหลายสัปดาห์ เพื่อเก็บรอบการสวิงของราคาในเทรนด์ใหญ่ เหมาะกับ H4 หรือ D1 ซึ่งให้แนวโน้มที่มั่นคงและไม่ต้องกังวลกับความผันผวนระยะสั้น

TF สำหรับสาย Position Trading

สำหรับสาย Position Trading ที่เป็นการลงทุนระยะยาว ถือออเดอร์เป็นเดือนหรือเป็นปี โดยอิงจากปัจจัยพื้นฐานร่วมกับเทคนิคอล เหมาะกับการใช้ W1 หรือ MN เพื่อดูโครงสร้างราคาระยะยาวที่สุด

การเลือก Time Frame ให้เหมาะกับสไตล์การเทรด


การเลือกโบรกเกอร์ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญสำหรับการเทรด Forex ค่ะ เพราะโบรกเกอร์จะพัฒนาระบบและเครื่องมือต่าง ๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้การเทรดของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นให้ได้มากที่สุด

สำหรับเทรดเดอร์ที่ยังไม่มั่นใจว่า โบรกเกอร์ Forex แบบไหนดี? คุณน้าได้รวบรวมการจัดอันดับของโบรกเกอร์ในทุกคุณสมบัติ เช่น สเปรดต่ำ, เทรดทอง หรือโบนัสฟรีมาไว้ให้คุณแล้ว!


มือใหม่หัดเทรดที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี? คุณน้าได้รวบรวมเนื้อหาสำคัญที่ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการเทรด Forex มาไว้ให้แล้วที่นี่!


เทคนิค Multi-Timeframe Analysis (MTFA)

เทคนิคการวิเคราะห์หลายกรอบเวลา หรือ Multi-Timeframe Analysis (MTFA) คือ การใช้ Time Frame มากกว่า 1 กรอบเวลาในการวิเคราะห์สินทรัพย์เดียวกัน เพื่อลดจุดอ่อนของการดูเพียง Time Frame เดียว โดยมีหลักการง่าย ๆ 3 ขั้นตอนดังนี้

  1. ใช้ High Time Frame (เช่น D1 หรือ H4) หาเทรนด์หลัก: เพื่อดูว่าภาพใหญ่ของตลาดเป็นเทรนด์ขาขึ้น ขาลง หรือ Side-way
  2. ใช้ Medium Time Frame (เช่น H1) หาแนวรับแนวต้าน: เพื่อหากรอบราคาสำคัญและโครงสร้างย่อย
  3. ใช้ Low Time Frame (เช่น M15 หรือ M5) หาจุดเข้าออเดอร์: เพื่อจับจังหวะส่งคำสั่งซื้อขายให้ได้ราคาที่ดีที่สุด และตั้ง Stop Loss ได้แคบที่สุด

เทรด Cryptocurrency เลือก TF ไหนดี?

ไม่ว่าจะเทรดสินทรัพย์ประเภทใด หลักการที่ว่า Time Frame คือ เครื่องมือกำหนดมุมมองการวิเคราะห์ก็ยังคงใช้ได้เหมือนกันค่ะ สำหรับการเทรด Cryptocurrency ที่มีความผันผวนสูง การเลือก Time Frame ควรสอดคล้องกับความชำนาญและสไตล์ของเทรดเดอร์ หากมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ สามารถใช้ Time Frame สั้นตั้งแต่ M5 ถึง M30 เพื่อหาโอกาสในการทำกำไรจากความผันผวนที่รวดเร็ว

ส่วนมือใหม่หรือผู้ที่ต้องการวางแผนระยะยาว แนะนำให้ใช้ Time Frame ที่ยาวขึ้น เช่น H1 หรือ D1 เพื่อมองแนวโน้มหลักของตลาด ลดการเกิดสัญญาณหลอก และทำให้สามารถวางกลยุทธ์ได้แม่นยำกว่า การเลือก Time Frame ที่เหมาะสมกับระดับความชำนาญและเวลาที่มีจะช่วยเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จและลดความเครียดในตลาดคริปโตได้ดียิ่งขึ้น

หมายเหตุ : การใช้ Time Frame ระยะสั้นสามารถหาโอกาสในการทำกำไรจากความผันผวนได้รวดเร็ว แต่ก็มีโอกาสในการขาดทุนอย่างรวดเร็วเช่นกัน ดังนั้น ควรใช้ความระมัดระวังในการเทรดนะคะ

เทรดทองเลือก TF ไหนดี?

สำหรับการเทรดทอง หากคุณเป็นสายเทรดระยะสั้นหรือ Day Trade ที่ต้องการเก็บกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาในแต่ละวัน Time Frame ที่เหมาะสมจะอยู่ที่กรอบ 15 นาที (M15), 30 นาที (M30) และ 1 ชั่วโมง (H1) เพราะสามารถเห็นสัญญาณการเคลื่อนไหวของราคาที่ชัดเจนและตอบสนองต่อความผันผวนได้ทันที ช่วยให้จับจังหวะเข้าออกออเดอร์ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับมือใหม่ หากต้องการดูภาพรวมและฝึกวิเคราะห์เทรนด์ควรเริ่มที่ H4 หรือ D1 ก่อน แล้วจึงค่อยซูมดูจุดเข้าออกในกรอบ M15 หรือ M30 เพื่อเพิ่มความแม่นยำ สำหรับเทรดเดอร์มืออาชีพที่ชอบเทรดสั้นหรือเทรดในช่วงตลาดผันผวนสูง M15, M30 และ H1 จะตอบโจทย์เรื่องความเร็วและโอกาสในการทำกำไรจากความผันผวนของราคาทองได้ดีที่สุดค่ะ

สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ อีกครั้งว่า Time Frame คือ แนวคิดพื้นฐานที่เทรดเดอร์ทุกคนควรรู้ ก่อนไปดูคำถามที่พบบ่อยกันค่ะ


คำถามที่พบบ่อย

Time Frame TF คืออะไร?

Time Frame TF คือ กรอบเวลาที่ใช้กำหนดระยะเวลาการบันทึกข้อมูลของแต่ละแท่งเทียนบนกราฟ เช่น Time Frame M5 หมายถึง แท่งเทียน 1 แท่งจะใช้เวลาสร้าง 5 นาทีแล้วจึงขึ้นแท่งใหม่


TimeFrame Forex คืออะไร และควรเลือกอย่างไร?

Time Frame Forex คือ กรอบเวลาที่ใช้ในการวิเคราะห์กราฟคู่เงิน Forex ซึ่งการเลือกควรพิจารณาจากสไตล์การเทรด หากเน้นเทรดสั้นจบในวันควรใช้ M15–H1 แต่หากเน้นรันเทรนด์ควรมอง H4–D1 เป็นหลัก


Time Frame Day คืออะไร?

Time Frame Day หรือ Time Frame รายวัน (D1) คือ ช่วงเวลาที่ใช้วิเคราะห์กราฟโดยแท่งเทียนแต่ละแท่งแสดงข้อมูลราคาภายในระยะเวลา 1 วันเต็ม และจะเริ่มสร้างแท่งใหม่ทุก ๆ 1 วัน

Time Frame Week คืออะไร?

Time Frame Week หรือ Time Frame รายสัปดาห์ (W1) คือ ช่วงเวลาที่ใช้วิเคราะห์กราฟโดยแท่งเทียนแต่ละแท่งแสดงข้อมูลราคาภายในระยะเวลา 1 สัปดาห์เต็ม และจะเริ่มสร้างแท่งใหม่ทุก ๆ 1 สัปดาห์

Time Frame M1 และ M5 ในการเทรดฟอเรกซ์ต่างกันอย่างไร?

ความแตกต่างระหว่าง M1 และ M5 คือความถี่ในการรีเฟรชแท่งเทียน โดย M1 จะสร้างแท่งเทียนใหม่ทุก 1 นาที (ผันผวนสูง เจอ Noise บ่อย) ส่วน M5 จะสร้างแท่งเทียนใหม่ทุก 5 นาที (ให้สัญญาณที่เสถียรกว่า M1)

สรุปเกี่ยวกับ Time Frame

Time Frame คืออะไร สรุปแล้วคือ กรอบเวลาที่เป็นเครื่องมือพื้นฐานในการกำหนดมุมมองการวิเคราะห์กราฟเทคนิคสำหรับเทรดเดอร์ทุกคน ไม่มี Time Frame ไหนที่ดีที่สุดแบบตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับสไตล์การเทรด เวลาที่มี และเป้าหมายของแต่ละบุคคล การเข้าใจและเลือกใช้ Time Frame อย่างเหมาะสม รวมถึงการใช้เทคนิค Multi-Timeframe Analysis จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์และจัดการความเสี่ยงได้อย่างยั่งยืนค่ะ

เทรดเดอร์มือใหม่มักจะเผลอลงไปเทรดใน Low Time Frame เช่น M1 หรือ M5 เพราะอยากทำกำไรเร็ว ๆ แต่ต้องแลกมาด้วยความเครียดและสภาวะ Over-trading คุณน้าแนะนำให้เริ่มฝึกวิเคราะห์จาก High Time Frame อย่าง H4 หรือ D1 เพื่อจับทิศทางหลักให้แม่นยำก่อนนะคะ

การลงทุนมีความเสี่ยงและมีผันผวนสูง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ นักลงทุนควรศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ ทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค ก่อนการตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลในอนาคต บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน

บทความนี้จัดทำขึ้นโดยทีมงานร่วมกับเครื่องมือ AI เพื่อช่วยรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูล และผ่านการตรวจทานโดยทีมบรรณาธิการก่อนเผยแพร่ ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานคุณน้าพาเทรด


สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers

บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing

คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge

Picture of khunnaphatrade
khunnaphatrade
Table of Contents
Recent Post
Recent Post
Smart Money Concept (SMC) คืออะไร? เทคนิคการเทรด Forex ของเหล่าเทรดเดอร์รายใหญ่!
Smart Money Concept คืออะไร? เทคนิคเทรด Forex จากรายใหญ่!

เจาะลึก SMC คืออะไร? พร้อมเผยสุดยอดเทคนิคการเทรด Forex จากเทรดเดอร์รายใหญ่ที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรให้คุณได้อย่างชาญฉลาดตามแบบฉบับเทรดเดอร์มืออาชีพ

Cash Balance คือ บัญชีซื้อขายหุ้นวางเงินสด 100% สำหรับนักลงทุนมือใหม่
Cash Balance คืออะไร? รู้ก่อนเริ่มเปิดบัญชีหุ้นแรก

Cash Balance คือ บัญชีซื้อขายหุ้นพื้นฐานที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับมือใหม่ เพราะต้องฝากเงินสดครบ 100% ก่อนสั่งซื้อ ช่วยคุมความเสี่ยงและฝึกวินัยการลงทุนได้อย่างมั่นใจค่ะ

บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โครงสร้างและกลไกการนำบริษัทเข้าตลาดหุ้นสำหรับมือใหม่
บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ คืออะไร? เช็กก่อนลงทุน

บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ คือจุดเริ่มต้นสำคัญสำหรับนักลงทุนมือใหม่ในการเลือกเฟ้นธุรกิจที่มีความโปร่งใสและน่าเชื่อถือ คุณน้าสรุปโครงสร้าง ความต่างระหว่าง SET กับ mai พร้อมข้อควรระวังเรื่องสภาพคล่องและราคาผันผวนไว้ให้ศึกษาแล้วค่ะ

ทางเว็บไซต์ คุณน้าพาเทรด
ได้มีการใช้คุกกี้เพื่อช่วยปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพให้เว็บไซต์ของเราดียิ่งขึ้น


Privacy Policy