พบกับวิเคราะห์ USDCAD ที่สายเทรดสั้นห้ามพลาด การวิเคราะห์คู่เงิน Forex ดูแนวโน้มราคาล่าสุด สำหรับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค อีกทั้งแนวทางในการเข้าออกออเดอร์ ไปจนถึงคำแนะนำเกี่ยวกับการเทรดคู่เงินแบบละเอียด เรียกได้ว่าครบจบในบทความเดียว!
บทวิเคราะห์ Forex วันนี้ : คู่เงิน USDCAD
บทวิเคราะห์ภาพรวมปัจจัยพื้นฐาน
ตลาดการเงินโลกเริ่มปรับท่าทีไปในเชิงระมัดระวังมากขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมืองและนโยบายของสหรัฐฯ ที่กดดันค่าเงินดอลลาร์ โดยแรงขายดอลลาร์เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนก่อนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ จากความกังวลทั้งเรื่องความเสี่ยงของการปิดหน่วยงานรัฐบาล และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมประกาศชื่อประธาน Fed คนใหม่ ภาวะดังกล่าวทำให้นักลงทุนทยอยลดการถือครองดอลลาร์ ส่งผลให้กลยุทธ์ “ขายอเมริกา (sell America)” กลับมาอีกครั้ง ท่ามกลางความตึงเครียดภายในประเทศและความเสี่ยงด้านการคลังที่เพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงโครงสร้างที่ตลาดกำลังจับตาอย่างใกล้ชิดค่ะ
ทั้งนี้ ตลาดให้น้ำหนักความสนใจไปที่การประชุมนโยบายการเงินของ Fed เป็นหลัก โดยคาดกันว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในช่วง 3.5%–3.75% แม้อัตราเงินเฟ้อยังอยู่เหนือเป้าหมาย แต่เริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น ขณะที่ตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่งในระดับหนึ่ง ส่งผลให้ตลาดมองว่า Fed มีแนวโน้มจะคงท่าทีระมัดระวังและหยุดพักวงจรการผ่อนคลายนโยบายเป็นระยะเวลานาน มากกว่าการเร่งลดดอกเบี้ยในระยะใกล้ ปัจจุบันนักลงทุนประเมินว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งถัดไปอาจไม่เกิดขึ้นก่อนช่วงกลางปี และการผ่อนคลายนโยบายในปี 2026 ก็ถูกคาดหมายว่าจะเป็นไปอย่างจำกัดค่ะ
อย่างไรก็ดี ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงสนับสนุนมุมมองว่าเศรษฐกิจมีความแข็งแกร่งในเชิงพื้นฐาน โดยการลงทุนภาคธุรกิจในช่วงปลายปี 2025 ยังอยู่ในระดับที่ดี คำสั่งซื้อสินค้าทุนปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 ได้แรงหนุนจากความเชื่อมั่นของภาคเอกชน มาตรการสนับสนุนด้านการคลัง และการใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI แม้ว่าภาคการผลิตยังเผชิญแรงกดดันจากภาษีศุลกากรและอุปสงค์ที่ผันผวน แต่นักเศรษฐศาสตร์มองว่ายังมีโอกาสฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป หากความไม่แน่นอนด้านนโยบายเริ่มคลี่คลาย ทั้งนี้ การเติบโตในระยะใกล้อาจชะลอลงจากปัจจัยชั่วคราว เช่น ความเสี่ยงจากการปิดหน่วยงานรัฐบาลและสภาพอากาศฤดูหนาวที่รุนแรง อย่างไรก็ดี ภาพรวมในระยะกลางยังถือว่าเป็นบวก โดยการลงทุนและการบริโภคภาคครัวเรือนยังคงถูกมองว่าเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญไปจนถึงปี 2026 ค่ะ
ในตลาดพันธบัตร นักลงทุนเริ่มปรับโครงสร้างพอร์ตเพื่อรองรับช่วงการหยุดพักนโยบายการเงินที่อาจยืดเยื้อ โดยเพิ่มการรับความเสี่ยงอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผ่านการขยายอายุเฉลี่ยของตราสาร และการเลือกลงทุนในตราสารหนี้เอกชนคุณภาพสูง ขณะเดียวกัน พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาวได้รับความสนใจมากขึ้น จากภาวะเส้นอัตราผลตอบแทนที่มีความชันเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี สเปรดของตราสารหนี้เกรดลงทุนได้ปรับแคบลงมาอยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้โอกาสสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติมเริ่มจำกัด ทำให้ผู้จัดการกองทุนยังคงระมัดระวังในการเพิ่มน้ำหนักไปยังสินทรัพย์เครดิตที่มีความเสี่ยงสูง ท่ามกลางมูลค่าที่อยู่ในระดับตึงตัว การขาดดุลการคลังที่ยังต่อเนื่อง และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งสะท้อนบรรยากาศตลาดที่เน้นความระมัดระวังได้อย่างชัดเจนค่ะ
สำหรับแคนาดา ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางแคนาดาจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 2.25% ในการประชุมช่วงปลายเดือนมกราคม โดยนักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากมองว่าการหยุดพักนโยบายครั้งนี้มีแนวโน้มยืดเยื้อไปตลอดปี 2026 ท่ามกลางการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ค่อนข้างทรงตัว เงินเฟ้อที่ยังอยู่ในกรอบควบคุม และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ ผู้กำหนดนโยบายส่งสัญญาณชัดเจนว่าอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันอยู่ใกล้ขอบล่างของระดับเป็นกลางแล้ว หลังจากการผ่อนคลายนโยบายอย่างมากในช่วงสองปีที่ผ่านมา และยังคงดำเนินท่าทีอย่างระมัดระวังจากความเสี่ยงด้านการค้าและตลาดแรงงานค่ะ
ด้านข้อมูลเศรษฐกิจของแคนาดายังคงออกมาในลักษณะหลากหลาย สอดคล้องกับท่าทีรอดูสถานการณ์ของ BoC โดยการจ้างงานชะลอตัวลงในเดือนธันวาคม และอัตราการว่างงานปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและผู้บริโภคยังอยู่ในระดับต่ำ จากความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และการทบทวนข้อตกลง USMCA ที่กำลังจะมาถึง อย่างไรก็ดี เงินเฟ้อยังคงอยู่ใกล้กึ่งกลางกรอบเป้าหมายของ BoC ราคาผู้บริโภคโดยรวมทรงตัว และเศรษฐกิจยังแสดงความยืดหยุ่นได้ดีในภาคส่วนที่ไม่ถูกกระทบจากมาตรการภาษี เช่น รถยนต์ เหล็ก อะลูมิเนียม และไม้แปรรูป ท่ามกลางยอดค้าปลีกที่ฟื้นตัวแรงในเดือนพฤศจิกายน จากการใช้จ่ายด้านอาหาร สินค้าฟุ่มเฟือย และการปรับปรุงที่อยู่อาศัย แม้แรงส่งจะเริ่มชะลอลงในเดือนธันวาคม สะท้อนพฤติกรรมการบริโภคที่ผันผวนและเคลื่อนไหวในกรอบ มากกว่าการฟื้นตัวอย่างยั่งยืนค่ะ
ทั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าเศรษฐกิจแคนาดาจะชะลอตัวลงในระยะใกล้ ก่อนจะทยอยฟื้นตัวเมื่อผลของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงก่อนหน้าเริ่มส่งผ่านสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ โดยการเติบโตมีแนวโน้มกลับเข้าใกล้ระดับประมาณ 2% ในช่วงปลายปี 2026 ขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในกรอบที่สามารถควบคุมได้ อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงโดยรวมยังคงเอนเอียงไปทางด้านลบ โดยเฉพาะในกรณีที่ความตึงเครียดทางการค้าทวีความรุนแรงหรือมีการขยายมาตรการภาษี ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันให้ BoC ต้องกลับมาใช้นโยบายผ่อนคลายเพิ่มเติมมากกว่าการคุมเข้มค่ะ
ขณะเดียวกัน แคนาดากำลังเร่งกระจายความเสี่ยงด้านการค้าออกจากการพึ่งพาสหรัฐฯ โดยนายกรัฐมนตรี มาร์ค คาร์นีย์ เดินหน้าสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับจีน อินเดีย ตะวันออกกลาง และภูมิภาคอื่น ๆ ซึ่งข้อตกลงที่อยู่ระหว่างการพิจารณาครอบคลุมภาคพลังงาน แร่ธาตุสำคัญ ความร่วมมือด้านนิวเคลียร์ และเทคโนโลยีขั้นสูง สะท้อนกลยุทธ์ระยะยาวในการลดการพึ่งพาการค้ากับสหรัฐฯ และเสริมภูมิคุ้มกันให้เศรษฐกิจท่ามกลางโครงสร้างเศรษฐกิจโลกที่มีการแบ่งขั้วมากขึ้น ซึ่งช่วยตอกย้ำมุมมองนโยบายการเงินของ BoC ที่ยังคงเน้นความระมัดระวังค่ะ
ในเชิงปัจจัยพื้นฐาน คู่เงิน USDCAD ยังคงมีทิศทางอ่อนค่าลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป สะท้อนความแตกต่างที่ชัดเจนขึ้นระหว่างฝั่งแคนาดา ซึ่งดำเนินนโยบายด้วยท่าทีระมัดระวังแต่ยังคงมีเสถียรภาพ ที่อาจช่วยลดความเสี่ยงขาลงของค่าเงินดอลลาร์แคนาดาได้ในระดับหนึ่ง กับฝั่งสหรัฐฯ ที่แนวโน้มถูกบดบังด้วยความไม่แน่นอนทางการเมือง การคลัง และนโยบายการเงิน ซึ่งอาจส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อาจยังต้องเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง แม้ว่าข้อมูลเศรษฐกิจแคนาดาระยะสั้นที่อ่อนลงและความไม่แน่นอนด้านการค้าจะจำกัดแรงหนุนของ CAD อยู่บ้าง แต่โดยภาพรวมแล้ว ปัจจัยพื้นฐานยังคงเอื้อต่อการที่ USDCAD มีแนวโน้มอ่อนค่าลงหรือเผชิญแรงต้านด้านบน โดยเฉพาะหากความไม่แน่นอนทางการเมืองของสหรัฐฯ ยังคงอยู่ และบรรยากาศการรับความเสี่ยงของตลาดโลกยังคงสนับสนุนค่ะ
บทวิเคราะห์ภาพรวมทางเทคนิค

จากมุมมองทางเทคนิค คุณน้าเห็นว่าคู่เงิน USDCAD ที่บริเวณ 1.3610 กำลังซื้อขายอยู่ในตำแหน่งที่ค่อนข้างเปราะบาง หลังจากไม่สามารถรักษาการรีบาวด์ไว้ได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าความเสี่ยงด้านขาลงยังคงเป็นปัจจัยกดดันหลักในระยะใกล้ โดย USDCAD หลุดลงมาต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะสั้น 20 วัน และ 50 วัน ซึ่งบ่งชี้ว่าโมเมนตัมฝั่งขาลงกำลังกลับมาก่อตัวอีกครั้ง ขณะที่การปรับขึ้นในช่วงนี้มีแนวโน้มเป็นเพียงการรีบาวด์เพื่อปรับฐาน มากกว่าการเปลี่ยนทิศทางแนวโน้ม เว้นแต่จะมีปัจจัยบวกที่ชัดเจนเข้ามาหนุนค่ะ
ในระยะสั้น แนวรับสำคัญอยู่แถว 1.3570–1.3550 หากราคาหลุดระดับนี้ลงไปอย่างชัดเจน มีโอกาสเร่งแรงขายต่อไปสู่บริเวณ 1.3480–1.3500 ตัวชี้วัดโมเมนตัมยังปรับลง แต่ยังไม่อยู่ในภาวะขายมากเกินไป จึงยังเปิดโอกาสให้ราคาปรับลงต่อได้ หาก Fed ส่งสัญญาณคงดอกเบี้ยในเชิงผ่อนคลายมากขึ้น หรือบรรยากาศการลงทุนโดยรวมยังเอื้อต่อการรับความเสี่ยงค่ะ
สำหรับแนวต้านจะอยู่บริเวณ 1.3680–1.3720 การปรับขึ้นเหนือโซนนี้อย่างชัดเจนเท่านั้น จึงจะช่วยลดมุมมองเชิงลบ และเปิดทางให้เกิดการปรับตัวกลับขึ้นไปทดสอบแถว 1.3800 ได้ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าวน่าจะต้องอาศัยการปรับขึ้นแรงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ หรือบรรยากาศการลงทุนโดยรวมที่แย่ลงอย่างชัดเจน ตราบใดที่ USDCAD ยังเคลื่อนไหวต่ำกว่าแนวต้านดังกล่าว โครงสร้างทางเทคนิคโดยรวมยังเอื้อต่อการแกว่งตัวในกรอบถึงปรับตัวลง โดยคุณน้ามองว่าฝั่งขายยังมีแนวโน้มอาศัยจังหวะการรีบาวด์เพื่อเปิดสถานะขาย มากกว่าการไล่ซื้อในช่วงที่ราคาพยายามเบรกขึ้นค่ะ
📍ข้อมูลประกอบการวิเคราะห์ทางเทคนิค
- แนวรับสำคัญ : 1.3555, 1.3512, 1.3442
- แนวต้านสำคัญ : 1.3695, 1.3738, 1.3808
ข่าวเศรษฐกิจสำคัญที่ส่งผลต่อคู่เงิน USDCAD

ที่มา : Forexfactory

⭐ คุณน้าแนะนำโบรกเกอร์คุณสมบัติเด่น!
การเลือกโบรกเกอร์ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ สำหรับการเทรด Forex ค่ะ เพราะโบรกเกอร์จะพัฒนาระบบและเครื่องมือต่าง ๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้การเทรดของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นให้ได้มากที่สุด
สำหรับเทรดเดอร์ที่ยังไม่มั่นใจว่า โบรกเกอร์ Forex แบบไหนดี? คุณน้าได้รวบรวมการจัดอันดับของโบรกเกอร์ในทุกคุณสมบัติ เช่น สเปรดต่ำ, เทรดทอง หรือโบนัสฟรีมาไว้ให้คุณแล้ว!

💡 คัมภีร์เริ่มต้น มือใหม่หัดเทรด
มือใหม่หัดเทรดที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี? คุณน้าได้รวบรวมเนื้อหาสำคัญที่ถือเป็นจุดเริ่มต้น สำหรับการเทรด Forex มาไว้ให้แล้วที่นี่!
🔍 ตัวอย่างเนื้อหา มือใหม่หัดเทรดต้องรู้!
สรุปวิเคราะห์ USDCAD
จุดน่าเข้า Buy
- Buy/ Long 1 : หากมีการแตะแนวรับที่ช่วงราคา 1.3505 – 1.3555 แต่ไม่สามารถทะลุแนวรับที่ 1.3555 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 1.3695 และ SL ที่ประมาณ 1.3480 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
- Buy/ Long 2 : หากสามารถทะลุแนวต้านที่ช่วงราคา 1.3695 – 1.3745 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 1.3808 และ SL ที่ประมาณ 1.3530 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
จุดน่าเข้า Sell
- Sell/ Short 1 : หากมีการแตะแนวต้านที่ช่วงราคา 1.3695 – 1.3745 แต่ไม่สามารถทะลุแนวต้านที่ 1.3695 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 1.3509 และ SL ที่ประมาณ 1.3770 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
- Sell/ Short 2 : หากสามารถทะลุแนวรับที่ช่วงราคา 1.3505 – 1.3555 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 1.3442 และ SL ที่ประมาณ 1.3720 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
คำเตือน
การให้ข้อมูลการวิเคราะห์คู่เงิน Forex ทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค เป็นเพียงการให้ความรู้เกี่ยวกับข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาชักชวนในการลงทุนแต่อย่างใด เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจการลงทุน
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge







