คุยหุ้นสหรัฐ เจาะลึกทุกมุมมอง วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2026

คุยหุ้นสหรัฐ เจาะลึกทุกมุมมอง วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2026
Table of Contents

หุ้นสหรัฐถือเป็นหุ้นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ซึ่งการเคลื่อนไหวของหุ้นสหรัฐเพียงหนึ่งครั้งก็สามารถส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นอื่น ๆ ทั่วโลก ดังนั้น ในบทความนี้เราจะมาคุยหุ้น เจาะลึกปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิคที่ส่งผลต่อตลาดหุ้นสหรัฐ รวมถึงความเสี่ยงและมุมมองในการลงทุน สายวิเคราะห์หุ้นสหรัฐห้ามพลาดบทความนี้!

คุยหุ้นสหรัฐวันนี้ (US 500/ S&P 500)

บทวิเคราะห์ภาพรวมปัจจัยพื้นฐานหุ้นสหรัฐ

ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลดลงในวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยปิดต่ำกว่าระดับ 6,940 เล็กน้อย หลังนักลงทุนเริ่มลดความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุน ภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อ เควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ ให้เข้ารับตำแหน่งต่อจาก เจอโรม พาวเวลล์ ค่ะ

แม้เควิน วอร์ช จะถูกมองว่าเป็นบุคคลที่มีความน่าเชื่อถือ และมีแนวโน้มรักษาความเป็นอิสระของ Fed ได้ดี แต่ตลาดกลับมองว่าจุดยืนด้านนโยบายการเงินค่อนข้าง “เข้มงวด” มากกว่าที่นักลงทุนคาดหวังไว้ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับความหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยอย่างจริงจัง โดยความไม่แน่นอนด้านนโยบายดังกล่าว ประกอบกับตัวเลขเงินเฟ้อฝั่งผู้ผลิตที่ออกมาสูงกว่าคาด ทำให้ความกังวลเรื่องแรงกดดันด้านราคากลับมาอีกครั้ง ส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และเกิดแรงเทขายรุนแรงในกลุ่มโลหะมีค่า ซึ่งกดดันบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นโดยรวมค่ะ

การเคลื่อนไหวของหุ้นรายกลุ่มในดัชนี S&P 500 สะท้อนภาพการเปลี่ยนทิศทางของตลาดได้อย่างชัดเจน โดยกลุ่มวัสดุปรับตัวลงมากที่สุดเกือบ 2% หลังหุ้นเหมืองทองและเงินร่วงแรง ตามการปรับฐานของราคาโลหะมีค่าที่ถือว่าหนักที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ในทางตรงกันข้าม กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐานซึ่งมีลักษณะเชิงป้องกันความเสี่ยงกลับทำผลงานได้โดดเด่น โดยปรับขึ้นมากกว่า 1% ขณะที่หุ้น Colgate-Palmolive ปรับตัวขึ้นเกือบ 6% หลังบริษัทให้มุมมองยอดขายเชิงบวก สะท้อนว่านักลงทุนยังคงให้น้ำหนักกับความมั่นคงของผลประกอบการ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจค่ะ

ทางด้านความผันผวนจากผลประกอบการของหุ้นขนาดใหญ่มีบทบาทสำคัญต่อทิศทางดัชนีเช่นกัน โดย Apple ปิดบวกเล็กน้อย หลังฟื้นตัวจากการอ่อนตัวระหว่างวัน จากแรงหนุนของยอดขาย iPhone ที่ออกมาดีกว่าคาด และแนวโน้มรายได้ที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนชิ้นส่วนยังสร้างแรงกดดันต่ออัตรากำไร ทำให้การปรับขึ้นของราคาหุ้นถูกจำกัด ขณะที่ Microsoft ยังคงเผชิญแรงขายต่อเนื่อง หลังรายได้จากธุรกิจคลาวด์ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ และการลงทุนด้าน AI ในระดับสูงยังไม่สามารถแปลงเป็นผลประกอบการที่สอดคล้องกับความคาดหวังของนักลงทุนได้อย่างชัดเจน ส่วน Meta ก็ปรับตัวลงเช่นกัน สะท้อนว่าตลาดเริ่มเข้มงวดมากขึ้นต่อผลประกอบการ โดยแม้จะต่ำกว่าคาดเพียงเล็กน้อย ก็อาจถูกตอบสนองในเชิงลบได้ค่ะ

อย่างไรก็ดี Tesla เป็นหุ้นที่ช่วยพยุงดัชนี S&P 500 มากที่สุด โดยราคาปรับขึ้นกว่า 3% จากรายงานข่าวเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างธุรกิจต่าง ๆ ของ อีลอน มัสก์ ขณะที่ Verizon ก็เป็นอีกหนึ่งแรงหนุนสำคัญ ราคาหุ้นพุ่งขึ้นเกือบ 12% หลังบริษัทคาดการณ์กำไรและกระแสเงินสดอิสระที่ดีกว่าคาด สะท้อนสัญญาณเชิงบวกของความคืบหน้าในแผนฟื้นฟูกิจการ ด้านหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ให้ภาพที่หลากหลาย โดย SanDisk ปรับขึ้นจากอุปสงค์ด้านระบบจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่ดีขึ้น แต่ KLA กลับร่วงแรง แม้ผลประกอบการจะออกมาดีกว่าคาด ซึ่งตอกย้ำว่าตลาดยังคงอ่อนไหวต่อระดับมูลค่าหุ้นอย่างมาก แม้บริษัทจะมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งก็ตามค่ะ

แม้ดัชนีจะปรับตัวลงในวันศุกร์ แต่โดยรวมแล้ว S&P 500 ยังปรับขึ้นราว 1.4% นับตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม และยังเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากเคยทะลุระดับ 7,000 ไปช่วงสั้น ๆ เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี แรงหนุนภายในตลาดโดยรวมเริ่มอ่อนกำลังลงอย่างชัดเจน โดยจำนวนหุ้นที่ปรับตัวลงมีมากกว่าหุ้นที่ปรับขึ้น สะท้อนว่าแรงส่งภายในตลาดเริ่มชะลอตัวค่ะ

ทั้งนี้ นักลงทุนกำลังเตรียมรับมือกับสัปดาห์ที่มีการประกาศผลประกอบการอย่างหนาแน่น โดยเกือบหนึ่งในสี่ของบริษัทในดัชนี S&P 500 จะทยอยรายงานงบการเงิน รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลตลาดแรงงานที่สำคัญ ท่ามกลางระดับมูลค่าหุ้นที่ค่อนข้างตึงตัว และความคาดหวังของตลาดที่อยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในกลุ่มหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ทิศทางระยะสั้นของ S&P 500 คาดว่าจะขึ้นอยู่กับการเติบโตของกำไรที่ยังสามารถรองรับราคาหุ้นในระดับสูงได้มากเพียงใด ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เงินเฟ้อยังลดลงได้ยาก และแนวโน้มนโยบายของ Fed ที่ยังไม่ได้ผ่อนคลายมากนักค่ะ

ในเชิงปัจจัยพื้นฐาน ภาพรวมของ S&P 500 ยังคงเป็นการผสมผสานระหว่างการเติบโตของกำไรภาคธุรกิจที่แข็งแกร่ง และแรงกดดันจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค โดยในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา บริษัทส่วนใหญ่สามารถรายงานผลประกอบการได้ดีกว่าคาด ได้รับแรงหนุนหลักจากหุ้นเทคโนโลยีและการสื่อสารขนาดใหญ่ ซึ่งช่วยพยุงดัชนีไว้ได้ อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังถูกกดดันจากเงินเฟ้อที่ลดลงช้ากว่าที่คาด และความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงิน ทำให้ความคาดหวังด้านอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับค่อนข้างสูง และอาจกดดันมูลค่าหุ้นกลุ่มเติบโตในระยะต่อไปค่ะ

บทวิเคราะห์ภาพรวมทางเทคนิคหุ้นสหรัฐ

ภาพทางเทคนิคระยะสั้น ดัชนี S&P 500 กำลังอยู่ในช่วงพักฐาน หลังจากไม่สามารถยืนเหนือระดับ 7,000 จุดได้อย่างมั่นคงก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ดัชนียังคงเคลื่อนไหวอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะสั้นและระยะกลางที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งยืนยันว่าแนวโน้มหลักในภาพใหญ่ยังเป็นขาขึ้นค่ะ

ในขณะเดียวกัน การถูกปฏิเสธซ้ำ ๆ บริเวณใกล้ 7,000 จุด สะท้อนว่าแรงขายเริ่มสะสมเพิ่มขึ้น โดยแนวต้านระยะใกล้อยู่ที่โซน 6,980–7,020 ส่วนแนวรับแรกอยู่ที่บริเวณ 6,880–6,900 ตราบใดที่ดัชนียังสามารถปิดรายวันเหนือโซนแนวรับนี้ได้ การเคลื่อนไหวในปัจจุบันอาจเป็นการพักฐาน มากกว่าที่จะเป็นสัญญาณสิ้นสุดของแนวโน้มขาขึ้น ขณะที่ตัวชี้วัดโมเมนตัมเริ่มชะลอลง แต่ยังไม่ส่งสัญญาณกลับทิศ โดย RSI ปรับตัวลงจากเขตซื้อมากเกินไป แต่ยังยืนเหนือระดับ 50 ซึ่งมักสะท้อนการพักตัวภายในแนวโน้มขาขึ้น อย่างไรก็ดี หากดัชนีปิดต่ำกว่า 6,850 จุด จะถือเป็นสัญญาณเตือนเบื้องต้นว่าแรงอ่อนตัวของโมเมนตัมเริ่มขยายตัวมากขึ้นค่ะ

ทั้งนี้ หาก S&P 500 สามารถยืนเหนือโซน 6,880–6,900 ได้อย่างมั่นคง และกลับขึ้นไปยืนเหนือระดับ 7,000 พร้อมปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น ภาพทางเทคนิคจะกลับมาเอื้อต่อการเร่งตัวขึ้นอีกครั้ง โดยการเบรกทะลุและปิดเหนือ 7,020 จุด จะเปิดทางให้ดัชนีมีโอกาสขยับขึ้นไปทดสอบเป้าหมายถัดไปที่บริเวณ 7,150–7,250 ในทางกลับกัน หากดัชนีไม่สามารถรักษาระดับ 6,880 ได้ มีโอกาสสูงที่จะเข้าสู่ช่วงปรับฐานที่ลึกขึ้น โดยแนวรับถัดไปจะอยู่ที่โซน 6,700–6,750 ซึ่งโซนดังกล่าวมีแนวโน้มดึงดูดแรงซื้อจากนักลงทุนระยะกลาง อย่างไรก็ดี เฉพาะในกรณีที่ดัชนีหลุดต่ำกว่า 6,600 จุดอย่างชัดเจนเท่านั้น จึงจะเริ่มส่งผลกระทบต่อโครงสร้างขาขึ้นในภาพใหญ่ และเปลี่ยนมุมมองทางเทคนิคไปสู่ภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในระยะยาวมากขึ้นค่ะ

📍ข้อมูลประกอบการวิเคราะห์ทางเทคนิค (US 500/ S&P 500)

  • แนวรับสำคัญ : 6894.4, 6863.5, 6813.6          
  • แนวต้านสำคัญ : 6994.2, 7025.1, 7075.0

ข่าวที่ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มหุ้นสหรัฐ

ข่าวที่ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มหุ้นสหรัฐ

ที่มา : Forexfactory

กำหนดการรายงานผลประกอบการ

กำหนดการรายงานผลประกอบการ

ที่มา : TradingView

📍หุ้นสหรัฐที่น่าจับตามอง

  • Apple (AAPL): เคลื่อนไหวต่ำกว่าบริเวณแนวต้านสำคัญในระยะกลางที่โซนประมาณ 262–265 เล็กน้อย อย่างไรก็ดี ราคายังคงยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วันซึ่งกำลังปรับตัวขึ้น สะท้อนว่าแนวโน้มขาขึ้นในภาพรวมยังไม่เสียรูป โดยแนวรับระยะสั้นอยู่ที่บริเวณ 252–255 และมีแนวรับถัดไปใกล้โซน 245 ขณะที่สัญญาณโมเมนตัมบ่งชี้ถึงการพักฐานมากกว่าภาวะอ่อนแรง โดยหากราคาสามารถทะลุผ่าน 265 ได้อย่างชัดเจน คุณน้ามองว่ายังมีโอกาสเปิดทางขึ้นต่อไปที่โซน 275–280 แต่หากไม่สามารถยืนเหนือ 252 ได้ ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดการปรับฐานลึกลงไปแถวระดับกลางของโซน 240 ค่ะ
  • Microsoft (MSFT): กำลังพยายามทรงตัวหลังจากปรับตัวลงแรงภายหลังการประกาศผลประกอบการ โดยขณะนี้ซื้อขายอยู่ใกล้บริเวณแนวเทคนิคสำคัญระหว่าง 425–435 โดยแนวต้านระยะสั้นอยู่ที่ 445–450 ซึ่งเป็นจุดที่แรงขายเคยเร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจน และมีแนวต้านถัดไปแถว 470 หากราคายังสามารถยืนเหนือ 425 ได้ โครงสร้างราคาจะเอื้อต่อการสร้างฐานเพื่อฟื้นตัว แต่หากหลุดต่ำกว่า 420 อย่างชัดเจน จะเปิดโอกาสความเสี่ยงขาลงไปทดสอบโซน 400–405 ซึ่งอาจสะท้อนว่าการปรับลดความเสี่ยงของนักลงทุนสถาบันอาจยังไม่จบลงค่ะ
  • NVIDIA (NVDA): ยังคงเคลื่อนไหวในโครงสร้างที่มีโมเมนตัมสูง แต่เริ่มตึงตัวในเชิงเทคนิค โดยราคายังยืนเหนือแนวรับสำคัญที่ 185–188 ขณะที่แนวต้านอยู่ที่บริเวณ 198–200 หากราคาสามารถเบรกทะลุผ่าน 200 ได้อย่างมั่นคง แนวโน้มมีโอกาสขึ้นต่อไปที่ 215–220 แต่หากหลุดต่ำกว่า 185 จะเพิ่มความเสี่ยงของการปรับฐานที่รวดเร็วลงไปยังโซน 170–175 โดยเฉพาะเมื่อหุ้นมีความอ่อนไหวสูงต่อกระแสข่าวด้าน AI ค่ะ
  • Tesla (TSLA): กำลังอยู่ในช่วงพักตัวหลังจากรีบาวด์ขึ้นมาแรง โดยราคาซื้อขายอยู่ต่ำกว่าแนวต้านหลักที่โซน 440–450 ซึ่งเป็นระดับที่เคยจำกัดการปรับขึ้นของราคาอยู่หลายครั้ง ขณะที่โครงสร้างโดยรวมยังถือว่าเป็นขาขึ้น ตราบใดที่ราคายังยืนเหนือแนวรับแรกที่ 410–415 ได้ โดยมีแนวรับถัดลงไปที่ 380–390 ท่ามกลางความผันผวนของราคาที่ยังอยู่ในระดับสูง หากราคาสามารถทะลุ 450 ขึ้นไปได้ จะเป็นการยืนยันการไปต่อของแนวโน้มขาขึ้น โดยมีเป้าหมายถัดไปที่ 480–500 แต่หากถูกปฏิเสธ และราคาหลุดต่ำกว่า 410 จะเป็นสัญญาณว่าหุ้นอาจกลับเข้าสู่การแกว่งตัวในกรอบ มากกว่าการเร่งตัวของแนวโน้มค่ะ
  • Verizon (VZ): มีโครงสร้างทางเทคนิคที่แข็งแกร่ง หลังจากพุ่งขึ้นแรงจากปัจจัยผลประกอบการ โดยแนวต้านเดิมบริเวณ 42.50–43.00 ได้เปลี่ยนบทบาทมาเป็นแนวรับแรก ขณะที่แนวรับถัดไปอยู่แถว 41 โดยแนวต้านระยะสั้นยังค่อนข้างจำกัดที่โซน 45.50–46.00 ซึ่งอาจเริ่มเห็นแรงขายจากนักลงทุนระยะยาว ตราบใดที่ราคายังยืนเหนือ 43 ได้ โครงสร้างทางเทคนิคยังสนับสนุนการไปต่อของแนวโน้มมากกว่าการกลับตัวลงแรง ซึ่งคุณน้ามองว่าการย่อตัวลงใกล้โซนแนวรับมีแนวโน้มดึงดูดแรงซื้อ มากกว่าที่จะนำไปสู่การปรับฐานค่ะ

🔍คุณน้าแนะนำเทรดหุ้น CFD ไปกับโบรกเกอร์ IUX

เทรดหุ้น CFD กับ IUX โบรกเกอร์หุ้นค่าธรรมเนียมถูก

IUX มีการให้บริการซื้อขายหุ้น CFD ประกอบไปด้วยหุ้นกลุ่ม Magnificent Seven (M7) อีกทั้งยังมีหุ้นให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Coca Cola, Adobe, Alibaba, McDonalds Incorporated และ Netflix เป็นต้น ทำให้เหมาะสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่และเทรดเดอร์รายย่อยที่มีต้นทุนจำกัดแล้วต้องการซื้อขายหุ้นระดับโลก

สรุปคุยหุ้นสหรัฐและแนวโน้มในการลงทุน (US 500/ S&P 500)

จุดน่าเข้า Buy

  • Buy/ Long 1 : หากมีการแตะแนวรับที่ช่วงราคา 6844.4 – 6894.4 แต่ไม่สามารถทะลุแนวรับที่ 6894.4 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 7017.3 และ SL ที่ประมาณ 6819.0 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
  • Buy/ Long 2 : หากสามารถทะลุแนวต้านที่ช่วงราคา 6994.2 – 7044.2 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 7075.0 และ SL ที่ประมาณ 6869.0 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้

จุดน่าเข้า Sell

  • Sell/ Short 1 : หากมีการแตะแนวต้านที่ช่วงราคา 6994.2 – 7044.2 แต่ไม่สามารถทะลุแนวต้านที่ 6994.2 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 6886.6 และ SL ที่ประมาณ 7069.0 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
  • Sell/ Short 2 : หากสามารถทะลุแนวรับที่ช่วงราคา 6844.4 – 6894.4 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 6813.6 และ SL ที่ประมาณ 7019.0 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้

คำเตือน

บทวิเคราะห์นี้ใช้สำหรับการศึกษาข้อมูลของหุ้นสหรัฐเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาในการชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลของสินทรัพย์และศึกษาความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด ประกอบกับศึกษาแนวโน้มหุ้นและข่าวสหรัฐก่อนตัดสินใจลงทุน


สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers

บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing

คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge

Picture of คุณน้า
คุณน้า
Table of Contents
Recent Post
Recent Post
คุยหุ้นสหรัฐ เจาะลึกทุกมุมมอง วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2026
คุยหุ้นสหรัฐ เจาะลึกทุกมุมมอง วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2026

ในบทความนี้เราจะมาคุยหุ้น เจาะลึกปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิคที่ส่งผลต่อตลาดหุ้นสหรัฐ รวมถึงความเสี่ยงและมุมมองในการลงทุน สายหุ้นสหรัฐห้ามพลาดบทความนี้!

บทวิเคราะห์คู่เงิน EURUSD 31 มกราคม 2026
บทวิเคราะห์ EURUSD วันที่ 31 มกราคม 2026

พบกับวิเคราะห์ EURUSD ที่สายเทรดสั้นห้ามพลาด การวิเคราะห์คู่เงิน Forex ดูแนวโน้มราคาล่าสุด สำหรับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค

บทวิเคราะห์คู่เงิน AUDUSD 30 มกราคม 2026
บทวิเคราะห์ AUDUSD วันที่ 30 มกราคม 2026

พบกับวิเคราะห์ AUDUSD ที่สายเทรดสั้นห้ามพลาด การวิเคราะห์คู่เงิน Forex ดูแนวโน้มราคาล่าสุด สำหรับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค

คู่มือเลือกกองทุน RMF ลดหย่อนภาษี พร้อมแผนออมเงินเกษียณ
คู่มือเลือกกองทุน RMF ลดหย่อนภาษี พร้อมแผนออมเงินเกษียณ

เจาะลึกกองทุน RMF ลดหย่อนภาษีเหมาะกับใคร ลดหย่อนได้เท่าไหร่ มีเงื่อนไขอะไรบ้าง พร้อมเคล็ดลับการเลือกกองทุน RMF ให้คุ้มค่า พร้อมวางแผนเกษียณอย่างมีประสิทธิภาพ

ทางเว็บไซต์ คุณน้าพาเทรด
ได้มีการใช้คุกกี้เพื่อช่วยปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพให้เว็บไซต์ของเราดียิ่งขึ้น


Privacy Policy