หุ้นสหรัฐถือเป็นหุ้นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ซึ่งการเคลื่อนไหวของหุ้นสหรัฐเพียงหนึ่งครั้งก็สามารถส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นอื่น ๆ ทั่วโลก ดังนั้น ในบทความนี้เราจะมาคุยหุ้น เจาะลึกปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิคที่ส่งผลต่อตลาดหุ้นสหรัฐ รวมถึงความเสี่ยงและมุมมองในการลงทุน สายวิเคราะห์หุ้นสหรัฐห้ามพลาดบทความนี้!
คุยหุ้นสหรัฐวันนี้ (US 500/ S&P 500)
บทวิเคราะห์ภาพรวมปัจจัยพื้นฐานหุ้นสหรัฐ
ดัชนี S&P 500 ปิดตลาดแทบไม่เปลี่ยนแปลงที่ระดับ 6,835 จุด ภายใต้การหมุนเวียนเงินลงทุนภายในตลาดอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งขับเคลื่อนโดยสองแรงกระแสหลักที่สวนทางกัน ได้แก่ เงินเฟ้อที่เริ่มชะลอลง และความกังวลที่ทวีความรุนแรงขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบของ AI ค่ะ
ตัวเลข CPI เดือนมกราคมชะลอลงเหลือ 2.4% เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ตอกย้ำมุมมองว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจยังคงอยู่บนเส้นทางการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อยสองครั้งในปีนี้ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง โดยพันธบัตรอายุ 10 ปี เคลื่อนไหวใกล้ระดับ 4.05% อย่างไรก็ตาม แทนที่ข้อมูลเงินเฟ้อที่อ่อนตัวจะกระตุ้นแรงซื้อตลาดหุ้นในวงกว้าง กลับเพียงช่วยประคองดัชนีไว้ เพราะนักลงทุนเปลี่ยนโฟกัสไปยังความเสี่ยงเชิงโครงสร้างต่อกำไรที่เกี่ยวข้องกับ AI ค่ะ
จุดสนใจสำคัญของ S&P 500 จึงไม่ใช่เพียงแรงผ่อนคลายทางเศรษฐกิจมหภาค แต่เป็นความแตกต่างที่มากขึ้นภายในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมค่ะ โดยบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังคงดึงดูดเงินลงทุนอย่างแข็งแกร่ง Applied Materials ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ตลอดกาล หลังรายงานกำไรที่แข็งแกร่งและให้แนวโน้มเชิงบวกต่ออุปกรณ์ผลิตเวเฟอร์ สะท้อนว่าการใช้จ่ายด้านการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับชิปหน่วยความจำและชิป AI ยังคงแข็งแรง ตอกย้ำว่าธีมการลงทุนที่เกี่ยวกับการสนับสนุน AI ยังคงซื้อขายที่ระดับมูลค่าพรีเมียม เช่นเดียวกับ Oracle ที่ได้รับแรงหนุนจากความเชื่อมั่นว่าการลงทุนของผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่และ AI Cloud จะสร้างกระแสรายได้องค์กรที่ยั่งยืนค่ะ
ในทางตรงกันข้าม บริษัทที่ถูกมองว่าเสี่ยงต่อการถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ หรือเผชิญแรงกดดันด้านอัตรากำไร ถูกปรับมูลค่าลงอย่างรวดเร็ว Cisco Systems ปรับตัวลงแม้รายงานผลประกอบการดีกว่าคาด เนื่องจากความกังวลเรื่องอัตรากำไรขั้นต้นมีน้ำหนักมากกว่าความแข็งแกร่งของคำสั่งซื้อ ขณะที่ Pinterest ร่วงแรงหลังให้แนวโน้มอ่อนแอ สะท้อนแรงกดดันสองด้านจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและคอนเทนต์ที่สร้างด้วย AI ขณะเดียวกัน บริษัทโลจิสติกส์และบริการ เช่น C.H. Robinson และ CBRE ก็ปรับตัวลงอย่างมาก สะท้อนความกังวลว่าสินค้าและบริการที่พึ่งพาแรงงานอาจเผชิญแรงกดดันด้านราคาในเชิงโครงสร้างจากระบบอัตโนมัติค่ะ
นอกจากนี้ แม้แต่หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ก็เริ่มอ่อนแรง โดย NVIDIA และ Apple ปรับตัวลง หลังตลาดประเมินสถานะการลงทุนใหม่ภายหลังการปรับขึ้นต่อเนื่องจากกระแส AI สะท้อนว่าแรงส่งของตลาดกำลังจำกัดวงแคบลงไปสู่บริษัทที่มีความได้เปรียบด้านการลงทุนอย่างชัดเจน แทนที่จะเป็นการปรับตัวขึ้นของหุ้นเทคโนโลยีทั้งกลุ่มค่ะ ขณะเดียวกัน หุ้นเชิงรับและหุ้นที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย เช่น UnitedHealth Group และกลุ่มสาธารณูปโภค ปรับตัวดีกว่าตลาด สะท้อนว่าอัตราผลตอบแทนที่ลดลงกระตุ้นให้เงินทุนไหลเข้าสู่สินทรัพย์ที่มีความมั่นคงมากขึ้นค่ะ
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยขับเคลื่อนภายในสะท้อนว่าตลาดกำลังเปลี่ยนผ่านจากแรงสนับสนุนด้านสภาพคล่องมหภาค ไปสู่การคัดเลือกหุ้นตามคุณภาพกำไรอย่างชัดเจนค่ะ แม้เงินเฟ้อที่ชะลอลงจะช่วยพยุงบรรยากาศเชิงนโยบายและลดความเสี่ยงด้านลบ แต่ธีม AI ได้กลายเป็นปัจจัยหลักในการประเมินมูลค่าหุ้น นักลงทุนไม่ได้ซื้อเพียงเพราะบริษัทมีเรื่องราวเกี่ยวกับ AI เท่านั้น หากแต่ต้องการเห็นการเติบโตของกำไรที่ชัดเจน ความได้เปรียบด้านการลงทุนที่ต่อยอดได้จริง หรือทรัพย์สินทางปัญญาที่สร้างความแตกต่างในการแข่งขันค่ะ
ด้วยเหตุนี้ แรงขับเคลื่อนของตลาดจึงเริ่มกระจุกตัวในบริษัทที่มีความแข็งแกร่งเชิงโครงสร้างและทำกำไรได้โดดเด่น มากกว่าการปรับขึ้นพร้อมกันทั้งกระดานค่ะ ส่งผลให้แม้ดัชนีโดยรวมอาจดูเคลื่อนไหวในกรอบแคบ แต่ภายในยังมีการสลับกลุ่มและความผันผวนสูง ขณะที่แนวโน้มขาขึ้นยังคงอยู่ เพียงแต่ตลาดมีลักษณะคัดกรองมากขึ้น โดยบริษัทที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากขึ้น ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอลงแต่ยังขยายตัวค่ะ
บทวิเคราะห์ภาพรวมทางเทคนิคหุ้นสหรัฐ

ดัชนี S&P 500 เคลื่อนไหวแกว่งตัวในกรอบหลังไม่สามารถยืนเหนือบริเวณ 6,900 จุดได้อย่างมั่นคง หลังจากปรับตัวขึ้นต่อเนื่องก่อนหน้า สะท้อนว่าตลาดอาจกำลังพักฐานมากกว่าจะเป็นการกลับทิศแนวโน้ม โดยดัชนียังคงยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วันซึ่งกำลังปรับตัวขึ้น และอยู่สูงกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันอย่างชัดเจน ยืนยันว่าโครงสร้างภาพใหญ่ยังเป็นขาขึ้นค่ะ
ทั้งนี้ โซน 6,780–6,800 เป็นแนวรับที่ใกล้ที่สุด ถัดลงมาบริเวณ 6,720 เป็นจุดหมุนสำคัญและแนวรับระยะสั้น หากปิดรายวันต่ำกว่า 6,720 มีโอกาสกระตุ้นแรงขายตามโมเมนตัมลงสู่โซน 6,650–6,670 ซึ่งเป็นแนวรับเชิงโครงสร้างสำคัญ หากหลุดระดับดังกล่าวลงไป โครงสร้างราคาจะเปลี่ยนจากการแกว่งพักตัวในกรอบ เป็นการเข้าสู่รอบปรับฐานที่ชัดเจนมากขึ้นค่ะ
ด้านแนวต้าน ระดับ 6,880–6,900 ยังคงเป็นแนวต้านแข็งแรง ซึ่งจำกัดการปรับขึ้นในช่วงที่ผ่านมา หากสามารถทะลุ 6,900 พร้อมปริมาณการซื้อขายสูง จะเป็นสัญญาณยืนยันการขยายตัวของแนวโน้มขาขึ้น และเปิดทางสู่เป้าหมายเชิงเทคนิคที่ 7,000 จุด ตามด้วย 7,050–7,100 จุดค่ะ
ขณะเดียวกัน ตัวชี้วัดโมเมนตัมเริ่มผ่อนคลายจากเขตซื้อมากเกินไป โดย RSI ทรงตัวในโซนบวกแบบเป็นกลาง สนับสนุนมุมมองว่าตลาดกำลังพักตัวภายในแนวโน้มขาขึ้น ท่ามกลางปริมาณการซื้อขายที่ลดลงระหว่างจังหวะอ่อนตัว บ่งชี้ว่าแรงขายยังไม่รุนแรงค่ะ
โดยสรุปแล้ว ภาพทางเทคนิค ดัชนียังคงอยู่ในโครงสร้างขาขึ้นตราบใดที่ดัชนียังยืนเหนือ 6,720 ได้ โดยมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ 6,780–6,900 ในระยะสั้น ซึ่งการทะลุแนวต้านขึ้นไปจะสนับสนุนการไปต่อของแนวโน้ม ขณะที่การหลุดต่ำกว่า 6,720 จะทำให้แรงกดดันในระยะสั้นกลับมาอยู่ในฝั่งขายมากขึ้นค่ะ
📍ข้อมูลประกอบการวิเคราะห์ทางเทคนิค (US 500/ S&P 500)
- แนวรับสำคัญ : 6818.3, 6810.2, 6797.0
- แนวต้านสำคัญ : 6844.7, 6852.8, 6866.0
ข่าวที่ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มหุ้นสหรัฐ

ที่มา : Forexfactory
กำหนดการรายงานผลประกอบการ

ที่มา : TradingView
📍หุ้นสหรัฐที่น่าจับตามอง
- Applied Materials (AMAT): ยืนยันการทะลุกรอบขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ตลอดกาลอย่างแข็งแกร่งหลังประกาศงบ ราคาทะลุแนวต้านเดิมบริเวณ $330–$335 พร้อมปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น เปลี่ยนระดับดังกล่าวให้กลายเป็นแนวรับหลัก ส่งผลให้ปัจจุบันแนวรับระยะสั้นอยู่ที่ $330 ถัดลงมาที่ $310–$315 ขณะที่ด้านบนมีแนวต้านจำกัดใกล้ $380 เนื่องจากเข้าสู่โซนทำจุดสูงสุดใหม่ โดยหากแรงส่งยังต่อเนื่อง ราคามีโอกาสขยับขึ้นทดสอบบริเวณ $400 ค่ะ แม้ RSI จะอยู่ในระดับสูง สะท้อนภาวะซื้อมากเกินไปในระยะสั้น แต่ตราบใดที่ราคายังยืนเหนือ $330 โครงสร้างทางเทคนิคยังคงเป็นขาขึ้นอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม หากปิดรายสัปดาห์ต่ำกว่า $310 จะสะท้อนว่าโมเมนตัมเริ่มอ่อนแรง และเพิ่มความเสี่ยงของการพักฐานที่ลึกขึ้นค่ะ
- NVIDIA (NVDA): กำลังพักตัวหลังปรับขึ้นแรงจากกระแส AI แนวรับใกล้ที่สุดอยู่ที่ $175–$178 แนวรับถัดไปจะอยู่ที่ $165 และหากหลุด $165 จะเปิดความเสี่ยงลงสู่ $150–$155 ด้านแนวต้านอยู่ที่ $195–$200 หากราคาทะลุ $200 ได้อย่างมั่นคง มีโอกาสเห็นแรงส่งกลับขึ้นสู่ $215–$220 ท่ามกลางตัวชี้วัดโมเมนตัมที่คลายตัวจากเขตซื้อมากเกินไป บ่งชี้การพักฐานมากกว่าการกลับทิศ ตราบใดที่แนวรับหลักยังไม่หลุดค่ะ
- Oracle (ORCL): เคลื่อนไหวในโมเมนตัมขาขึ้นแข็งแรง หลังกลับมายืนเหนือแนวต้านเดิมและทำระดับสูงขึ้น แนวรับใกล้ที่สุดอยู่ที่ $152–$155 ถัดลงมาอยู่ที่ $145–$148 และบริเวณ $135–$138 ด้านแนวต้าน ราคากำลังเข้าใกล้ระดับจิตวิทยาที่ $165 และแนวต้านรอบล่าสุดบริเวณ $172–$175 ตราบใดที่ราคายังยืนเหนือ $152 แนวโน้มหลักยังคงเป็นขาขึ้น อย่างไรก็ตาม หากหลุดต่ำกว่า $145 จะสะท้อนว่าแรงส่งเริ่มชะลอลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการพักฐานในวงกว้างมากขึ้นค่ะ
- Pinterest (PINS): ยังคงอยู่ในแนวโน้มขาลงต่อเนื่อง แนวรับใกล้ที่สุดอยู่ที่ $14.80–$15.00 หากหลุดต่ำกว่า $14.80 อย่างชัดเจน มีโอกาสลงต่อสู่ $13.50 และ $12.00–$12.50 ด้านแนวต้านใกล้ที่สุดอยู่ที่ $16.50–$17.00 และแนวต้านสำคัญถัดไปอยู่ที่ $18.50–$19.00 โดยปัจจุบันราคายังต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยหลัก สะท้อนโมเมนตัมเชิงลบ ซึ่งการกลับมายืนเหนือ $17 อย่างต่อเนื่องจึงจะเริ่มช่วยให้โครงสร้างราคามีเสถียรภาพมากขึ้นค่ะ
- Cisco Systems (CSCO): เคลื่อนไหวในโครงสร้างขาขึ้น แนวรับใกล้ที่สุดอยู่ที่ $74–$75 ถัดลงมาอยู่ที่ $70–$72 ด้านแนวต้านระยะสั้นอยู่ที่ $79–$80 หากทะลุ $80 ได้ มีโอกาสไปต่อสู่ $84–$86 และตราบใดที่ราคายังยืนเหนือ $74 มุมมองทางเทคนิคยังเอนเอียงเชิงบวก แต่หากหลุดต่ำกว่า $70 โมเมนตัมจะกลับเข้าสู่ภาวะเป็นกลางค่ะ
🔍คุณน้าแนะนำเทรดหุ้น CFD ไปกับโบรกเกอร์ IUX

IUX มีการให้บริการซื้อขายหุ้น CFD ประกอบไปด้วยหุ้นกลุ่ม Magnificent Seven (M7) อีกทั้งยังมีหุ้นให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Coca Cola, Adobe, Alibaba, McDonalds Incorporated และ Netflix เป็นต้น ทำให้เหมาะสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่และเทรดเดอร์รายย่อยที่มีต้นทุนจำกัดแล้วต้องการซื้อขายหุ้นระดับโลก
สรุปคุยหุ้นสหรัฐและแนวโน้มในการลงทุน (US 500/ S&P 500)
จุดน่าเข้า Buy
- Buy/ Long 1 : หากมีการแตะแนวรับที่ช่วงราคา 6798.3 – 6818.3 แต่ไม่สามารถทะลุแนวรับที่ 6818.3 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 6848.8 และ SL ที่ประมาณ 6788.3 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
- Buy/ Long 2 : หากสามารถทะลุแนวต้านที่ช่วงราคา 6844.7 – 6864.7 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 6883.3 และ SL ที่ประมาณ 6808.3 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
จุดน่าเข้า Sell
- Sell/ Short 1 : หากมีการแตะแนวต้านที่ช่วงราคา 6844.7 – 6864.7 แต่ไม่สามารถทะลุแนวต้านที่ 6844.7 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 6814.3 และ SL ที่ประมาณ 6874.7 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
- Sell/ Short 2 : หากสามารถทะลุแนวรับที่ช่วงราคา 6798.3 – 6818.3 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 6779.8 และ SL ที่ประมาณ 6854.7 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
คำเตือน
บทวิเคราะห์นี้ใช้สำหรับการศึกษาข้อมูลของหุ้นสหรัฐเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาในการชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลของสินทรัพย์และศึกษาความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด ประกอบกับศึกษาแนวโน้มหุ้นและข่าวสหรัฐก่อนตัดสินใจลงทุน
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge







