หุ้นสหรัฐถือเป็นหุ้นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ซึ่งการเคลื่อนไหวของหุ้นสหรัฐเพียงหนึ่งครั้งก็สามารถส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นอื่น ๆ ทั่วโลก ดังนั้น ในบทความนี้เราจะมาคุยหุ้น เจาะลึกปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิคที่ส่งผลต่อตลาดหุ้นสหรัฐ รวมถึงความเสี่ยงและมุมมองในการลงทุน สายวิเคราะห์หุ้นสหรัฐห้ามพลาดบทความนี้!
คุยหุ้นสหรัฐวันนี้ (US30 / DJIA)
บทวิเคราะห์ภาพรวมปัจจัยพื้นฐานหุ้นสหรัฐ
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัวในวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากปรับตัวลงต่อเนื่องสองสัปดาห์ โดย ศาลสูงสุดแห่งสหรัฐอเมริกา มีคำวินิจฉัยด้วยคะแนนเสียง 6 ต่อ 3 ว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ใช้อำนาจเกินขอบเขตในการประกาศเก็บภาษีศุลกากรทั่วโลก ภายใต้กฎหมายอำนาจเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศของสหรัฐฯ ช่วยลดความไม่แน่นอนด้านการค้า ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันสำคัญในช่วงก่อนหน้า และกระตุ้นแรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยง แม้ทรัมป์จะออกมาวิพากษ์วิจารณ์คำตัดสิน พร้อมประกาศแผนจัดเก็บภาษีชั่วคราว ภายใต้มาตรา 122 ควบคู่กับมาตรการทางการค้าอื่น ๆ ก็ตาม อย่างไรก็ตาม ตลาดมองว่ามาตรการใหม่นี้รุนแรงน้อยกว่าที่กังวล จึงเกิดแรงซื้อคืนในดัชนีหลักต่าง ๆ ค่ะ
ดัชนี Dow Jones Industrial Average ปรับตัวขึ้น 0.47% แม้จะขึ้นน้อยกว่าดัชนีอื่น แต่ยังเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับ S&P 500 (+0.69%) และ NASDAQ Composite (+0.90%) โดยภายในกลุ่มดาวโจนส์ หุ้นปรับตัวหลากหลายแต่เป็นไปในเชิงบวก โดย Amazon นำกลุ่มบลูชิพ ปรับขึ้น 2.6% ขณะที่ Apple เพิ่มขึ้น 1.5% และ Travelers Companies ทำจุดสูงสุดใหม่ เพิ่มขึ้น 1.7% ขณะที่หุ้นเชิงป้องกันและกลุ่มผู้บริโภคอ่อนตัวลง เช่น Johnson & Johnson ลดลง 1.8% Walmart ลดลง 1.5% และ Boeing ปรับลง 0.7% ท่ามกลางหุ้นกลุ่มผู้ค้าปลีกและผู้นำเข้าที่มีความอ่อนไหวต่อมาตรการภาษี ซึ่งอยู่นอกดัชนีดาวโจนส์ ปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยสะท้อนความคาดหวังว่าต้นทุนอาจปรับลดลง รวมถึงความเป็นไปได้ในการได้รับคืนภาษีที่ได้ชำระไปก่อนหน้า ซึ่งมีมูลค่าประเมินราว 175,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ค่ะ
อย่างไรก็ดี สัญญาณเศรษฐกิจมหภาคยังคงมีความหลากหลาย GDP ไตรมาส 4 ของสหรัฐฯ ขยายตัวต่ำกว่าคาด ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น สร้างความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายนอยู่ราว 50% ขณะเดียวกันยังมีความกังวลว่าการคืนภาษีวงเงินขนาดใหญ่ อาจขยายการขาดดุลงบประมาณและกดดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งจำกัดแรงบวกของตลาดหุ้นบางส่วนค่ะ
ในเชิงกลุ่มอุตสาหกรรม ภาคบริการสื่อสารและสินค้าฟุ่มเฟือยมีความแข็งแกร่งจากความยืดหยุ่นของหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ความผันผวนยังปรากฏในกลุ่มซอฟต์แวร์และไซเบอร์ซีเคียวริตี้ หลังความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจาก AI กลับมาอีกครั้ง โดย Akamai Technologies ปรับตัวลงแรงค่ะ
แรงกดดันด้านมูลค่าในหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นที่เชื่อมโยงกับ AI รวมถึงการหมุนกลุ่มลงทุนตามคาดการณ์การลดดอกเบี้ย ทำให้ภาพรวมของ Dow มีความละเอียดอ่อนมากขึ้น ดังนั้น ปัจจัยสนับสนุนหลักของ US30 มาจากการคลายความกังวลมหภาคและกำไรของบริษัทขนาดใหญ่ แต่ความเสี่ยงจากความแตกต่างระหว่างการเติบโตกับเงินเฟ้อ รวมถึงความไม่แน่นอนเรื่องการคืนภาษี อาจจำกัดการปรับขึ้นในระยะถัดไปได้ค่ะ
สำหรับภาพรวมของดัชนี Dow Jones คุณน้ามองว่ายังคงได้รับแรงสนับสนุนจากหุ้นบลูชิพขนาดใหญ่อย่าง Amazon และ Apple หลังศาลสูงสหรัฐฯ มีคำตัดสินยกเลิกอำนาจการจัดเก็บภาษีวงกว้างของทรัมป์ ซึ่งช่วยลดความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าและบรรเทาแรงกดดันต่อต้นทุนการนำเข้า อย่างไรก็ตาม ปัจจัยพื้นฐานยังมีข้อจำกัดจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอและเงินเฟ้อที่ยังทรงตัว ซึ่งอาจจำกัดการขยายตัวของการใช้จ่ายและกำไรบริษัท ขณะที่แนวโน้มดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจในระยะถัดไป ประกอบกับแรงกดดันด้านมูลค่าในหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นที่เชื่อมโยงกับ AI รวมถึงการปรับพอร์ตการลงทุนตามกระแสคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ทำให้ภาพรวมของ Dow มีความอ่อนไหวมากขึ้น ดังนั้น แม้แรงหนุนหลักของ US30 จะมาจากการคลายความกังวลเชิงมหภาคและผลประกอบการของบริษัทขนาดใหญ่ แต่ความเสี่ยงจากความแตกต่างระหว่างการเติบโตกับเงินเฟ้อ รวมถึงความไม่แน่นอนเรื่องการคืนภาษี อาจจำกัดการปรับขึ้นในระยะถัดไปได้ค่ะ
บทวิเคราะห์ภาพรวมทางเทคนิคหุ้นสหรัฐ

ดัชนี Dow เคลื่อนไหวใต้โซนแนวต้านระยะสั้นบริเวณ 49,500–49,600 ซึ่งเป็นระดับที่กดดันแรงซื้อขึ้นหลายครั้งก่อนหน้านี้ ราคาปัจจุบันเคลื่อนไหวอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะสั้น 20 วัน และ 50 วัน เล็กน้อย สะท้อนว่าโมเมนตัมระยะสั้นเริ่มชะลอตัว ขณะที่ค่า RSI เคลื่อนไหวใกล้ระดับกลางประมาณ 50–55 ซึ่งไม่ได้อยู่ในภาวะซื้อมากเกินไป หรือขายมากเกินไป ส่งผลให้ทิศทางถัดไปมีแนวโน้มจะขึ้นอยู่กับการเบรกทะลุระดับสำคัญอย่างชัดเจนค่ะ
หากดัชนีสามารถปิดรายวันเหนือระดับ 49,600 ได้อย่างมั่นคง มีโอกาสกระตุ้นแรงซื้อไปสู่ระดับจิตวิทยาสำคัญที่ 50,000 และหากผ่าน 50,000 พร้อมปริมาณการซื้อขายที่สนับสนุน เป้าหมายทางเทคนิคถัดไปจะอยู่ในโซน 50,250–50,400 อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถยืนเหนือ 49,600 ได้ จะยิ่งตอกย้ำภาพการแกว่งตัวในกรอบ และเพิ่มความเป็นไปได้ที่ราคาจะหมุนกลับลงไปทดสอบแนวรับด้านล่างค่ะ
ด้านแนวรับแรกอยู่ที่ 49,000 หากปิดรายวันต่ำกว่าระดับนี้ จะทำให้มุมมองระยะสั้นเปลี่ยนเป็นกลางถึงลบ และเปิดทางลงสู่โซนแนวรับสำคัญที่ 48,600–48,700 ซึ่งเป็นบริเวณที่เคยมีแรงซื้อกลับเข้ามาในรอบก่อนค่ะ ขณะที่หากแรงขายเร่งตัวและราคาหลุดต่ำกว่า 48,000 อาจนำไปสู่การปรับฐานลึกลงสู่บริเวณกลางโซน 47,000 ได้ อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่ราคายังยืนเหนือ 48,600 แนวโน้มหลักยังคงเป็นขาขึ้นค่ะ
โดยภาพรวม US30 ยังอยู่ในโครงสร้างขาขึ้นที่ค่อนข้างแข็งแรงและยังควบคุมทิศทางได้ดีค่ะ เพียงแต่ระยะสั้นราคายังแกว่งตัวอยู่ใต้แนวต้าน ทำให้โมเมนตัมยังไม่มีการเร่งตัวชัดเจน คุณน้ามองว่าภาพทางเทคนิคยังเอนเอียงเชิงบวกตราบใดที่ดัชนียืนเหนือ 49,000 ได้อย่างมั่นคง แต่อาจต้องเห็นการเบรกทะลุเหนือ 49,600 อย่างชัดเจนเพื่อยืนยันการกลับเข้าสู่รอบขาขึ้นที่มั่นคงค่ะ ดังนั้นในช่วงนี้การเคลื่อนไหวในกรอบ 49,000–49,700 ยังเป็นสถานการณ์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นมากที่สุด และความผันผวนมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นทันทีเมื่อราคาทะลุกรอบด้านใดด้านหนึ่งอย่างชัดเจนค่ะ
📍ข้อมูลประกอบการวิเคราะห์ทางเทคนิค (US30 / DJIA)
- แนวรับสำคัญ: 49271.5, 49094.0, 48806.5
- แนวต้านสำคัญ: 49846.5, 50024.0, 50311.5
ข่าวที่ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มหุ้นสหรัฐ

ที่มา : Forexfactory
กำหนดการรายงานผลประกอบการ

ที่มา : TradingView
📍หุ้นสหรัฐที่น่าจับตามอง
- Amazon.com Inc. (AMZN): หลังจากทดสอบแนวรับบริเวณ 200 ดอลลาร์เมื่อไม่นานมานี้ AMZN สามารถดีดตัวกลับและกำลังเผชิญแนวต้านระยะสั้นที่ช่วง 215–220 ดอลลาร์ หากสามารถทะลุ 220 ดอลลาร์ได้อย่างต่อเนื่อง อาจเปิดทางสู่ช่วง 235–240 ดอลลาร์ ขณะที่หากไม่สามารถผ่านแนวต้านดังกล่าว อาจเห็นแรงขายกดราคากลับลงมาทดสอบแนวรับที่ 200 ดอลลาร์ และหากหลุดลงไป อาจถอยลึกสู่โซน 185–180 ดอลลาร์ โดยเครื่องมือวัดโมเมนตัม RSI บ่งชี้ว่าระยะสั้นราคาอาจเข้าสู่ภาวะซื้อมากเกินไปเล็กน้อย นักลงทุนจึงอาจจับตาการพักฐานก่อนการปรับขึ้นรอบถัดไป ซึ่งแนวโน้มโดยรวมยังเป็นกลางค่อนไปทางบวกตราบใดที่ราคายืนเหนือ 200 ดอลลาร์ได้ค่ะ
- Apple Inc. (AAPL): แสดงความแข็งแกร่งท่ามกลางภาวะผันผวนในกลุ่มเทคโนโลยี โดยราคาล่าสุดทดสอบแนวรับสำคัญบริเวณ 260 ดอลลาร์ โดยด้านบนมีแนวต้านสะสมในช่วง 280–288 ดอลลาร์ หากผ่าน 288 ดอลลาร์ได้ อาจเปิดทางสู่เป้าหมายระยะยาวบริเวณ 300 ดอลลาร์ขึ้นไป อย่างไรก็ตาม หากหลุด 260 ดอลลาร์ ราคาอาจอ่อนตัวลงสู่บริเวณ 250 ดอลลาร์ แม้ที่ผ่านมาโซนดังกล่าวมักมีแรงซื้อกลับ โดยแนวโน้มภาพรวมยังเคลื่อนไหวในกรอบ แต่มีแนวโน้มเชิงบวกตราบใดที่ยืนเหนือ 260 ดอลลาร์ได้ค่ะ
- Alphabet Inc. (GOOGL): มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยแสดงโมเมนตัมที่แข็งแกร่งเมื่อเทียบกับหุ้นในกลุ่มเดียวกัน แนวรับระยะสั้นอยู่ที่ 300–305 ดอลลาร์ ซึ่งหากรักษาไว้ได้อาจเป็นฐานสำหรับการปรับขึ้นต่อ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ช่วง 330–340 ดอลลาร์ ซึ่งต้องมีการทะลุผ่านระดับนี้เพื่อยืนยันแนวโน้มขาขึ้นอย่างชัดเจน โดยหากหลุด 300 ดอลลาร์ อาจมีการถอยลงทดสอบแนวรับลึกบริเวณ 280–270 ดอลลาร์ได้ค่ะ
- Nvidia Corp. (NVDA): ดีดตัวจากแนวรับช่วง 180–185 ดอลลาร์ ซึ่งช่วยจำกัดการปรับลงลึก ปัจจุบันเผชิญแนวต้านระยะสั้นที่ 195–200 ดอลลาร์ หากผ่าน 200 ดอลลาร์ได้ อาจเร่งตัวขึ้นสู่แนวต้านถัดไปที่ 215–220 ดอลลาร์ และส่งสัญญาณแนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่ ในทางกลับกัน แนวรับหลักยังอยู่ที่ 180 ดอลลาร์ และหากความผันผวนเพิ่มขึ้น อาจเห็นการทดสอบโซน 170 ดอลลาร์ค่ะ
- Akamai Technologies Inc. (AKAM): ยังคงเคลื่อนไหวใกล้แนวรับสำคัญบริเวณ 90–92 ดอลลาร์ โดยมีแนวรับถัดไปที่ 85–82 ดอลลาร์ หากราคาดีดตัวจากระดับปัจจุบันใกล้ 94 ดอลลาร์ อาจขึ้นไปทดสอบแนวต้านบริเวณ 100–105 ดอลลาร์ ซึ่งหากผ่านได้จะเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการกลับตัวจากแนวโน้มขาลงก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถยืนเหนือ 90 ดอลลาร์ท่ามกลางแรงขายที่เพิ่มขึ้น อาจเห็นการปรับฐานลึกสู่ระดับ 80 ดอลลาร์ โดยตัวชี้วัดทางเทคนิคบางส่วนเริ่มเข้าสู่เขตขายมากเกินไป จึงมีโอกาสเกิดแรงรีบาวด์เชิงเทคนิคก่อนที่ทิศทางใหม่จะมีความชัดเจนค่ะ
🔍คุณน้าแนะนำเทรดหุ้น CFD ไปกับโบรกเกอร์ IUX

IUX มีการให้บริการซื้อขายหุ้น CFD ประกอบไปด้วยหุ้นกลุ่ม Magnificent Seven (M7) อีกทั้งยังมีหุ้นให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Coca Cola, Adobe, Alibaba, McDonalds Incorporated และ Netflix เป็นต้น ทำให้เหมาะสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่และเทรดเดอร์รายย่อยที่มีต้นทุนจำกัดแล้วต้องการซื้อขายหุ้นระดับโลก
สรุปคุยหุ้นสหรัฐและแนวโน้มในการลงทุน (US30 / DJIA)
จุดน่าเข้า Buy
- Buy/Long 1: หากมีการแตะแนวรับที่ช่วงราคา 48611.5 – 49271.5 แต่ไม่สามารถทะลุแนวรับที่ 49271.5 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 49969.5 และ SL ที่ประมาณ 48281.5 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
- Buy/Long 2: หากสามารถทะลุแนวต้านที่ช่วงราคา 49846.5 – 50506.5 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 50722.0 และ SL ที่ประมาณ 48941.5 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
จุดน่าเข้า Sell
- Sell/Short 1: หากมีการแตะแนวต้านที่ช่วงราคา 49846.5 – 50506.5 แต่ไม่สามารถทะลุแนวต้านที่ 49846.5 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 49217.0 และ SL ที่ประมาณ 50836.5 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
- Sell/Short 2: หากสามารถทะลุแนวรับที่ช่วงราคา 48611.5 – 49271.5 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 48464.5 และ SL ที่ประมาณ 50176.5 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
คำเตือน
บทวิเคราะห์นี้ใช้สำหรับการศึกษาข้อมูลของหุ้นสหรัฐเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาในการชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลของสินทรัพย์และศึกษาความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด ประกอบกับศึกษาแนวโน้มหุ้นและข่าวสหรัฐก่อนตัดสินใจลงทุน
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge







