หุ้นสหรัฐถือเป็นหุ้นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ซึ่งการเคลื่อนไหวของหุ้นสหรัฐเพียงหนึ่งครั้งก็สามารถส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นอื่น ๆ ทั่วโลก ดังนั้น ในบทความนี้เราจะมาคุยหุ้น เจาะลึกปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิคที่ส่งผลต่อตลาดหุ้นสหรัฐ รวมถึงความเสี่ยงและมุมมองในการลงทุน สายวิเคราะห์หุ้นสหรัฐห้ามพลาดบทความนี้!
คุยหุ้นสหรัฐวันนี้ (US30 / DJIA)
บทวิเคราะห์ภาพรวมปัจจัยพื้นฐานหุ้นสหรัฐ
ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกอย่างชัดเจน โดยดัชนี Dow Jones Industrial Average นำการปรับขึ้น เพิ่มขึ้นประมาณ 1.8% ไปอยู่ใกล้ระดับ 49,448 และถือเป็นการปิดตลาดที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยมีแรงหนุนจากบรรยากาศด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ดีขึ้น ซึ่งกระตุ้นให้เกิดภาวะเปิดรับความเสี่ยงในวงกว้าง หลังจากอิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซชั่วคราวระหว่างช่วงหยุดยิง ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว และช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันเงินเฟ้อค่ะ
การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ตลาดคาดการณ์มากขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปี ซึ่งยิ่งสนับสนุนโมเมนตัมเชิงบวกของตลาดหุ้น โดยการปรับขึ้นของ Dow ครั้งนี้ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มวัฏจักรและกลุ่มท่องเที่ยวที่ได้ประโยชน์จากต้นทุนพลังงานที่ลดลง ขณะที่ภาพรวมของตลาดยังได้รับแรงสนับสนุนจากความหวังว่าอาจมีข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเกิดขึ้น แม้ว่ายังคงมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความยั่งยืนของการหยุดยิงอยู่ก็ตามค่ะ
ในระดับรายหุ้น มีการหมุนเวียนกลุ่มอุตสาหกรรมอย่างชัดเจนทั้งใน Dow และตลาดโดยรวม หุ้นพลังงานขนาดใหญ่ เช่น Exxon Mobil และ Chevron ปรับตัวลดลง จากแรงกดดันของราคาน้ำมันดิบที่ร่วงลง ทำให้กลุ่มพลังงานเป็นตัวถ่วงหลักของตลาด ในทางกลับกัน หุ้นกลุ่มขนส่งและการท่องเที่ยวปรับตัวขึ้นแรง โดย United Airlines และผู้ให้บริการเรือสำราญอย่าง Royal Caribbean และ Carnival ต่างปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น จากความคาดหวังเรื่องต้นทุนน้ำมันที่ลดลงและอุปสงค์ที่ฟื้นตัวค่ะ
ในด้านผลประกอบการ Netflix โดดเด่นในเชิงลบ โดยราคาหุ้นร่วงเกือบ 10% หลังจากให้แนวโน้มรายได้ที่อ่อนแอและประกาศการลาออกของประธานบริษัท ขณะที่ Alcoa ปรับตัวลงจากผลประกอบการที่น่าผิดหวัง อย่างไรก็ตาม หุ้นบางตัวในกลุ่มอุตสาหกรรมและความปลอดภัยยานยนต์ เช่น Autoliv กลับปรับตัวดีกว่าตลาด จากผลประกอบการที่ออกมาดีกว่าคาดค่ะ
โดยภาพรวม การปรับขึ้นของ Dow สะท้อนการหมุนเงินตามปัจจัยมหภาคเป็นหลัก มากกว่าการเติบโตจากผลประกอบการเพียงอย่างเดียว โดยมีแรงหนุนสำคัญจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ผ่อนคลาย และความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น ซึ่งล้วนสนับสนุนบรรยากาศเชิงบวกของตลาด และผลักดันให้เงินทุนไหลเข้าสู่หุ้นกลุ่มวัฏจักรและอุตสาหกรรมที่มีน้ำหนักสูงใน Dow ขณะที่ไหลออกจากกลุ่มพลังงานค่ะ อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงอ่อนไหวต่อปัจจัยข่าว โดยเฉพาะประเด็นช่องแคบฮอร์มุซและการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน รวมถึงความเสี่ยงหากสถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียด หรือราคาน้ำมันพลิกกลับเป็นขาขึ้นค่ะ
ดังนั้น แม้แนวโน้มขาขึ้นของ Dow ยังดำเนินอยู่ในระยะสั้น แต่ยังคงมีลักษณะพึ่งพาปัจจัยภายนอกเป็นสำคัญ โดยเฉพาะการลดความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างต่อเนื่องและเสถียรภาพของตลาดพลังงานค่ะ ในเชิงโครงสร้าง เมื่อดัชนียังเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับสูงสุดใกล้ 50,000 จุดเพียงเล็กน้อย ภาพรวมยังคงเป็นขาขึ้น แต่แรงขับเคลื่อนหลักจะมาจากแนวโน้มเงินเฟ้อที่ชะลอลงและบริบทมหภาคที่เอื้อมากกว่าความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจภายในประเทศเพียงอย่างเดียวค่ะ
บทวิเคราะห์ภาพรวมทางเทคนิคหุ้นสหรัฐ

ดัชนีดาวโจนส์ขณะนี้เคลื่อนไหวอยู่ต่ำกว่าแนวต้านสำคัญทั้งเชิงจิตวิทยาและเชิงเทคนิคที่ระดับ 50,000 จุด หลังจากการปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงต่อเนื่อง ในเชิงโครงสร้าง การเคลื่อนไหวยังคงอยู่ในรูปแบบแนวโน้มขาขึ้นต่อเนื่อง โดยแนวรับสำคัญระยะสั้นอยู่ที่ 48,800 จุด และถัดไปที่บริเวณ 48,200–47,800 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่บริเวณ 49,800–50,000 จุด และหากสามารถปิดรายวันเหนือโซนนี้ได้อย่างชัดเจน มีโอกาสเร่งตัวขึ้นต่อไปสู่ 50,800–51,500 จุดในระยะถัดไปค่ะ
ในเชิงโมเมนตัม แม้ภาพรวมยังคงสะท้อนว่าแนวโน้มขาขึ้นยังไม่ถูกทำลาย แต่เริ่มอยู่ในช่วงที่ราคาปรับขึ้นต่อเนื่องมาหลายสัปดาห์ ทำให้มีแนวโน้มเกิดการแกว่งตัวหรือการย่อตัวแบบไม่ลึก มากกว่าการกลับตัวลงแรง โดยตราบใดที่ดัชนียังยืนเหนือ 48,800 ได้ การย่อตัวถือเป็นจังหวะของแนวโน้มขาขึ้นต่อเนื่อง แต่หากหลุด 47,800 ลงไป จะเป็นสัญญาณกลับตัวของโครงสร้างขาขึ้นระยะสั้น และอาจเปิดความเสี่ยงในการปรับฐานลงสู่ 46,500 จุด โดยรวม แนวโน้มยังคงเอนเอียงไปทางขาขึ้น โดยระดับ 50,000 จุดจะเป็นระดับสำคัญที่จะบ่งชี้การไปต่อของรอบขาขึ้น ขณะที่ระดับ 48,800 จุดเป็นแนวสำคัญที่จะรักษาภาพรวมแนวโน้มขาขึ้นในปัจจุบันค่ะ
📍ข้อมูลประกอบการวิเคราะห์ทางเทคนิค (US30 / DJIA)
- แนวรับสำคัญ : 49398.6, 49316.3, 49182.9
- แนวต้านสำคัญ : 49665.4, 49747.7, 49881.1
ข่าวที่ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มหุ้นสหรัฐ

ที่มา: Forexfactory
กำหนดการรายงานผลประกอบการ

ที่มา: TradingView
📍หุ้นสหรัฐที่น่าจับตามอง
- United Airlines (UAL): เป็นหนึ่งในหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากปัจจัยมหภาคอย่างชัดเจนจากการปรับตัวลงของราคาน้ำมันค่ะ ในเชิงเทคนิค โครงสร้างราคาปรับเป็นแนวโน้มขาขึ้นอย่างชัดเจน หลังสามารถทะลุแนวต้านสำคัญบริเวณ 95 ได้ โดยมีแนวรับระยะสั้นที่ 98 และ 95 ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 106 และ 112 โมเมนตัมยังคงเป็นบวก สอดคล้องกับมุมมองต้นทุนน้ำมันที่ลดลง และอัตรากำไรที่มีแนวโน้มขยายตัว ตราบใดที่ราคายังยืนเหนือ 98 ได้ การย่อตัวมีแนวโน้มเป็นจังหวะสะสม และมีโอกาสไปต่อสู่โซน 110 ขึ้นไปในภาวะตลาดที่มีความต้องการเสี่ยงเพิ่มขึ้นค่ะ
- Exxon Mobil (XOM): ราคาเริ่มเข้าใกล้โซนแนวต้านสำคัญบริเวณ 147–150 แนวรับระยะสั้นอยู่ที่ 142 และถัดไปที่ 138–135 โครงสร้างโดยรวมยังอยู่ในลักษณะแกว่งตัวไปจนถึงขาขึ้น แต่แรงส่งเริ่มชะลอลง ทำให้มีแนวโน้มเข้าสู่ช่วงพักฐานค่ะ โดยหากราคายังไม่สามารถทะลุและยืนเหนือ 150 ได้อย่างมั่นคง มีโอกาสเห็นการย่อตัวกลับลงมาที่ 142 หรือแม้กระทั่ง 138 โดยขึ้นอยู่กับเสถียรภาพของราคาน้ำมันหลังการปรับตัวลงแรงค่ะ อย่างไรก็ตาม หากสามารถทะลุ 150 ขึ้นไปได้อย่างชัดเจน จะเป็นการกลับตัวออกจากสัญญาณอ่อนแรงระยะสั้น และเปิดทางไปสู่โซน 155–160 ได้ค่ะ
- Chevron (CVX): ราคากำลังทดสอบโซนจุดเปลี่ยนสำคัญ แนวรับอยู่ที่ 175 และ 168 ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 185 และ 192 หากหลุด 175 อาจเห็นแรงขายเร่งตัวลงสู่บริเวณ 165 แต่หากกลับขึ้นไปยืนเหนือ 185 ได้ จะช่วยฟื้นความเชื่อมั่นในระยะสั้น ภาพรวมทางเทคนิคยังอยู่ในลักษณะอ่อนตัว และยังมีความอ่อนไหวสูงต่อทิศทางราคาน้ำมัน ทำให้เหมาะกับการเก็งกำไรระยะสั้นมากกว่าการถือระยะยาวค่ะ
- Netflix (NFLX): ปรับตัวลงแรงหลังประกาศผลประกอบการ ปัจจุบันราคาอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยสำคัญ โดยมีแนวรับที่ 95 และ 88 ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 105 และ 112 หากราคาไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือ 105 ได้ จะสะท้อนความเสี่ยงขาลงที่ยังคงอยู่ ในเชิงปัจจัยพื้นฐาน การปรับตัวขึ้นในระยะสั้นมีแนวโน้มถูกขายในระยะสั้นค่ะ
- Intel (INTC): อยู่ในช่วงการขยายตัวของแนวโน้มขาขึ้นอย่างแข็งแกร่ง สะท้อนแรงส่งจากปัจจัยด้านความต้องการชิปและ AI โดยแนวรับระยะสั้นอยู่ที่ 65 และ 61–62 ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 72 และ 76 ในเชิงเทคนิค ตราบใดที่ราคายังยืนเหนือ 65 ได้ โครงสร้างยังคงเป็นขาขึ้นชัดเจน และการย่อตัวมีแนวโน้มเป็นเพียงจังหวะพักตัวมากกว่าการกลับตัว โดยหากราคาสามารถทะลุ 72 ได้ อาจมีโอกาสขึ้นต่อ แต่หากหลุด 61 ลงมา จะเริ่มเข้าสู่การปรับฐานที่ลึกขึ้น ส่งผลให้โดยรวม Intel ถือเป็นหนึ่งในหุ้นที่มีแรงส่งเชิงโมเมนตัมแข็งแรงที่สุดในสภาวะตลาดปัจจุบันค่ะ
คุณน้าแนะนำเทรดหุ้น CFD ไปกับโบรกเกอร์ IUX

IUX มีการให้บริการซื้อขายหุ้น CFD ซึ่งประกอบไปด้วยหุ้นกลุ่ม Magnificent Seven (M7) อีกทั้งยังมีหุ้นให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Coca Cola, Adobe, Alibaba, McDonalds Incorporated และ Netflix เป็นต้น ทำให้เหมาะสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่และเทรดเดอร์รายย่อยที่มีต้นทุนจำกัด แต่ต้องการซื้อขายหุ้นระดับโลก
สรุปคุยหุ้นสหรัฐและแนวโน้มในการลงทุน (US30 / DJIA)
จุดน่าเข้า Buy
- Buy/ Long 1 : หากมีการแตะแนวรับที่ช่วงราคา 48998.6 – 49398.6 แต่ไม่สามารถทะลุแนวรับที่ 49398.6 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 49665.4 และ SL ที่ประมาณ 48799.0 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
- Buy/ Long 2 : หากสามารถทะลุแนวต้านที่ช่วงราคา 49665.4 – 50065.4 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 50150.0 และ SL ที่ประมาณ 49198.6 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
จุดน่าเข้า Sell
- Sell/ Short 1 : หากมีการแตะแนวต้านที่ช่วงราคา 49665.4 – 50065.4 แต่ไม่สามารถทะลุแนวต้านที่ 49665.4 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 49310.7 และ SL ที่ประมาณ 50265.0 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
- Sell/ Short 2 : หากสามารถทะลุแนวรับที่ช่วงราคา 48998.6 – 49398.6 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 48855.0 และ SL ที่ประมาณ 49865.0 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้
คำเตือน
บทวิเคราะห์นี้ใช้สำหรับการศึกษาข้อมูลของหุ้นสหรัฐเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาในการชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลของสินทรัพย์และศึกษาความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด ประกอบกับศึกษาแนวโน้มหุ้นและข่าวสหรัฐก่อนตัดสินใจลงทุน
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge







