วิธีเลือกกองทุนรวม มือใหม่หัดลงทุน คือขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้ผู้เริ่มต้นออมและลงทุนสามารถวางแผนการเงินได้อย่างถูกวิธี โดยเฉพาะสำหรับคนทำงานและมนุษย์เงินเดือนที่ไม่มีเวลาติดตามสภาวะตลาดหรือเฝ้าหน้าจอตลอดเวลา การเลือกลงทุนในกองทุนรวมจะช่วยกระจายความเสี่ยงและมีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพคอยดูแลเงินให้ค่ะ
ในบทความนี้ คุณน้าจะมาเจาะลึก 5 ปัจจัยสำคัญ พร้อมเช็กลิสต์และขั้นตอนการเริ่มต้น เพื่อให้มือใหม่ทุกคนเลือกลองลงทุนกองทุนรวมได้อย่างมั่นใจค่ะ
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยงและมีโอกาสสูญเสียเงินต้น ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันผลตอบแทนในอนาคต โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านและศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน
กองทุนรวมคืออะไร?
กองทุนรวม คือ เครื่องมือในการระดมเงินทุนจากนักลงทุนรายย่อยหลาย ๆ คนมารวมกันเป็นเงินก้อนใหญ่ แล้วนำเงินก้อนนั้นไปจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล โดยมี “บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน” (บลจ.) ทำหน้าที่บริหารจัดการ นำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ตามนโยบายที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน เช่น หุ้น ตราสารหนี้ พันธบัตรรัฐบาล หรืออสังหาริมทรัพย์ โดยมีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพเป็นผู้ดูแลการลงทุนให้ค่ะ
สำหรับใครที่อยากศึกษาพื้นฐานแบบละเอียดตั้งแต่เริ่มต้น
เลือกกองทุนรวมดูอะไรบ้าง? 5 ปัจจัยสำคัญสำหรับมือใหม่
การเลือกซื้อกองทุนรวมไม่ได้ดูเพียงแค่ว่ากองทุนไหนให้ผลตอบแทนสูงที่สุดในอดีต แต่ต้องพิจารณาองค์ประกอบหลายด้านควบคู่กันไปค่ะ มือใหม่ควรเช็ก 5 จุดสำคัญดังต่อไปนี้
1. นโยบายการลงทุนและสินทรัพย์ที่กองทุนไปลงทุน
ก่อนตัดสินใจซื้อกองทุนรวม สิ่งแรกที่ต้องทำคือการอ่าน “หนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ” (Fund Fact Sheet) เพื่อดูว่ากองทุนนั้นนำเงินของเราไปลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใด เช่น ลงทุนในหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ตราสารหนี้ หรือหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เพราะสินทรัพย์แต่ละประเภทมีพฤติกรรมและระดับความเสี่ยงที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงค่ะ
2. ระดับความเสี่ยงของกองทุน (ระดับ 1–8)
กองทุนรวมในประเทศไทยจัดระดับความเสี่ยงออกเป็น 8 ระดับตามประเภทสินทรัพย์ที่นำเงินไปลงทุน โดยเรียงลำดับจากเสี่ยงต่ำที่สุดไปจนถึงเสี่ยงสูงที่สุด ดังนี้ค่ะ
- ระดับ 1: กองทุนรวมตลาดเงินในประเทศ (Money Market Fund)
- ระดับ 2: กองทุนรวมตลาดเงินต่างประเทศ
- ระดับ 3: กองทุนรวมพันธบัตรรัฐบาล
- ระดับ 4: กองทุนรวมตราสารหนี้ภาคเอกชน
- ระดับ 5: กองทุนรวมผสม (ลงทุนทั้งตราสารหนี้และหุ้น)
- ระดับ 6: กองทุนรวมตราสารทุน (กองทุนหุ้น)
- ระดับ 7: กองทุนรวมหมวดอุตสาหกรรม (เช่น กองทุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หรือกลุ่มสุขภาพ)
- ระดับ 8: กองทุนรวมที่ลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูงมากหรือสินทรัพย์ทางเลือก (เช่น สินค้าโภคภัณฑ์ ทองคำ น้ำมัน)
กองทุนรวมแบบไหนเสี่ยงน้อยที่สุด?
กองทุนรวมที่เสี่ยงน้อยที่สุดคือกองทุนรวมความเสี่ยงระดับ 1 หรือ กองทุนรวมตลาดเงินในประเทศ (Money Market Fund) ค่ะ กองทุนประเภทนี้เน้นลงทุนในเงินฝากธนาคารและตราสารหนี้ระยะสั้นที่มีความมั่นคงสูง โอกาสเสียเงินต้นต่ำมาก เหมาะสำหรับใช้เป็นที่พักเงินหรือออมเงินระยะสั้นค่ะ
3. ผลการดำเนินงานย้อนหลัง (Performance) และความผันผวน
แม้ว่าผลการดำเนินงานในอดีตจะไม่สามารถการันตีผลตอบแทนในอนาคตได้ แต่การดูผลตอบแทนย้อนหลังในระยะยาว เช่น 1 ปี, 3 ปี หรือ 5 ปี จะช่วยให้เราเห็นความสม่ำเสมอในการบริหารงานของผู้จัดการกองทุน นอกจากนี้ควรเปรียบเทียบผลตอบแทนกับ “ดัชนีชี้วัด” (Benchmark) และดูค่าความผันผวน (Standard Deviation: SD) ควบคู่กัน หากค่า SD ต่ำ แสดงว่ากองทุนมีความผันผวนของราคาไม่สูงมากค่ะ
หากคุณกำลังมองหากองทุนที่มีนโยบายโดดเด่นและน่าสนใจ สามารถอ่านต่อได้ที่ กองทุนรวม ตัวไหนน่าสนใจ เพื่อเปรียบเทียบทางเลือกต่าง ๆ ค่ะ
4. ค่าธรรมเนียมกองทุน (Expense Ratio & Management Fee)
ค่าธรรมเนียมกองทุนถือเป็นต้นทุนซ่อนแอบที่ส่งผลต่อผลตอบแทนสุทธิที่เราจะได้รับในระยะยาวโดยตรงค่ะ ค่าธรรมเนียมหลัก ๆ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ
- ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุน (Expense Ratio): หักจาก NAV ของกองทุนโดยตรง เช่น ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee), ค่าดูแลรักษาทรัพย์สิน (Custodian Fee)
- ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากผู้ถือหน่วย (Front-end / Back-end Fee): คิดเมื่อเราทำการซื้อ (Front-end) หรือขายคืน (Back-end) หน่วยลงทุน
5. ขนาดกองทุนและประสบการณ์ของผู้จัดการกองทุน
ขนาดของกองทุนรวม (AUM) ควรมีขนาดใหญ่พอสมควร (เช่น ไม่ต่ำกว่า 100–500 ล้านบาท) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการปิดกองทุนกลางคันหากมีผู้ถือหน่วยไถ่ถอนเงินออกจำนวนมาก รวมถึงช่วยให้ผู้จัดการกองทุนสามารถบริหารจัดการสภาพคล่องและกระจายการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ
เช็กลิสต์วิธีเลือกกองทุนรวมให้เหมาะกับตัวเอง
เมื่อทราบ 5 ปัจจัยสำคัญของ วิธีเลือกกองทุนรวม มือใหม่หัดลงทุน แล้ว มาดูเช็กลิสต์สรุปกันต่อค่ะ
การเลือกกองทุนที่ดีที่สุดไม่มีอยู่จริง มีเพียงกองทุนที่ “เหมาะกับเป้าหมายของเราที่สุด” เท่านั้นค่ะ
ประเมินระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Profile)
ก่อนเปิดบัญชี บลจ. จะให้เราทำแบบประเมินความเสี่ยง (Suitability Test) เสมอ ผลการประเมินจะบอกว่าเราเป็นนักลงทุนรับความเสี่ยงได้ระดับใด (ต่ำ, ปานกลาง, สูง, สูงมาก) เพื่อป้องกันไม่ให้เราเลือกกองทุนที่มีระดับความเสี่ยงเกินกว่าสภาพจิตใจและเงินทุนของเราจะรับไหวค่ะ
กำหนดเป้าหมายการลงทุน (ระยะสั้น / ระยะยาว / เพื่อลดหย่อนภาษี)
- เป้าหมายระยะสั้น (ไม่เกิน 1 ปี): เช่น ออมเงินสำรองฉุกเฉิน ควรเลือกกองทุนตลาดเงิน หรือกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น (ความเสี่ยงระดับ 1–3)
- เป้าหมายระยะยาว (3–5 ปีขึ้นไป): เช่น ออมเงินเพื่อการเกษียณ ควรเลือกกองทุนหุ้น หรือกองทุนผสม (ความเสี่ยงระดับ 5–7)
- เป้าหมายลดหย่อนภาษี: ควรเลือกกองทุน SSF หรือ Thai ESG ตามเงื่อนไขทางภาษีที่รัฐบาลกำหนด
คำแนะนำจากคุณน้า: จัดพอร์ตแบบ Core-Satellite สำหรับมือใหม่
คำแนะนำจากคุณน้า
สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น คุณน้าแนะนำให้จัดพอร์ตการลงทุนแบบ Core-Satellite Strategy ค่ะ
Satellite Portfolio (20%): แบ่งเงินส่วนน้อยไปลงทุนในกองทุนธีมเฉพาะทางที่มีโอกาสเติบโตสูง เช่น กองทุนเทคโนโลยี หรือกองทุนพลังงานสะอาด เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มค่ะ
Core Portfolio (80%): เน้นลงทุนในกองทุนรวมดัชนี (Index Fund) เช่น กองทุนที่อิงดัชนี SET50 หรือ S&P 500 ที่มีค่าธรรมเนียมต่ำ เป็นเสาหลักกระจายความเสี่ยงระยะยาว
มือใหม่เริ่มซื้อกองทุนรวมอย่างไร? ขั้นตอนจับมือทำ
เมื่อเข้าใจ วิธีเลือกกองทุนรวม มือใหม่หัดลงทุน ครบถ้วนแล้ว มาดูขั้นตอนการเริ่มต้นซื้อจริงกันค่ะ
ปัจจุบันการเริ่มต้นซื้อกองทุนรวมทำได้ง่ายและสะดวกมากผ่านระบบออนไลน์ โดยมีขั้นตอนดังนี้ค่ะ
Step 1: เลือก บลจ. หรือแอปพลิเคชัน Trading / Investment
มือใหม่สามารถเลือกเปิดบัญชีได้ 2 รูปแบบหลัก ๆ คือ
- เปิดตรงกับ บลจ. (เช่น กสิกร, ไทยพาณิชย์, บัวหลวง): ข้อดีคือใช้งานง่าย เหมาะกับคนที่ใช้บัญชีธนาคารนั้น ๆ อยู่แล้ว แต่จะซื้อได้เฉพาะกองทุนของ บลจ. นั้น
- เปิดผ่านแอปพลิเคชันรวมกองทุน (เช่น Streaming for Fund, Dime!, InnovestX, Finnomena): ข้อดีคือเปิดบัญชีเดียว สามารถเลือกซื้อกองทุนรวมจาก บลจ. ต่าง ๆ ในประเทศไทยได้หลากหลายแห่งพร้อมกันค่ะ
Step 2: เปิดบัญชีกองทุนรวมออนไลน์
เตรียมบัตรประชาชนและบัญชีธนาคารสำหรับผูกตัดเงิน จากนั้นทำรายการยืนยันตัวตน (NDID หรือผ่านเคาน์เตอร์บริการ) และทำแบบประเมินความเสี่ยง (Suitability Test) ผ่านแอปพลิเคชันได้ทันทีโดยไม่ต้องเดินทางไปสาขาค่ะ
Step 3: เริ่มต้นด้วยเทคนิค DCA (Dollar-Cost Averaging)
เทคนิค DCA คือ การตัดเงินไปลงทุนในกองทุนรวมด้วยจำนวนเงินเท่า ๆ กันทุกเดือนอย่างมีวินัย โดยไม่สนใจว่าราคาสินทรัพย์ขณะนั้นจะขึ้นหรือลง ซึ่งช่วยลดอารมณ์ในการลงทุนและช่วยถัวเฉลี่ยต้นทุนในระยะยาวได้เป็นอย่างดีค่ะ
คุณน้าขอยกตัวอย่างการ DCA กองทุนรวมจริง
คุณน้าขอยกตัวอย่างกรณีการลงทุน DCA ในกองทุนดัชนีหุ้น S&P 500 เดือนละ 2,000 บาท ทุกวันที่ 1 ของเดือน เป็นเวลา 1 ปี
- ช่วงที่ตลาดปรับตัวลง ราคาหน่วยลงทุน (NAV) จะถูกลง ทำให้เราซื้อจำนวนหน่วยลงทุนได้มากขึ้น
- ช่วงที่ตลาดปรับตัวขึ้น ราคาหน่วยลงทุน (NAV) สูงขึ้น จำนวนหน่วยที่ซื้อได้จะลดลง
- เมื่อครบ 1 ปี ต้นทุนสะสมของเราจะถูกถัวเฉลี่ยลง ทำให้ไม่ต้องมาคอยเฝ้ากราฟจับจังหวะตลาด (Market Timing) เหมาะกับคนทำงานประจำเป็นอย่างมากค่ะ
ข้อควรระวังและสิ่งที่มือใหม่มักเข้าใจผิด
ข้อควรระวัง
ผลตอบแทนในอดีตไม่ได้การันตีอนาคต: กองทุนที่เคยทำผลงานได้อันดับ 1 ในปีที่แล้ว อาจไม่ได้ทำผลงานได้ดีที่สุดในปีนี้ ควรพิจารณาแนวโน้มอุตสาหกรรมและกลยุทธ์การบริหารประกอบด้วยเสมอ
อย่ามองข้ามค่าธรรมเนียมซ่อนแอบ: กองทุนรวมประเภท Active Management มักคิดค่าธรรมเนียมบริหารจัดการสูง (1.5%–2.5% ต่อปี) หากกองทุนนั้นทำผลตอบแทนได้ไม่ชนะดัชนีชี้วัด ค่าธรรมเนียมจะกัดกินเงินต้นและกำไรของคุณอย่างมากค่ะ
ความเข้าใจผิดเรื่องเงินปันผล: กองทุนรวมแบบจ่ายเงินปันผล เมื่อมีการจ่ายปันผล ราคา NAV จะลดลงตามจำนวนเงินที่จ่ายออกไป และเงินปันผลยังต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10% อีกด้วยค่ะ
ก่อนตัดสินใจซื้อกองทุนผ่าน บลจ. หรือแอปพลิเคชันรายใด ผู้ลงทุนควรทราบว่าตัวแทนขายอาจได้รับค่าธรรมเนียมหรือค่าคอมมิชชันจากการแนะนำกองทุน จึงควรศึกษาข้อมูลเปรียบเทียบด้วยตนเองก่อนตัดสินใจเสมอ
นอกจากนี้ ผู้ลงทุนมีสิทธิ์สับเปลี่ยนหรือขายคืนหน่วยลงทุนได้ตามเงื่อนไขที่ระบุในหนังสือชี้ชวน
ทั้งนี้ ผู้ลงทุนควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า บลจ. หรือแพลตฟอร์มที่ใช้บริการได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. อย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการถูกหลอกลงทุนในนามของกองทุนปลอมค่ะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
คุณน้ารวบรวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ วิธีเลือกกองทุนรวม มือใหม่หัดลงทุน มาตอบให้ทุกคนหายสงสัยกันค่ะ
มือใหม่เริ่มซื้อกองทุนรวมอย่างไร ต้องใช้เงินกี่บาท?
ปัจจุบันการเริ่มต้นซื้อกองทุนรวมสามารถทำได้ง่ายผ่านแอปพลิเคชันการลงทุนออนไลน์ โดยหลาย ๆ กองทุนรวมเปิดให้เริ่มต้นลงทุนขั้นต่ำเพียง 1 บาท หรือ 100 บาท เท่านั้นค่ะ มือใหม่จึงสามารถเริ่มสะสมเงินลงทุนได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องรอให้มีเงินก้อนใหญ่
กองทุนรวมแบบไหนเสี่ยงน้อยที่สุด เหมาะกับคนรับความเสี่ยงไม่ได้เลย?
กองทุนรวมที่เสี่ยงน้อยที่สุดคือ กองทุนรวมตลาดเงินในประเทศ (Money Market Fund) และกองทุนรวมพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้น (ความเสี่ยงระดับ 1–3) ค่ะ กองทุนประเภทนี้เน้นรักษาเงินต้นเป็นหลัก มีความผันผวนต่ำมาก และได้ผลตอบแทนสม่ำเสมอใกล้เคียงหรือสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากประเภทออมทรัพย์เล็กน้อย
ค่าธรรมเนียมกองทุนรวมคิดอย่างไร?
ค่าธรรมเนียมกองทุนรวมแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก คือ ค่าธรรมเนียมการจัดการที่หักจาก NAV โดยตรง (คำนวณเป็น % ต่อปีแล้วเฉลี่ยหักในราคา NAV รายวัน) และ ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บเมื่อมีการทำรายการ เช่น ค่าธรรมเนียมการซื้อ (Front-end Fee) หรือขายคืน (Back-end Fee) ซึ่งจะคิดเป็น % จากยอดเงินที่ทำรายการ ณ วันนั้น ๆ ค่ะ
สรุป วิธีเลือกกองทุนรวม มือใหม่หัดลงทุน
การเลือกซื้อกองทุนรวมสำหรับมือใหม่ ไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอย่างที่คิด เพียงเริ่มต้นจากการประเมินความเสี่ยงของตนเอง กำหนดเป้าหมายการลงทุนให้ชัดเจน แล้วนำเช็กลิสต์ 5 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ นโยบายการลงทุน, ระดับความเสี่ยง, ผลงานย้อนหลัง, ค่าธรรมเนียม และขนาดกองทุน มาใช้เป็นหลักในการพิจารณา ร่วมกับการใช้วินัยลงทุนแบบ DCA เป็นประจำ เพียงเท่านี้คุณก็สามารถสร้างพอร์ตการลงทุนที่เติบโตอย่างยั่งยืนได้แล้วค่ะ
การลงทุนมีความเสี่ยงและมีความผันผวนสูง นักลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นได้ จึงควรศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ ทั้งปัจจัยพื้นฐานและนโยบายการลงทุนก่อนการตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุนส่วนบุคคล ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานคุณน้าพาเทรด
บทความนี้จัดทำโดยทีมงานคุณน้าพาเทรด โดยมีการใช้เครื่องมือ AI ช่วยร่างเนื้อหาบางส่วน และผ่านการตรวจสอบความถูกต้องโดยผู้เชี่ยวชาญก่อนเผยแพร่
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: SEC Thailand และ สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC)
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge







