Warrant คือ ใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นสามัญ ที่บริษัทจดทะเบียนออกให้แก่ผู้ถือหุ้นหรือนักลงทุน เพื่อให้สิทธิในการซื้อหุ้นสามัญของบริษัทตามราคา อัตราส่วน และระยะเวลาที่กำหนดไว้ค่ะ การลงทุนในใบสำคัญแสดงสิทธิถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน และมีอัตราเร่งทางการเงิน (Leverage) ที่สูงกว่าหุ้นปกติ
บทความนี้ คุณน้าจะมาอธิบายภาพรวม ข้อดี ข้อเสีย และสิ่งที่มือใหม่ควรรู้ก่อนเริ่มลงทุนค่ะ
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยงและมีโอกาสสูญเสียเงินต้น ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันผลตอบแทนในอนาคต โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านและศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน
Warrant คืออะไร?
Warrant หรือ ใบสำคัญแสดงสิทธิ คือ ตราสารอนุพันธ์ประเภทหนึ่งที่ให้ “สิทธิ” (แต่ไม่บังคับ) แก่ผู้ถือในการซื้อหุ้นสามัญของบริษัทผู้ออก ตามราคาที่กำหนด (Exercise Price) อัตราการใช้สิทธิ (Exercise Ratio) และภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ (Expiration Date)
โดยผู้ถือ Warrant จะมีสถานะเป็นผู้ถือสิทธิ ไม่ใช่เจ้าของบริษัทหรือผู้ถือหุ้นสามัญ จนกว่าจะนำ Warrant นั้นไปทำการใช้สิทธิแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญตามเงื่อนไขค่ะ
Warrant ต่างจากหุ้นอย่างไร?
แม้จะซื้อขายบนกระดานหุ้นเหมือนกัน แต่ Warrant หุ้น และหุ้นสามัญมีความแตกต่างกันในสาระสำคัญหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิทธิประโยชน์ วันหมดอายุ และอัตราทด (Leverage)
นอกจากนี้ ในตลาดทุนยังมีตราสารประเภทอื่นอย่าง หุ้นบุริมสิทธิ คือ ตราสารทุนประเภทหนึ่งที่ให้สิทธิรับเงินปันผลก่อนหุ้นสามัญและมีสิทธิคืนทุนก่อนหากบริษัทเลิกกิจการ แต่ Warrant ไม่ใช่ตราสารทุนโดยตรง จึงไม่มีสิทธิรับเงินปันผล ไม่มีสิทธิลงคะแนนเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น และมีวันหมดอายุที่ชัดเจน (ส่วนใหญ่มีอายุ 1–5 ปี) หากครบกำหนดแล้วไม่ใช้สิทธิ Warrant จะหมดมูลค่าทันทีค่ะ
อีกหนึ่งความต่างสำคัญคือเรื่อง Leverage Effect หรืออัตราทด เนื่องจาก Warrant ใช้เงินลงทุนต่อหน่วยน้อยกว่าหุ้นสามัญมาก ทำให้เมื่อราคาหุ้นแม่ปรับตัวขึ้นหรือลง ราคา Warrant จะผันผวนในเปอร์เซ็นต์ที่สูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด
ดังนั้น สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาแนวทางการเลือกลงทุนในตราสารหรือกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ เช่น กลุ่มพลังงาน สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ 5 เหตุผลว่าทำไมหุ้นกลุ่มพลังงานถึงน่าสนใจ เพื่อนำมาประเมินภาพรวมตลาดควบคู่กันได้ค่ะ
Warrant มีกี่ประเภท?
เมื่อเข้าใจแล้วว่า Warrant คืออะไร มาดูกันต่อว่ามีกี่ประเภทและแบ่งตามอะไรบ้างค่ะ
หากแบ่งตามประเภทของผู้ออก Warrant จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่
- Company Warrant: ออกโดยบริษัทแม่โดยตรง เพื่อระดมทุนเพิ่มเติมเมื่อมีการใช้สิทธิ
- Derivative Warrant (DW): ออกโดยสถาบันการเงินหรือบริษัทหลักทรัพย์ เพื่ออ้างอิงราคาหุ้นแม่
หากแบ่งตามลักษณะและเงื่อนไขการใช้สิทธิ จะแบ่งเป็น:
- American Style: สามารถแจ้งใช้สิทธิแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญได้ตลอดอายุกรรมสิทธิ์ตามรอบที่กำหนด (เช่น ทุกไตรมาส)
- European Style: สามารถแจ้งใช้สิทธิแปลงสภาพได้เฉพาะวันหมดอายุวันสุดท้ายเพียงวันเดียวเท่านั้น
คุณน้าขอยกตัวอย่างการใช้สิทธิ Warrant ในตลาดหุ้น
คุณน้าขอยกตัวอย่างกรณีศึกษา เช่น บริษัทแห่งหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรม หรือ หุ้นกลุ่มพลังงาน ออก Warrant โดยมีเงื่อนไข ดังนี้:
- ราคาใช้สิทธิ (Exercise Price) = 10 บาท
- อัตราใช้สิทธิ = 1 Warrant : 1 หุ้นสามัญ
หากต่อมา ราคาหุ้นสามัญแม่บนกระดานปรับตัวขึ้นไปอยู่ที่ 15 บาท ผู้ถือ Warrant จะสามารถนำ Warrant ไปชำระเงินตามราคาใช้สิทธิ 10 บาท เพื่อรับหุ้นสามัญมูลค่า 15 บาท ทำให้มีส่วนต่างกำไรทันที 5 บาทต่อหุ้น (ยังไม่รวมต้นทุนที่ซื้อ Warrant มา) ในทางกลับกัน หากราคาหุ้นแม่บนกระดานตกไปอยู่ที่ 8 บาท การนำ Warrant ไปใช้สิทธิที่ราคา 10 บาทจะทำให้ขาดทุน ผู้ถือจึงเลือกที่จะไม่ใช้สิทธิได้ค่ะ
ข้อดีข้อเสีย Warrant ที่ต้องรู้ก่อนลงทุน
เมื่อเข้าใจกลไกของ Warrant คืออะไรแล้ว มาดูข้อดีและข้อเสียกันต่อค่ะ
ข้อดี:
- ใช้เงินลงทุนน้อยกว่า (Capital Efficiency): ราคาซื้อขายต่อหน่วยของ Warrant มักต่ำกว่าหุ้นแม่มาก
- มีอัตราเร่งทำกำไร (Leverage): หากราคาหุ้นแม่ปรับตัวขึ้นเพียงเล็กน้อย ราคา Warrant อาจปรับตัวขึ้นเป็นเปอร์เซ็นต์ที่สูงกว่ามาก
ข้อเสียและความเสี่ยง:
- มูลค่าลดลงตามเวลา (Time Decay): Warrant มีวันหมดอายุ ยิ่งเข้าใกล้วันหมดอายุ มูลค่าทางเวลาจะยิ่งลดลงเรื่อย ๆ
- ความผันผวนสูง: หากราคาหุ้นแม่ปรับตัวลง ราคา Warrant มีโอกาสปรับตัวลงอย่างรุนแรงเช่นกัน
- เสี่ยงกลายเป็นศูนย์: หากราคาวันหมดอายุของหุ้นแม่ต่ำกว่าราคาใช้สิทธิ (Out of the Money) Warrant ฉบับนั้นจะหมดค่าทันทีโดยไม่ได้รับเงินคืน
คำแนะนำจากคุณน้า
สำหรับมือใหม่ ควรเลี่ยงการซื้อ Warrant ที่ใกล้วันหมดอายุ (เช่น เหลืออายุน้อยกว่า 1–3 เดือน) เพราะจะมีแรงกดดันจาก Time Decay สูงมาก และควรศึกษาค่าอัตราทดกำไร (Gearing Ratio) รวมถึงราคาใช้สิทธิก่อนตัดสินใจเทรดทุกครั้งค่ะ
ก่อนตัดสินใจเทรด Warrant ผ่านโบรกเกอร์รายใด ผู้ลงทุนควรทราบว่าโบรกเกอร์อาจได้รับค่าคอมมิชชันจากปริมาณการเทรด จึงควรศึกษาโครงสร้างค่าธรรมเนียมให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจ
นอกจากนี้ ควรกำหนดสัดส่วนเงินทุนสำหรับการเทรด Warrant ให้ชัดเจนแยกจากพอร์ตหลัก และหมั่นทบทวนสถานะการลงทุนเป็นระยะ
ทั้งนี้ ควรระวังอคติ Overconfidence ที่อาจทำให้ประเมินความเสี่ยงจาก Leverage ต่ำเกินจริง และควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าโบรกเกอร์ที่ใช้บริการได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. อย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการถูกหลอกลงทุนในนามของแพลตฟอร์มปลอมค่ะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
คุณน้ารวบรวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Warrant คืออะไร มาตอบให้ทุกคนหายสงสัยกันค่ะ
Warrant เหมาะกับใคร?
Warrant เหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง เข้าใจกลไกการเคลื่อนไหวของราคา และต้องการเพิ่มอัตราเร่งของผลตอบแทนด้วยเงินทุนที่จำกัด ไม่เหมาะกับการซื้อแล้วถือยาวแบบเก็งกำไรปันผลค่ะ
ถ้า Warrant หมดอายุแล้วไม่ได้ใช้สิทธิ จะเกิดอะไรขึ้น?
หาก Warrant หมดอายุแล้วผู้ถือไม่ได้ยื่นเรื่องใช้สิทธิแปลงสภาพ หรือราคาหุ้นแม่ต่ำกว่าราคาใช้สิทธิ Warrant นั้นจะถูกยกเลิกออกจากตลาด และกลายเป็นตราสารที่ไม่เหลือมูลค่า (มูลค่าเท่ากับ 0 บาท) ทันทีค่ะ
Warrant สามารถซื้อขายในตลาดหุ้นเหมือนหุ้นปกติได้ไหม?
สามารถซื้อขายได้เหมือนหุ้นสามัญทั่วไปผ่านโปรแกรมเทรดหุ้น (เช่น Streaming) ในช่วงเวลาทำการของตลาดหลักทรัพย์ โดยใช้ชื่อย่อของหุ้นแม่ตามด้วย -W และลำดับชุด เช่น Stock-W1 ค่ะ
สรุป Warrant คืออะไร
Warrant หรือใบสำคัญแสดงสิทธิ เป็นเครื่องมือการลงทุนที่มีทั้งโอกาสทำกำไรสูงจากอัตราทด และความเสี่ยงสูงจากวันหมดอายุ การลงทุนใน Warrant จึงต้องอาศัยการวางแผนบริหารความเสี่ยงอย่างรัดกุม การติดตามราคาหุ้นแม่อย่างใกล้ชิด และการเข้าใจเงื่อนไขสิทธิแปลงสภาพอย่างถูกต้อง สำหรับมือใหม่ที่ต้องการศึกษาความรู้เรื่องการกระจายความเสี่ยงในการลงทุนเพิ่มเติม สามารถอ่านต่อได้ที่ กองทุนรวมคืออะไร ค่ะ
การลงทุนมีความเสี่ยงและมีความผันผวนสูง นักลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นได้ทั้งจำนวน จึงควรศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ ทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค ก่อนการตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลในอนาคต บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานคุณน้าพาเทรด
บทความนี้จัดทำโดยทีมงานคุณน้าพาเทรด โดยมีการใช้เครื่องมือ AI ช่วยร่างเนื้อหาบางส่วน และผ่านการตรวจสอบความถูกต้องโดยผู้เชี่ยวชาญก่อนเผยแพร่
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge








