ตราสารหนี้ต่างประเทศ คือ ตราสารทางการเงินประเภทหนี้ที่ออกโดยรัฐบาล องค์กรภาครัฐ หรือบริษัทเอกชนในต่างประเทศ เพื่อระดมทุนจากนักลงทุนทั่วโลก โดยผู้ถือตราสารจะมีสถานะเป็นเจ้าหนี้และได้รับผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ยตามระยะเวลาที่กำหนด การลงทุนในสินทรัพย์ประเภทนี้กำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนไทยเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนจากอัตราดอกเบี้ยต่างประเทศแล้ว ยังเป็นสัญลักษณ์สำคัญของการกระจายความเสี่ยงข้ามประเทศ
ในบทความนี้ คุณน้าจะพามาทำความเข้าใจตั้งแต่พื้นฐาน ประเภท ช่องทางการลงทุน ไปจนถึงความเสี่ยงที่ต้องระวังค่ะ
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยงและมีโอกาสสูญเสียเงินต้น ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันผลตอบแทนในอนาคต โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านและศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน
ตราสารหนี้ต่างประเทศ คืออะไร?
ตราสารหนี้ต่างประเทศ คือ สัญญากู้ยืมเงินระยะยาวหรือระยะสั้นระหว่างผู้ออกตราสารในต่างประเทศกับนักลงทุน โดยผู้ออกตราสารสัญญาว่าจะจ่ายดอกเบี้ย (Coupon) ตามอัตราและระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ พร้อมทั้งคืนเงินต้นเมื่อครบกำหนดสัญญา
ข้อแตกต่างที่สำคัญระหว่างตราสารหนี้ในประเทศกับตราสารหนี้ต่างประเทศ คือ เรื่องของสกุลเงินที่ใช้ชำระหนี้ นโยบายการเงิน และสภาวะเศรษฐกิจของประเทศผู้ออกตราสาร ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้ตราสารหนี้ต่างประเทศมีความหลากหลายของอัตราผลตอบแทนและระดับความเสี่ยงที่แตกต่างจากตราสารหนี้ไทยอย่างชัดเจนค่ะ
ตราสารหนี้ต่างประเทศ มีอะไรบ้าง?
ตราสารหนี้ต่างประเทศสามารถจำแนกออกเป็นประเภทหลัก ๆ ได้ตามลักษณะของผู้ออกตราสารและความเสี่ยง ดังนี้ค่ะ
พันธบัตรรัฐบาลต่างประเทศ (Sovereign Bonds)
พันธบัตรที่ออกโดยรัฐบาลของประเทศต่าง ๆ เช่น พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Treasury) ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่มีความน่าเชื่อถือสูงที่สุดในโลก เนื่องจากมีโอกาสผิดนัดชำระหนี้ต่ำมาก เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการความมั่นคงของเงินต้น
หุ้นกู้ภาคเอกชนต่างประเทศ (Corporate Bonds)
หุ้นกู้ที่ออกโดยบริษัทเอกชนในต่างประเทศ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ
- Investment Grade Bonds: หุ้นกู้ของบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือสูง มีความเสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ
- High Yield Bonds: หุ้นกู้ที่ให้ผลตอบแทนสูง แต่มาพร้อมกับอันดับความน่าเชื่อถือที่ต่ำกว่ากลุ่ม Investment Grade จึงมีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้สูงขึ้น
ตราสารหนี้ระยะสั้นต่างประเทศ (Money Market Instruments)
ตราสารหนี้ที่มีอายุการไถ่ถอนไม่เกิน 1 ปี เช่น ตั๋วเงินคลังต่างประเทศ (Treasury Bills) หรือตั๋วแลกเงินของบริษัทเอกชน เหมาะสำหรับการพักเงินระยะสั้นและเน้นสภาพคล่องสูง
ตราสารหนี้ต่างประเทศ ดีไหม? ข้อดีที่นักลงทุนควรพิจารณา
คำถามที่ว่า ตราสารหนี้ต่างประเทศ ดีไหม นั้น ต้องพิจารณาจากเป้าหมายการลงทุนของแต่ละบุคคลค่ะ แต่โดยทั่วไปแล้ว ตราสารหนี้ต่างประเทศมีข้อดีที่น่าสนใจดังนี้:
- การกระจายความเสี่ยง (Diversification): ช่วยลดการพึ่งพาผลตอบแทนจากเศรษฐกิจไทยเพียงอย่างเดียว การกระจายเงินไปลงทุนในสกุลเงินและระบบเศรษฐกิจอื่น ๆ ช่วยลดความผันผวนของพอร์ตลงทุนโดยรวมได้ดี
- โอกาสรับผลตอบแทนที่สูงกว่า: ในช่วงเวลาที่วัฏจักรดอกเบี้ยของต่างประเทศ (เช่น สหรัฐฯ หรือยุโรป) อยู่ในระดับสูงกว่าไทย ตราสารหนี้ต่างประเทศจะให้ผลตอบแทนจากดอกเบี้ยที่น่าจูงใจมากกว่า
- ทางเลือกที่หลากหลาย: ตลาดตราสารหนี้โลกมีขนาดใหญ่มาก ทำให้นักลงทุนสามารถเลือกตราสารหนี้ที่เหมาะกับระดับความเสี่ยงที่รับได้ ตั้งแต่ระดับเสี่ยงต่ำมากไปจนถึงความเสี่ยงสูง
คำแนะนำจากคุณน้า
ตราสารหนี้ต่างประเทศเหมาะสำหรับใช้เป็นส่วนหนึ่งของ Core Portfolio เพื่อช่วยลดความผันผวนของพอร์ตหุ้น แต่ควรแบ่งสัดส่วนให้เหมาะสมกับความสามารถในการรับความเสี่ยงของตนเองนะคะ
ทางเลือกสินทรัพย์ต่างประเทศและสินทรัพย์ทางเลือกอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
นอกเหนือจากตราสารหนี้ต่างประเทศแล้ว ในตลาดการเงินยังมีสินทรัพย์ต่างประเทศและสินทรัพย์ทางเลือกประเภทอื่น ๆ ที่ช่วยกระจายความเสี่ยงให้พอร์ตการลงทุนมีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นค่ะ
หุ้นและสินทรัพย์ทางเลือกในตลาดต่างประเทศ
การเติบโตของอุตสาหกรรมในระดับโลกเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม การกระจายเงินบางส่วนไปลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตผ่านหุ้นต่างประเทศ ช่วยสร้างโอกาสเติบโตของทุนในระยะยาว สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกระจายความเสี่ยงในสินทรัพย์ต่างประเทศได้ที่ กองทุนรวมคืออะไร ค่ะ
หุ้นบุริมสิทธิ (Preferred Stocks)
หุ้นบุริมสิทธิเป็นสินทรัพย์ที่มีลักษณะผสมระหว่างหุ้นสามัญและตราสารหนี้ โดยผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิจะมีสิทธิได้รับการจ่ายเงินปันผลก่อนผู้ถือหุ้นสามัญในอัตราที่แน่นอนคล้ายดอกเบี้ยตราสารหนี้ แต่จะไม่มีสิทธิในการออกเสียงลงมติในที่ประชุมผู้ถือหุ้น
ใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้น (Warrant)
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการเพิ่มอัตราเร่งของผลตอบแทนด้วยตราสารอนุพันธ์ Warrant เป็นตราสารที่ให้สิทธิแก่ผู้ถือในการซื้อหุ้นสามัญตามราคาและเวลาที่กำหนด ซึ่งมีความผันผวนและระดับความเสี่ยงสูงกว่าตราสารหนี้อย่างมาก
ซื้อตราสารหนี้ต่างประเทศยังไง? ช่องทางการลงทุนสำหรับมือใหม่
สำหรับนักลงทุนรายย่อยที่สนใจลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ สามารถเริ่มต้นได้ผ่านช่องทางหลัก ๆ ดังนี้ค่ะ
ลงทุนผ่าน กองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ (FIF – Foreign Investment Fund)
เป็นวิธีที่สะดวกและได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับมือใหม่ โดยการซื้อกองทุนรวมตราสารหนี้ต่างประเทศที่จัดการโดยบริษัทจัดการกองทุน (บลจ.) ในไทย ซึ่ง บลจ. จะนำเงินไปลงทุนในกองทุนหลักในต่างประเทศ (Feeder Fund) หรือกระจายซื้อตราสารหนี้ต่างประเทศโดยตรง โดยเริ่มลงทุนได้ด้วยเงินจำนวนไม่มาก และมีผู้จัดการกองทุนอาชีพคอยดูแลพอร์ตให้ นักลงทุนมือใหม่ที่อยากทำความเข้าใจระบบกองทุน
ลงทุนโดยตรงผ่านกลุ่มบัญชี Offshore / แพลตฟอร์มการลงทุนต่างประเทศ
สำหรับนักลงทุนรายใหญ่หรือผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ สามารถเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศ (Offshore Account) กับบล. ในไทย หรือแพลตฟอร์มต่างประเทศ เพื่อเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลหรือหุ้นกู้ต่างประเทศได้โดยตรง ซึ่งวิธีนี้ต้องใช้เงินทุนเริ่มต้นที่สูงกว่าและต้องบริหารจัดการเรื่องภาษีและอัตราแลกเปลี่ยนด้วยตนเอง
ความเสี่ยงตราสารหนี้ต่างประเทศ ที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ
แม้ตราสารหนี้จะมีภาพจำว่าเสี่ยงต่ำ แต่ความเสี่ยงตราสารหนี้ต่างประเทศ มีปัจจัยเฉพาะตัวที่นักลงทุนต้องศึกษาอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุนค่ะ
ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (Currency Risk)
เนื่องจากเป็นการลงทุนในสกุลเงินต่างประเทศ ผลตอบแทนในรูปเงินบาทอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ตามความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน หากกองทุนรวมไม่ได้ทำการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ไว้เต็มจำนวน
ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Risk)
ราคาของตราสารหนี้จะเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับอัตราดอกเบี้ย หากอัตราดอกเบี้ยในต่างประเทศปรับตัวสูงขึ้น ราคาตราสารหนี้เดิมในตลาดจะมีมูลค่าลดลง
ความเสี่ยงด้านการผิดนัดชำระหนี้ (Credit / Default Risk)
ความเสี่ยงที่ผู้ออกตราสารหนี้จะไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ยหรือคืนเงินต้นได้ตามกำหนด นักลงทุนควรตรวจสอบอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ของตราสารหนี้เสมอ โดยแบ่งเป็นระดับน่าลงทุน (Investment Grade) ตั้งแต่ AAA ถึง BBB- และระดับต่ำกว่าที่น่าลงทุน (High Yield/Junk Bond)
ข้อควรระวัง
การลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศอาจมีเรื่องของค่าธรรมเนียมซ้อน (Feeder Fund Fee) ระหว่างกองทุนไทยและกองทุนหลักในต่างประเทศ นักลงทุนควรตรวจสอบตารางค่าธรรมเนียมรวมในหนังสือชี้ชวนก่อนตัดสินใจซื้อทุกครั้งค่ะ
ก่อนตัดสินใจซื้อกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศผ่าน บลจ. รายใด ผู้ลงทุนควรทราบว่า บลจ. หรือตัวแทนขายอาจได้รับค่าธรรมเนียมจากการแนะนำกองทุน จึงควรศึกษาข้อมูลเปรียบเทียบด้วยตนเองก่อนตัดสินใจเสมอ
นอกจากนี้ ผู้ลงทุนมีสิทธิ์สับเปลี่ยนหรือขายคืนหน่วยลงทุนได้ตามเงื่อนไขที่ระบุในหนังสือชี้ชวน และควรระวังอคติ Herding ที่อาจทำให้ลงทุนตามกระแสตราสารหนี้ต่างประเทศที่กำลังเป็นที่นิยมโดยไม่ทบทวนความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนของตนเอง
ทั้งนี้ ผู้ลงทุนควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า บลจ. หรือแพลตฟอร์มที่ใช้บริการได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. อย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการถูกหลอกลงทุนในนามของกองทุนปลอมค่ะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
กองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวนไหม?
ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละกองทุนค่ะ บางกองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน (Fully Hedged) บางกองทุนป้องกันตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (Partially Hedged) และบางกองทุนไม่ป้องกันความเสี่ยงเลย นักลงทุนควรตรวจสอบในหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ (FX Policy) ก่อนลงทุนค่ะ
ลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศต้องเสียภาษีอย่างไร?
หากลงทุนผ่านกองทุนรวมตราสารหนี้ต่างประเทศ (FIF) ของ บลจ. ไทย กำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุน (Capital Gain) จะได้รับการยกเว้นภาษีบุคคลธรรมดา แต่เงินปันผล (ถ้ามี) จะโดนหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% ค่ะ
มีเงินทุนเริ่มต้นเท่าไหร่ถึงจะเริ่มลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศได้?
หากลงทุนผ่านกองทุนรวมตราสารหนี้ต่างประเทศ (FIF) ในปัจจุบัน สามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่ 1 บาท หรือ 100 บาท ตามเงื่อนไขของแต่ละ บลจ. ค่ะ แต่หากเป็นการซื้อตราสารหนี้ต่างประเทศโดยตรง มักต้องใช้เงินทุนเริ่มต้นค่อนข้างสูง
สรุป ตราสารหนี้ต่างประเทศ
ตราสารหนี้ต่างประเทศ ถือเป็นเครื่องมือทางการเงินที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยกระจายความเสี่ยงและสร้างโอกาสรับผลตอบแทนจากตลาดการเงินระดับโลก สำหรับนักลงทุนมือใหม่ การเริ่มต้นผ่านกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ (FIF) ถือเป็นทางเลือกที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุด อย่างไรก็ตาม การลงทุนในต่างประเทศย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนและความผันผวนของดอกเบี้ยโลก การศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนและเลือกสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะกับ Risk Profile ของตนเองจะช่วยให้การลงทุนเติบโตได้อย่างมั่นคงค่ะ
การลงทุนมีความเสี่ยงและมีความผันผวนสูง นักลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นได้ จึงควรศึกษารายละเอียดให้รอบคอบทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิคก่อนการตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลในอนาคต บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานคุณน้าพาเทรด
บทความนี้จัดทำโดยทีมงานคุณน้าพาเทรด โดยมีการใช้เครื่องมือ AI ช่วยร่างเนื้อหาบางส่วน และผ่านการตรวจสอบความถูกต้องโดยผู้เชี่ยวชาญก่อนเผยแพร่
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: US Department of the Treasury และ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
สำหรับใครที่สนใจอ่านรีวิวโบรกเกอร์ : Review Brokers
บทความในเรื่องการลงทุนที่น่าสนใจ : Investing
คลังความรู้จากคุณน้า : Knowledge







